ม่อนเคียงดาว ตอนที่3

หลังสงกรานต์ ก็แวะมาโพสต์ม่อนเคียงดาวตอนที่สาม เนื้อหาตอนนี้อาจจะเครียดหน่อยนะคะ เป็นการพบกันระหว่างพ่อลูกที่ไม่พบกันร่วมสิบหกปี พร้อมกับเปิดตัวละครใหม่อีกหนึ่งคนค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจ และคอยทวงถามหาตอนที่สาม จนคนเขียนเร่งมือเขียนจนเสร็จได้ด้วยแรงทวงจากทุก ๆ ท่านนะคะ

สงสัยถ้าไม่มีทวง คนเขียนคงอู้ เขียนช้ากว่านี้อีกค่ะ

นอกเรื่องมามากแล้ว เชิญพบกับม่อนเคียงดาวได้แล้วค่ะ

จากคุณ : รียา - [ 17 เม.ย. 48 22:03:57 A:203.172.104.140 X: ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ตอนที่ 3...


ญพิภาแปลกใจที่ผู้จัดการหนุ่มเดินนำเธอไปที่โรงรถ ไม่ใช่ห้องทำงานห้องใดห้องหนึ่งในบริเวณรีสอร์ท ครั้นหญิงสาวจะเอ่ยถามเขายังคงเดินนำอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมาสนใจว่าเธอจะเดินตามทันหรือไม่ สาวแกร่งจึงได้แต่เร่งฝีเท้าให้ตามชายหนุ่มให้ทัน


ผู้จัดการหนุ่มหยุดเดินที่หน้ารถจิ๊ปตรวจการคันใหม่ล่าสุดที่เป็นรถส่วนตัวของเขา โอสธีตัดสินใจใช้รถจิ๊ปตรวจการเป็นรถส่วนตัวมากกว่ารถเก๋ง เพราะเขาสามารถใช้ประโยชน์ในการใช้งานจากรถจิ๊ปตรวจการได้มากกว่ารถเก๋งที่สวยหรู


เขาเปิดประตูด้านคนขับก้าวเข้าไปนั่งประจำที่ ก่อนจะชะโงกตัวเปิดประตูด้านข้างคนขับให้กับญพิภา แต่หญิงสาวมีท่าทีลังเลไม่ยอมก้าวขึ้นรถของเขาเสียที จนชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดที่หญิงสาวทำตัวมีปัญหากับเขา หรือว่ารถของเขาไม่สมศักดิ์ศรีที่เธอจะนั่ง


“นี่คุณ อาภูรีรอพบคุณอยู่นะ มัวแต่ยืนเฉยอยู่นั่นล่ะ หรือถือว่าตัวเองเป็นคนพิเศษที่ยังไงอาภูรีก็ต้องรอ” เจ้าของรถอดแขวะหญิงสาวที่ยืนเฉยไม่ได้


สาวแกร่งตาลุกแววด้วยความโมโห ก่อนจะก้าวขึ้นมาบนรถของชายหนุ่มโดยดี พร้อมกับนึกเจริญพรเจ้าของรถในใจ ผู้ชายอะไรชอบเหน็บแนมผู้หญิง ตอนรู้จักกันครั้งแรกเขาก็ดูสุภาพกับเธอดี แต่หลังจากรับโทรศัพท์นั่นเขามีทีท่ากับเธอเปลี่ยนไป เริ่มมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับเธอไปมีคดีเก่าตกค้างกับเขาแต่หนไหน


ถึงจะไม่พอใจแค่ไหน แต่เมื่อญพิภาคิดถึงเรื่องพี่สาว เธอต้องยอมอ่อนข้อให้กับชายหนุ่ม ชี้แจงกับเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทั้งๆ ที่ใจเธอร้อนเป็นไฟอยากตอบโต้คำเหน็บแนมที่เขาพูดออกมา


“ดิฉันไม่ทราบนี่คะว่าจะต้องนั่งรถไปกัน ดิฉันคิดว่าห้องทำงานของท่านจะอยู่แถวๆ นี้ คุณภูรีท่านไม่ได้นั่งทำงานอยู่ที่นี่หรือคะ”


“ไม่ คุณอาภูรีไม่ได้มานั่งทำงานที่นี่นานแล้ว คุณอาจะนั่งทำงานที่เรือนใหญ่ นานๆ ทีถึงจะเข้ามาดูแลความเรียบร้อยของรีสอร์ทสักหน” ผู้จัดการหนุ่มอธิบายเสียงเรียบพร้อมกับออกรถ


“แล้วเรือนใหญ่ที่ว่านี่ อยู่ห่างจากตัวรีสอร์ทมากไหมคะ?” หญิงสาวหาเรื่องสนทนาเพื่อไม่ให้บรรยากาศในรถตึงเครียดมากนำ


“ก็ไกลพอสมควรอยู่ ถ้าเดินไปคงใช้เวลานาน ผมถึงต้องมาขับรถให้คุณนั่งไงล่ะ” ฝ่ายชายเริ่มแขวะอีกครั้ง


ญพิภาสะบัดหน้าหันออกไปทางนอกหน้าต่างทันทีเพื่อนซ่อนสีหน้าโมโห คนอะไรไม่รู้กวนประสาทชะมัด เธออุตส่าห์พูดด้วยดีๆ แต่เขากลับแขวะกลับเหมือนหาเรื่องชวนทะเลาะ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือพี่สาวของเธอล่ะก็ เธอจะกลับไปหาพ่อสินกับแม่สร้อยของเธอตั้งแต่นาทีนี้เลย


หลังจากนั้นภายในรถตรวจการคันหรูมีแต่ความเงียบ บุคคลในรถไม่ได้หันมาพูดอะไรอีกจนกระทั่งถึงจุดหมาย
*****


“ถึงเรือนใหญ่แล้ว” คนขับรถกิตติมศักดิ์หันมาบอกหญิงสาวที่นั่งด้านข้าง เธอไม่ยอมหันมา มองทางเขาอีก หลังจากถูกเขาเหน็บแนมไปเล็กๆ น้อยๆ ด้วยความหมั่นไส้เด็กเส้นของคุณภูรี


เรือนใหญ่ที่ชายหนุ่มเอ่ยถึง เป็นเรือนไม้แบบศิลปะล้านนาประยุกต์ ตั้งอยู่ห่างจากส่วนที่ใช้รับรอง
ลูกค้าที่มาพักผ่อนในรีสอร์ทม่อนเคียงดาวเกือบครึ่งกิโลเมตร ถึงจะอยู่ภายในรั้วเดียวกัน แต่ที่นี่เงียบสงบมีความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของบ้าน โดยที่ไม่ถูกรบกวนจากบรรดาลูกค้าที่มาพักผ่อนในรีสอร์ท


รอบๆ บริเวณเรือนใหญ่ มีต้นไม้น้อยใหญ่รายรอบ และตามต้นไม้ใหญ่เหล่านี้มีกล้วยไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอม และมีสีสันงดงามให้ได้ชื่นชม เธอยังจำได้ดีที่เรือนใหญ่แห่งนี้มีกล้วยไม้โดยรอบ เพราะคุณขวัญภัทรามารดาของเธอเป็นคนชื่นชอบกล้วยไม้ คุณภูรีบิดาของเธอจึงสรรหากล้วยไม้ป่าเหล่านี้มาเพื่อเอาใจภรรยา


เสียงเปิดประตูรถของชายหนุ่มเรียกสติของเธอให้กลับมาจากความทรงจำในอดีต ญพิภารีบเปิดประตูรถตามเขาทันที


โอสธีเดินนำหญิงสาวขึ้นบนเรือนใหญ่อย่างคนคุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี เมื่อขึ้นไปก็พบกับหญิงวัยกลางคนที่ญพิภาเดาได้ว่าทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลเรือนใหญ่แห่งนี้


“ป้าแก้วครับ คุณอาภูรีอยู่ที่ไหนครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงวัยกลางคนด้วยท่าทีสนิทสนม


“พ่อเลี้ยงภูรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานเจ้า พ่อเลี้ยงสั่งไว้ว่าถ้าคุณมาให้ไปพบท่านได้เลย”


ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำแม่บ้าน ก่อนจะหันมาส่งสายตาให้สาวแกร่งเดินตามเขาไป เธอเดินตามเขาจนกระทั่งชายหนุ่มหยุดที่หน้าห้องๆ หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเคาะประตู


ญพิภาสูดพร้อมกับรวบรวมสติครั้งใหญ่ เตรียมพร้อมกับการเผชิญหน้าคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด
บิดาที่ทอดทิ้งเธอไปนานกว่าสิบหกปี


“เชิญ” เสียงอนุญาตจากเจ้าของห้องดังออกมา ก่อนที่โอสธีจะผลักประตูนำเธอเข้าไปข้างใน


ภายในห้องเป็นห้องหนังสือขนาดใหญ่ มีด้านหนึ่งจัดเป็นมุมทำงานของเจ้าของบ้าน มุมนั้นมีโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ บรรยากาศของห้องดูเก่าแก่ แต่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในสำนักงานอย่างครบครัน เอกสารบนโต๊ะและภายในห้องถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย แสดงถึงความมีระเบียบของเจ้าของห้อง


เจ้าของห้องนั่งอิงพนักเก้าอี้รอผู้มาเยือนทั้งสอง ในวัยห้าสิบปีคุณภูรียังจัดเป็นชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีมาดภูมิฐาน สุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่าคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน


ญพิภามัวแต่จ้องมองบิดาที่สามารถตัดเธอออกจากชีวิตไปเมื่อสิบหกปีก่อนด้วยแววตาเจ็บปวด ทุกวันนี้เขายังมีความสุขทั้งกายและใจ โดยไม่เคยสนใจลูกสาวอย่างเธอเลยสักนิด


ชายวัยกลางคนจ้องมองหญิงสาวที่เดินตามว่าที่ลูกเขยเข้ามาในห้องตาไม่กระพริบ สิบหกปีหลังจากเกิดเรื่องครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอ ลูกสาวอีกคนหนึ่งของเขา ในวันที่ญพิภาจากไปเธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่ช่างซักช่างถาม แต่มาวันนี้ญพิภากลับมาที่นี่อีกครั้งในมาดของสาวทำงานที่พร้อมลุยงานหนักทุกประเภท

(มีต่อค่ะ)


จากคุณ : รียา - [ 17 เม.ย. 48 22:08:38 A:203.172.104.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

โอสธีจับตามองคนทั้งคู่ สังเกตเห็นว่าทั้งสองคนจ้องมองกันนานกว่าปกติ เป็นอย่างที่เขาเดาไว้ไม่ผิด ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้องธรรมดา พนักงานใหม่คนนี้เป็นเด็กเส้นที่ควบตำแหน่งว่าที่คุณนายน้อยของคุณอาภูรี มิน่ายังไม่ทันเริ่มงานเป็นชิ้นเป็นอัน คุณอาภูรีรีบโทรตามตัวมาใกล้ชิดเสียแล้ว คงจะเป็นห่วงว่าเด็กของตัวเองจะถูกกลั่นแกล้งให้ทำงานหนัก


ด้วยความหมั่นไส้ ผู้จัดการหนุ่มจึงขัดจังหวะทั้งคู่ด้วยการกระแอม ก่อนจะทำความเคารพเจ้าของห้อง


“สวัสดีครับ”


เสียงกระแอมของชายหนุ่มเรียกสติของคนทั้งคู่ให้ตื่นจากภวังค์ ญพิภารีบสวมหน้ากากเรียบเฉยไม่
แสดงความรู้สึก ก่อนจะทำความเคารพคุณภูรีในฐานะนายจ้าง ไม่ใช่ในฐานะบิดาของเธอ


ทางด้านคุณภูรี ตีสีหน้าเรียบเฉย รับไหว้คนทั้งคู่ เลิกมีท่าทีสนใจหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้อง หันไปพูดคุยกับชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวมาเป็นลูกเขยในอนาคต


“เป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้อาไม่เห็นหน้าเราเลยนะตาธี”


“ช่วงนี้ผมมัวแต่ยุ่งกับการคุมคนงานซ่อมเรือนกุหลาบหินครับ”


“แล้วตอนนี้เรือนกุหลาบหินเป็นยังไงบ้างล่ะ?”


“ซ่อมแซมเกือบเรียบร้อยแล้วครับ อีกสองวันคงเปิดให้แขกเข้าพักได้เหมือนเดิม”


“งานหนักเลยสิธีอาก็ไม่ได้เข้าไปดูที่รีสอร์ทเลย มัวแต่ยุ่งแต่ที่ไร่” คุณภูรีหมายถึงไร่ชา ที่เป็นธุรกิจอีกอย่างของเขา นอกจากรีสอร์ทม่อนเคียงดาว คุณภูรียังเป็นเจ้าของไร่ชาคุณภาพดี


“ไม่เป็นไรครับ ที่รีสอร์ทมีแต่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ผมรับมือไหวอยู่ ไว้ถ้ามีปัญหาใหญ่ผมคงต้องมารบกวนคุณอาแน่นอนครับ”


สองหนุ่มต่างวัยสนทนาเรื่องงาน โดยไม่สนใจหญิงสาวที่นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาประดับห้องที่ไม่มีใครสนใจเสียแล้ว ญพิภาเริ่มโมโห แล้วเขาเรียกเธอมาทำไม ในเมื่อเรื่องที่คนทั้งสองสนทนาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ


“อาต้องขอบใจธีมากนะ แค่ช่วยอาดูแลรีสอร์ทงานก็ยุ่งพอแล้ว นี่อายังรบกวนให้ธีพาพนักงานใหม่มาให้อาสัมภาษณ์ถึงที่อีก”


“ไม่เป็นไรครับ”


“ธีมีงานอะไรค้างก็กลับไปทำก่อนก็ได้ เดี๋ยวอาขอคุยกับพนักงานใหม่เขาเสียหน่อย แล้วจะให้นายปิงขับรถไปส่งที่รีสอร์ท ธีจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งรอ” คุณภูรีพูดเหมือนหวังดีกับอีกฝ่าย


โอสธีสบตากับคุณภูรีด้วยแววรู้ทัน ว่าอีกฝ่ายต้องการกันเขาออกจากวงสนทนา เรื่องที่ทั้งคู่จะพูดกันต่อไปคงจะเป็นความลับที่คุณภูรีต้องการปิดบังเขา คงจะเป็นการออดอ้อนฉอเลาะเอาใจระหว่างคู่รักต่างวัย
ถึงจะรู้เท่าทันแต่โดยมารยาทผู้จัดการหนุ่มจึงต้องขอตัวกลับโดยทิ้งญพิภาไว้กับคุณภูรี
*****


“นานมากแล้วสินะที่เราไม่ได้เจอกัน หนูโตขึ้นมากเลยนะดิว” เมื่อได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง คุณภูรีจึงเริ่มเอ่ยต้นสนทนากับลูกสาวคนเล็ก


“ดิฉันชื่อ ญพิภา กรุณาอย่าเรียกชื่อเล่นของดิฉัน” หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็ง แผลในใจทำให้สาวแกร่งไม่ยอมรับท่าทีอ่อนโยนที่บิดาแสดงออกมา ทำไมเธอถึงไม่รู้ทันว่าผู้ชายคนนี้ใส่หน้ากากเข้าหาเธอ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่สง่างามของตัวเองเอาไว้ ถ้าเขาห่วงใยเธอจริง ตลอดเวลาที่ผ่านมาสิบหกปี ทำไมเขาถึงไม่เคยติดต่อเธอเลยสักครั้ง


เจ้าของห้องถอนหายใจ เมื่อเห็นกิริยาต่อต้านจากลูกสาวคนเล็ก คุณภูรีไม่ได้ถือโกรธญพิภา แต่กลับคิดว่าการตัดสินใจของเขาเมื่อสิบหกปีก่อนนั้นผิดหรือไม่ ในเวลานี้เขาใช้ไม้นวมกับลูกสาวไม่ได้ผล เขาจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็ง ท่าทีของคุณภูรีจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาใส่อีกฝ่าย


“ทำไมเธอถึงอยากมาทำงานที่นี่ล่ะ ญพิภา” คุณภูรีเปลี่ยนสรรพนามเรียกลูกสาวคนเล็กตามอารมณ์ของเขาที่เปลี่ยนไป


“เรียนจบแล้ว ดิฉันก็อยากจะเข้ามาทำงานที่รีสอร์ทหรู มีชื่อเสียงโด่งดังมาช้านานอย่างม่อนเคียงดาวบ้างสิคะ” หญิงสาวเฉไฉไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริง


“ม่อนเคียงดาวเป็นรีสอร์ทหรู ที่มีชื่อเสียงมานาน พนักงานที่นี่ทุกคนต้องดีเยี่ยม ถ้าเธอทำอะไรพลาด เธอมีสิทธ์ถูกไล่ออก จำไว้ด้วยนะว่าเธอเข้ามาอยู่ที่ม่อนเคียงดาวในฐานะพนักงานคนหนึ่งเท่านั้น เธอไม่มีสิทธ์พิเศษอะไรทั้งสิ้น เข้าใจไหม?” คุณภูรีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


คำพูดของบิดาเสียดแทงลงในใจของญพิภา เขาเป็นคนไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก ไม่เคยนึกถึงจิตใจของคนรอบกายเลยแม้แต่น้อย ด้วยความหยิ่งทระนงสาวแกร่งจึงเก็บความรู้สึกเจ็บไว้ภายใน แต่ท่าทีที่แสดงออกมาภายนอกคือการเชิดหน้าตอบกลับไป


“ค่ะ ดิฉันเข้าใจ และต้องขอขอบคุณที่รับดิฉันไว้ทำงานที่นี่”


“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องปฏิเสธเธอนี่ แล้วเธอจะรู้ด้วยตัวว่า เธอตัดสินใจผิดแล้วที่เลือกมาทำงานที่นี่ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” คุณภูรีขู่ลูกสาวคนเล็ก


“ไม่ค่ะ ดิฉันยืนยันที่จะทำงานที่นี่” หญิงสาวไม่สนใจคำขู่ เธอตั้งใจจะอยู่ที่นี่ เพื่อคอยช่วยเหลือรัฐดารา ถึงคุณภูรีจะไม่เต็มใจต้อนรับแต่เธอยังดึงดันจะอยู่ที่นี่ให้ได้


“ตามใจ แล้วเธอจะเสียใจทีหลัง”


ญพิภาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะย้อนกลับบิดา


“เมื่อตัดสินใจอะไรไปแล้ว ดิฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจ”


“ก็ดี ตอนนี้ฉันหมดเรื่องจะคุยกับเธอแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถไปส่งเธอที่รีสอร์ท” พูดจบเจ้าของห้องหันไปกดอินเตอร์คอมเรียกแม่บ้านทันที


“แก้ว ช่วยบอกให้นายปิงเตรียมรถไว้ด้วย ฉันจะให้ไปส่งคนที่รีสอร์ท”


แม่บ้านของเรือนใหญ่ทำงานได้ดีเยี่ยม หลังจากที่คุณภูรีสั่งออกไปไม่ถึงห้านาที แม่บ้านวัยกลางคนก็เข้ามารายงานว่า


“รถพร้อมแล้วเจ้า”


เมื่อรับรายงานจากแม่บ้าน คุณภูรีหันมาทางผู้มาเยือนผายมือออกพร้อมพูดว่า


“เชิญ”


ญพิภาหน้าชาด้วยความละอาย เขาจงใจขับไล่เธอชัดๆ แต่หญิงสาวยังมีมารยาทรีบลุกขึ้นทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีอีกสายตาหนึ่งที่มองตามเธอด้วยความเป็นห่วง


ทันทีที่ญพิภาปิดประตูห้องคุณภูรีก็เปลี่ยนสีหน้าจากเฉยชา กลายเป็นวิตกกังวลก่อนจะยกมือกุมขมับ เมื่อหาทางออกกับเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดตามมาในเร็วๆ นี้ไว้ไม่ได้


คุณภูรีได้แต่ภาวนา ขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นอีกเลย
*****

(มีต่อค่ะ)


จากคุณ : รียา - [ 17 เม.ย. 48 22:20:37 A:203.172.104.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ในที่สุดญพิภาก็ได้กลับรายงานตัวกับรัฐดาราอีกครั้ง รัฐดาราไม่ถามเลยสักคำว่าเธอหายไปไหนมาถึงมาทำงานหลังเวลาเริ่มงานร่วมสองชั่วโมง ทั้งๆ ที่เธอควรจะมารายงานตัวกับรัฐดาราที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องพนักงานในรีสอร์ทโดยตรง


เมื่อเจอกันอีกครั้ง รัฐดาราเพียงแต่ถามเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา


“มีคนพาไปแนะนำตัวกับทุกฝ่ายครบแล้วใช่ไหม?”


“ค่ะ” ต่อหน้าบุคคลภายนอกญพิภายังคงแสดงตัวเป็นพนักงานธรรมดา ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐดารา ตามที่สองพี่น้องได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า


“งั้นคงเหลือแต่แผนกนี้ เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้รู้จักคนที่คุณจะต้องร่วมงานด้วย” พูดจบสาวหน้าหวานก็หันไปกดอินเตอร์คอม


“คุณพฤกษ์ เชิญทางนี้หน่อยค่ะ”


สักครู่หนึ่งคนที่ได้รับเชิญก็เคาะประตูเข้ามาในห้องทำงานของรัฐดารา


พฤกษ์เป็นชายหนุ่มร่างผอมสูง ผิวของเขาขาวจัด ดวงตาชั้นเดียวของเขาซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตากรอบทอง ชายหนุ่มแต่งกายเรียบร้อย ท่าทางสุภาพ เขาเข้ามาพร้อมส่งยิ้มให้กับทุกคน


“คุณดาวมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ”


“ดาวอยากให้คุณพฤกษ์รู้จักกับผู้ช่วยคนใหม่ของคุณ เธอชื่อญพิภา เพิ่งมาร่วมงานกับเราวันแรก” หัวหน้าฝ่ายบุคคลสาวแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน
ญพิภารีบยกมือไหว้หัวหน้าสายงานของเธอ เพราะดูจากภายนอกก็ทราบแล้วว่าอายุของอีกฝ่ายอาวุโสกว่าเธอหลายปี


ชายหนุ่มรับไหว้พร้อมส่งยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานคนใหม่อย่างคนอัธยาศัยดี


“ยังไงดาวขอฝากพนักงานใหม่กับคุณด้วยนะคะ รบกวนคุณพฤกษ์ช่วยสอนงานและพาเธอไปที่โต๊ะด้วยแล้วกัน” หัวหน้าฝ่ายบุคคลมอบหมายงานใหม่ให้หนุ่มนักบัญชี


“ด้วยความยินดีครับ ถ้าคุณดาวไม่มีธุระอะไรอีก ผมขอตัวพาคุณญพิภาไปดูทำงานของเธอเลยนะครับ”


“เชิญค่ะ” สาวหน้าหวานอนุญาตเมื่อเห็นว่าหมดหน้าที่ของตน


เมื่อได้รับคำอนุญาตหนุ่มนักบัญชีหันมาส่งสายตาให้พนักงานใหม่ตามออกมา ญพิภารีบลาพี่สาวก่อนจะเดินตามชายหนุ่มออกมา


พฤกษ์พาหญิงสาวมาที่ห้องทำงานอีกห้อง เป็นห้องทำงานรวม มีโต๊ะทำงานหลายตัวเรียงกันอยู่ แต่ละโต๊ะล้วนแต่มีเจ้าของนั่งทำงานของตน ไม่สนใจคนอื่น นักบัญชีหนุ่มแนะนำตัวเธอรู้จักกับทุกคนในห้องที่ทำหน้าที่รับผิดชอบต่างกัน เนื่องจากที่นี่ทำงานแบบระบบครอบครัว พนักงานชั้นผู้น้อยหลายฝ่ายจึงใช้ห้องทำงานกลางร่วมกัน
หลังจากแนะนำตัวหญิงสาวเสร็จชายหนุ่มพามาหยุดที่โต๊ะหนึ่งที่สะอาดและโล่ง ยังไม่มีข้าวของกองอยู่บนโต๊ะ


“นี่โต๊ะทำงานของคุณครับ โต๊ะข้างๆ นี่เป็นโต๊ะทำงานของผม ” นักบัญชีหนุ่มชี้มือไปยังโต๊ะทางขวามือที่ยังมีเอกสารกองอยู่เต็มโต๊ะ แต่ยังจัดวางข้าวของบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ


“มีอะไรไม่เข้าในตรงไหนก็ปรึกษากันได้นะครับ โต๊ะเราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง” นักบัญชีหนุ่มบอกด้วยความเอื้อเฟื้อเพื่อนร่วมงานใหม่ โดยไม่มีแววกรุ้มกริ่มในสายตา ทำให้ญพิภาโล่งใจและไว้ใจเขา ราวกับว่าเขาเป็นพี่ชายคนโตของเธอ


“ขอบคุณค่ะ”


“อ้อ ผมลืมบอกไปอย่างหนึ่ง ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ คุณญพิภา”


“เช่นกันค่ะ ดิฉันเพิ่งเริ่มงานที่นี่เป็นที่แรก คงต้องขอคำแนะนำจากคุณพฤกษ์เยอะหน่อย ยังไงก็ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์คุณพฤกษ์ด้วยนะคะ” สาวแกร่งพยายามผูกมิตรกับอีกฝ่าย


“ผมไม่เก่งขนาดนั้นเป็นอาจารย์ใครหรอกครับ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องงานผมช่วยเหลือคุณเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้ามีเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นมาก็เป็นความผิดของเราสองคนหารสอง อย่างมากก็โดนหักเงินเดือนคนละห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงกับถูกไล่ออกหรอกครับ” นักบัญชีหนุ่มแซวเพื่อนร่วมงานเล่นอย่างคน
อารมณ์ดี เรียกรอยยิ้มจากสาวแกร่งได้


“นี่ครับ คุณญพิภาลองศึกษาข้อมูลบัญชีเก่าๆ ของรีสอร์ทดูก่อนนะครับ ถ้าสงสัยติดขัดอะไรถามผมได้” ชายหนุ่มบอกพร้อมส่งแฟ้มเอกสารส่วนหนึ่งจากโต๊ะของเขามาให้เธอ


“คุณพฤกษ์คะ ไม่ต้องเรียกดิฉันเต็มยศก็ได้นะคะ เรียกดิวก็ได้ค่ะ เรายังต้องร่วมงานกันอีกนาน” หญิงสาวอนุญาตเมื่อเริ่มไว้ใจชายหนุ่มตรงหน้าว่าเขาไม่มีภัยกับเธอ


“งั้นดิว ก็ห้ามเรียกผมว่าคุณพฤกษ์จะได้ยุติธรรมกันไง”


“ได้ค่ะพี่พฤกษ์” หญิงสาวรับปากโดยง่าย บรรยากาศการทำงานกับนักบัญชีหนุ่มตรงหน้าดูเป็นกันเอง และไม่น่ามีเรื่องหนักใจสำหรับเธอ


หญิงสาวคิดว่าในวันนี้เรื่องอื่นๆ ถึงจะเลวร้าย แต่เธอโชคดีที่ได้เพื่อนร่วมงานอย่างพี่พฤกษ์
*****


ญพิภากำลังเก็บข้าวของบนโต๊ะหลังเลิกงานอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของพฤกษ์ดังขึ้น โทรศัพท์บนโต๊ะพฤกษ์เป็นเบอร์ที่สำหรับโทรมาติดต่อฝ่ายบัญชี เมื่อสาวแกร่งเห็นว่าเจ้าของโต๊ะไม่อยู่ หญิงสาวจึงตัดสินใจรับสายแทน เผื่อเป็นเรื่องงานเธอจะได้รับเรื่องไว้ให้ชายหนุ่ม


“ฝ่ายบัญชีค่ะ”


“ดิวเหรอ พี่ดาวเองนะ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย หนึ่งทุ่มครึ่งเจอกันที่ข้างเรือนกุหลาบหินนะ” สาวหน้าหวานตัดสินใจเลือกนัดหมายที่ เรือนพักของรีสอร์ทที่อยู่ไกลที่สุดและกำลังปิดซ่อมแซม ทำให้ไม่มีคนอยู่ในบริเวณในยามวิกาล จึงเหมาะเป็นที่นัดหมายที่จะคุยความลับ


“ค่ะ แล้วเจอกัน” ญพิภารีบรับคำก่อนจะวางสายพร้อมกับเหลียวมองดูรอบๆ ว่าทุกคนในห้องมีใครสนใจบทสนทนาทางโทรศัพท์ของเธอบ้าง แต่ไม่มีใครสนใจว่าเธอเพิ่งวางสายโทรศัพท์เลยสักนิด ทุกคนมัวแต่วุ่นวายกับการเก็บของกลับบ้านหลังเลิกงาน ทำให้หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก


ต่อไปนี้การติดต่อระหว่างเธอกับรัฐดาราคงต้องระมัดระวังมากกว่านี้ ถ้าเธอยังต้องการสืบหาคนร้ายที่ข่มขู่พี่สาวของเธอ จะต้องให้ทุกคนในม่อนเคียงดาวรู้ไม่ได้เลยว่าว่าเธอมีความสัมพันธ์เช่นไรกับรัฐดาราและคุณภูรี

โปรดติอตามตอนต่อไป


จากคุณ : รียา - [ 17 เม.ย. 48 22:26:34 A:203.172.104.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

แวะคุยกันก่อนค่ะ

คุณ : ณัฐณิชา - ยินดีที่แวะเข้ามาอ่านกันค่ะ ตอนนี้ได้อ่านตอนที่หนึ่งหรือยังคะ ทำลิงค์ไว้ให้แล้วนะคะ

คุณ : ปุณณัตถ์ - เดาถูกแล้วค่ะ พี่ธีของหนูดิวเป็นพระเอกที่เนื้อหอมมาก (คือตัวละครผู้ชายเด่นๆ ของรียามีน้อยค่ะ เลยต้องแย่งกันหน่อย) งานนี้นางเอกมีคู่แข่งเยอะแน่ค่ะ

คุณ : กบตัวกลม - อุ๊ย ซึ้งมากค่ะที่เจอแฟนตัวจริงตามอ่านมาตั้งแต่เรื่องแรกเลย ขอบคุณคุณกบตัวกลมมากนะคะที่ติดตามกันมานาน ต้องขอโทษด้วยที่คนเขียนจะเขียนช้าหน่อย แต่อนุญาตให้จี้(ให้เร็วขึ้น)ได้ค่ะ แล้วจะพยายามเขียนให้เร็วขึ้นนะคะ

คุณ : คณิตยา - ยินดีค่ะ แล้วแวะมาทักทายกันอีกนะคะ

คุณ : scottie - ตอนที่จะมาทำงานที่นี่พ่อยังไม่รู้ค่ะ หนูดาว(ที่มีตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคล) แอบรับดิวมาโดยไม่บอกพ่อค่ะ คุณภูรี(พ่อ) มารู้อีกทีดิวก็มาทำงานแล้ว เลยรีบโทรตามตัวดิวมาพบค่ะ ทำให้พระเอกเข้าใจผิดเลยว่านางเอกเป็นเด็กเส้น

คุณ : 1981 - มีคนเดาถูกอีกคนแล้วค่ะ เรื่องปมในอดีตออกจะเลวร้ายสำหรับหนูดิวในวัยเด็กมากเลยค่ะ (เอใครจะว่า รียาโหดไหมเนี่ย) เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะ ถ้านางเอกเรื่องนี้จะค่อนข้างแอนตี้พ่อตัวเอง

คุณ : Reader - มีคนมาช่วยเดาเรื่องอีกคนแล้วค่ะ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นแบบที่เดาไว้หรือไม่ต้องรอติดตามอ่านจนจบนะคะ

คุณ : NIS - เดากันต่อไปค่ะ คนเขียนก็ชักมึนๆ แล้วใครก็น่าสงสัยไปหมด

คุณ : :::อาราเร่::- พ่อยังจำลูกได้อยู่ค่ะ เพราะแม่สร้อย(แม่บุญธรรม) เขียนจดหมายและส่งรูปหนูดิวมาให้ประจำค่ะ

คุณ : พะยูนดิน - ชอบชื่อของนางเอกหรือคะ คนเขียนก็ชอบชื่อนี้เหมือนกันค่ะ ตอนที่สามต้องขอเวลาอีกนิดนะคะ

คุณ : จูนิตา - ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ รียาก็รอเรื่องดอกไม้ฯ ของพี่จูนเหมือนกันนะคะ(ฮิๆๆ แอบทวงคืนค่ะ)

คุณ : panmile_pink - ไม่ได้ไล่ค่ะ แค่ให้ไปอยู่กับครอบครัวใหม่เอง (โครม... มีใครเอาอะไรไล่ทุ่มรียาเนี่ย เห้ฯทีต้องหลบลูกหลงก่อนค่ะ)

คุณ : Gracie Lou Freebush - มีคนมาช่วยเดาเรื่องอีกคนแล้ว ไม่บอกไว้หรือคะว่าเดาว่ายังไง เผื่อคนเขียนจะได้พล็อตใหม่ ฮิๆๆๆๆๆๆๆ

คุณ : เม-ดา - ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ รอคอมเม้นต์ในตอนที่สามนะคะ

คุณ : ดี - มาแล้วค่ะ ตามคำขู่เลย

คุณ : คณิตยา(อีกครั้ง) - มาลงให้แล้วนะคะ

คุณ : มีน- มาอัพแล้วค่ะ ตามคำเรียกร้อง

คุณ : เอ๋ - ขอบคุณที่คอยติดตามนะคะ

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับตอนที่สาม เครียดเกินไปหรือเปล่าระหว่างการเจอกันของนางเอกกับพ่อที่ไม่หวานเลยสักนิดใครมีความคิดเห็นยังไงก็แวะมาพูดคุยกันได้ รวมถึงคำวิจารณ์ค่ะ พร้อมรับฟังเสมอ

สำหรับตอนเก่าๆ สามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ
ตอนที่1 http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W3363181/W3363181.html
ตอนที่2 http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W3398736/W3398736.html

และสำหรับคนที่ต้องการอ่านผลงานเรื่องอื่นๆ ของรียาสามารถตามไปได้ที่นี่ค่ะ http://www.story-seefah.com/reeya.html

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสาวสวยใจดีที่ให้รียายืมอมยิ้มมาทำลิงค์ด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะวิริญ

ว่างๆ อย่าลืมแวะมาคุยกับรียาบ้างนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ


จากคุณ : รียา (Wirincity) - [ 17 เม.ย. 48 22:56:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ชื่อตัวละครเพราะทั้งนั้นเลยค่ะ เอ ตกลงคุณพ่อนี่รู้ไหมคะว่าลูกสาวคนโตโดนปองร้าย เห็นตอนที่ดิวมาพบแล้วลากัน คุณภูรีเป็นห่วงกลัวเกิดเหตุร้าย

จากคุณ : เอ๋ - [ 17 เม.ย. 48 23:08:16 A:82.239.59.26 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ตอนนี้เหมือนสั้นเนอะ ทั้งๆที่ความจริงก็ปกติ อาจจะเพราะว่าเรื่องดำเนินไปยังไม่มาก... แต่ก็เริ่มเข้าใจแล้วค่ะ ว่าทำไมพ่อถึงได้ไล่นางเอกออกจากบ้าน คงเพราะเป็นห่วงจริงๆด้วย คุณ Reader เดาเก่งจริงๆ

รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ พี่ดาวจะบอกอะไรดิวน้า...


จากคุณ : 1981 - [ 18 เม.ย. 48 00:00:00 A:82.43.178.131 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

สนุกมากค่ะ...ขอเดาได้ไหมคะ..สุดท้ายจับพลัดจับพลู ดิวกลายมาเป็นคู่กับผู้จัดการหนุ่มโอสธีหรือเปล่าคะ (โอสธี- ชื่อแปลกมากค่ะ มีความหมายไหมคะ ชอบ :P)

จากคุณ : คณิตยา - [ 18 เม.ย. 48 00:03:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

อ้อ..อีกนิดนึงนะคะ ชอบชื่อรีสอร์ท "ม่อนเคียงดาว" มากค่ะ ชื่อเพราะค่ะ

จากคุณ : คณิตยา - [ 18 เม.ย. 48 00:11:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ตามติดค่ะ....

ถ้าธีรักดิว
พี่ดาวจะทำไงนี่


จากคุณ : จูนิ - [ 18 เม.ย. 48 01:55:32 A:203.118.84.137 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

...อ่า ตามติดๆ

และก็ชอบชื่อเรื่องค่ะ เพราะจริงๆด้วย ^^


จากคุณ : iNt_GaL - [ 18 เม.ย. 48 03:06:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ตามมาอ่านจาก 3+1 คับ
พระเอกน้า...คิดไปถึงไหนต่อไหน...


จากคุณ : หนมจีน - [ 18 เม.ย. 48 03:54:25 A:130.88.179.150 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

มาเซฟก่อนค่ะ ทั้ง3ตอนเลย....555+อ่านไม่ทันเด๋วตกรถ...พอกลับจากค่ายแล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่เด้อ รียาเด้อ
จุ๊บๆจ่ะ บ๊ะบาย


จากคุณ : สังกะสีผุๆ - [ 18 เม.ย. 48 07:58:40 A:161.200.128.47 X:161.200.255.162 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

smile

เรื่องจะเป็นยังไงต่อน๊า  คิดๆอยู่เหมือนนกันว่าตาธี ต้องชอบนางเอกแน่ๆเลย


จากคุณ : panmile_pink - [ 18 เม.ย. 48 09:47:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

เห็นด้วยกะคุณเอ๋ค่ะ ชื่อตัวละครเพราะอ่ะ^^

แต่ชื่อของนายธีมันแปลกๆง่ะ-_-

อย่างน้อยในเรื่องร้ายๆที่ประดังเขามา ยังไงมันก็ต้องมีเรื่องดีซักเรื่องบ้างล่ะนะ


จากคุณ : NIS - [ 18 เม.ย. 48 10:37:28 A:61.91.124.99 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

มาลองเดาดูก่อนว่า ตาพฤกษ์นี่น่าจะเข้าข่ายคนร้ายไหมหนอ......

จากคุณ : เม-ดา - [ 18 เม.ย. 48 12:20:19 A:202.133.176.74 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

อืมม.. เดามะออกแร้น เอาใจช่วยนางเอกก็แล้วกัน ... ว่าแต่ว่านายธีนี่คิดได้ไงว่านางเอกของเราจะเป็นคุณนายน้อยป๊ะป๋าอ่ะ..

ช่วงนี้มรสุมการงานโหมซัดอย่างแรงคับ หัวเลยเบลอๆหน่อย T_T


จากคุณ : Gracie Lou Freebush - [ 18 เม.ย. 48 12:28:56 A:203.150.30.31 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

เกาะขอบจอ ค่ะ แฮะๆๆ

จากคุณ : พะยูนดิน - [ 18 เม.ย. 48 16:20:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

โอ้โห หนุ่มคิดไปใหญ่โตแบบนี้ ไม่ไหวๆ

จากคุณ : scottie - [ 18 เม.ย. 48 20:14:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ลุ้นๆ เอาใจช่วยนางเอกของเราจ้า

จากคุณ : ปุณณัตถ์ - [ 18 เม.ย. 48 23:37:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ขอบคุณค่ะ สนุกมากเลยแต่ยังไงก็พยายามเร่งตอนสี่

หน่อยนะคะ


จากคุณ : ดี - [ 19 เม.ย. 48 01:50:58 A:203.113.37.11 X:203.151.140.112 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

ชอบชื่อเรนนี่จังครับ เก็บไว้พิจารณาตั้งเป็นชื่อเล่นลูกสาว ถ้ามี อิอิ

จากคุณ : brokenheart man - [ 19 เม.ย. 48 02:18:54 A:203.113.77.36 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ก็ยังดูเป็นห่วงกันดี(รึเปล่า)นี่นา ทำไมตอนนั้นถึงไล่ไปล่ะ

จากคุณ : :::อาราเร่::: - [ 19 เม.ย. 48 11:22:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ติดตามตลอดค่ะ อยากรู้เบื้องลึก เบื้องหลัง ของม่อนเคียงดาว ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยกาค้นหาคำตอบ รีบนำตอนที่4 มาอัพไวๆ นะค่ะ

จากคุณ : มีน - [ 22 เม.ย. 48 22:59:56 A:203.152.17.136 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

สนุกค่ะ แหมๆ เขียนให้เดายาก มั่ก ๆ ค่ะ
ยังไงจะเอาใจช่วยนางเอกนะค๊า
แอบเซฟ ไปอ่าน อิอิ
รอตอนใหม่อย่างใจจดใจจ่อค่ะ


จากคุณ : ณัฐณิชา - [ 23 เม.ย. 48 20:18:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

แวะมาตอบกระทู้ค่ะ

คุณ : เอ๋ - ขอบคุณค่ะที่ชมว่าชื่อตัวละครเพราะ ส่วนเรื่องคุณภูรี(พ่อ)ทราบไหมว่าดาวถูกปองร้าย ทราบค่ะ เพราะในตอนที่หนึ่งได้เอ่ยได้ไว้แล้วว่าดาวเล่าเรื่องให้พ่อกับโอสธีฟัง แต่ทั้งคู่ไม่สนใจ คิดว่าดาวกุเรื่อง(ตามคำยุของเรนนี่)
ฮิๆๆๆๆแต่หลายคนเดาถูกค่ะ ว่าคุณภูรีรู้อะไรดีๆ แต่ไม่ยอมพูดไม่ยอมทำอะไร

คุณ : 1981 - คุณ Reader เดาเก่งจริงๆ ด้วยค่ะ ช่วงนี้เนื้อเรื่องดำเนินช้าไปนิดค่ะ เพราะต้องการเปิดตัวละครให้ครบก่อน หลังจากตัวละครหลักๆ ออกมาครบเนื้อเรื่องคงดำเนินไวกว่านี้ล่ะคะ

คุณ : คณิตยา - เดาได้ค่ะ แต่จะเป็ฯไปตามนั้นหรือไม่ต้องรอติดตามต่อไปค่ะ
ส่วนชื่อโอสธี (อ่าน โอ -สะ -ที) มีความหมายค่ะ แปลว่า ดาวพระศุกร์
เข้าคู่กับชื่อนางเอกเลย
ญพิภา (อ่าน ยะ- พิ- พา) แปลว่ารัศมีดาวพระศุกร์
เห็นไหมคะว่าเข้าคู่กันเปี๊ยบ
ส่วนชื่อของรีสอร์ท ม่อนเคียงดาว ก็ได้มาจากความประทับใจส่วนตัวค่ะ

คุณ : จูนิ - ถ้าพี่ธีรักดิว ดาวคงเสียสละมั้งคะ เพื่อน้องทั้งคนนี่นา แต่ที่น่ากลัวกว่าพี่ดาวคือเรนนี่ต่างหากค่ะ เธอจะยอมปล่อยพี่ธีมาให้ดิวง่ายๆ หรือคะ

คุณ : iNt_Gal - ขอบคุณโรสนะคะที่ตามมาติดและชอบชื่อเรื่องนี้อีกคน

คุณ : หนมจีน - ตามมาทั้งสองที่เลยนะคะ แก้ตัวแทนพี่ธีนิดหนึ่ง ก็สถานการณ์มันชวนให้เข้าใจผิดนี่คะ ก็เลยเข้าใจผิดไปแล้วครับ

คุณ : สังกะสีผุๆ - ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ แล้วแวะมาอีกนะคะ

คุณ : panmile_pink - พี่ธีแอบชอบนางเอกหรือคะ แหมดุใส่นางเอก แถมพูดจาหาเรื่องขนาดนี้นางเอกมีสิทธิ์ตีหัวแตกค่ะ

คุณ : NIS - ชื่อของพี่ธีแปลกหรือคะ แต่คนเขียนชอบนา ไม่ซ้ำใครดีฮิๆๆๆๆๆ
แล้วในเรื่องร้ายยังมีเรื่องดี ก็จริงคะ อย่างน้องที่มีคนร่วมงานอย่างพฤกษ์ก็เป็นโชคดีของดิว

คุณ : เม-ดา - อ้าว คุณเม-ดา สงสัยในตัวพี่พฤกษ์เสียแล้วอย่างนี้พี่พฤกษ์เสียใจแย่นะคะ

คุณ : Gracie Lou Freebush - สถานการณ์มันน่าสงสัยนี่นาจะโทษผมฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ก็ผมไม่รู้นี่ว่าคุณอาภูรีมีลูกสาวสองคน(อันนี้พี่ธี่ขอมาตอบกระทู้แทนรียา)

ส่วนรียาของให้คุณประสบความสำเร็จผ่าฟันมรสุมงานได้สำเร็จนะคะ

คุณ : พะยูนดิน - ขอบคุณที่ตามมาเกาะขอบค่ะ

คุณ : scottie - ก็มันน่าสงสัยนี่ครับ มาแนะนำตัวไม่ถึงห้านาที มีโทรศัพท์ตามตัวไปพบแล้ว

คุณ : ปุณณัตถ์- ขอบคุณที่เอาใจช่วยหนูดิวค่ะ เพราะเธอยังต้องเจออุปสรรคอีกเยอะ แบบว่าคนเขียนซาดิสต์ชอบกลั่นแกล้งนางเอกค่ะ

คุณ : ดี - พยายามปั่นตอนที่สี่อยู่ค่ะ รออีกนิดนะคะ

คุณ : brokenheart man - ได้เลยค่ะ และรับเป็นพี่ทูนหัวให้ลูกสาวพี่อีกด้วย

คุณ : :::อาราเร่::: - นั่นนะสิคะ ยังมีปมที่ซ่อนไว้อยู่อีกค่ะ

คุณ : มีน - ที่ม่อนเคียงดาวยังมีปริศนาอีกเยอะค่ะ ต้องรอติดตามต่อไป

คุณ : ณัฐณิชา - เรื่องนี้มีปมเยอะมากคะ นี่รียายังเป็ฯห่วงเลยค่ะว่าตอนคลายปมเนี่ยจะทำยังไงดี

ไว้พบกันตอนที่สี่นะคะ


จากคุณ : รียา - [ 23 เม.ย. 48 22:29:18 A:203.172.104.230 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

อ้า...เริ่มเข้าเรื่องละ

จากคุณ : ฉันไม่ใช่กวีฝีมือฉกาจ - [ 25 เม.ย. 48 02:02:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

^__^

จากคุณ : Bangkokian - [ 8 ส.ค. 48 13:12:12 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ/
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป