Go to http://Saijai.net


    วันนี้อย่าให้ใครเรียกคุณว่า'สตรอเบอรี่'


    เปิดพจนานุกรมคำสแลงสุดฮิตติดต่อมปากยุค เจอเนอเรชั่น why มีทั้ง สแลงเวอชั่นฉบับกะเทยไทย และแบบ เซ็นเตอร์พ้อยท์ พ.ศ.นี้เก๋ไก๋สุดๆต้องพูดว่า แอปเปิล, สตรอเบอรี่ คำสแลงชุดผลไม้ฝรั่ง ที่วัยรุ่ นแถวสยามสแควร์บอกว่าใครไม่รู้จักถือว่า เชยสุดๆ ในขณะที่เหล่า "เธอนะฮะ" วี้ดว้ายคำ ว่า แหก, ซีมาโลชั่น, ฟิน, ชะนี

    อาจารย์ภาษาไทยชี้ วัยรุ่นนิยมใช้คำสแลงไม่ ใช่เรื่องผิด และ ไม่ทำให้ภาษาไทยวิบัติ เพราะทุกภาษาล้วนมีคำสแลง อยู่ที่ความเหมาะสมที่จะใช้กับใคร และที่ไหนมากกว่า

    วันนี้หากมีคนเรียกคุณว่า "สตรอเบอรี่" อย่านึกนะว่าเขาชมคุณว่าน่ารัก เพราะเขากำลังด่าคุณว่า "ตอแหล" แต่ถ้าใครบางคนบอก คุณว่า "คุณแอปเปิ้ล"จังเลย พึงรู้ไว้เถอะว่า เขากำลังชมคุณว่าสวย

    นี่คือตัวอย่างคำสแลงสุดฮิตติดต่อมปากของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ ที่เรียกกันว่า ยุคเจอเนอเรชั่น why ซึ่งถือเป็นกระแสวัฒนธรรมอ ย่างหนึ่งของสังคมไทย

    ทว่าคนบางกลุ่มต่างมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำสแลงเป็นด้านลบของกระแสวัฒนธรรม อันมีส่วนที่จะทำให้ภาษาไทยวิบัติและทำลายวัฒนธรรมการใช้ภาษาไทยให้ผิดเพี้ยน ซึ่งความจริงจะเป็น เช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม

    แต่คำสแลงพ.ศ.นี้ หากใครได้ยินและได้ฟังแล้ว เชื่อเถอะว่าจะอดอมยิ้มไม่ได้ เพราะมีหลายคำ ทั้งแสบ ทั้งคัน ทั้งสะกิดต่อมปาก

    คำสแลงสุดฮิตติดต่อมปาก

    "ผู้จัดการรายวัน" ได้รวบรวมคำสแลงที่ฮิตติดปาก พบว่า คำสแลงสุดฮิต สุดเก๋ในพ.ศ.นี้ ว่ากันว่ามีหลายคำมาจากการคิดค้นกลุ่มกะเทย หรือบรรดา ตุ๊ดตู่ทั้งหลาย ที่ "เธอนะฮะ" เหล่านี้พยายามประดิษฐ์ขึ้นเพื่อ ความสนุกปาก และใช้ กันในกลุ่ม และมีอีกหลายคำมาจากบรรดากลุ่มวัยรุ่นเจอเนอเรชั่น why ที่แต่ละกลุ่มจะมีคำสแลงใช้กันอย่างรัก น่าหยิก

    โดยคำสแลงคำใหม่สุดเก๋ ที่กำลังเริ่มฮิตติดปากบรรดาสาวสายเดี่ยว สาวเกาะอกวัย 14- 15 ปี คือ คำว่า "แอปเปิล" ซึ่งเป็นคำชมเพื่อน ใน กลุ่มที่แต่งตัวดี แต่งตัวดูเริ่ด เด่นที่สุดในกลุ่ม วัยรุ่นแถวย่านเซ็นเตอร์พ้อยท์หลายคน บอกว่า คำนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่เริ่มเข้าหูบ้าง แล้ว ส่วนใหญ่จะพูดกันว่า วันนี้เธอ"แอป" จังเลย ไม่
    ได้พูดกันเต็มๆ ว่าแอปเปิล ซึ่งเข้าใจว่าคำว่าแอปเปิล เป็นคำเปรียบเทียบ เพราะผลไม้ชนิดนี้ เป็นผลไม้ที่ดูสวยงามน่ารับประทาน

    อีกคำหนึ่งที่ฮิตแบบไม ่เกรงใจใคร คือ คำว่า "สตรอเบอรี่" คำนี้ฮิตมาก เป็นคำด่าแบบน่ารักๆของบรรดาสาวๆ วัยขบเผาะที่แปลว่า "ตอแหล" เช่นทำไมเธอถึงทำตัวสตรอเบอรี่จัง โดยผู้สันทัดกรณีทางภาษาสแลง บอกว่า
    คำนี้ คิดค้นมาจากกลุ ่มสาวๆ แอร์โฮสเตส และมาแพร่หลายนิยมใช้กันในหมู่ เด็กสาววัยรุ่น

    นอกจากนี้ ยังมีคำว่า "เนียน" แปลว่า ทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติ, คำว่า "หนู พจ" มาจากละครเรื่องบ้านทราย-ทอง แปลว่า ใสบริสุทธิ์และเรีย บร้อย, คำ ว่า "เด้ง" แปลว่า สวยและเด่น ทั้งหมดเป็นคำสแลงที่บรรดาสาวๆ วัยรุ่นบอกว่า ใครไม่พูดถือว่าเชย สุดๆ

    ไม่ใช่จะมีเฉพาะแต่คำสแลงของบรรดาวัยรุ่นสาวๆเท่านั้น ยังมีคำสแลงสุดฮิตสำหรับว ัยรุ่นหนุ่มๆที่นิยมใช้ในยุคนี้เช่นกัน เช่น คำว่า "โดน"นับว่าเป็นคำสุดฮิตติดปาก ของหนุ่มๆ วัยรุ่นที่ชอบโดนเป็นประจำ โดนซึ่งแปลว่า ถูกใจ, ใช่เลย เช่น ผู้หญิงคนนี้โดนใจจังเลย, เสื้อตัวนี้โดนมาก

    อีกคำหนึ่งที่ฮิตติดใจหนุ่มๆ คือคำว่า "เฟี้ยว" แปลว่าดูดี, ดูเท่ห์ หรือคำ ว่า "อึ๋มตึงตูม" เป็นคำสแลง ที่ใช้แซวบรรดาสาวๆ ที่มีลักษณะ อวบขาว ถูกใจวัยคะนองอย่างพวก เขา ซึ่งคำสแลงของบร รดาหนุ่มๆ วัยคะนอง ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องเพศตรงข้าม และพูดแล้วดูเท่

    ในขณะที่บรรดากลุ่มกะเทย หรือตุ๊ดตู่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่คิดค้น คำสแลงมากที่สุดมีคำสแลงสุดฮิตติดต่อมปากคือ คำว่า "แหก" คำสแลงที่กลาย เป็นอุทานที่แสดงอาการ ถึงความตกใจ

    นอกจากนี้ มีคำว่า คำว่า "สวิงเด้ง" แปลว่า วี้ดว้าย หรือแรดเกินปกติ, คำว่า "ซีมาโลชั่น" ซึ่งเป็นสแลงที่มาจากผลิตภัณฑ์ยาชนิดหนึ่ง ใช้เปรียบ เทียบผู้ที่มีอาการอยากในระดับรุนแรง, "เก็กชง" เป็นคำสแลงที่เหล่า "เธอนะฮะ" พูดถึงชายหนุ่มที่ชอบวางมาดเท่ห์

    ทั้งหมดเป็นภาษาสแลง ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรร มการใช้ภาษาไทย วิบัติ

    นิยมคำสแลง "ภาษาไทยไม่วิบัติ"

    ศ.ดร.กาญจนา นาคสกุล อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การที่วัยรุ่นมักนิยมใช้คำสแลง ไ ม่ใช่เป็นเรื่องผิดแต่อย่างไร และคำสแลงก็ ไม่ได้ทำให้ภาษา
    ไทยวิบัติด้วย เพราะคำสแลงนั้น เกิดขึ้นในระบบภาษา มานานแล้ว ทุกชาติทุกภาษาล้วนมีคำสแลงด้วยกันทั้งสิ้น


    ทั้งนี้ผู้ใช้คำสแลง จะ ต้องใช้ให้ถูกสถานการณ์ ถูกเวลา ถูกสถานที่ และถูกกาลเทศะ อย่างเช่น ถ้าคุย กับผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่สมควรที่จะใช้ หรือติดต่อกับทางราชการก็ไม่สมควรที่จะใช้คำสแลง โดยตามความหมายของคำสแลง คือ เป็ นภาษาที่ใช้กันเฉพาะกลุ่ม เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารแปลกกว่าคำปกติ หรือ ผิดเพี้ยนไปจากคำทั่วไป และคำ
    สแลงก็มีการเปลี่ยนแปลงคำใหม่ๆไปตามมิติเวลา

    โดยคำสแลงเป็นคำที่แผงมาหลายทางไม่ว่ามาจาก ภาษาต่างประเ ทศ เช่น ซิ่ง, เดิร์น, คิกขุ ฯลฯ หรือผันมาจากเสียง เช่น บึม, ตึงตูม ฯลฯ หรือ แผงมาจากเหตุการณ์ เช่น ช้าไปต๋อย หรือแม้กระทั่งสร้างเป็น คำใหม่ตั้งขึ้นเอง ที่หน้าหนังสือพิมพ์นิยมใช้ เช่น คำว่า เรีย บร้อยโรงเรียนบรรหารฯลฯ

    คำสแลงบางคำ อาจจะมีความหมายในรูปของคำนั้น หรือฟังแล้วเข้าใจ หรือ สแลงบางคำเป็นคำที่ผิดเพี้ยนความหมายจากรูปของคำ หรือ บางคำก็ ใช้เปรียบเทียบ เช่น คำว่า "ชักดาบ" ในความ หมายของคำสแลงแปลว่า เบี้ยว ไม่จ่ายเงิน

    "ดังนั้น คิดว่าคำสแลงนั้น ไม่ใช่ เป็นสิ่งที่สังคมจะมองว่า ทำให้ภาษาไทยวิบัติ หรือทำลายวัฒนธรรมภาษาไทย ในทางกลับกัน คำสแลงถือว่าเป็นสีสันของการใช้ภาษา ไทย ที่น่ารัก และไม่น่าจะมาซีเรียสอะไรกับความนิยมใช้คำสแลง" อาจารย์ภาษาไทย ให้ความคิดเห็นทิ้งท้าย


    จาก ผู้จัดการ 10/08/00

    จากคุณ : Very Apple - [10 ส.ค. 09:49:15] แจ้งลบกระทู้  Bookmark  ส่งกระทู้ให้เพื่อน  Add to your handheld computer โหวตกระทู้ยอดนิยม

 
 



ชื่อ / e-mail :
รายละเอียด :
 
PANTIP Toys