◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    บันทึกการเดินทางสู่ 7 คด-โป่งก้อนเส้า และน้ำตกโกรกอีดก (ตอนที่1)

    บันทึกการเดินทางสู่ 7คด-โป่งก้อนเส้า และน้ำตกโกรกอีดก

    ตั้งแต่ต้นเดือนตุลา ผมก็เริ่มแสวงหาสถานที่ ที่จะออกทริป แต่จนแล้วจนรอดก็ยังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี ไม่ใช่ว่าผมได้เดินทางไปมาหมดแล้วซะที่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ต้องคิดคือ สภาพอากาศ ช่วงนี้พายุพัดผ่านประเทศเราพอดี หลังจากเช็คไปเช็คมา(สภาพอากาศ) แล้วก็ตัดสินใจเดินทางไปภูสอยดาวในวันที่ 5 – 8 ตค 43 การออกทริปครั้งนี้จบลงด้วยดี แต่ก็ทุลักทุเลพอสมควร เนื่องจากไปเจอฝนเข้าเต็ม ๆ สองวัน สภาพอากาศบนนั้นขมุกขมัวทั้งวัน แต่ยังโชคดีที่ได้ภาพสวย ๆ มาบ้าง หลังจากกลับมาก็เริ่มคิดทริปต่อไปทันที เริ่มจาก Mail หาเพื่อนๆ ร่วมก๊วนให้แต่ละคนเสนอ Idea ว่า Long Weekend นี้ (21-23) เราจะไปไหนกันดี เวลาผ่านมาจนถึงวันที่ 16 เพื่อน ๆ ในก๊วนก็เงียบสนิท แต่ในช่วงสาย ๆ ของวันนั้น ก็มีเสียงสวรรค์เสียงหนึ่งดังขึ้น กริ๊งงง.... สวัสดีครับ ขอสายอ๊อดครับ ... “พี่ตูน” นั่นเอง ขอเกริ่นตรงนี้ก่อนน๊ะครับ “พี่ตูน” ที่ว่านี้ เราได้เคยเจอกันตอนไปออกทริปหนึ่ง นานมาแล้ว พี่ตูนโทรมาถามว่า “อ๊อด วันหยุดนี้มีไปไหนหรือป่าวว๊ะ” ผมก็ตอบไปว่า “ยังเลยพี่ รอพวกเพื่อน ๆ ตอบ Mail อยู่เนี่ย” “แต่คิดว่าพวกนั้นคงไม่ไปไหนแน่เลย” พี่ตูนเลยเล่าให้ฟังว่า เขาได้อ่านเจอบทความหนึ่ง ใน Bangkok Post แนะนำสถานที่ที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกทม. มากนัก และยังใหม่จากนักท่องเที่ยวด้วย ไอ้ผมก็สนใจขึ้นมาทันที ตอบกลับไปว่า “พี่ แล้วไอ้ที่ว่าเนี่ย มันชื่ออะไรเหรอ” แล้วชื่อนั้นก็ออกจากปากพี่ตูนมา ซี่งเป็นต้นเหตุของการเดินทางครั้งนี้ ... 7 คด-โป่งก้อนเส้า Trekking

    7 คด-โป่งก้อนเส้า แค่ฟังชื่อก็ดูอลังการมากแล้ว แต่ภาพที่เกิดขึ้นในหัวก็คือ น้ำตกแห่งหนึ่งที่น่าจะมีความคดเคี้ยวนับได้ 7 คด อะฮ่า นั้นคือสิ่งที่เรานึกขึ้นหลังจากได้ฟังชื่อของสถานที่นี้ หลังจากรู้แล้วว่าเราจะต้องเดินทางไปที่แห่งนี้กับพี่ตูน สิ่งแรกที่ทำก็คือ เริ่มหาข้อมูลทันที โดยเข้าไปที่ Blueplanet เพื่อหารายละเอียด แต่ไม่สามารถค้นหารายละเอียดได้ จึงนำไป Post ไว้ที่กระทู้ แต่จนใกล้วันเดินทางก็ยังไม่มีคำตอบ จึงลองโทร.ไปสอบถามที่ป่าไม้เขต. สระบุรี ก็ได้คำตอบมาคร่าว ๆ ว่า เป็นสถานที่บรรยากาศดีมาก มีที่กางเต็นท์สะดวกสบาย มีวิวที่สวยงาม แต่ไม่มีอาหารจำหน่ายต้องเตรียมเอาไปเอง และก็ได้สอบถามการเดินทางว่าจะต้องไปอย่างไร ถ้าเดินทางด้วยรถประจำทาง. คำตอบที่ได้คือ ให้ไปลงที่ทับกวาง แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าไป ระยะทางประมาณ 20 กม. นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่มีก่อนการเดินทาง

    และแล้ววันเดินทางก็มาถึง เช้า 21/10/43 นัดเจอพี่ตูนที่ หมอชิต2 เวลา 08.00 น. หลังจากเจอกันก็จัดการรองท้องก่อนการเดินทางด้วยข้าวราดแกงภายในหมอชิตนั่นเอง หลังจากจัดการกับอาหารตรงหน้ากันเรียบร้อยแล้วก็ไปซื้อตั๋วรถทัวร์ ทับกวาง คือโจทย์ มันอยู่ตรงไหน แล้วจะไปอย่างไร จึงไปถามประชาสัมพันธ์ ว่าเราควรไปรถสายไหน กท-โคราช คือคำตอบ จึงขึ้นไปชั้น 3 ซึ่งเป็นศูนย์รวมของการเดินทางสายอีสาน ตรงไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว เห็นราคาบอกไว้ว่า โคราช 157 บาท เข้าไปสอบถามได้รับคำแนะนำว่าให้ไปที่ช่อง 27 จึงตรงไปที่ชอ่ง 27 แต่ก่อนจะเข้าไปที่ช่อง 27 เจ้าหน้าที่ในช่อง 28 ได้กวักมือเรียก และถามว่า “จะไปไหน” “กี่ที่” หลังจากตอบไป ก็ได้รับตั๋วรถมาสองใบ ราคาหน้าตั๋วคือ 50 บาท “อืมม ไม่แพงเนอะ” เราสองคนพูดกัน จึงตรงไปที่จอดรถ ชานชลาที่ 21 ว้าว... เป็นรถแดง หรือรถหวานเย็นที่นักท่องเที่ยวนิยมเรียกกัน ก่อนขึ้นรถเวลาประมาณ 8.30 น. มีผู้โดยสารนั่งอยู่คนสองคน จึงไปนั่งด้านประตูหลังของรถ เจ้าหน้าที่ประจำรถขึ้นมาถามว่า จะลงไหน ขอดูตั๋วด้วย ส่งตั๋วให้ และถามกลับไปว่า “รถออกกี่โมงครับพี่” คุณพี่ ซึ่งทราบตอนหลังว่าคือ คนขับรถนั่นเอง ตอบว่า “ จะออกแล้วครับ” เราก็คิด “เออดี ไม่ต้องรอคนเต็ม” จนเวลาผ่านไป 30 นาที พี่คนที่ว่าก็ขึ้นมาสตาร์ทเครื่องรถ แต่จนเวลาผ่านไปอีก 30 นาที จึงออกรถ “เฮ้อ .... ชม.นึงเต็ม ๆ “



    รถโดยสารวิ่งตามเส้นทาง วิภาวดี-รังสิต แล้วสิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจก็คือ รถหวานเย็นที่เรียก ๆ กัน ก็ขับเข้าไปทางขึ้น “ดอนเมือง-โทลเวย์” โอ้.. อะไรจะขนาดนั้น. รถวิ่งมาถึงรังสิต จอดรับคนอีก 10 นาที ก็เริ่มเดินทางต่อ ผ่านบางปะอินเข้าสระบุรี ใช้เวลาประมาณ ชม.ครึ่ง จอดแวะรับคนที่สระบุรีประมาณครึ่งชม. ก็ออกเดินทางไปโคราชต่อ ระหว่างจอดรอผู้โดยสาร ก็เป็นธรรมเนียมที่จะมีพ่อค้า แม่ค้านำสินค้าขึ้นมาขายบนรถ สินค้าก็มีเช่น มะม่วง, กล้วยทอด มันทอด, น้ำเย็น ๆ , น้ำมะพร้าว, ไก่ย่างข้าวเหนียว ฯลฯ สำหรับผุ้ที่ไม่เคยเดินทางด้วยรถบขส. คงจะไม่เคยเห็นภาพที่น่ารักเช่นนี้ น่ารักอย่างไร ให้นึกภาพตามไปด้วยนะครับ แม่ค้าหรือพ่อค้าจะขึ้นมาทางหน้ารถ เดินทูนของไว้บนมือ ร้องตะโกนเสียงดัง เช่น มะม่วงมั๊ยค่ะ/ครับ มะม่วงมั๊ย, น้ำเย็น ๆ ครับ/ค่ะ ,ไก่ย่างร้อน ๆ ข้าวเหนียวร้อน ๆ ครับ หลังจากเดินถึงหลังรถ ก็จะลงจากรถ และก็จะเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่ค้าหรือพ่อค้าอีกคนจะขึ้นมาทางหน้ารถ ตะโกนขายของเหมือนกับที่เพิ่งจะลงไปหลังรถ วนไปเวียนมา เป็นที่สนุกสนาน ขายได้บ้าง ขายไม่ได้บ้าง เป็นที่น่ารักแก่ผู้พบเห็นทั่วไป

    เดินทางกันต่อ.. ผมแจ้งแก่คนรถว่า จะลงที่ทับกวางถ้าถึงแล้วให้บอกด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วจุดจอดจะมี 2 จุด คือ ศูนย์โยเร (เป็นลัทธิหนึ่งของชาวญี่ปุ่น) และก็ตลาดทับกวาง รถจอดที่จุดแรก ผมกลับพี่ตูนก็ลงไปเอาของข้างรถ แต่พอเหลียวซ้ายแลขวาแล้ว ไม่มีร้านค้า หรือผู้คนที่ผมจะถามทางได้ต่อ จึงเกิดความไม่แน่ใจ ว่าจะลงถูกจุดหรือป่าว จึงตัดสินใจขอไปลงที่ตลาดแทน เพราะถึงงัยก็ยังจะมีชาวบ้านให้ถามทางได้บ้าง แต่พอรถวิ่งไปอีกประมาณ 1 กม. รถก็จอดคนขับรถตะโกนบอกว่า ลงตรงนี้มั๊ย มีสำนักงานป่าไม้อยู่ ผมก็เลยลงรถ ณ. ตรงนั้น หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไป ผมก็เริ่มมองหา สำนักงานป่าไม้ ก็ไม่เห็นมีนอกจาก มีเทศบาลทับกวางอยู่ฝั่งตรงข้าม
    ด้านหน้าของเทศบาลมีที่พักตำรวจ จึงมีความคิดจะไปถามทางเจ้าหน้าที่ แต่พอเดินเข้าไป ปรากฏว่า สถานที่นี้คงจะไม่มีคนมาใช้งานนานแล้ว จึงมองเข้าไปที่ สำนักงานเทศบาล เนื่องจากเป็นวันเสาร์ ที่ทำการปิด ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีคนอยู่หรือไม่ แต่พอมองทะลุกระจกใสเข้าไป ก็เห็นผู้หญิงคนนึงเก็บกวาดอยู่ จึงเดินเข้าไปสอบถาม พี่สาวคนนั้นไม่ทราบว่า 7 คดพวกผมพูด อยู่ตรงไหน แต่ได้ไปเรียกพี่ชายมาอีกคน “จ่าขาว” คือชื่อของพี่ชายคนนั้น เป็นโชคดีของพวกผมอีกเหมือนกันเพราะ “จ่าขาว” คนนี้เคยขึ้นไปที่ 7 คด สองสามครั้ง จึงให้รายละเอียดการเดินทาง ซึ่งปรากฏว่าจุดที่ผมลงรถบขส ครั้งแรกนั้นถูกแล้ว เพียงแต่ว่าต้องเดินข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งก็จะมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ จึงต้องเดินย้อนกลับไปอีก 1 กม. หลังจากกล่าวขอบคุณและร่ำลาพี่ทั้งสองแล้ว ก็หันหลังเดินออกมา พี่จ่าขาวก็ตะโกนมาว่า “จะเดินไปเหรอ ไกลน๊ะ งั้นรอแป็บนึง” แล้วพี่ก็วิ่งไปด้านข้างของที่ทำการเทศบาล พร้อมกับขับรถกระบะออกมา ผมกับพี่ตูนยืนมองหน้ากัน ด้วยความประทับใจถึงน้ำใจที่ พี่”จ่าขาว” มอบให้

    จากคุณ : OttO - [27 ต.ค. 10:48:20]