CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom

Go to http://Saijai.net


    ~~ White Wind Jasmine My Love ~~นิยายรัก 14 ตอนจบค่ะ (ตอนที่ 1)

    นามแฝงที่ใช้ในการแต่งนิยายคือ ๐oฟองคลื่นo๐ ค่ะ
    ขอฝากตัวกับห้องถนนนักเขียนด้วยนะคะ เป็นครั้งแรกที่นำนิยายมาลงที่นี่ค่ะ ผิดพลาดยังไงแนะนำติชมได้ค่ะ
    นิยาย 14 ตอนจบค่ะ ซึ่งเขียนจบแล้วค่ะ ตอนนี้จะเริ่มทยอยนำมาลงให้ได้ติชมกันค่ะ

    ----------------------------------------------------------
                    ‘ขณะนี้ เครื่องบินของเรากำลังอยู่บนระดับความสูง 72,000 ฟุต บินด้วยความเร็ว...’

             เสียงกัปตันเครื่องบินดังขึ้นตามสายสัญญาณเสียง บนเครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดของสายการบิน Jasmine Airlines พลันสัญญาณเตือนรัดเข็มขัดนิรภัยดับลง ตามด้วยเสียงปลดเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารชั้น First Class แห่งนี้

            ภาพแผนที่แสดงเส้นทางการบินจากประเทศฮ่องกงสู่ประเทศไทย บนสกรีนส่วนตัวในแต่ละที่นั่งของผู้โดยสารดับลง แทนด้วยวีดีโอแนะนำการท่องเที่ยวสู่ประเทศจุดหมายปลายทาง ภาพวัดวาอารามและศิลปวัฒนธรรมไทยถูกถ่ายทอดอย่างวิจิตรบรรจงสู่สายตานักท่องเที่ยว เพื่อหวังให้ความรู้และดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

            แต่สำหรับผู้โดยสารชั้น First Class แห่งนี้ ภาพจอสกรีนส่วนตัวตรงหน้ากลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

            ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทที่กำลังนั่งโซฟาชั้นดี ลงมือปลดเข็มขัดนิรภัยของตนเอง พลางหยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาวางบนโต๊ะส่วนตัวของที่นั่ง ใบหน้าคร้ามที่ค่อนไปทางขาวตามภาษาของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเมืองหนาวมาโดยตลอด บัดนี้ ไม่อาจบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ใดๆ

             ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มเม้มสนิทเหมือนคนกำลังใช้ความคิด ดวงตาคมสีดำขลับจดจ้องแน่วแน่อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้างใดๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พลางยกมือใหญ่ตามประสาชายหนุ่มฉกรรจ์ขึ้นลูบคางไร้หนวดเคราของตนเองอย่างใช้ วิจารณญาณ

              “เมนูอาหารสำหรับวันนี้ค่ะ จะรับเครื่องดื่มอะไรก่อนมั๊ยคะ”

          กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆเจือด้วยกรุ่นกลิ่นมะลิปลุกภวังค์ของชายหนุ่ม พร้อมด้วยเสียงใสๆที่ถามเขาเป็นภาษาอังกฤษ พลางมือบอบบางเล็กๆนั่นยื่นเมนูอาหารที่จัดอยู่ในแฟ้มหนังอย่างดีให้เขา

           ชายหนุ่มชะงักอยู่เพียงครู่เดียว ในขณะที่รับเมนูนั้นวางไว้ข้างๆคอมพิวเตอร์ของเขา พลางโบกมือโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

             “ไม่ครับ ขอบคุณ” เสียงนุ่มลึกแต่มีอำนาจตอบหล่อนเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            ร่างสูงเพรียวในชุดไทยสีขาวสะอาดตาโค้งให้เขาเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเลยไปบริการแขกคนอื่นต่อไป

              เครื่องบินลำใหญ่ทะยานท่ามกลางหมอกเมฆไปอย่างเงียบๆ ไม่ต่างไปจากเสียงเงียบของห้องโดยสารชั้นหนึ่งในขณะนี้

              ภูผาหลับตาลงอย่างเมื่อยล้าชั่วครู่ ร่างสูงใหญ่กำยำเอนตัวพิงไปกับโซฟาชั้นดีอย่างต้องการขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำงานของตนเองมาเป็นเวลานาน นานหลายเดือนหลายปีเลยทีเดียวกับงานชิ้นนี้ และเขาหวัง...หวังว่ามันจะจบลงที่นี่ แผ่นดินแม่ที่เขาไม่เคยได้กลับมาเหยียบอีกเลยหลังจากเหตุการณ์คราวนั้น สิบกว่าปีได้แล้วสินะ สิบสามปีที่เขาไม่อาจกลับมาที่นี่ได้ สิบสามปีที่ฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนเขามาตลอด สิบสามปีกว่าที่เขาจะตัดสินใจกลับมากู้คืนทุกอย่างที่สูญเสียไป และเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาเกลียดแสนเกลียดและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต

    ชายหนุ่มถอนหายใจไล่ความคิดต่างๆออกไปจากสมอง พลางลืมตาเพื่อหันไปมองรอบๆห้องผู้โดยสารที่กว้างใหญ่แห่งนี้

                  ห้องโดยสารชั้นหนึ่งของเครื่องบินลำนี้ ถูกจัดไว้สำหรับการเดินทางระยะยาวอย่างแท้จริง ถ้าเท่าที่เขารู้...เครื่องบินโบอิ้งลำนี้ของสายการบิน JUS แห่งนี้ บินไกลมาจากรัฐซีแอตเติ้ล ประเทศสหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยแวะพักระหว่างเส้นทางที่ประเทศฮ่องกง เมืองที่ทำให้เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้

               ถึงแม้เขาจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาบ่อยเพียงใดเพื่อการติดต่อทางธุรกิจ แต่เขาก็ไม่เคยใช้บริการสายการบินนี้มาก่อน ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่ามันเป็นสายการบินของประเทศไทย ประเทศแม่ที่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เขาต้องหลีกเลี่ยงติดต่อมาโดยตลอด แต่วันนี้มันไม่จำเป็นอีกแล้วที่เขาจะหนี..เพราะเขากลับมาเพื่อเผชิญหน้า เผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่ผลักดันให้เขาต้องจากที่นี่ไป

          ห้องโดยสารชั้นหนึ่งแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นห้องส่วนตัวเล็กๆให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ ลักษณะการออกแบบตกแต่งเป็นไปตามสไตล์ไทยๆที่เขาหวนคิดถึงเป็นยิ่งนัก แม้แต่การแต่งกายของแอร์โฮสเตสแม้ในยามเสริ์ฟอาหารบนเครื่องบิน ก็ยังคงแต่งกายในชุดไทยจักรี ด้วยเสื้อแขนกระบอกสีขาวและผ้าถุงดิ้นทองสีขาวบริสุทธิ์ ให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงความสะอาดตา และย้ำคอนเซปต์สีขาวของดอกมะลิซ้อน คงความเป็น  Jasmine Airlines ได้เป็นอย่างดี

            ท่ามกลางความเงียบของห้องโดยสาร ชายหนุ่มพอได้ยินเสียงพิมพ์คอมพิวเตอร์ดังแว่วมาจากหลายทิศทาง พอรู้อยู่แก่ใจว่าผู้โดยสารไม่กี่คนในห้องนี้กำลังให้ความสนใจกับการทำงานไม่ต่างไปจากเขา อาจด้วยเวลาบินในช่วงกลางวันเช่นนี้ที่ทำให้ใครไม่สามารถหลับได้ถึงแม้ห้องผู้โดยสารจะมีการปิดหน้าต่างและลดแสงสว่างลงก็ตามที และอาจด้วยความเป็นนักธุรกิจของผู้ที่มักบินในชั้นโดยสารชั้นหนึ่ง ที่มักไม่ใช่ผู้คนที่มีเวลาว่างไปกับการพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ

                ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งไล่ความเหนื่อยล้าในจิตใจ เขาเกลียดการขึ้นเครื่องบินโดยเฉพาะสายการบินพาณิชย์ที่สุดในชีวิต และเกลียดอดีตทุกอย่างของตัวเอง แต่ถ้าเขาหนี...เขาก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างที่รบกวนในจิตใจ กลับไปคราวนี้เขาจะประกาศให้พวกมันรู้ว่านายภูผา ชนะเดชาคนนี้ พร้อมที่จะสู้กับอะไรก็ตาม อย่างลูกผู้ชายเสมอ

              กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิซ้อนที่เคยปลุกภวังค์ชายหนุ่มเมื่อครู่ ทำให้ชายหนุ่มต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งตามสัญชาตญาณของคนที่มักต้องระวังภัยที่จะเกิดแก่ตนเองอยู่เสมอ พลันสายตาคมกริบคู่นั้นสบเข้ากับกิริยากึ่งตกใจของหญิงสาวตรงหน้า

             ร่างระหงก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างนุ่มนวลด้วยความตกใจ ใบหน้านวลภายใต้เครื่องสำอางค์ยิ้มให้เขาเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบหนึ่งอย่างชัดเจน ก่อนที่เจ้าตัวจะปรับตัวเองให้เข้าสู่ภาวะปรกติได้อย่างรวดเร็ว แย้มยิ้มให้เขาทั้งปากทั้งตาอย่างมืออาชีพ

             หญิงสาวยกถาดเงินในมือหล่อนขึ้นช้าๆ เป็นเชิงให้เขาเห็นถึงเจตนาบริสุทธิ์ของหล่อน พลางยิ้มให้เขาจนเห็นฟันเขี้ยวและลักยิ้มบุ๋มลงไปบริเวณแก้มขวา บ่งบอกให้เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้หล่อนจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มเหมือนกับดาราหนังหรือนางแบบดัง แต่เมื่อหล่อนยิ้ม โลกทั้งโลกช่างดูสดใสนัก

               “ผู้โดยสารส่วนมากมักจะเกิดอาการเวียนศีรษะ ถ้าพักผ่อนน้อยและต้องเดินทางบนเครื่องบินที่มีแรงดันอากาศไม่ปรกติแบบนี้ ดิฉันเลยนำยามาให้น่ะค่ะ”

                เสียงใสๆนั้นพูดกับเขาเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำในคราวนี้ พลางบรรจงวางถาดสีเงินลงบนโต๊ะข้างคอมพิวเตอร์ของเขา และรินน้ำเปล่าลงในแก้วทรงสวยและเลือกวางลงบนที่วางแก้วที่อยู่ใกล้ตัวเขา

             เพียงแค่หล่อนโน้มตัวมาใกล้ กลิ่นน้ำหอมและดอกมะลิที่ละมุนละไมยิ่งชัดเจนขึ้น ผมยาวที่เป็นลูกคลื่นบางๆเคลียบ่าหล่อนร่วงลงมาด้านหน้าเพียงเล็กน้อย ในช่วงที่หล่อนโน้มตัวลงวางถาดยาให้แก่เขา

          “ขอบคุณครับ”  ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แต่ทว่ายังคงนิ่งงันด้วยความรู้สึกบางอย่าง

              หญิงสาวโค้งตัวให้เขาเล็กน้อย ก่อนเดินกลับไปอย่างเงียบเชียบไปยังด้านหลังของห้องพักผู้โดยสารชั้นหนึ่ง

            ภูผาอดที่จะหันไปมองตามร่างบางนั้นไม่ได้ ถึงแม้หล่อนจะไม่ใช่หญิงสาวสูงชะรูด แต่ความสูงในระดับของหล่อนก็ไม่ได้ลดท่วงท่าความสง่างามของตนเองไปเลยสักนิด

            ดวงตาคมของเขาหันกลับมาให้ความสนใจกับถาดสีเงินตรงหน้า ดอกมะลิซ้อนสีขาวบริสุทธิ์วางเทียมกับยาเม็ดสีขาวที่ถูกจัดใส่อยู่ในกระทงใบตองเล็กๆอย่างบรรจง มันแปลกตาและชวนมองจนเขาอดที่จะประทับใจในรูปแบบและการบริการของสายการบินนี้ไม่ได้ ไม่นึกแปลกใจสักเพียงนิด ว่าเหตุใดสายการบิน JUS แห่งนี้ถึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันสูงในธุรกิจสายการบินในประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเติบโตไม่ถึง 10 ปี หรืออาจจะแค่ประมาณ 6 – 7 ปีด้วยซ้ำ ซึ่งเขาเองก็ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดตรงนี้

              ชายหนุ่มหยิบดอกมะลิซ้อนสีขาวสะอาดตามาหมุนเล่นในมือ มะลิซ้อน...ดอกไม้ไทยที่ช่างสวยแปลกตานัก ไม่น่าเชื่อว่าดอกเล็กๆเพียงแค่นี้กลับส่งกลิ่นหอมขจรขจายได้ขนาดนั้น สร้างความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายได้อย่างประหลาด

              ไม่ต่างกับ ‘นางฟ้า’ ในชุดขาวเมื่อครู่ หล่อนนิ่งและเยือกเย็น แต่กลับอ่อนหวานและฉลาดลึกอย่างน่าแปลกใจ

           ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเพียงเล็กน้อยให้กับคำพูดของหล่อน หล่อนไม่พูดว่าเขา ‘เมาเครื่องบิน’ แต่กลับบอกเทียบว่าร่างกายเขาทำงานอย่างหนัก และประกอบกับสภาวะการบินที่ทำให้ร่างกายของเขาเหนื่อยล้า และมีอาการปวดหัวแทบบ้าเหมือนที่เขาเป็นในตอนนี้ หล่อนพูดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้โดยสารเช่นเขา

             ช่างเป็นคำพูดอ้อมค้อม ที่อ่อนโยนอย่างแปลกประหลาด เพราะมันคงน่าอายนักที่ชายชาตรีวัยสามสิบสามอย่างเขาจะต้องบอกว่าเขา ‘เมาเครื่องบิน’ แม้ว่ามันจะมาจากสาเหตุทางสภาพจิตใจของเขาเองก็ตาม

             เขายังคงนึกแปลกใจไม่หาย หล่อนรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังรู้สึกแย่มากๆบนนกเหล็กลำใหญ่ที่กำลังทะยานฟ้าอย่างนิ่มนวลในเวลานี้ คิดพลางยกมือลูบใบหน้าของตนเองอย่างครุ่นคิด ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาได้แสดงความรู้สึกทรมานบางอย่างให้หล่อนได้เห็นหรืออย่างไร นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่ไม่เคยมีใครรู้ได้ว่าเขาคิดอะไร หรือรู้สึกอย่างไร

              และยิ่งน่าแปลกใจที่สุดสำหรับคนอย่างเขา ผู้ชายที่อยู่กับสัญชาตญาณการระวังภัยของตนเองมาตลอดชีวิต กลับตอบรับไมตรีของหล่อนได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสภาวะทางร่างกายที่ไม่ค่อยสู้ดีของเขา กลิ่นหอมเย็นๆจากดอกมะลิ หรือรอยยิ้มหวานๆของหล่อนกันแน่

    จากคุณ : Love_melody - [ 22 เม.ย. 49 22:16:58 ]


 
 




[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป