บัลลังก์ในสายหมอก ตอน 3

ขอบคุณทุกๆท่านที่มาอ่านค่ะ....

ต่อจากตอนที่แล้ว
ตอน 1 http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W4495776/W4495776.html
ตอน 2 http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W4515481/W4515481.html

 
 

จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 14 ก.ค. 49 16:28:08 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

พื้นหญ้าเขียวขจีวันนี้ แลเห็นชัดเจนถนัดตากว่าหลายวันที่ผ่านมา อากาศหนาวเย็นที่
ห้อมล้อมยอดเขาปกคลุมหมอกหนาจนมองไม่เห็นแนวเส้นแม่น้ำด้านล่าง   กลุ่มผู้คน
ในชุดพื้นเมืองยืนเรียงรายกลางถนนสองฟากฝั่งแลดูขบวนรถยนต์คันใหญ่สี่ห้าคันที่
แล่นมาจากทางไกลเข้าสู่บริเวณหุบเขาโทรัง มุ่งตรงไปยังกลุ่มอาคารหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่
ระหว่างแม่น้ำสายเล็กสองสายจากเทือกเขาหิมาลัย    “โทรังโดจี” เป็นชื่อเรียกขาน
กลุ่มพระราชมณเฑียรขนาดมหึมาที่ก่อสร้างมานานนับสองร้อยปีของเมืองหลวง โพบา
แห่งแคว้นสีหสถาน  เป็นทั้งสถานที่พำนักของระราชวงศ์และพระสังฆราชแห่งลัทธิ
มหายานพระองค์ปัจจุบัน “กูรูโดชอง”    นอกจากนั้น โทรังโดจี แห่งนี้ยังมีส่วน
ของ สถานที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีธอร์เจ ชาปตรุง กษัตริย์องค์ปัจจุบันแห่ง
แคว้นสีหสถาน  และ ส่วนตรงกลางของกลุ่มพระที่นั่งขนาดใหญ่นี้ คือสถานที่ประกอบ
พระราชพิธีสำคัญของพระราชวงศ์   ซึ่งยามนี้  เหล่าเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ได้มา
รวมกัน ณ ลานกล้างกลาง โทรังโดจี เพื่อจัดเตรียมงานพระราชพิธีพระบรมศพพระนาง
ซูรี  พระราชินีแห่งสมเด็จพระราชาธิบดี ที่สิ้นพระชนม์จากโรคร้าย ณ ต่างแดน

ขบวนรถแห่พระบรมศพที่เคลื่อนมาจากสนามบินกาฐมาณฑุ ยาวนานนับหลายชั่วโมง
เพิ่งข้ามพรมแดนเข้ามาถึงเมืองหลวง โพบา มุ่งสู่ โทรังโดจี  สถานที่อันเป็นที่พำนัก
สุดท้ายของพระราชินี ระหว่างช่วงเวลาประกอบพระราชพิธีรำลึกก่อนจะนำร่างของ
พระนางไปฝังยังสุสานราชวงศ์กลางหุบเขาโทรังด้านตะวันตก  

เสียงสวดมนต์ของเหล่าพระสงฆ์ในนิกายมหายานดังเซ็งแซ่ขึ้น  ปี่ยาว ถูกเป่ากึกก้อง
ไปทั่วหุบเขาโทรัง ฟังดูวังเวง เงียบเหงานัก   ประตูพระราชมณเฑียรเปิดออก บรรดา
ขุนนางเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดกระบวน ยกหีบพระบรมศพเคลื่อนเข้าสู่พระราชมณเฑียร
ด้านในช้าๆ  

ฝูงชนหลายพันคนที่มายืนเรียงรายตลอดริมฝั่งแม่น้ำสองฝากที่ขนาบข้าง โทรังโดจี  
เพื่อถวายความอาลัยรักต่อพระราชินีของเขา ต่างส่งเสียงร้องไห้ดังขรมจนแยกแยะ
ไม่ออกทั้งหญิงและชาย  เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางยืนอยู่ด้านในลานกว้างของ
โทรังโดจีพระราชมณเฑียรยิ่งพากันร่ำไห้เซ็งแซ่     วรกายสูงโปร่งของเจ้าชายทีซูล
ประทับโดดเด่นกลางลานกว้าง ด้านหลังคือพระภคินีฝาแฝดของพระองค์ เจ้าหญิงอูลูน่า
ทั้งสองพระองค์วางพักตร์เรียบเฉย ด้วยทำใจรอรับวันนี้มาเนิ่นนาน พระนางซูรี
ล้มประชวรมาหลายปี แต่กระนั้นเจ้าหญิงองค์น้อยยังอดน้ำอุสุชลคลอหน่วยมิได้
เมื่อเห็นหับพระศพไม้ห่อคลุมด้วยธงมนตราลวดลายแห่งพระโพธิสัตว์เคลื่อนผ่านพักตร์
ไป   สายเนตรทุกคนจับจ้องทั้งสองแม้จะพยายามวางสีพักตร์เรียบสงบ   แต่เสียง
สวดมนต์ยิ่งทอดยาววังเวงเท่าใด  ยิ่งทำร้ายจิตใจผู้สูญเสียให้หนาวเหน็บขึ้นเท่านั้น  

เจ้าชายทีซูล กล้ำกลืนความเศร้าโศกไว้   หลังจากที่พระมารดาล้มป่วยมานานนับปี
มีอาการทรุดหนักลง    เจ้าชายรัชทายาทรีบบินกลับมาจากประเทศอังกฤษตามพระบัญชา
ของพระบิดาเพื่อเข้าเฝ้า   พระราชินีทรงมีรับสั่งขณะประชวรหนักว่าจะเดินทางไปรักษา
อาการที่ประเทศไทย  แต่ทุกคนตลอดจนคณะแพทย์ของแคว้นสีหสถานทุกคนเห็นพ้องว่า
เป็น “อาการเพ้อ” ของพระราชินี

“พระนางไม่รู้สึกพระองค์มานานหลายสัปดาห์แล้ว...จะทรงรู้สึกตัวได้อย่างไรว่า
ปรารถนาจะไปรักษาที่ไหน”

“แต่เราได้ยินถนัด เมื่อครู่  ทุกคนในห้องพักก็ได้ยิน เสด็จแม่ตรัสออกชัดเจนว่าประสงค์
จะไปรักษาตัวที่เมืองไทย...”

“ฝ่าบาท....พระราชินีทรงประชวรเป็นโรคนี้มาช้านาน ที่แคว้นของสีหสถานก็ได้
เชิญแพทย์  มาจากสวิสเซอร์แลนด์ ดร. ฟานบิโก้ เดออาน ก็ให้ถวายการรักษาอยู่มา
เป็นปีๆ  พวกคณะแพทย์รวมทั้งกระหม่อม  ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพาพระนาง
เสด็จไปรักษาตัวนอกประเทศแต่ประการใด”

“แต่เสด็จแม่...ทรงชื่นชอบประเทศนั้น..เคยเสด็จไปพักผ่อนที่นั่นเป็นประจำอยู่
หลายคราวก่อนประชวรหนักเพียงนี้.....พระองค์คงอยากไปที่นั่นอีกเป็นครั้งสุดท้าย”


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 14 ก.ค. 49 16:28:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

“...กระหม่อมเกรงว่า...การเคลื่อนย้ายพระนางในเวลานี้..อาจทำให้พระอาการ
ทรุดหนักกว่าเดิม...”

“เสด็จพ่อเล่า  เสด็จพ่อทรงประทับอยู่ที่ใด  เราอยากจะขอเข้าเฝ้าเพื่อสอบถามความเห็น
เสด็จพ่อเรื่องนี้ด้วยตัวของเราเอง”  

เจ้าชายทีซูลหันมาถามทางท่าน ยัมชุก นายกรัฐมนตรี ที่เสมือนผู้แทนพระองค์ใน
การบริหารประเทศ และดูแลสอดส่อง ต่างพระเนตรพระกัณฑ์    

“สมเด็จพระราชาธิบดีเพิ่งเสด็จถึงสิกขิม เมื่อเช้านี้พ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายทีซูลประทับนิ่งงัน  พระบิดาของพระองค์พบหาตัวได้ยากเย็นนัก  ทรงมีธุระ
ราชการตลอดเวลาจนแทบไม่ทราบว่าจะเข้าเฝ้าได้เมื่อใด  

“ข้าขอติดต่อเข้าเฝ้าพระองค์ทันทีมิได้หรือ”

“ฝ่าบาท....”  ท่านยัมชุกคงก้มหน้านิ่ง  

เจ้าชายทีซูลสะบัดพักตร์อย่างเคืองพระทัย    

สมเด็จพระราชาธิบดี แห่งแคว้นสีหสถาน

ไม่มีผู้ใดรับทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ที่ใด ในเวลาไหน  แม้แต่พระองค์ผู้เป็นโอรส  
ยังยากที่จะหาทางเข้าเฝ้าถวายรายงานได้ใกล้ชิด  

“ข้าไปกราบทูลเองไม่ได้  แล้วจะมีทางไหนส่งข่าวไปถึงเสด็จพ่อได้เร็วที่สุด”

“โทรศัพท์ ที่กระทรวงกลาโหมพ่ะย่ะค่ะ”

“พาข้าไปเดี๋ยวนี้”

ทางเดียวที่จะติดต่อได้  ภายในเมืองที่อยู่ท้ามกลางเทือกเขาสูง  โทรศัพท์ที่มี  ก็เป็น
สายเคเบิลติดต่อระยะสั้นๆ    หากจะส่งคลื่นข้ามทวีปได้ จำต้องใช้การส่งสัญญาณ
ผ่านดาวเทียม  ที่กระทรวงกลาโหมเพิ่งจะจัดซื้อมาได้ภายใต้ระบบการบริการราชการ
ล้าสมัย และท่ามกลางข้าราชการที่ยังติดพันกับรูปแบบเดิมๆของการกินสินบนใต้โต๊ะ

การพัฒนาประเทศเล็กๆท่ามกลางเทือกเขาแห่งแคว้นสีหสถานช่างเต็มไปด้วยความยาก
ลำบากยิ่งนัก



“....อนุญาตตามที่ขอ”  

ทันทีที่องค์สมเด็จพระราชาธิบดีรับทราบ ทรงรีบมีรับสั่งมาทางสายโทรศัพท์
ประโยคสั้นๆ เท่านั้น ก็มีอำนาจเพียงพอสยบท่าทีแข็งกร้าวของเหล่าคณะแพทย์ที่ยืนกราน
หนักแน่นมิให้เคลื่อนย้ายองค์พระราชินี  ทางกระทรวงกลาโหมยินยอมพร้อมใจกันเคลื่อน
รถยนต์ไปรับตัวพระราชินีออกจาโทรังโดจี มุ่งสู่ประเทศไทยตามพระประสงค์



พร้อมการเตรียมใจว่า...นั่นคือการเดินทางครั้งสุดท้ายของพระนางซูรี



พิธีการคืนแรกในส่วนของพระสงฆ์สวดมนต์เสียงดังอ้อยอิ่งวังเวงไปทั่วหุบเขาเวิ้งว้าง  
ประสานกับเสียงปี่ยาว จนเสมือนว่าหุบเขาอันกว้างใหญ่แห่งโทรังตกอยู่ภายในความ
เศร้าสลด

พระเจ้าธอร์เจ ประมุขแห่งแคว้นสีหสถานเสด็จมาเป็นประธานพิธีรำลึกถึงพระราชินี
ผู้จากไกลในตอนค่ำ  วรองค์สูงใหญ่ตามลักษณะชาวสีหสถานบนเทือกเขาหิมาลัย
แต่ค่อนไปทางสูงเพรียว คล่องแคล่ว  ทรงสวมฉลองพระองค์พื้นเมืองไว้ทุกข์สีดำสนิท
ผ้าแคบเนย์พาดเฉลียงพระอังสากว้างสีทองทอลายไหมสีเหลืองเข้มบ่งบอกตำแหน่ง
ประมุขแห่งแคว้นอันเหน็บหนาว  พักตร์ของพระองค์แลหม่นหมองขณะประทับ
ขัดสมาธิบนยกพื้นสูงกลางอาราม  ท่ามกลางแวดล้อมของเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ร้องไห้
อาลัยอยู่แทบพรมลาดพระบาท    เมื่อยามเจ้าหญิงอูลูน่าและเจ้าชายทีซูล องค์รัชทายาท
เข้าไปถวายคำนับพระบิดา สองพระองค์เกินจะอดกลั้นถลาเข้าไปสวมกอดวรองค์พระบิดา
อย่างเสียพระทัย   เจ้าหญิงอูลูน่าสะอึกสะอื้นไห้ไม่หยุด  ส่วนเจ้าชายทีซูล ถูกพระหัตถ์
ของพระบิดาลูบปลอบปฤษฎางค์เบาๆ ราวกับการกำชับให้เข้มแข็ง อดทน ต่อเบื้องหน้า
ธารกำนัล    เป็นภาพแสนหดหู่ใจแก่ทุกคนที่อยู่ร่วมด้านในอารามประกอบพระราชพิธี

 
 


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 14 ก.ค. 49 16:30:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

กูรูโดชอง ประธานฝ่ายสงฆ์ผู้ประกอบพิธีในคืนนั้น เข้ามาสวดอำนวยพรถวายแด่
ทั้งสามพระองค์  

“ท่านกูรู...สบายดีนะขอรับ”

พักตร์เยือกเย็นของพระเจ้าธอร์เจ กลับเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายท่านกูรูใหญ่เป็นประโยคแรก


“ควรเป็นข้าพเจ้าที่เอ่ยคำดังกล่าวถวายฝ่าพระบาท   กูรูคนนี้สบายดี..ขออำนวยพร
ให้ฝ่าพระบาทประสบความสุขสวัสดีเช่นกัน   เรื่องของพระราชินี ทุกพระองค์คงทำใจ
เตรียมใจกันมานาน  พระนางล้มป่วยหนักมานานหลายปีเหลือเกิน”

“เกิดแก่เจ็บตายเป็นวัฏจักรแห่งชีวิต คนเราแม้จะยิ่งใหญ่เพียงใดก็กลายสลายเป็นธุลี
พระนางซูรีได้ขอให้ข้าและลูกทุกคนทำใจล่วงหน้ามานานหลายปีแล้วขอรับ”

พระองค์ตรัสด้วยเสียงเรียบสงบ ราวกับผืนน้ำ

“ฝ่าพระบาททรงเจริญด้วยสติปัญญา นับเป็นบุญแห่งแคว้นสีหสถาน”

พระเจ้าธอร์เจ น้อมถวายคำนับท่านกูรูโดชองอย่างนอบน้อม  ท่วงท่าสุภาพของพระองค์
เป็นที่ยำเกรงของบุคคลทั่วไป   แม้แต่เจ้าชายทีซูล และเจ้าหญิงอูลูน่า ตามเสด็จอยู่ห่างๆ
ยังสัมผัสถึงความน่าเคารพนับถือของพระบิดาที่แผ่ปกคลุมอยู่ทั่วโทรังโดจี ณ เวลานี้

หลังเสร็จสิ้นพิธีทั้งสามพระองค์พากันเสด็จกลับไปที่ตำหนักหลวงเพื่อพระเจ้าธอร์เจ
จะประทับค้างคืน ที่โทรังโดจี ในคืนนั้น  



นายกรัฐมนตรียัมชุก ยืนส่งเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดีอยู่ฝั่งตรงข้ามร่วมกับเหล่าขุนนาง
ที่ด้านนอกอาราม  มองตามวรองค์สูงโปร่งของเจ้าเหนือหัวที่เสด็จลับไปกับกระบวน
ทหารราชองครักษ์ร่วมยี่สิบนาย   ตลอดที่ร่วมพิธี ท่าทีสงบนิ่งเรียบเฉยของพระเจ้าธอร์เจ
ทำให้บุคคลรอบข้างคาดเดาความคิดของพระองค์ได้ยากยิ่ง  แม้จะมีสนทนาเป็นกันเอง
กับท่านกูรูโดชอง  แต่คงวางสีพระพักตร์เคร่งขรึม เรียบเฉย   ราวกับเป็นเพียงผู้มาร่วม
พิธีการในงานไว้อาลัย  มิใช่ผู้สูญเสีย  

พระองค์วางองค์นิ่งสงบราวกับภาพวาดเมื่ออยู่ต่อหน้าขุนนางและงานพิธีการใหญ่
...สมกับเป็นประมุขสูงสุดทั้งทางบริหารและจิตวิญญาณของคนทั่วแคว้นโดยแท้


รัฐมนตรีเกษตร ดร. เทียริ่ง  ยังนำมาเปรยกับท่านยัมชุกในห้องพักรับรองภายใน
โทรังโดจีที่มีแต่เหล่าข้าราชการขุนนาง

“ฝ่าพระบาทแม้จะดูเป็นปกติ...แต่ในพระทัยคงอาลัยพระนางซูรีมิใช่น้อย...
ทรงมีเพียงพระราชินีเพียงพระองค์เดียว นับแต่ครองราชย์มาตลอดยี่สิบห้าปี”

“... ก็ว่ากันไม่ได้   อันพญาราชสีห์จำเป็นต้องมีนางสิงห์มาเคียงคู่  พระนางซูรีก็
ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมตลอดมา  แม้จะทรงล้มประชวรนานนับสิบปีแต่
ฝ่าพระบาทก็ไม่ประสงค์จะถอดถอนพระนางออกจากตำแหน่งเพื่อแต่งตั้งพระราชินี
พระองค์ใหม่”      

“ ..ก็เสมือนว่า....เวลานี้ประตูแห่งโอกาสที่รอคอยกันมานานได้ถูกเปิดออกแล้ว
สินะ”  ดร.เทียริ่งลองเดาออกมา  นายกรัฐมนตรียัมชุกถึงกับหัวเราะ

“ท่านพูดอะไรออกมาอย่างนั้น   ทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นขุนนางใจบาปนั่งสาปแช่ง
ผู้คนแบบนั้นได้อย่างไรกัน...”

ดร.เทียริ่ง  พูดกลั้วหัวเราะ  “อ้อ..ใช่  ใช่  ข้าพูดผิดไปเอง  ความจริงสมควรจะพูดว่า
....พวกเราควรจะช่วยกันเลือกเฟ้นนางพญาสิงห์คนใหม่เคียงคู่บัลลังก์พญาราชสีห์
พระองค์นี้ต่างหาก”  

ท่านยัมชุกหรี่ตาอย่างพึงพอใจ   “ก็ว่าไม่ได้....ตำแหน่งแบบนั้นจะหาใครเข้ามา
แทนได้ง่ายๆ  เรื่องส่วนพระองค์ต้องสุดแล้วแต่พระทัยองค์สมเด็จพระราชาธิบดี  
ว่าทรงประสงค์จะแต่งตั้งสตรีผู้ใดขึ้นแทนพระนางซูรี”

“แต่ที่พระนางซูรี ถวายตนเป็นราชินีได้คราก่อน...ก็เป็นเพราะท่านยัมชุกสนับสนุน
มิใช่หรือ”

นายกรัฐมนตรียัมชุก  ตะเบ็งเสียงหัวเราะจนพุงใหญ่ใต้เสื้อไหมหยาบหนากระเพื่อม
ไปมา

“พระนางซูรีเป็นทายาทสายกูรูเก่าแก่แห่งแคว้นเรา  ทรงเปี่ยมไปด้วยความงาม ความรู้
เหมาะสมเป็นผู้ให้กำเนิดองค์รัชทายาทแห่งแคว้นทั้งปวง  ฝ่าพระบาทก็ทรงโปรดปราน
พระนาง จึงได้สถาปนาพระนางเป็นราชินีเพียงพระองค์เดียว....ไม่เหลือบแลสตรี
ที่ใด”

“เป็นเพราะฝ่าพระบาท..เคร่งเครียดกับกิจการงานเมืองมากกว่า   ดูสิ ขนาดพระนาง
ซูรีประชวรหนัก  พระองค์ยังเสด็จไปเจรจาเรื่องปลดอาวุธแนวชายแดนสิกขิมให้เป็นที่
เรียบร้อยก่อนเดินทางตามไปดูพระอาการพระนางซูรี...จนเกือบไม่ทันการ”  

“เพราะเหตุนั้นสิ...บุรุษที่ทรงงานหนักเช่นนั้น ไม่ทรงมีเวลามาคัดสรร สาวงาม
ขึ้นเป็นราชินีแทนพระนางซูรีได้ดอก”

“ดังนั้น....ราชินีองค์ต่อไป  ท่านยัมชุกก็ควรเป็นผู้เลือกสรรถวายดังเดิม..
ใช่ไหม”

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น”

ดร.เทียริ่ง  ที่ช่วยงานท่านนายก ยัมชุกมานานยี่สิบห้าปีพอๆกับการทำงานในหน้าที่
ราชการของตนเบิกคิ้วหนาสีดอกเลาอย่างคาดเดาได้

“..บุตรีของท่าน...คุณหนูโชเด็น  คงเป็นสตรีที่เหมาะสม”

ท่านยัมชุกยิ้มอย่างดีใจที่ รัฐมนตรีคู่หู สามารถอ่านใจตนออก

“....ใช่  โชเด็น บุตรสาวคนเล็กของข้า ก็ครบยี่สิบสามปีเข้าปีนี้  นางพร้อมแล้วที่
จะตกแต่งมีครอบครัวเสียที”

“...ไหนแต่เดิมมา ท่านยัมชุกว่าได้ตระเตรียมการจะถวายคุณหนูโชเด็น ให้ครองคู่
กับองค์มกุฎราชกุมารทีซูล มิใช่หรือ”

ท่านยัมชุกส่ายหน้า   “คงไม่ทันการแล้ว......ฝ่าพระบาทยังทรงมีบารมีสูงส่งนัก
คงปกครองประเทศสีหสถานของเราไปยาวนานอีกหลายปี  ยิ่งสูญเสียพระนางซูรีลงครานี้
ต้องมีคนคิดเช่นเดียวกันกับข้า  แก่งแย่งพากันถวายสาวงามขึ้นเป็นพระราชินีองค์ใหม่กัน
หลายต่อหลายคน”  

“ข้าก็ได้แว่วข่าวมาว่า ท่านองคมนตรี ดาวา  หรือแม้แต่นายพล อูเก็น รัฐมนตรีกลาโหม
 กำลังเกณฑ์คัดสรรลูกหลานสาวๆของตนส่งเข้ามาถวายต่อองค์ธอร์เจกันให้วุ่นวาย  
ถ้าฝ่าพระบาทตัดสินพระทัยเลือกสตรีของใครขึ้นมาคนหนึ่งสายพวกนั้นก็ย่อมได้รับ
การสนับสนุนจากสำนักพระราชวังอีกหลายเท่าตัว”

“ข้าจึงเห็นว่า โชเด็น ลูกสาวข้าเหมาะสมด้วยประการ  ทั้งรูปสมบัติและการศึกษาสูงส่ง
ควรคู่กับตำแหน่งราชินี     แม้นางไม่ได้เป็นพระราชินีของเจ้าชายทีซูล องค์รัชทายาท    
นางก็จะได้ขึ้นเป็นพระราชินีในอีกไม่กี่วันนี้  ก็นับว่ารวดเร็วกว่ามิต้องรอเวลาให้ช้านาน ”

“...แล้ว..ท่านคิดว่าจะทำการครั้งนี้สำเร็จไหม”

“มันต้องสำเร็จสิ  อันบุรุษกับสาวงามเป็นของควรคู่กัน  บัลลังก์แห่งพญาราชสีห์ก็สมควร
ได้นางพญาสิงห์นั่งเคียงข้าง ตราบชั่วกัลป์  ..... ปีนี้องค์ธอร์เจ ทรงเพิ่งครบ
สี่สิบสองพระชันษาเท่านั้น”

อย่างน้อยก็ทรงหนุ่มแน่นกว่าเหล่าขุนนางที่ช่วยราชการมาจนถึงหกสิบย่างเข้าเจ็ดสิบปี
อย่างพวกเขานัก   ทุกคนก็เป็นไม้ใกล้ฝั่งเต็มทน   ไม้ใกล้ฝั่งที่เต็มไปด้วยประสบการณ์
เชี่ยวกรำ

ดร.เทียริ่ง กอดอกนึกทบทวนเรื่องราวผิดพลาด จากเหล่าขุนนางกับกษัตริย์ของพวกตน
มาตลอดเวลายี่สิบกว่าปี  

“เท่าที่ผ่านมา เราเคยคิดว่าพระองค์ทรงโปรดปรานการทหาร   แต่พอเอาเข้าจริงพระเจ้า
ธอร์เจก็ทรงกำหนดนโยบายเข้ามาควบคุมฝ่ายบริหารและการภาษีจนพวกขุนนางอย่างเรา
จนไม่กล้าทำผิดเรื่องการภาษีตามๆกัน    เราเคยคิดว่าพระองค์จะโปรดชีวิตสำราญใน
โทรังโดจี  จึงซ่อมแซมพระราชมณเฑียรแห่งนี้ถวายเมื่อคราวเจ้าชายทีซูลประสูติ  
แต่พระเจ้าธอร์เจกลับเสด็จไปซุกซ่อนองค์ในหุบเขาโทรัง จนไม่มีใครในพวกเราได้รับรู้
ที่พำนักของพระองค์   แล้วพระองค์ยังส่งคนมาสอดส่องเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของ
พวกเราอยู่ทุกระยะ  ทั้งสร้างระบบร้องทุกข์ประชาชนนั่นให้พวกขุนนางข้าราชการถูก
ร้องเรียนได้ง่ายๆอีก    

กษัตริย์พระองค์นี้  หากว่าไปแล้ว ทรงแหลมคมกว่าที่เราคาดคิดนัก”

การเก็บองค์ไว้ในที่ลี้ลับ  เป็นกุศโลบายอันแยบยลทำให้เหล่าขุนนางไม่กล้าอาจเอื้อม
ทำอะไรแตะต้องพระองค์ได้อย่างที่เคยถือมาในช่วงแรกที่ทรงครองราชย์    เป็นการ
ปกป้อง แยกพระองค์จากพวกขุนนางเชี่ยวกรำทั้งหลาย และออกห่างจากการแก่งแย่ง
ทางการเมืองได้อย่าง เฉลียวฉลาด  หาตัวจับยาก

พวกขุนนาง รวมทั้งท่านยัมชุกเองจึงได้แต่พากันจับจ้องทุกวิถีทาง  ที่จะสามารถใกล้ชิด
พระองค์และขอพึ่งพระบารมีองค์กษัตริย์    ไม่ว่าจะด้วยกลวิธีการใดๆ   เพราะคำตอบ
สุดท้ายของมันคือ อำนาจ และลาภยศ แห่งแคว้นสีหสถาน

“...ข้าถึงต้องพยายามใช้โอกาสสำคัญนี้  ส่งเสริมลูกสาวข้าให้เข้าใกล้ชิดฝ่าพระบาท
......จึงใคร่ขอท่านเทียริ่ง ช่วยสนับสนุนข้าอีกแรง”    

“เรื่องงานพ่อสื่อแบบนี้ ข้าย่อมเต็มใจจะช่วยเหลือ”  ดร.เทียริ่ง หลิ่วตา
“แต่ท่านยัมชุกคงรู้ว่า ทุกอย่างล้วนไม่อาจคาดการณ์ได้สำหรับ...ฝ่าพระบาท”

นายกรัฐมนตรี ยัมชุก พยักหน้า พร้อมพ่นลมออกจากปาก  ตัวท่านก็หนักใจอยู่ไม่น้อย
กับความสำเร็จอันลางเลือน

ใครเล่าจะกล้าเดาพระทัย  กษัตริย์ผู้ลึกลับซ่อนเร้นองค์ภายใต้หุบเขาโทรัง

***********************************

ต่อตอนหน้าค่ะ

 
 


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 14 ก.ค. 49 16:39:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ภาพสวยมากกกกกกกกกกกกกกก

จากคุณ : Roy_พิม - [ 14 ก.ค. 49 20:09:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

แวะมาตามอ่านค่ะ

จากคุณ : sweet_p (sweet_pk23) - [ 14 ก.ค. 49 23:23:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

อ่านแล้วได้บรรยากาศของความเป็นภูฏานจริง ๆ ค่ะ ^^

จากคุณ : Meif - [ 15 ก.ค. 49 05:13:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

คุณRoy_พิม   คุณsweet_p  และคุณMeif

ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ...เรื่องนี้เขียนเล่นๆ สนุกๆค่ะ
อ่านกันเพลินๆ  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 15 ก.ค. 49 06:55:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เขียนเล่นๆ ไม่ว่าค่ะ แต่เขียนให้จบนะคะ
ไม่งั้นคนรออ่านคงแย่แน่ๆ ^^


จากคุณ : คีตาญชลี - [ 15 ก.ค. 49 12:29:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

อ่านแล้ว  ชักงงๆค่ะ...
หรือเราเข้าใจผิด  เพราะคิดมาตั้งแต่ต้นว่าเนื้อคู่ของมัสฤน  ที่ว่าเป็นพ่อหม้าย  น่าจะเป็นพระเจ้าธอร์เจ  
แต่มิสเตอร์กาโช กะ พระเจ้าธอร์เจ....คาแรคเตอร์ดูไม่ค่อยเหมือนกันเลยนะคะ่  

อ้อ...อันนี้ความเห็นส่วนตัีว  พระเจ้าธอร์เจเนี่ย คล้ายกับองค์กษัตริย์ซิงเย วังชุก เลย...


จากคุณ : LoveSonick - [ 15 ก.ค. 49 15:08:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

พี่คีตาญชลี  อยากบอกว่าขอบคุณมากค่ะ
เรื่องที่เกี่ยวกับ สนพ. นั้น ได้ฝากให้ พี่คนๆนั้น
ช่วยตัดสินใจไปค่ะ   แต่ไม่คิดว่าจะส่งพิมพ์กันเลย..
เพราะเขียนกันเอาสนุกๆมากกว่า    

ขอโทษที่ไม่อยากเข้าไปตอบที่เวบอื่นนะคะ...เพราะ
บางเวบเจ้าที่แรงจริงๆค่ะ....เผลออ่านของแก ไปติก็ไม่ได้
แต่ทีมาอ่านงานเราแก้เสียไม่เหลือโครงเรื่องเดิม....
เลยปล่อยแกตามยถากรรม  

คุณ LoveSonick   แคแรคเตอร์เพิ่งจะเปิดเรื่องค่ะ...อาจจะ
มีอะไรแปลกๆบ้าง   แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือสังหรณ์คุณแรงดีจริงๆ ค่ะ

ก็...ไม่ผิดละค่ะ...นั่นละ....ต้นแบบของเรื่องนี้ love


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 16 ก.ค. 49 12:14:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

อายุ 42 .. ต้องมีลูกเร็วแน่เลย

จากคุณ : scottie - [ 17 ก.ค. 49 12:25:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

คุณscottie
...มีเร็วค่ะ...อภิเษกตั้งแต่ 20 ชันษา
...แล้วก็มีโอรสธิดาฝาแฝด....แล้วก็ไม่มีอีกเลย


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 17 ก.ค. 49 18:08:18 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

แต่งต่อไวๆนะค๊ะจารออ่าน อ่านแล้วได้อารมณ์ ทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า อยากร้องไห้เลยค่ะ สงสารพระเจ้าธอร์เจ จังเลย ที่ต้องเสียคนรักไป T-T

จากคุณ : เชริง ดอร์จี เดิลมา (เจ้าหญิงแห่งหิมาลัย) - [ 17 ก.ค. 49 21:53:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

มาตามอ่านอีกแล้วค่ะ
มีเรื่องสงสัยนิดหน่อยนะคะ
คือว่าถ้าพระเจ้าธอร์แจชันษาสี่สิบสอง มีพระโอรสธิดาตอนยี่สิบเอ็ด (สมรสตอนยี่สิบ) ตอนนี้องค์มกุฏราชกุมารก็ทรงมีชันษาเพียงยี่สิบเอ็ดปีเท่าน้ันเองสิคะ
แต่เห็นว่าบุตรีท่านนายกอายุยี่สิบสาม เยอะกว่าเจ้าชายน่ะค่ะ เลยสงสัยว่ารัฐทางนั้นเค้าไม่ถือกันเรื่องเจ้าสาวอายุมากกว่าหรือคะ คือถ้าเป็นบางประเทศคิดว่าน่าจะยังถือกันอยู่น่ะค่ะ

แก้ไขเมื่อ 18 ก.ค. 49 02:55:10

จากคุณ : ธาร (ธาร นาวา) - [ 18 ก.ค. 49 02:43:53 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 15

แต่งต่อเร็วๆนะค่ะ รออ่านอยู่

จากคุณ : รินเชน ทาริง (เจ้าหญิงแห่งหิมาลัย) - [ 20 ก.ค. 49 11:27:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

ตอนที่ 4 ค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W4552538/W4552538.html


จากคุณ : ลิลิตฯ - [ 20 ก.ค. 49 18:22:09 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | PanTown.com | BlogGang.com