CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    - - Christmas Delight - - เรื่องสั้นชิมลางเรื่องแรกค่ะ รบกวนช่วยวิจารณ์หน่อยนะคะ

    ฉันค่อยๆ รินน้ำร้อนใส่แก้ว
    เสียงไหลจ๊อก..เบาๆ กับไอความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาบางๆ นั้นให้ความรู้สึกรื่นรมย์ไม่น้อย

    เข้าหน้าหนาวอีกแล้ว..
    ฉันชอบตื่นแต่เช้า ออกมาสูดอากาศเย็นๆ ใสๆ ในตอนเช้าของต้นฤดูหนาวแบบนี้ที่สุด
    น่าเสียดายที่ประเทศไทยเป็นประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร
    ไม่อย่างนั้นความฝันที่จะมีไวท์คริสต์มาสกับเขาคงพอจะมีแววเป็นจริงขึ้นมาบ้าง

    ฤดูหนาวแบบนี้ อะไรๆก็ดูดีไปหมด
    ฉันมักจะมีความใฝ่ฝันถึงความรักโรแมนติคแบบในนิยาย - ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่เมืองนอก -
    บรรยากาศดีๆ อากาศหนาวๆ ต้นคริสต์มาสประดับประดาสวยงาม
    คนสองคนเดินกุมมือกัน หายใจออกมาเป็นควัน แต่มือที่เกาะกุมกันไว้ก็ยังอบอุ่น…
    …อยากมีความรักแบบนั้นบ้าง…
    ………..

    ฉันเป็นนักเขียนหน้าใหม่ เพิ่งเข้าทำงานในนิตยสารใหม่เอี่ยมเมื่อราว 1 เดือนที่แล้ว
    แต่เจ๋งมากเพราะตั้งแต่เข้าทำงาน ฉันไปทำงานได้แค่ 2 อาทิตย์
    ส่วนอีก 2 อาทิตย์ที่เหลือนอนเป็นคุณนายปั่นงานส่งอยู่ที่บ้าน
    เพราะแมลงเวรสักตัวกัดจนฉันแพ้บวมเป่งและต้องผ่าออก
    คือ มันเป็นฝีน่ะ
    ไม่น่าเชื่อเลยว่านักเขียนสาวอายุ 25 ผู้มีประสบการณ์ความรักโชกโชนอย่างฉัน
    จะยังฝันถึงความรักโรแมนติคพวกนั้นอยู่อีก (ลืมเรื่องฝีไปดีกว่า)

    ความรักครั้งที่ใกล้เคียงกับความฝันของฉันมากที่สุดเกิดขึ้นสมัยเรียนอยู่ปีสามกำลังจะขึ้นปีสี่
    เป็นช่วงที่ครอบครัวกำลังรุ่งเรืองและฟุ่มเฟือยถึงขีดสุด
    เราเลยได้มีโอกาสไปฉลองวันหยุดหน้าร้อนพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ยุโรปถึง 8 วัน
    ใช่แล้ว… เพราะว่ามันเป็นยุโรปน่ะสิ เราถึงควรจะต้องตกหลุมรักใครสักคน

    ตอนนั้นไม่น่าเชื่ออีกเช่นกันว่าเที่ยวทัวร์มาหลายปี ยังไม่เคยเจอหนุ่มหน้าตาดีๆเลยสักครั้ง
    แต่พอมาทัวร์ยุโรปคราวนี้ กลับเจอดีเข้าอย่างจัง

    พ่อหนุ่มคนนั้นอายุน้อยกว่าฉันเกือบ 5 ปี
    เจ้าของผมไฮไลท์สีน้ำตาลทองเหมือนสีตาคู่นั้น ชื่อแอนท์ สูงราว 180 ซม. (ฉันสูง 167 – เหมาะสมกันพอดี)
    ตอนที่เจอกันครั้งแรกเขาอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวที่เขาใส่ตลอดช่วง 8 วันที่เหลือ
    ฉันกำลังลากกระเป๋าถูลู่ถูกังไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ 14 ขณะที่ลูกทัวร์คนอื่นยังมากันหรอมแหรม
    ภาพแรกที่ฉันยังจำได้ติดตาคือ แอนท์กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอย่างขมักเขม้น
    โดยมีเจ้าหมูทิว -น้องชายที่หล่อไม่ได้ครึ่งของพี่ชาย- วิ่งวนอยู่ใกล้ๆ
    แน่นอนว่าไม่มีสาวมหาลัยคนไหนคิดจะสนใจเด็กม.ปลายที่ยังอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แน่ๆ
    ฉันมองผ่านเขาไปอย่างไม่ใส่ใจนัก นอกจากเปรยขึ้นมาเบาๆ กับพี่สาวว่า “น่ารักดีว่ะคนนั้น”

    ดูเหมือนมนต์ขลังของเมืองนอกจะชักพาให้เราจำเป็นต้องตกหลุมรักใครสักคน
    แอนท์เองก็อาจจะถูกมนต์สะกดที่ว่านั่นด้วยเหมือนกัน ถึงได้แอบปรายตามาทางสาวที่น่าจะอายุอานามใกล้เคียงเขาที่สุดในทัวร์ – ฉัน -

    เราเล่นเกม”ซ่อนแอบ” (แบบที่ฉันเพิ่งเขียนลงในคอลัมน์ How to เมื่อวานนี้)
    แอบมองแอบหลบตากันอยู่อย่างนั้นในช่วงสองวันแรก
    จนเพิ่งจะได้เริ่มคุยกันประโยคแรก ตอนที่พี่สาวของฉันอาสาถ่ายรูปให้ที่เบรนเนอร์พาส… ถนนสายที่สวยที่สุดในยุโรป

    เรากำลังอยู่ระหว่างทางจากอิตาลีไปออสเตรีย
    ฉันนั่งหลับอุตุมาตลอดทาง จนเมื่อตื่นมาเห็นภาพภูเขาตั้งตระหง่าน
    โรยด้วยหิมะขาวนุ่มแบบน้ำตาลไอซิ่งตามสองข้างทางปรากฏเลือนรางขึ้นตรงหน้า
    จึงถึงกับสะดุ้งเพราะนึกว่าอยู่ในฝัน
    บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้ คงพอจะนึกออกกันแล้ว ว่าทำไมควรจะตกหลุมรักใครสักคน …

    แอนท์กำลังยืนแพนกล้องวีดิโอ เก็บบรรยากาศเบรนเนอร์พาสเงียบๆ ห่างจากกลุ่มคนที่แห่กันลงไปซื้อขนมที่ซูเปอร์ข้างทาง
    ฉันปลีกตัวออกมาเพราะรำคาญความวุ่นวายในนั้น จึงออกมาจ๊ะเอ๋เข้ากับพ่อหนุ่มตาสีน้ำตาลเข้าพอดี
    เขายืนแพนกล้องช้าๆ อย่างใจเย็น ส่วนฉันยืนอยู่ห่างๆ ซึมซับบรรยากาศโดยรอบ

    แต่แล้ว...ความโรแมนติคก็มีอันอันตรธานไปซะก่อนเราจะได้พูดอะไรกัน
    เมื่อพี่สาวตัวดีเดินปรี่ตามออกมาพร้อมเจ้าหมูทิว
    ทิวอยากถ่ายรูปจัด ส่วนแอนท์เองก็ต้องทำหน้าที่ช่างกล้อง
    พี่สาวฉันเลยขันอาสาจะถ่ายรูปสองหนุ่มพี่น้องให้ เราเลยได้พูดกันเป็นครั้งแรก
    จะว่าไปแล้วคนที่พูดก็ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เอาเป็นว่า
    นั่นนับเป็นครั้งแรกที่เราเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน

    เราได้พูดกันจริงๆ ตอนที่มาถึงออสเตรียแล้ว และกำลังขนของจากหน้าลิฟต์เข้าห้องพัก
    ห้องของแอนท์กับหมูทิวอยู่ตรงข้ามห้องฉันพอดี
    เราสองคนเดินสวนกันตรงทางเดินด้านหน้าขณะผลัดกันไปยกสัมภาระใบเบ้อเร่อที่หน้าลิฟต์

    “ช่วยถือมั้ยครับ” แอนท์พูดกับฉันเป็นประโยคแรก ตอนที่ฉันกำลังหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังเดินสวนกับเขาตรงหน้าห้อง
    “ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันยิ้ม แอบเขินเล็กน้อย แอนท์ยิ้มตอบแล้วเดินกลับออกไปเพื่อขนของอีกระลอก
    ฉันโยนกระเป๋าลงบนพื้นหน้าห้องแล้วกลับไปขนสัมภาระอีกครั้ง
    “ช่วยถือมั้ยคะ” ฉันถามกลับตอนที่เราสลับบทบาทกันเมื่อฉันเป็นฝ่ายเดินตัวปลิว ส่วนแอนท์แบกของมาเต็มสองแขน
    “ไม่เป็นไรครับ” เขายิ้มตอบ พร้อมกับความโรแมนติคที่เริ่มผลิบานขึ้นในหัวใจเราทั้งสอง (คาดว่าเป็นอย่างนั้นนะ)

    หลังจากนั้น ฉันลองหาเรื่องชวนเขาคุยเล็กๆน้อยๆ
    แต่ดูเหมือนไม่เวิร์ค เพราะแอนท์ถามคำตอบคำและดูเฉยชามากจนฉันยอมแพ้

    แก้ไขเมื่อ 21 เม.ย. 48 15:47:53

    จากคุณ : อูเคียว - [ 19 เม.ย. 48 18:02:19 ]


 
 



กระทู้ยอดนิยม


คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ/
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป