~~ White Wind Jasmine My Love ~~นิยายรัก 14 ตอนจบค่ะ (ตอนที่ 1)

นามแฝงที่ใช้ในการแต่งนิยายคือ ๐oฟองคลื่นo๐ ค่ะ
ขอฝากตัวกับห้องถนนนักเขียนด้วยนะคะ เป็นครั้งแรกที่นำนิยายมาลงที่นี่ค่ะ ผิดพลาดยังไงแนะนำติชมได้ค่ะ
นิยาย 14 ตอนจบค่ะ ซึ่งเขียนจบแล้วค่ะ ตอนนี้จะเริ่มทยอยนำมาลงให้ได้ติชมกันค่ะ

----------------------------------------------------------
                ‘ขณะนี้ เครื่องบินของเรากำลังอยู่บนระดับความสูง 72,000 ฟุต บินด้วยความเร็ว...’

         เสียงกัปตันเครื่องบินดังขึ้นตามสายสัญญาณเสียง บนเครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดของสายการบิน Jasmine Airlines พลันสัญญาณเตือนรัดเข็มขัดนิรภัยดับลง ตามด้วยเสียงปลดเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารชั้น First Class แห่งนี้

        ภาพแผนที่แสดงเส้นทางการบินจากประเทศฮ่องกงสู่ประเทศไทย บนสกรีนส่วนตัวในแต่ละที่นั่งของผู้โดยสารดับลง แทนด้วยวีดีโอแนะนำการท่องเที่ยวสู่ประเทศจุดหมายปลายทาง ภาพวัดวาอารามและศิลปวัฒนธรรมไทยถูกถ่ายทอดอย่างวิจิตรบรรจงสู่สายตานักท่องเที่ยว เพื่อหวังให้ความรู้และดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

        แต่สำหรับผู้โดยสารชั้น First Class แห่งนี้ ภาพจอสกรีนส่วนตัวตรงหน้ากลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

        ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทที่กำลังนั่งโซฟาชั้นดี ลงมือปลดเข็มขัดนิรภัยของตนเอง พลางหยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาวางบนโต๊ะส่วนตัวของที่นั่ง ใบหน้าคร้ามที่ค่อนไปทางขาวตามภาษาของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเมืองหนาวมาโดยตลอด บัดนี้ ไม่อาจบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ใดๆ

         ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มเม้มสนิทเหมือนคนกำลังใช้ความคิด ดวงตาคมสีดำขลับจดจ้องแน่วแน่อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้างใดๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พลางยกมือใหญ่ตามประสาชายหนุ่มฉกรรจ์ขึ้นลูบคางไร้หนวดเคราของตนเองอย่างใช้ วิจารณญาณ

          “เมนูอาหารสำหรับวันนี้ค่ะ จะรับเครื่องดื่มอะไรก่อนมั๊ยคะ”

      กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆเจือด้วยกรุ่นกลิ่นมะลิปลุกภวังค์ของชายหนุ่ม พร้อมด้วยเสียงใสๆที่ถามเขาเป็นภาษาอังกฤษ พลางมือบอบบางเล็กๆนั่นยื่นเมนูอาหารที่จัดอยู่ในแฟ้มหนังอย่างดีให้เขา

       ชายหนุ่มชะงักอยู่เพียงครู่เดียว ในขณะที่รับเมนูนั้นวางไว้ข้างๆคอมพิวเตอร์ของเขา พลางโบกมือโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

         “ไม่ครับ ขอบคุณ” เสียงนุ่มลึกแต่มีอำนาจตอบหล่อนเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

        ร่างสูงเพรียวในชุดไทยสีขาวสะอาดตาโค้งให้เขาเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเลยไปบริการแขกคนอื่นต่อไป

          เครื่องบินลำใหญ่ทะยานท่ามกลางหมอกเมฆไปอย่างเงียบๆ ไม่ต่างไปจากเสียงเงียบของห้องโดยสารชั้นหนึ่งในขณะนี้

          ภูผาหลับตาลงอย่างเมื่อยล้าชั่วครู่ ร่างสูงใหญ่กำยำเอนตัวพิงไปกับโซฟาชั้นดีอย่างต้องการขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำงานของตนเองมาเป็นเวลานาน นานหลายเดือนหลายปีเลยทีเดียวกับงานชิ้นนี้ และเขาหวัง...หวังว่ามันจะจบลงที่นี่ แผ่นดินแม่ที่เขาไม่เคยได้กลับมาเหยียบอีกเลยหลังจากเหตุการณ์คราวนั้น สิบกว่าปีได้แล้วสินะ สิบสามปีที่เขาไม่อาจกลับมาที่นี่ได้ สิบสามปีที่ฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนเขามาตลอด สิบสามปีกว่าที่เขาจะตัดสินใจกลับมากู้คืนทุกอย่างที่สูญเสียไป และเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาเกลียดแสนเกลียดและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต

ชายหนุ่มถอนหายใจไล่ความคิดต่างๆออกไปจากสมอง พลางลืมตาเพื่อหันไปมองรอบๆห้องผู้โดยสารที่กว้างใหญ่แห่งนี้

              ห้องโดยสารชั้นหนึ่งของเครื่องบินลำนี้ ถูกจัดไว้สำหรับการเดินทางระยะยาวอย่างแท้จริง ถ้าเท่าที่เขารู้...เครื่องบินโบอิ้งลำนี้ของสายการบิน JUS แห่งนี้ บินไกลมาจากรัฐซีแอตเติ้ล ประเทศสหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยแวะพักระหว่างเส้นทางที่ประเทศฮ่องกง เมืองที่ทำให้เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้

           ถึงแม้เขาจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาบ่อยเพียงใดเพื่อการติดต่อทางธุรกิจ แต่เขาก็ไม่เคยใช้บริการสายการบินนี้มาก่อน ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่ามันเป็นสายการบินของประเทศไทย ประเทศแม่ที่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เขาต้องหลีกเลี่ยงติดต่อมาโดยตลอด แต่วันนี้มันไม่จำเป็นอีกแล้วที่เขาจะหนี..เพราะเขากลับมาเพื่อเผชิญหน้า เผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่ผลักดันให้เขาต้องจากที่นี่ไป

      ห้องโดยสารชั้นหนึ่งแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นห้องส่วนตัวเล็กๆให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ ลักษณะการออกแบบตกแต่งเป็นไปตามสไตล์ไทยๆที่เขาหวนคิดถึงเป็นยิ่งนัก แม้แต่การแต่งกายของแอร์โฮสเตสแม้ในยามเสริ์ฟอาหารบนเครื่องบิน ก็ยังคงแต่งกายในชุดไทยจักรี ด้วยเสื้อแขนกระบอกสีขาวและผ้าถุงดิ้นทองสีขาวบริสุทธิ์ ให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงความสะอาดตา และย้ำคอนเซปต์สีขาวของดอกมะลิซ้อน คงความเป็น  Jasmine Airlines ได้เป็นอย่างดี

        ท่ามกลางความเงียบของห้องโดยสาร ชายหนุ่มพอได้ยินเสียงพิมพ์คอมพิวเตอร์ดังแว่วมาจากหลายทิศทาง พอรู้อยู่แก่ใจว่าผู้โดยสารไม่กี่คนในห้องนี้กำลังให้ความสนใจกับการทำงานไม่ต่างไปจากเขา อาจด้วยเวลาบินในช่วงกลางวันเช่นนี้ที่ทำให้ใครไม่สามารถหลับได้ถึงแม้ห้องผู้โดยสารจะมีการปิดหน้าต่างและลดแสงสว่างลงก็ตามที และอาจด้วยความเป็นนักธุรกิจของผู้ที่มักบินในชั้นโดยสารชั้นหนึ่ง ที่มักไม่ใช่ผู้คนที่มีเวลาว่างไปกับการพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ

            ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งไล่ความเหนื่อยล้าในจิตใจ เขาเกลียดการขึ้นเครื่องบินโดยเฉพาะสายการบินพาณิชย์ที่สุดในชีวิต และเกลียดอดีตทุกอย่างของตัวเอง แต่ถ้าเขาหนี...เขาก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างที่รบกวนในจิตใจ กลับไปคราวนี้เขาจะประกาศให้พวกมันรู้ว่านายภูผา ชนะเดชาคนนี้ พร้อมที่จะสู้กับอะไรก็ตาม อย่างลูกผู้ชายเสมอ

          กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิซ้อนที่เคยปลุกภวังค์ชายหนุ่มเมื่อครู่ ทำให้ชายหนุ่มต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งตามสัญชาตญาณของคนที่มักต้องระวังภัยที่จะเกิดแก่ตนเองอยู่เสมอ พลันสายตาคมกริบคู่นั้นสบเข้ากับกิริยากึ่งตกใจของหญิงสาวตรงหน้า

         ร่างระหงก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างนุ่มนวลด้วยความตกใจ ใบหน้านวลภายใต้เครื่องสำอางค์ยิ้มให้เขาเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบหนึ่งอย่างชัดเจน ก่อนที่เจ้าตัวจะปรับตัวเองให้เข้าสู่ภาวะปรกติได้อย่างรวดเร็ว แย้มยิ้มให้เขาทั้งปากทั้งตาอย่างมืออาชีพ

         หญิงสาวยกถาดเงินในมือหล่อนขึ้นช้าๆ เป็นเชิงให้เขาเห็นถึงเจตนาบริสุทธิ์ของหล่อน พลางยิ้มให้เขาจนเห็นฟันเขี้ยวและลักยิ้มบุ๋มลงไปบริเวณแก้มขวา บ่งบอกให้เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้หล่อนจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มเหมือนกับดาราหนังหรือนางแบบดัง แต่เมื่อหล่อนยิ้ม โลกทั้งโลกช่างดูสดใสนัก

           “ผู้โดยสารส่วนมากมักจะเกิดอาการเวียนศีรษะ ถ้าพักผ่อนน้อยและต้องเดินทางบนเครื่องบินที่มีแรงดันอากาศไม่ปรกติแบบนี้ ดิฉันเลยนำยามาให้น่ะค่ะ”

            เสียงใสๆนั้นพูดกับเขาเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำในคราวนี้ พลางบรรจงวางถาดสีเงินลงบนโต๊ะข้างคอมพิวเตอร์ของเขา และรินน้ำเปล่าลงในแก้วทรงสวยและเลือกวางลงบนที่วางแก้วที่อยู่ใกล้ตัวเขา

         เพียงแค่หล่อนโน้มตัวมาใกล้ กลิ่นน้ำหอมและดอกมะลิที่ละมุนละไมยิ่งชัดเจนขึ้น ผมยาวที่เป็นลูกคลื่นบางๆเคลียบ่าหล่อนร่วงลงมาด้านหน้าเพียงเล็กน้อย ในช่วงที่หล่อนโน้มตัวลงวางถาดยาให้แก่เขา

      “ขอบคุณครับ”  ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แต่ทว่ายังคงนิ่งงันด้วยความรู้สึกบางอย่าง

          หญิงสาวโค้งตัวให้เขาเล็กน้อย ก่อนเดินกลับไปอย่างเงียบเชียบไปยังด้านหลังของห้องพักผู้โดยสารชั้นหนึ่ง

        ภูผาอดที่จะหันไปมองตามร่างบางนั้นไม่ได้ ถึงแม้หล่อนจะไม่ใช่หญิงสาวสูงชะรูด แต่ความสูงในระดับของหล่อนก็ไม่ได้ลดท่วงท่าความสง่างามของตนเองไปเลยสักนิด

        ดวงตาคมของเขาหันกลับมาให้ความสนใจกับถาดสีเงินตรงหน้า ดอกมะลิซ้อนสีขาวบริสุทธิ์วางเทียมกับยาเม็ดสีขาวที่ถูกจัดใส่อยู่ในกระทงใบตองเล็กๆอย่างบรรจง มันแปลกตาและชวนมองจนเขาอดที่จะประทับใจในรูปแบบและการบริการของสายการบินนี้ไม่ได้ ไม่นึกแปลกใจสักเพียงนิด ว่าเหตุใดสายการบิน JUS แห่งนี้ถึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันสูงในธุรกิจสายการบินในประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเติบโตไม่ถึง 10 ปี หรืออาจจะแค่ประมาณ 6 – 7 ปีด้วยซ้ำ ซึ่งเขาเองก็ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดตรงนี้

          ชายหนุ่มหยิบดอกมะลิซ้อนสีขาวสะอาดตามาหมุนเล่นในมือ มะลิซ้อน...ดอกไม้ไทยที่ช่างสวยแปลกตานัก ไม่น่าเชื่อว่าดอกเล็กๆเพียงแค่นี้กลับส่งกลิ่นหอมขจรขจายได้ขนาดนั้น สร้างความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายได้อย่างประหลาด

          ไม่ต่างกับ ‘นางฟ้า’ ในชุดขาวเมื่อครู่ หล่อนนิ่งและเยือกเย็น แต่กลับอ่อนหวานและฉลาดลึกอย่างน่าแปลกใจ

       ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเพียงเล็กน้อยให้กับคำพูดของหล่อน หล่อนไม่พูดว่าเขา ‘เมาเครื่องบิน’ แต่กลับบอกเทียบว่าร่างกายเขาทำงานอย่างหนัก และประกอบกับสภาวะการบินที่ทำให้ร่างกายของเขาเหนื่อยล้า และมีอาการปวดหัวแทบบ้าเหมือนที่เขาเป็นในตอนนี้ หล่อนพูดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้โดยสารเช่นเขา

         ช่างเป็นคำพูดอ้อมค้อม ที่อ่อนโยนอย่างแปลกประหลาด เพราะมันคงน่าอายนักที่ชายชาตรีวัยสามสิบสามอย่างเขาจะต้องบอกว่าเขา ‘เมาเครื่องบิน’ แม้ว่ามันจะมาจากสาเหตุทางสภาพจิตใจของเขาเองก็ตาม

         เขายังคงนึกแปลกใจไม่หาย หล่อนรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังรู้สึกแย่มากๆบนนกเหล็กลำใหญ่ที่กำลังทะยานฟ้าอย่างนิ่มนวลในเวลานี้ คิดพลางยกมือลูบใบหน้าของตนเองอย่างครุ่นคิด ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาได้แสดงความรู้สึกทรมานบางอย่างให้หล่อนได้เห็นหรืออย่างไร นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่ไม่เคยมีใครรู้ได้ว่าเขาคิดอะไร หรือรู้สึกอย่างไร

          และยิ่งน่าแปลกใจที่สุดสำหรับคนอย่างเขา ผู้ชายที่อยู่กับสัญชาตญาณการระวังภัยของตนเองมาตลอดชีวิต กลับตอบรับไมตรีของหล่อนได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสภาวะทางร่างกายที่ไม่ค่อยสู้ดีของเขา กลิ่นหอมเย็นๆจากดอกมะลิ หรือรอยยิ้มหวานๆของหล่อนกันแน่

จากคุณ : Love_melody - [ 22 เม.ย. 49 22:16:58 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

“ปุ๊ก ขวัญใจพวกเราที่นั่งที่ A4 นั่นไม่สบายเหรอ”

        “อืม ตอนเอาเมนูไปให้รู้สึกว่าหน้าเขาซีดๆน่ะ เลยคิดว่าน่าจะเมาเครื่องบิน”

            หญิงสาวพูดราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา พลางอุ่นอาหารช่วยเพื่อนที่รับหน้าที่นี้ให้ทันเสิร์ฟเสร็จให้ทันเวลา เพราะไฟลท์นี้บินระยะสั้นจากฮ่องกงไปกรุงเทพฯ ซึ่งทุกอย่างต้องเสร็จให้ทันก่อนที่เครื่องจะลงจอดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

         คิดถึงเวลาเครื่องร่อนลงจอดแล้วหญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ ถึงแม้จะเป็นการบินยาวจาก กรุงเทพไปซีแอตเติ้ลและกลับจากซีแอตเติ้ลมากรุงเทพ ภายในข้ามคืนที่ได้นอนพักที่นั่น และก็บินยาวกลับมาอีกสิบกว่าชั่วโมง กลับไม่ทำให้หล่อนรู้สึกเหนื่อยล้าเลยสักนิดกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า

       หมดงานนี้หญิงสาวก็ได้พักยาวติดต่อกัน 3 วัน และหลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์หล่อนก็จะได้พักยาวอีกว่าหนึ่งอาทิตย์ตามที่หล่อนได้ลาไว้

            ช่างโชคดีเหลือเกินที่หล่อนได้วันหยุดเป็นเวลา 3 วันในช่วงคริสมาสต์โดยไม่ต้องลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวันนี้ ที่ทำให้การกลับไปถึงกรุงเทพฯดูพิเศษกว่าวันไหนๆ และวันหยุดพัก 3 วันหลังจากโหมงานหนักมาตลอดหนึ่งเดือนเพื่อวันหยุดพักผ่อนที่ลาไว้ในอาทิตย์หน้า ก็เป็นวันหยุดพักที่คุ้มค่าที่จะได้ใช้เวลาสุดพิเศษ เพราะวันนี้เพื่อนสนิท 2 คนของหล่อนกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ไม่อาจไปร่วมงานพิธีหมั้นในตอนเช้าได้ แต่อย่างน้อยถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหล่อนก็ยังไปทันงานรดน้ำสังข์ในตอนบ่าย และไม่เพียงแต่โอกาสพิเศษของ 2 เพื่อนสนิทที่ได้พบเจอกันบ่อยในเมืองไทย แต่นั่นหมายถึงหล่อนจะได้พบเจอเหล่าบรรดาเพื่อนสนิททั้งหมดตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่เมื่อจบแล้วก็แยกย้ายกันไปตามทางเดินของแต่ละคน 3 วันนี้คงจะได้คุยกับเหล่าเพื่อนๆตัวแสบของเธอให้สมความคิดถึง และวันหยุดยาวในอาทิตย์หน้าก็วางแผนไว้สำหรับการไปเที่ยวฉลองวันปีใหม่กับเพื่อนๆก๊วนเดิม

           นอกจากนี้ หญิงสาวก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินจากการทำเรื่องลาล่วงหน้ามาเป็นแรมปี เพราะใครๆก็รู้ว่าช่วงเทศกาลคริสมาสต์กับปีใหม่แบบนี้ เป็นช่วงที่ธุรกิจสายการบินโหมงานหนักที่สุด ถือว่าเป็นเทศกาลที่ลาหยุดได้ยากเลยทีเดียวถ้าไม่ทำเรื่องล่วงหน้าไว้ยาวนาน และไม่ได้ทำอาชีพนี้มานาน โอกาสลาหยุดในช่วงที่สายการบินอาจเพิ่มเที่ยวบินเมื่อไหร่ก็ได้แบบนี้จึงเกือบจะเท่ากับศูนย์ แต่ช่างเถอะ...ไม่เกี่ยวกับหล่อนแล้วนี่ เพราะวันหยุดที่รอคอยที่สุดหล่อนก็ได้มาแล้ว

        นึกแล้วก็คิดถึง เกือบสี่ปีนับจากจบจากรั้วมหาวิทยาลัยหล่อนและเพื่อนๆก็ไม่ได้พบปะสังสรรค์กันครบองค์ประชุมอีกเลย ทุกคนต่างมีหนทางของตนเอง บ้างเรียนต่อ บ้างทำงาน แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปเกือบหมด มีเวลาว่างที่หาตรงกันแทบไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะอาชีพอย่างหล่อนเองด้วย ที่มักไม่ได้หยุดตรงกับคนอื่นๆเขา แต่ท้ายที่สุดแล้ว หล่อนก็พอใจกับอาชีพนี้ที่สุด
“นี่...ปุ๊ก...เฮ้” เสียงเล็กๆของอรตะโกนเรียกขึ้นแทรกความคิดของหล่อน จนทำให้หญิงสาวต้องรีบหันไปมองหน้าหญิงสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ

          ทักษอรเป็นสาวสวย ถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเคยผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายของเวทีประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์สมาก่อน ตาที่หรี่เล็กตามประสาสาวหมวยของหล่อนคมได้รูปรับกับผิวขาวๆและใบหน้าปากนิดจมูกหน่อยนั่น เรียกได้ว่าหล่อนสวยแบบ ‘พิมพ์นิยม’ สำหรับชายไทยเลยทีเดียว เห็นได้ชัดจากการที่หล่อนเป็นที่หมายตาของสจ๊วตไทยและนักบินหนุ่มอยู่หลายครั้ง

        ทักษอรกับหญิงสาวผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นนางฟ้าชุดขาวในสายการบินนี้ ในรอบเดียวกันทำให้ค่อนข้างสนิทกันมาก และเลือกที่จะบินคู่กันอยู่บ่อยครั้ง ตามสิทธิ์ของพนักงานสายการบินนี้ที่มีสิทธิ์จะเลือก Partner ในการบินร่วมกันได้

   “อะ..อะไร”

   “หนุ่ม A4 เขาเป็นยังไงบ้างน่ะ โอ๊ย เรานะตอนยืนต้อนรับพอเห็นหน้าเขานะ ใจแทบละลายเลย แทบอยากจะขอเปลี่ยนเวรจากหน้าเตาไปเป็นบริการแขก ถ้าไม่เห็นสายตาลุง Purser  ซะก่อนนะ”

      หล่อนบ่นกระปอดกระแปดอย่างเสียอกเสียดาย ทำให้หญิงสาวได้แต่อมยิ้มกับคำพูดนั้น ทักษอรเป็นคนแบบนี้เสมอ ดูเหมือนก๋ากั่น แต่เป็นคนที่ไม่มีอะไร มักชอบพูดแซวเล่นให้เพื่อนๆได้อมยิ้มอยู่เสมอ

        “ก็ไม่ยังไง เขาก็เงียบๆนิ่งๆน่ะ ตวัดสายตาขึ้นมาทีนี่หัวใจแทบวาย ผู้ชายอะไรตาดุชะมัด ดูเป็น...ผู้บริหารใหญ่โตแน่ๆ”

        “เห็นด้วยๆ ผู้ชายท่าทางแบบนี้แสดงว่าต้องเป็นคนที่ถนัดการออกคำสั่ง นี่ก็ตรงเสปคฉันเหมือนกัน” ทักษอรดีดนิ้วดังเป๊าะก่อนที่จะลงมืออุ่นอาหารต่อ เรียกเสียงหัวเราะคิดคักจากแอร์โฮสเตสสาวผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่

           “เขามีบอดี้การ์ดมาด้วยนะคะ” หวาน แอร์โฮสเตสรุ่นน้องจากส่วนของชั้นธุรกิจต่อเรื่องได้อย่างรู้งานว่ากำลังพูดถึงใคร พลางทรุดตัวลงหยิบไวน์จากตู้แช่อย่างไม่ให้เสียเวลาในการทำงาน “พี่อร หวานหยิบไวน์แดงไปขวดนึงนะคะ ผู้โดยสารธุรกิจวันนี้ดื่มหนักมาก ที่สำรองไว้มีไม่พอ”

       “อะไรกัน แต่วันเลยเหรอ” ปุ๊กอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ ในขณะที่ดูเหมือนว่า Partner คนสนิทจะสนใจคำพูดประโยคแรกของรุ่นน้องมากกว่า

      “มีบอดี้การ์ดด้วยเหรอ ! ว้าว ! รู้ได้ไงจ๊ะ”

      “ค่ะ ผู้โดยสารชาวรัสเซียกลุ่มนึงที่เพิ่งขึ้นมาจากฮ่องกงนี่แหละค่ะ เห็นว่าฉลองธุรกิจ”

      “คนรัสเซีย ดื่มหนักอยู่แล้วนี่นะ” หญิงสาวยักไหล่พลางหยิบแก้วทรงสูงวางเรียงในรถเข็นอาหาร ในขณะที่อรละงานตรงหน้าชั่วขณะ ยังคงให้ความสนใจในคำถามที่ยังไม่ได้ตอบของเธอ

       “ก็แหม...” แอร์โฮสเตสรุ่นน้องแอบหัวเราะกิ๊กเบาๆเมื่อเห็นหญิงสาวรุ่นพี่ทำท่าสนใจใคร่รู้ขนาดนั้น “ก็เห็นเดินตามหลังกันมาตั้งแต่ที่สนามบินน่ะค่ะ พอดีวันนี้หวานมาเลทเลยเห็นเข้าพอดี แล้วบอดี้การ์ดเขาน่ะก็นั่งอยู่ที่ชั้นธุรกิจนั่นแหละค่ะ 2 คน นั่งนิ่งเหมือนหุ่นยนต์รอรับคำสั่งยังไงยังงั้นเลย”

         “สงสัยจะเจ้าพ่อที่ไหนล่ะมั้ง”

         หญิงสาวกลอกตาอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา หล่อนทำงานมามากพอดู ยอมรับว่าอาชีพนี้ทำให้หล่อนเห็นช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนมากยิ่งขึ้น เห็นทั้งมุมมองของความฟุ่มเฟือย หยิ่งทระนงตนของผู้โดยสารมีฐานะ และเห็นถึงในอีกด้านหนึ่งถึงความยากลำบากเหล่านั้น ผู้โดยสารหลายต่อหลายคนในชั้น first class และ business class ไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า หลายครั้งที่หล่อนเห็นว่าพวกเขาต้องทำงานแข่งกับเวลาเสมอ แม้แต่เวลานอนพักบนเครื่องบินยังแทบไม่มี ไม่เว้นแม้แต่ผู้โดยสารที่นั่ง A4 ที่ท่าทางมีอำนาจคนนั้นด้วย

            และแล้วบทสนทนาของสาวๆก็ต้องจบลงด้วยเสียงบริการผู้โดยสารของลุง Pursur ด้านนอก ที่ทำให้ทุกคนต้องรีบแยกย้ายทำงานของตนเองก่อนที่จะถูกรายงาน


จากคุณ : Love_melody - [ 22 เม.ย. 49 22:21:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

“จะรับเป็น...” หญิงสาวหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้นเมื่อหยุดอยู่ที่ที่นั่ง A4 ถาดยาที่วางอยู่ข้างๆคอมพิวเตอร์ที่ชายหนุ่มใช้พิมพ์ข้อมูลยังคงมียาเม็ดสีขาววางนิ่งอยู่ในนั้น

     “ตายจริง คุณยังไม่ได้...”

     “ผมนึกได้ว่าพอดีไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้า”

      ชายหนุ่มให้คำตอบหล่อนโดยที่หญิงสาวยังพูดไม่ทันครบประโยคดี ราวกับรู้ว่าหญิงสาวจะพูดว่าอะไรทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาพิมพ์คอมพิวเตอร์เครื่องเล็กของเขา

       “ตายจริง ขออภัยจริงๆค่ะ ดิฉันไม่ทันนึกว่ายานี้ไม่ควรทานตอนท้องว่าง ต้องขอประทานโทษจริงๆนะคะ” หญิงสาวรีบพูดอย่างขอลุแก่โทษ พลางน้อมตัวลงอย่างรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ทำให้ชายหนุ่มละมือจากการพิมพ์งานของเขา พร้อมๆกับยกนาฬิกาข้อมือเรือนแพงของตนเองขึ้นดู

         “ไม่เป็นไรครับ ผมพอทราบว่าคุณกำลังจะเสิร์ฟอาหารพอดี ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร” เขาพูดพลางพับคอมพิวเตอร์ของเขาลง และยกมันไปวางไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างตัวเขาแทน

      “ผมขอเป็นอาหารไทยก็แล้วกัน”

        สิ้นเสียงทรงอำนาจของเขา หล่อนก็หยิบ Set อาหารไทยตามเมนูวางเรียงรายให้เขาตามความเคยชิน และในขณะที่หล่อนกำลังจะหยิบเครื่องดื่ม ก็หันไปมองหน้าเขาอีกครั้งเพื่อที่จะถามว่าเขาจะดื่มอะไร แต่ก็พบว่าเขามองมาที่หล่อนอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นบอกไม่ได้เลยว่ารู้สึกเช่นไร

      “คนป่วยอย่างผมคงเหมาะกับน้ำเปล่าที่สุด จริงไหม”

       เขาตอบคำถามในความคิดหล่อน ก่อนที่หล่อนจะเอ่ยปากเสียด้วยซ้ำ ทำให้ใบหน้านั้นเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย นี่เขาจะว่าว่าหล่อนไปเจ้ากี้เจ้าการเรื่องอาการป่วยของเขารึเปล่านะ ท่าทางของเขาก็ดูอีโก้ไม่หยอกหรอก

       “คุณชื่ออะไร” เขาถามขึ้นในขณะที่หล่อนยังมึนงงไม่หาย

          หล่อนขมวดคิ้วอีกครั้งด้วยความรู้สึกตกใจยิ่งกว่าเดิม โดยมากแล้วผู้โดยสารมักจะถามคำถามนี้ถ้าได้รับการบริการที่ไม่พอใจ จะมีผู้โดยสารน้อยคนมากๆที่ถามชื่อเพื่อที่จะเขียนจดหมายขอบคุณมายังสายการบิน โดยมากแล้วถ้าบริการไม่ถูกใจก็มักชอบใจที่จะเขียนตำหนิกันมากกว่าเขียนชม ซึ่งถ้าถูกใจก็มักจะเก็บไว้เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคลเท่านั้น แล้วเขาล่ะ...เขาถามหล่อนด้วยความรู้สึกไหน

       “เอ่อ...คือ...”

       “ผมแค่รู้สึกอยากขอบคุณ” ดูเหมือนเขาจะตอบคำถามในใจหล่อนได้อีกแล้ว อย่างมั่นใจด้วยว่าเขาอ่านความคิดหล่อนออกไม่ผิดเพี้ยน

       “คงไม่ดีเท่าไหร่ที่ผมจะถามคนอื่นว่าคุณชื่ออะไร และก็คงดูไม่ดีนักสำหรับสุภาพสตรีที่จะมีสุภาพบุรุษสังเกตป้ายชื่อตัวเล็กๆของคุณ”

        เขาพยายามไม่พูดต่อ ว่าป้ายชื่อของหล่อน...บนหน้าอกหล่อน ซึ่งหล่อนคิดว่าเป็นคำพูดตรงไปตรงมาที่ค่อนข้างยุติธรรมดีแล้ว ที่เขาไม่ทำให้เธออายเสียก่อน

      “อัปสรค่ะ”

       คิดได้แค่นั้นหญิงสาวก็รีบตอบออกมาเสียก่อน กลัวว่าเขาจะเดาความคิดหล่อนไปได้มากกว่านี้ พลางรีบรินน้ำใส่แก้วอีกใบวางเคียงชุดอาหารไทยให้แก่เขา อย่างไม่อยากที่จะอยู่ใกล้เขาไปนานกว่านี้ บอกตรงๆว่าหล่อนไม่ชอบผู้ชายที่ดูเหมือนจะเดาความคิดหล่อนออกง่ายๆแบบนี้ และในทางกลับกัน หล่อนก็ไม่ชอบคนที่หล่อนสนทนาด้วยแต่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แบบนั้น และความไม่ชอบนี่แหละที่หล่อนกลัวว่าเขาจะสังเกตเห็นและเดาใจหล่อนออกในที่สุด
 
         “อัปสร...” เสียงทรงอำนาจนั้นพึมพำขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันมาสบตาเธอเต็มตา “ที่แปลว่า…”

        “ค่ะ” หญิงสาวสวนขึ้นมาทันควันโดยไม่รอให้เขาพูดจบ ‘นางฟ้า’ คำแปลที่ดูเหมือนว่าจะเหมาะกับเธอเพียงเพราะเธอทำอาชีพนี้เท่านั้น

        “เหมาะดีนะ” คราวนี้เสียงของเขาดังค้านความคิดหล่อน จนหญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้

      “ขอบคุณครับ” ใบหน้าคร้ามนั้นอมยิ้มเพียงเล็กน้อย ก่อนผายมือเป็นการเชิญให้หล่อนได้กลับไปทำงานต่อ เป็นการบอกเป็นนัยว่าจบบทสนทนา ซึ่งหล่อนเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจคำเชิญของเขาสักนิด กลับนึกชอบใจด้วยซ้ำที่ได้เดินออกมาจากช่วงเวลาน่าอึดอัดนั่น

       แต่น่าแปลกนัก...ที่หล่อนยังรู้สึกค้างคาใจกับรอยยิ้มสุดท้ายนั่น ไม่รู้ว่าเขายิ้มด้วยความรู้สึกไหนกันแน่นะ


จากคุณ : Love_melody - [ 22 เม.ย. 49 22:24:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ภายหลังจากที่ผู้โดยสารลงจากเครื่อง และทำความสะอาด ตรวจเช็คตัวเครื่องเสร็จแล้ว หญิงสาว เพื่อนๆ และเหล่านักบินก็เดินลงบันไดจากตัวเครื่องเพื่อขึ้นรถบัสสำหรับพนักงานเพื่อไปยังอาคารผู้โดยสาร

          ปุ๊กขอตัวออกมาจากกลุ่มก่อน เพื่อเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดราตรีสั้นในห้องน้ำ เพื่อให้ทันการรดน้ำของบ่าวสาวเพื่อนสนิท

     หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีสั้นสีส้มอ่อนที่ไล่โทนสีไปจนถึงสีขาว ทำให้ชุดดูสดใสแปลกตานัก ก่อนรีบก้าวผมรวบตึงเป็นมวยไปยังท้ายทอยเพื่อให้รับกับไหล่กลมกลึงที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยวของชุดราตรีนั้น และรีบเดินออกมาเพื่อไปยังนอกตัวอาคาร

         ในขณะที่หญิงสาวกำลังเดินเร็วๆอยู่นั้น พลันสายตาหันไปเห็นบรรดาผู้โดยสารขาเข้าจากเที่ยวบินของเธอและเที่ยวบินอื่น ยังคงยืนต่อแถวรอการตรวจคนเข้าเมือง มีเพียงชายหนุ่มที่หล่อนเพิ่งพูดคุยกับเขาบนเครื่องเท่านั้นที่กำลังตรวจอยู่ในห้องพิเศษ เป็น VIP ที่ไม่ต้องต่อแถวเหมือนคนอื่นๆ ทำให้หล่อนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร

           ชายหนุ่มยืนอยู่พร้อมชายร่างสูงสองคนในชุดสูทสีดำสนิทเช่นกัน แต่มีลักษณะพินอบพิเทาเขาอย่างเห็นได้ชัด เหมือนจะเป็น ‘บอดี้การ์ด’ เหมือนรุ่นน้องของหล่อนว่า
เขากำลังถูกตรวจอาวุธโดยอุปกรณ์ตรวจ ซึ่งหล่อนคิดว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจเจออาวุธจากพวกเขาก็คงไม่แปลกอะไร และไวเท่าความคิด ที่เครื่องตรวจส่งเสียงร้องขึ้นเมื่อเขาผายมือไปที่บริเวณขาข้างขวาของเขาที่เครื่องตรวจตรวจจับอยู่

         หญิงสาวหยุดยืนมองอย่างลืมตัว เห็นลูกน้องของเขายื่นบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับฟิล์มเอกซเรย์ให้เจ้าหน้าที่ และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ซึ่งในขณะที่หล่อนหรี่ตาคาดเดาเหตุการณ์อยู่นั้นชายหนุ่มก็หันหน้ามาสบตากับหล่อนเข้าอย่างจัง

         หญิงสาวยืนตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูก ไม่อาจหลบสายตาคมกริบคู่นั้นได้ ในขณะที่เขาจ้องมองหล่อนอยู่ชั่วครู่ก่อนยิ้มทักทายหล่อนเล็กน้อย พร้อมๆกับสายตาดุดันของลูกน้องสองคนของเขาหันมาทางหล่อน นั่นแหละ ที่ทำให้หล่อนรู้สึกตัว พยักหน้ารับคำทักทายเขาแล้วรีบเดินจากไปก่อนที่เขาจะเดินออกมาบอกหล่อนเองว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น เหมือนที่หล่อนกำลังตั้งคำถามอยู่ในใจเมื่อครู่


จากคุณ : Love_melody - [ 22 เม.ย. 49 22:25:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

จบสำหรับตอนแรกค่ะ จะค่อยๆทยอยๆนำตอนที่เหลือมาลงค่ะ ช่วยติชมด้วยนะคะ

จากคุณ : ๐oฟองคลื่นo๐ (Love_melody) - [ 22 เม.ย. 49 22:26:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

อึ๋ย พระเอกนี่มาดมาเฟียมาเลยอ่ะ อิอิ น่าสนุกค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ

จากคุณ : ก๊อตซิลล่า - [ 23 เม.ย. 49 01:47:11 A:124.120.201.202 X: TicketID:117619 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เเค่ตอนเเรกก็เริ่มสนุกละ ชอบบทบรรยายที่คุณเขียนค่ะเพราะทำให้คนอ่าน
จินตนาการภาพที่ผู้เขียนต้องการสื่อถึงได้ดี


จากคุณ : Waffleice - [ 23 เม.ย. 49 17:16:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ขอตอนที่ 2 ต่อเลยได้ไหมคะ กำลังสนุกเลย

จากคุณ : หว่าหวาอ้วนกลม - [ 24 เม.ย. 49 13:03:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ดาว

จากคุณ : คุณพีทคุง (พิธันดร) - [ 24 เม.ย. 49 14:31:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

หรือจะเป็นกระสุนปืน

จากคุณ : scottie - [ 25 เม.ย. 49 18:03:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

เข้าท่ามากค่ะ มี14ตอนหรือคะ ตามอ่านแน่ๆค่ะ

จากคุณ : ธาราฝัน - [ 28 เม.ย. 49 01:13:34 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป