ลำนำแห่งรัก (ตอนที่8+9ฉ

ลำนำแห่งรัก (ตอนที่8)


ปณาลีเหน็บผมที่ลุ่ยร่วงมาระใบหน้าไว้ที่หลังใบหูขาวสะอาด   ขณะที่คิ้วขมวดมุ่นมองสายเอ็นใสกับคีมในมืออย่างไม่ค่อยมีสมาธินัก

เธอตัดสินใจวางของทั้งสองสิ่งลงบนโต๊ะ  มองลูกปัดหลากสีทีเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ  ก่อนจะส่ายหัวไปมาถอนหายใจเฮือกใหญ่  ซึ่งดังพอที่จะทำให้คนที่กำลังเดินผ่านไปได้ยินชัดเจน

“ลีเป็นอะไรน่ะ  ทำหน้าเซ็งเชียว”    ปาลิกาถามคู่แฝดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าเบื่อโลก  แถมยังเริ่มเลื้อยลงไปนอนบนโซฟาตัวโปรดอีก

“กลุ้ม!!”   ปณาลีหันมองปาลิกา  “เป็นอะไรไม่รู้ใจลอยอยู่เรื่อย   นั่งตั้งนานแล้วอย่าว่าแต่สร้อยสักเส้นเลย  แหวนสักวงก็ยังไม่ได้”

ปาลิกามองอุปกรณ์ทำเครื่องประดับของน้องสาวที่วางเรี่ยราดอยู่บนโต๊ะ  ก็เห็นจริงด้วย  ปณาลีนั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว  แต่ไม่เห็นว่างานจะรุดหน้าขึ้นเลย  ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

“รับออเดอร์มาอีกแล้วเหรอ”  ปาลิกานั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ นั้นหยิบจานลูกปัดคริสตัลสีฟ้าขึ้นมาดูเล่น

“เปล่า..แค่ทำเล่น ๆ”  คราวนี้ปณาลีพลิกตัวนอนคว่ำหน้าเสียเลย  เสียงที่ลอดออกมาเลยอู้อี้ๆ อยู่บ้างแต่ยังพอจับใจความได้

“งั้นก็ไม่เป็นไรนี่..ถ้าเบื่อนักก็ไม่ต้องทำก็ได้  หรือวันนี้จะไปทำงานแทนปาก็ได้นะ”

ปณาลีผงกศีรษะขึ้นมา  ปาลิกาอมยิ้มเมื่อเห็นน้องสาวมีปฏิกิริยากับคำพูดของเธอทันที   แต่คำตอบที่ได้ไม่ยักเหมือนที่เธอคิดไว้แฮะ  เมื่อปณาลีหันมาหรี่ตามองเธอด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“ให้ไปเจอนายไรภีจอมกวนนั่นน่ะเหรอ  มีหวังเซ็งชีวิตมากขึ้นน่ะสิไม่ว่า”

ทีนี้ก็เป็นคราวที่ปาลิกาขมวดคิ้วบ้าง  “คุณไรภีน่ะเหรอกวน  เขาก็แค่จู้จี้นิดหน่อย  แล้วก็ขี้เบื่อเท่านั้นนี่นา  ปาไม่เห็นว่าเขาจะเป็นจอมกวนอย่างลีว่าเลย”

“เฮอะ!”  ปณาลีพ่นลมออกจากปาก   ลุกขึ้นมานั่งกอดอก  “อะไรกัน!  ปาทำงานกับตานี่มาตั้งนานยังดูไม่ออกอีกเหรอว่าหมอนี่ ทั้งพูดมาก  ปากร้าย  กวนโมโห  หลงตัวเอง  เวลายิ้มแต่ละทีก็...”  หล่อชะมัด  ปณาลีอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อตามความคิดของตัวเอง

ปาลิกาเลิกคิ้วยิ้มน้อย ๆ  มองใบหน้าที่เริ่มแดงของคู่แฝดอย่างขบขัน  พอพูดถึงเจ้านายของเธอทีไรน้องสาวเธอมักลืมอาการเบื่อโลกที่เป็นบ่อย ๆ ในระยะหลังนี้ทุกที

“อ้าว..ทำไมเงียบไปล่ะ  กำลังฟังเพลิน ๆ  เวลายิ้มคุณไรภีเขาทำไม่เหรอ?”

“ก็..ก็จะอะไรซะอีกล่ะ   ก็เสแสร้งแกล้งทำน่ะสิ   ยิ่งกับสาว ๆ น่ะ  หมอนั่นแกล้งยิ้มซะหวานหยดจนผู้หญิงเงี้ยน้ำลายแทบหกเป็นทาง”

“เอ..พูดแบบนี้แปลว่าไม่อยากไปล่ะสิ”

“ชัวร์!  ใครจะไปอยากเจอหมอนั่นให้ปวดหัวล่ะ”  ปณาลียืนยันหนักแน่น

“งั้นปาต้องรีบไปแล้วล่ะ  วันนี้มีเซ็นสัญญาละครเรื่องใหม่ด้วย”  ปาลิกาวางจานลูกปัดลงที่โต๊ะตามเดิม  กระวีกระวาดลุกขึ้นเดินจากไป

ปณาลีพยักหน้าเนือย ๆ   มองตามหลังพี่สาวฝาแฝดลับหายไปจากรอบประตู  เสียงรถยนต์แว่วมาเป็นการบอกว่าตอนนี้เหลือเพียงเธอคนเดียวที่อยู่ในบ้านขณะนี้    ปณาลีใช้นิ้วจิ้มเขี่ยลูกปัดบนจานใบหนึ่งจากหลาย ๆ ใบไปมา  ปากยื่นน้อย ๆ   ชักรู้สึกว่าคิดผิดที่ไม่ยอมเปลี่ยนตัวกับพี่สาว

เพราะอย่างน้อย “ไรภี  ธมนันท์”   ก็ไม่เคยทำให้เธอ  “เบื่อ”


************************************************************



“ปาลิกคุณช่วยไปส่งผมที่ร้านกระบอกไผ่หน่อยแล้วกัน  ผมนัดกับเพื่อนไว้”

ปาลิกาเบนทิศทางไปยังสถานที่ที่ไรภีบอก  เพราะตอนนี้ไรภีกำลังนั่งอยู่บนรถของเธอนั่นเอง  ที่ไรภีไม่ได้ขับรถมาทั้งที่มีนัดมีเหตุผลเนื่องจากว่ามันเป็นนัดกะทันหันนั่นเอง  เขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนตอนกำลังเซ็นสัญญาละครเรื่องใหม่ของเขา  ทำให้ไรภีที่ติดรถปาลิกามาเซ็นสัญญาต้องรบกวนเธอให้ไปส่ง

หากเขารู้ตัวว่ามีนัดเขาจะขับรถของตัวเองมาแยกกับปาลิกาแต่แรกพอเซ็นสัญญาเสร็จก็ตัวใครตัวมัน

ปาลิกากำลังคิดว่าก็ดีเหมือนกัน  เธอจะได้แวะทานอาหารกลางวันที่นั่นเสียเลย  เพราะร้านกระบอกไผ่จัดว่าเป็นร้านอาหารไทยที่เครื่องปรุงถึงเครื่องร้านหนึ่ง ทำให้มีลูกค้าเวียนมาไม่ขาดสาย   นี่เพิ่งสิบเอ็ดโมงกว่าเท่านั้น  คงไม่มีปัญหาเรื่องคนแน่นร้านเป็นแน่

ไรภีแปลกใจเมื่อเห็นว่าปาลิกาปิดประตูรถลงตามหลังมาด้วย

“ลงมาทำไมล่ะคุณปา  ส่งผมแค่นี้ก็พอแล้ว”

“อ๋อ..ดิฉันคิดว่าไหน ๆ ก็มาถึงแล้วก็แวะทานข้าวเสียเลยค่ะ”  ปาลิกาแก้ความเข้าใจผิดของชายหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ

ไรภียกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเห็นว่าสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว  จึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นก็ดี  จะได้รู้จักเพื่อนผมด้วย  คนนี้คุณยังไม่เคยเจอหรอกเขาเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก”

ปาลิการู้สึกถึงแอร์เย็นฉ่ำปะทะกับใบหน้าของเธอเมื่อเปิดประตูร้านเข้าไป   ไรภีหยุดชั่วครู่เพื่อมองหาเพื่อนของเขา  ซึ่งเขาก็พบได้รวดเร็วทีเดียว  ไรภียกมือทักทายเพื่อนของเขาด้วยรอยยิ้มกว้างขวางติดอยู่บนใบหน้า  ปาลิกามองตามสายตาเขาไปอย่างรวดเร็ว   และเธอก็พบว่าไรภีพูดผิดไปถนัด...

...เพราะความจริงเธอเคยพบเพื่อนของเขาคนนี้มาก่อน...

ธัญธาดา  อริยะสกุล

ปาลิกามองหน้าผู้ชายที่ติดอยู่ในความทรงจำของเธอมานานปีอย่างตื่นตะลึง  เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้มาพบเขาอีก  เพราะแม้แต่เพื่อนสาวที่เคยสนิทที่สุดอย่างคำฉันท์   อริยะสกุล  ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับชายหนุ่มผู้นี้เธอก็แทบไม่ได้ติดต่ออีกแล้วตั้งแต่เรียนจบและแยกย้ายกันไป

เส้นทางที่เธอเลือกเดินนั้นไม่อำนวยให้เธอคบหาสนิทสนมกับใครเกินไปนัก  นั่นอาจเป็นเหตุให้ความลับของครอบครัวรั่วไหลได้

ไรภีก้าวนำหน้าเธอไปทำให้ปาลิกาจำต้องเดินตามไปทั้งที่ขาเธอรู้สึกหนักอึ้ง ก้าวไม่ค่อยออกชอบกล  เธอมองหน้าธัญธาดารู้สึกหวั่น ๆ  ชอบกล  คงเป็นเพราะไม่ได้เจอเขามานานแล้วด้วยกระมัง  แล้วเขาจะจำเธอได้หรือเปล่า ในเมื่อเธอไม่ใช่เด็กนักเรียนผูกหางม้าจอมแก่นคนนั้นอีกแล้ว

ปาลิกาหายใจสะดุดเมื่อธัญธาดาละสายตาจากไรภี มามองเธอแทน  แววตาของเขานั้นเรียบสนิทไม่มีท่าว่าจะจำได้ว่าเธอเป็นใคร  ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่เขาเพิ่งส่งให้ไรภีไปเมื่อครู่เสียด้วยซ้ำ

“ไง..ธัญ  ทำหน้าอย่างกับกินลูกเกดมางั้นแหละ  ท่าทางอารมณ์ไม่ดีนี่หว่า”

ปาลิกาก้มหน้าอมยิ้มเมื่อไรภีทักทายธัญธาดา  เธอก็พบทราบมาจากคำฉันท์ว่าธัญธาดาไม่ชอบลูกเกดขนาดหนัก    จำได้ว่าก่อนที่ธัญธาดาจะไปเรียนต่อคำฉันท์ยังแอบนินทาว่าคงอยู่ไม่รอด  เพราะคนที่โน่นกินลูกเกดกันทั้งนั้น  ธัญธาดาชอบกินขนมหวานมากคงต้องทำใจลำบากหน่อย

ปาลิกายังขำว่าคำฉันท์พูดอย่างกับว่าที่อังกฤษมีผลไม้เป็นองุ่นอยู่อย่างเดียวเท่านั้น  ถึงเป็นแบบนั้นจริง ธัญธาดาก็กินองุ่นได้อยู่ดี  ที่เขาไม่ชอบคือองุ่นแห้ง ๆ ที่เราเรียกกันว่าลูกเกดต่างหาก

ธัญธาดาไม่โต้ตอบคำพูดหยอกล้อของไรภี  แต่เขาลุกขึ้นตามมารยาทเมื่อเห็นว่าไรภีพาหญิงสาวมาด้วย  และเมื่อปาลิกานั่งเรียบร้อยทั้งไรภีและธัญธาดาจึงนั่งลงบ้าง

“ขอแนะนำก่อนนี่ผู้จัดการของฉัน  ปาลิกา..”  

ไรภีแนะนำค้างเพียงเท่านั้นเพราะธัญธาดาโบกมือไปมาเป็นเชิงปราม

“ไม่ต้องหรอกเรารู้จักกันแล้ว”

ปาลิกาเบิกตากว้างมองหน้าชายหนุ่มที่เธอรู้จักมาแล้วหลายปี  ไม่คิดว่าเขาจะยังจำเธอได้  ในขณะที่ไรภีเพียงมองหน้าทั้งสองอย่างแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น

“อ้าว..รู้จักกันแล้วงั้นเหรอ  ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“นานแล้ว”   ธัญธาดาตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ  ยกกาแฟขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน  “จะสั่งอะไรกันมั้ย?”

“เอาสิ  นี่คุณปามาด้วยเพราะจะกินข้าวน่ะแหละ”

ดังนั้นการสนทนาจึงถูกขัดชั่วครู่เมื่อทั้งสามเริ่มสั่งอาหารกับบริกรซึ่งรอท่าอยู่นานแล้ว

“ยังไม่บอกเลยว่านายรู้จักกับคุณปาลิกาได้ไง”   ไรภีถามเรื่องที่คาใจทันทีที่มีโอกาส

“ปาลิกาเป็นเพื่อนกับน้องสาวฉันน่ะ”

“เฮ้ย!  เป็นไปได้ยังไงนายเป็นลูกโทนนี่  หรือว่าพ่อนาย..”

“น้อย ๆ หน่อยเจ้าไร  แค่แกไม่เรียกฉันว่าพี่ก็แย่พออยู่แล้ว  อย่าเอาปากเสนียดของแกลามมาถึงครอบครัวฉันด้วย”

ความจริงธัญธาดาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับคณินพี่ชายของไรภี  แล้วมาสนิทกับไรภีทีหลัง  ระยะแรกเขาเป็นคู่กัดกับไรภีทีเดียวเพราะฉุนมากที่ไรภีไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่  เหมือนไม่ให้ความเคารพนับถือ  แถมยังตีสนิทราวกับเป็นเพื่อนเล่นหัวกันมาแต่เด็ก  ทั้งสองซัดกันจนวัดพื้นมาหลายรอบ   แล้วธัญธาดาก็ได้คิด..

ยิ่งยั่วโมโหเขาได้มากเท่าไหร่ไรภีก็ยิ่งสนุก  หลัง ๆ เขาเลยไม่ถือสาคำพูดของไรภี  ไรภีพูดอะไรมาส่วนมากเขาก็มักเฉยเสีย  นอกจากจะทนไม่ได้จริง ๆ  ก็เอ็ดให้ทีหนึ่ง   หลังจากที่เขามีภูมิคุ้มกันไรภี ธมนันท์ขึ้นมาบ้างก็เห็นว่ายามที่ไรภีไม่พูดจายั่วโมโหก็นับได้ว่าเป็นคนที่น่าคบหาคนหนึ่ง

ไรภียิ้มหน้าเป็น  “อะไรกันแค่จะถามว่าพ่อนายมีพี่น้องหรือไง  นายถึงได้มีน้องสาวน่ะ”

“ดิ้นไปได้เรื่อย ๆ นะนายเนี่ย”  ธัญธาดาส่ายหน้าอ่อนระอากับหนุ่มรุ่นน้อง

ปาลิกามองการโต้เถียงของสองหนุ่มด้วยความสนใจ   เธอนึกถึงคำพูดของน้องสาวเมื่อเช้าที่เรียกไรภีว่า “จอมกวน”  เห็นทีจะไม่ผิดนัก  เมื่อมาเห็นด้วยตาฟังด้วยหูจะๆ แบบนี้  ส่วนอีกคน..

ปาลิกาพิศธัญธาดาได้สะดวกตากว่าตอนแรก  เพราะอาการเกร็งบวกกับความตื่นเต้นที่ได้พบเขาอีกครั้งลดลงไปแล้ว  เธอเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน  สมัยก่อนผมเขาเคยเกรียนเหมือนผมเด็กนักเรียนทั่วไป  บัดนี้ยาวขึ้นมากและถูกตัดเล็มอย่างดี  จากฐานะของเขาก็คงบอกได้ว่าช่างผมคงเป็นช่างผมชื่อดังคนใดคนหนึ่งของเมืองไทยเป็นแน่

ใบหน้าของเขาดูแกร่งขึ้นผิดกับหนุ่มน้อยหน้าใสในตอนนั้น  สีผิวก็เข้มขึ้นเห็นได้ชัดเจน  ปาลิกาขมวดคิ้วไม่เข้าใจ  ในเมื่อเขาอยู่เมืองหนาวไหงดำขึ้นได้ก็ไม่รู้   แล้วที่รู้มาอังกฤษน่ะแดดจัดซะที่ไหนล่ะ

ปาลิกากำลังมองธัญธาดาเพลิน ๆ เขาก็หันมาสบตาเธอ  ทำเอาเธอสะดุ้งหน่อย ๆ    จนปาลิกาต้องดุตัวเอง    นี่เธอหัดเป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย   คงไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะเจอธัญธาดาอีกครั้งหรอก  คิดแล้วชักแค้น ๆ ที่ตานี่ทำให้เธอมีอาการขี้ตกใจ  

ดังนั้นปาลิกาจึงต่อตาธัญธาดาไม่ยอมหลบ  แถมมองแบบเชิด ๆ หยิ่ง ๆ ด้วย  เล่นเอาอีกฝ่ายส่งสายตาดุ ๆ เตือนมา  แต่ปลิกาก็ยังถลึงตามองกลับไป

“โอ๊ย...อากาศที่โต๊ะนี้ร้อนเป็นบ้าเลยว่ามั้ยคุณปา  หรือว่าไงธัญ”

เสียงทุ้มร่าเริงของไรภีทำให้หนุ่มสาวทั้งสองหันมาให้ความสนใจกับเจ้าของเสียง   ทั้งสองไม่รู้หรอกว่าต่อสู้กันทางสายตานานแค่ไหน  แต่ไรภีที่นั่งจับตาดูอย่างหน้าชื่นตาบานอยู่นั้นสังเกตเห็นอย่างชัดเจน

“นายจะบ้าหรือไง  ที่นี่เปิดแอร์เย็นจะตาย  ร้อนตรงไหน”

“คุณไรภีไม่สบายหรือคะ  รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ หรือเปล่า”

ไรภีถอนหายใจเบาๆ  ชักจะเบื่อสองคนนี่แล้วสินช่างไม่รู้อะไรกันบ้างเลยหรือไงว่าถูกประชดอยู่

“น่าเบื่อ...”   ไรภีชันศอกขึ้นท้าวคางเบือนหน้าไปจากคนทั้งสอง  แล้วหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วจนผู้ร่วมโต๊ะงุนงง

“เป็นอะไรอีกล่ะไอ้ไร”  ธัญธาดาถาม

“ฉันลืมแว่นตาไว้ในรถว่ะ”

“แล้วไง?”  

ธัญธาดายังไม่เข้าใจ   แต่ปาลิกาเข้าใจทันที  เธอหันไปมองรอบ ๆ ร้านอาหาร

“ตายจริง!”  คนมองกันใหญ่เลยเดี๋ยวต้องเข้ามาคุยแน่ ๆ เลย  คุณไรภีนี่ค่ะกุญแจรถ”

ไรภีรับอย่างว่องไว  แต่ไม่วายหันมาถามคนที่ยื่นกุญแจให้  “ผมยืมรถคุณไปแล้วคุณกลับยังไงล่ะ”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปส่งเอง  นายจะไปก็ไปเหอะ  ฉันขี้เกียจดูขบวนปาหี่”   ธัญธาดาที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ตอบแทนปาลิกา

(มีต่อจ้า..)

จากคุณ : wayo - [ 12 มิ.ย. 46 20:31:24 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

“เออ..ดี  งั้นฝากคุณปาด้วย  เรื่องที่จะพูดกันเปลี่ยนเป็นโอกาสอื่นแล้วกัน”

ธัญธาดาพยักหน้ารับ  ไรภีรีบลุกขึ้นเดินออกจากร้านด้วยความเร็วสูงจนไม่มีใครในร้านได้ทันทักทายเขาสักคน

ปาลิกาถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นไรภีขับรถออกไปอย่างปลอดภัย  เธอหันกลับมาเพื่อสบตาชายหนุ่มอีกคนที่เหลืออยู่เข้าอย่างจัง

เธอลืมไปว่าการที่ไรภีไม่อยู่ที่นี่แล้ว เท่ากับว่าเธอกับธัญธาดาต้องรับประทานอาหารที่พนักงานกำลังเสิร์ฟอยู่นี้เพียงสองต่อสองเท่านั้น

*******************************************************



ไรภียิ้มเมื่อขับรถออกจากร้านอาหาร  เขามั่นใจแล้วสิว่าเขาไม่ได้ชอบปาลิกามากเป็นพิเศษอย่างที่กลุ้มอยู่แต่แรก   เขาสังเกตเห็นว่าธัญธาดากับปาลิกาน่าจะมีอะไรมากกว่าคนเคยรู้จักกันโดยที่เขาเองไม่รู้สึกหงุดหงิดหรือขัดข้องใจแต่อย่างใด

ดูจากการมองตากันของทั้งคู่แล้ว  คิดว่าพวกเขาคงต้องมีเรื่องเคลียร์กันอีกเยอะแน่

ส่วนเรื่องที่เขาไม่ค่อยชอบเห็นนายธวัชนั่นมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ปาลิกา เป็นไปได้ว่าเขาคงไม่ชอบนายธวัชนั่นมากกว่า  ก็หมอนั่นไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลยใส่เสื้อผ้าไม่ดูบุคลิกตัวเอง  แทนที่เสื้อผ้าจะเสริมให้ผู้ใส่ดูดีขึ้นนายนี่กลับทำให้ทั้งตัวเองทั้งเสื้อผ้าแย่ไปด้วย

ไรภีหักพวงมาลัยเลี้ยวไปยังบ้านของปาลิกา  เขาคิดว่าจะนำรถไปคืนไว้ที่บ้านของเธอ  และนั่งแท็กซี่กลับเองทีหลัง   ระหว่างทางเขาเห็นตลาดนัดเปิดขายของอยู่   ไรภีจึงขับรถจอดบริเวณหน้าตลาดนัดนั้น  เขานึกได้ว่าควรมีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากนายกำพลเสียหน่อย  เพราะเขารบกวนครอบครัวของกำพลไม่น้อยเหมือนกัน

เขาหันไปหยิบแว่นตาสีชาขึ้นมาสวม  รวมไปถึงหมวกอีกใบที่วางอยู่ใกล้ ๆ กัน   ไรภีไปไหนมาไหนมักมีของสองสิ่งนี้ติดตัวไปด้วยเสมอ  มันทำให้เขาพรางตัวได้กลมกลืนกับผู้คนดีแท้

ไรภีเดินเข้าไปในตลาด  เขาตัดสินใจว่าจะเดินวนสักรอบสองรอบก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรอีกที  แต่ไรภีเดินไปได้ไม่ถึงสองนาที  เขาก็แทบตาค้าง

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะตาฝาดไปได้..แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง   ที่เขากำลังเห็นอยู่ตรงหน้าคือ   ปาลิกากำลังขายของอยู่ที่ตลาดนัดแห่งนี้!

******************************************************



ลำนำแห่งรัก (ตอนที่9)


วันนี้ปณาลีเซ็งสุดขีดไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน  หลังจากปาลิกาออกไปได้ไม่นาน  เธอก็หมดสมาธิจะทำเครื่องประดับที่เป็นทั้งงานอดิเรกและอาชีพของเธอในปัจจุบันอีกต่อไป

ปณาลีนึกถึงตลาดนัดขึ้นมาได้  มีแผงเครื่องประดับแผงหนึ่งที่รับซื้อเครื่องประดับที่เธอทำ  และเธอก็สนิทกับแม่ค้าแผงนั้นเป็นอย่างดี

ในที่สุดเธอก็คิดออกว่าจะใช้ชีวิตสุดเซ็งของเธอวันนี้ให้หมดไปได้ยังไง

“ไงจ๊ะ  น้องปาวันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”   เสียงแม้ค้าขายเครื่องประดับดังขึ้นเมื่อเห็นปณาลีหยุดอยู่หน้าแผง

คำทักทายของแม้ค้าผู้นี้ทำเอาปณาลีเสียวสันหลังวาบ   เธอรู้ดีว่าวันไหนที่ปาลิกาออกจากบ้าน  เธอไม่ควรไป ปรากฏตัวไม่ว่าที่ใด   แม้หัวใจจะเต้นระทึกแต่เธอก็คิดว่าเธอคงไม่ซวยขนาดถูกใครจับได้ในตลาดนี่หรอกน่า

“วันนี้ว่าง ๆ ค่ะพี่มด   ว่าจะมาช่วยพี่มดขายของซะหน่อย”

“เอาสิ..”  แม้ค้าสาวนามมดหัวเราะชอบใจ  “ดีเลยพี่จะได้ไปกินข้าวขาหมูตรงนี้หน่อย  อยากกินตั้งนานแล้วไม่มีใครช่วยเฝ้าแผงเลย”

“โหย..ฉวยโอกาสเลยนะพี่   ราคาของตามที่ติดไว้ใช่มั้ยคะ”  ปณาลีหยิบกระเป๋าขึ้นมาค้นกุกกัก  “พี่มด  ขอปาวางของขายด้วยคนนะ  เดี๋ยวปาแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้

“เออดี..เรื่องได้เงินได้ทองนี่พี่ชอบนักแหละ”

ดังนั้น  ปณาลีจึงได้เป็นแม่ค้าจำเป็นหนึ่งวัน  เธอเริ่มจัดแผงเครื่องประดับใหม่  ให้พอมีที่สำหรับวางสินค้าของเธอขายบ้าง   ตัวสินค้าของเธอไม่ได้กำหนดราคาไว้แต่เธอคิดว่าจะขายโดยเทียบราคากับของที่วางแผงอยู่แล้ว

ปณาลียิ้มหน้าบานด้วยความยินดี  เพราะแค่นั่งอยู่ไม่ถึงสิบนาที  เธอก็ขายแหวนของตัวเองได้สามวง  สร้อยข้อมือกับสร้อยคออีกอย่างละเส้น  ยังไม่นับรวมของพี่มดที่ขายออกด้วยเช่นกัน

เธอฉีกยิ้มเงยหน้ามองลูกค้าที่มาหยุดอยู่หน้าแผง  ยิ้มนั้นแหยลงทันทีเพราะใบหน้าที่อยู่หลังแว่นตาสีชานั้นเป็นใบหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี

...ไรภี  ธมนันท์...

ทั้งสองมองหน้าอยู่อึดใจ  ปณาลีอยากจะพูดอะไรออกไปบ้างแต่ลิ้นเจ้ากรรมมันก็เกิดแข็งขึ้นมาดื้อ ๆ  แถมอีกฝ่ายก็ไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่จ้องเธออย่างเดียว   เมื่อมีลูกค้าสาวสองคนเข้ามาที่แผงและเลือกดูสร้อยคออยู่นั้นทำให้ปณาลีโล่งอก  พยายามคิดข้อแก้ตัวเหมาะ ๆ  ขณะเทคแคร์ลูกค้าสองสาวอยู่

ช่วยไม่ได้อยากไม่พูดอะไร  เปิดโอกาสให้คิดอย่างนี้ก็หมูสิ..

มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าไรภีนั้นเพิ่งแยกกับปาลิกามา  เพราะปาลิกาบอกไว้ว่าวันนี้มีนัดเซ็นสัญญา  แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า  ปาลิกากลับบ้านเลยหรือเปล่า  หรือว่าบอกไรภีว่าไปไหนต่อ   งั้นลองฟังคารมหมอนี่ไปก่อนแล้วกัน  พอจับสถานการณ์ได้ก็สบายล่ะ..

ลูกค้าสาวเดินจากไปหลังจากโดนหว่านล้อมจนอดใจซื้อที่คาดผมน่ารัก ๆ อันหนึ่งไปด้วย

“ผมคิดว่าคุณกำลังกินข้าวอยู่ตอนผมจากมา”   ไรภีเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก

“งั้นหรือคะ”  ปณาลีระมัดระวังคำพูดเป็นพิเศษ  พยามยามเลือกใช้ถ้อยคำกลาง ๆ เข้าไว้

“ผมอยากรู้ว่าคุณมาถึงที่นี่ก่อนผมได้ยังไง”

“เอ่อ..แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่ก่อนคุณล่ะคะ”

“ผมก็บอกแล้วไง..”  ไรภีทำเสียงรำคาญใส่หญิงสาว “..ว่าคุณกำลังกินข้าวอยู่”

“งั้น..ฉันก็คงกินเสร็จแล้ว”  แต่ให้ตายเหอะ..ท้องเธอเริ่มร้องจ็อก ๆ  ซะแล้วสิ

“นี่คุณจะให้ผมเชื่อจริง ๆ น่ะเหรอว่าธัญธาดา กินข้าวเสร็จแล้วมาส่งคุณก่อนผม ทั้งที่ผมออกมาจากร้านอาหารก่อนเนี่ยนะ”    น้ำเสียงของไรภีทั้งดูหมิ่นและไม่เชื่อถือไปในคราวเดียวกัน

ปณาลีนั่งจ๋องอยู่บนเก้าอี้ของพี่มดที่ใช้นั่งขายของ  ปล่อยให้ไรภียืนคุยอยู่หน้าแผง  เธอกำลังคิดหาข้อแก้ตัวเป็นพัลวัน

ตายละวา..แล้วแบบนี้จะแก้ตัวยังไงดีล่ะ  มีบุคคลที่สามด้วย   แล้วนายธัญธาดานี่เป็นใครกันทำไมปาลิกาถึงอยู่กินข้าวด้วย   ช่างมันเถอะ..ตอนนี้แก้ผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อนดีกว่า”

“คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อฉันก็มานั่งอยู่นี่แล้วไงคะ”    ปณาลีแกล้งเลิกคิ้วกวน ๆ ใส่หน้าเขา

“นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่ผมจะถามคุณ  คุณมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้มิทราบ”

ปณาลียินดีที่หาทางเปลี่ยนเรื่องได้  

“ฉันก็มาขายของไงคะ”

“นี่คุณจะบอกผมว่าแผงนี้เป็นแผงของคุณงั้นเหรอ  คุณเอาเวลาที่ไหนมาทำในเมื่อคุณทำงานให้ผมอยู่น่ะ”  

ไรภีใช้นิ้วคีบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาดู  คราวนี้เสียงของเขาฟังเรียบเรื่อย  แต่ปณาลีรู้สึกว่ามันบีบคั้นยังไงชอบกล

“นี่ไม่ใช่แผงของฉันหรอกค่ะ  พอดีแม่ค้าเขาไปกินข้าว  เขาก็เลยวานฉันให้ดูแลแทนเพราะเป็นคนรู้จักกันค่ะ”   เอาล่ะ..รอดตัวไปอีกหนึ่ง

“งั้นตอนนี้คุณก็ขายอยู่คนเดียวสินะ”

“ค่ะ”

พอปณาลีรับคำก็มีคนเข้ามามองดูเครื่องประดับอีกครั้งทำให้การสนทนาของเธอและไรภียุติลงชั่วคราว  ลูกค้าของเธอคราวนี้เป็นนักศึกษาสาวสามคน  ดูเหมือนทั้งสามตั้งใจมาดูแหวนโดยเฉพาะต่างคนต่างเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกแหวนวงไหนดี  ลองสวมวงโน้นวงนี้แล้วก็บอกว่าน่ารักทุกวงไม่รู้จะเลือกวงไหนดี

ปณาลีก็แนะนำไม่ถูกเหมือนกัน  เพราะลายตาไปหมดกับจำนวนแหวนบนนิ้วสาว ๆ เหล่านั้น

“น้องคนผมสั้นน่ะ  ลองวงนี้สิครับ”

ปณาลีรวมถึงเด็กนักศึกษาทั้งสามคนพร้อมใจหันไปมองไรภี   ในมือของเขามีแหวนคริสตัลถักเป็นข้อใหญ่ประมาณครึ่งนิ้วเท่ากันตัวเรือนและหัวแหวน

นักศึกษาคนนั้นยื่นมือออกไปรับอย่างงงๆ อยู่บ้าง  

“ผมว่านิ้วของนี่ยาวเรียวใส่แหวนแบบนี้จะดูสวย  มีหลายสีนะชอบสีอะไรล่ะ”  ไรภียิ้มขณะพูดเสริม

รอยยิ้มของเขาทำเอานักศึกษาคนนั้นหลบตาทำหน้าเขิน ๆ  แล้วบอกว่าชอบวงที่เขาเลือกให้นั่นแหละ  ทีนี้เพื่อน ๆ ของแม่สาวคนนั้นก็เลยขอให้ไรภีช่วยเลือกแหวนให้บ้าง

“พ่อคนเสน่ห์แรง!!”  ปณาลีพึมพำออกมาเบา ๆ   นึกหมั่นไส้เขาเหลือกำลัง   นี่ขนาดใส่แว่นตาไว้นะเนี่ย   สาว ๆ ยังทำท่ากรี๊ดกร๊าดใส่  นี่ถ้ารู้ว่าเป็นไรภี  คีรีชล  ไม่เป็นลมกันไปเลยหรอกเหรอ  “คนอะไรเสน่ห์ดึงดูดหญิงมากเป็นบ้า”

ปณาลีนั่งฟังเขาพรีเซ้นต์เครื่องประดับให้สาว ๆ เหล่านั้นฟังก็ต้องยอมรับว่า  ไรภีนั้นดูจะรู้ดีว่าผู้หญิงคนไหนเหมาะกับเครื่องประดับแบบไหน  เพราะของแต่ละอย่างที่ไรภีแนะนำนักศึกษาทั้งสามนั้นล้วนแต่เข้ากับบุคลิกของพวกหล่อนเป็นอย่างดี

ดังนั้นเมื่อนักศึกษาทั้งสามคนเดินออกจากร้านไปพวกเธอจึงไม่ได้แค่แหวนเท่านั้น  แต่รวมไปถึงสร้อยคอ  สร้อยข้อมือ  ต่างหู  แถมยังมีกิ๊บตัวเล็ก ๆ อีกหนึ่งแผงด้วย

ไม่ใช่แค่นั้น  ตอนที่ไรภีแนะนำเครื่องประดับให้นักศึกษาทั้งสามคนนั้นทำให้มีผู้คนมาหยุดฟังเขาพูดเยอะแยะ  ตอนนี้เธอกำลังมีลูกค้าสาว ๆ แน่นร้านที่รอคำแนะนำจากไรภีอยู่ว่าตนเองน่าจะเหมาะกับเครื่องประดับแบบไหน  เธอก็ได้แต่บอกราคาเมื่อมีคนซื้อเท่านั้น

ถึงจะหมั่นไส้เขายัง  แต่เธอก็รอดตัวไปได้เปราะหนึ่ง   เพราะไรภีไม่มีเวลามาคาดคั้นเธออีกเลย

ปณาลีคิดว่ารอดตัวอยู่ไม่นานไรภีก็เงยหน้ามาสบตาเธอ  ปณาลีขนลุกเกรียว  เพราะพออ่านสายตาเขาออกว่า  ยังไงเขาก็ไม่ลืมเรื่องที่พูดค้างไว้อยู่แน่  แต่ก็ไม่วายเชิดหน้าตอบกลับไป

คิดเหรอว่าฉันจะแคร์  นายดาราดัง!!
..........................................................


“ถ้าคุณยังขืนมองดิฉันแบบนี้อีก  ดิฉันคงคิดว่าคุณหลงเสน่ห์ดิฉันแน่ค่ะ”

ปาลิกาออกปากอย่างอดรนทนไม่ได้  ที่ถูกผู้ชายที่นั่งตรงข้ามมองอย่างสำรวจตรวจตรา  แน่ล่ะ  สายตาที่เขามองน่ะไม่ได้ชื่นชมแน่  เขามองแบบขำ ๆ  ประมาณว่าไม่เชื่อสายตามากกว่า

“ถ้าคุณคิดว่าคุณแต่งตัวแบบนี้แล้วยังมีคนมาหลงเสน่ห์คุณอีกล่ะก็...”  ธัญธาดาใช้นิ้วชี้เคาะที่ขมับตัวเอง  “..คุณคงต้องไปเช็คสมองซะหน่อยแล้วล่ะ”

ปาลิกายิ้ม  นึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่มาหลงชอบเธอทั้งที่แต่งตัวแบบนี้

“อย่างน้อยก็มีอยู่คนหนึ่งก็แล้วกัน”

ธัญธาดาแกล้งเบิกตากว้างทำท่าตกใจเกินความจำเป็น

“งั้นผมว่าคุณน่ะชวนเขาไปเช็คสมองด้วยกันเลยก็ดีนะ    ระบบประสาทอาจมีอะไรผิดปกติทั้งคู่ก็ได้”

คราวนี้ปาลิกาชักฉุนขึ้นมาบ้างแม้เมื่อก่อนจะแอบคิดว่าธวัชคงสติไม่ค่อยดีนักอยู่เหมือนกัน  แต่ตอนนี้เธอจะลืมไปซะว่าเคยคิด  ใครจะทำไม   “คุณน่ะสิประสาทไม่ปกติ  ฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วมันผิดตรงไหนไม่ทราบ!!”

“นี่คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอ?”   ธัญธาดาทำท่าว่าเหลือเชื่อจริง ๆ  ที่เรื่องแค่นี้ปาลิกาก็ไม่เข้าใจ

“รู้ตัวเรื่องอะไร??!!”   ปาลิกาตวัดเสียงห้วน

ธัญธาดายิ้มเรื่อย ๆ  มองหญิงสาวเพื่อนสนิทของญาติผู้น้อง  คิดในใจว่า  อย่างนี้สิค่อยเหมือนปาลิกาคนเดิมที่เขาเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อนหน่อย  รู้จักต่อปากต่อคำ  ไม่ใช่แม่สาวอารมณ์เย็น เรียบร้อยอย่างที่หล่อนแสดงออกเมื่อครู่

ปาลิกามัวแต่ถลึงตามองชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องเลยไม่ได้สังเกตว่าเขาหยิบวัตถุสี่เหลี่ยมชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ   ก่อนที่สมองเธอจะประมวลภาพเหตุการณ์ที่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร  ธัญธาดาก็เสร็จธุระกับเจ้าวัตถุสี่เหลี่ยมชิ้นนั้นเรียบร้อยแล้ว



จากคุณ : wayo - [ 12 มิ.ย. 46 20:34:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2


“นั่นคุณตั้งใจจะทำอะไรน่ะ   มาถ่ายรูปฉันทำไม”    ปาลิกาเอ็ดเขาแต่ไม่กล้าโวยวายเสียงดังเพราะที่ร้านอาหารแห่งนี้คนเริ่มแน่ร้านขึ้นทุกทีแล้ว

“ไว้เป็นหลักฐาน”   ว่าแล้วธัญธาดาก็เก็บกล้องดิจิตอลตัวเล็กกะทัดรัดแต่มากด้วยคุณภาพลงกระเป๋าเสื้อตามเดิม

ปาลิกาสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำว่า  “หลักฐาน”  เธอโวยวายทันที  พยายามสงวนเสียงไว้เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของโต๊ะข้างเคียง

“หลักฐานอะไร  บอกมานะ!!”  หน้ามุ่ย ๆ ของเธอบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างมาก คนยิ่งมีชนักติดหลังอยู่ด้วย

“เอาน่า..แล้วก็รู้เอง”   ธัญธาดายิ้มอมภูมิ  “แล้วนี่คุณอิ่มหรือยังล่ะจะได้ไปกันซะที”

ปาลิกากำมือกับขอบโต๊ะแน่น   ระงับความโกรธกรุ่นที่เริ่มพวยพุ่งอยู่ในใจ   ให้ตายเถอะ..ถึงตอนนี้เธอไม่อิ่มก็กินไม่ลงแล้ว

“คุณไม่ต้องไปส่งดิฉันหรอกค่ะคุณธัญธาดา  ดิฉันกลับแท็กซี่เองสะดวกกว่า”  ปาลิกาควบคุมน้ำเสียงให้กลับมาสงบราบเรียบอีกครั้งแม้มันจะทำได้ยากเหลือเกิน  แต่เธอก็ทำได้สำเร็จ

“ผมก็ไม่อยากขัดใจคุณหรอกนะ  แต่ทีนี้เจ้าไรมันฝากคุณเอาไว้  ถ้าผมไม่ไปส่งคุณถึงบ้านมันจะหาว่าผมไม่รักษาคำพูดทีหลังได้”

“เรื่องนั้นดิฉันพอพูดกับคุณไรภีได้..”

ธัญธาดาไม่สนใจเสียงทักท้วงของหญิงสาวเขาเรียกพนักงานเก็บเงินทันที    นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ปาลิกาไม่อาจทัดทานเขาได้   เธอตั้งใจจะจ่ายค่าอาหารส่วนของเธอเอง เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร  (โดยเฉพาะธัญธาดา)  นี่เป็นอีกส่วนที่เธอกับปณาลีแตกต่างกัน  หากเป็นปณาลีน้องสาวของเธอคงดีใจไม่น้อยที่มีคนเลี้ยงข้าวโดยที่ตัวเองไม่เสียเงินสักแดง

เมื่อทั้งสองออกจากร้านอาหาร  ปาลิกาตั้งใจจะเดินหนีไปเรียกรถแท็กซี่เอง  แต่คิดอีกทีผู้ชายแบบเขาอาจเห็นว่าเธอเรื่องมากเล่นตัว  ดีไม่ดีอาจหาว่าให้ท่า ยั่วให้ตามก็ได้

ยอมไปกับเขาดี ๆ  แล้วให้มันจบ ๆ ไปเลยดีกว่า

ธัญธาดาเตรียมรอดูอยู่แล้วว่าปาลิกาจะเกิดพยศอะไรขึ้นมาอีกหรือไม่   แต่หล่อนทำให้เขาประหลาดใจโดยการขึ้นรถไปกับเขาดี ๆ    และก็เป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่รถของเขาเป็นรถสปอร์ต  ไม่งั้นเขาอาจได้กังวลว่าเจ้าหล่อนจะแกล้งไปนั่งเบาะหลังแล้วเปลี่ยนตำแหน่งเขาให้กลายเป็นสารถีหรือไม่

ปาลิกากำลังคาดเข็มขัดนิรภัย  ก็ได้ยินเสียงเปรย ๆ กวนโทโสมาจากชายหนุ่มหน้าขรึมข้าง ๆ

“ว่าง่าย ๆ จะได้โตไว ๆ นะน้องปา”

ปาลิกาตวัดสายตาค้อนชายหนุ่ม   “ขอโทษค่ะดิฉันไม่เคยมีพี่ชาย”

ธัญธาดาก็ดีใจหาย   “โอเค ครับ คุณปาลิกา  เรียกอย่างนี้พอใจมั้ยครับ”   ว่าง่ายจนน่าอัด

“ดีค่ะ”   ปาลิกาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเคร่งแกมหมั่นไส้  “ดิฉันไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับคนที่ไม่สนิทด้วย”

“นี่ขนาดเคยไปกินข้าวบ้านผม  แถมยังรู้จักญาติพี่น้องผมหมดแล้ว  คุณยังบอกว่าไม่สนิทกันอีกเหรอ   แล้วแบบนี้คุณกับแฟนไม่ไปถึงไหน ๆ กันแล้วหรือเนี่ย”

“บ้า!!  หยาบคาย   ฉันยังไม่มีแฟน  แล้วก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรอกุศลแบบที่คุณกำลังคิดอยู่ด้วย”

ธัญธาดา  ไม่ใส่ใจกับอาการฉุนเฉียวของหญิงสาวแม้แต่น้อย   หนำซ้ำเขายังตีหน้าซื่อทำหน้างงงวยไม่เข้าใจได้สนิทนัก

“ก็ผมไม่รู้นี่  ว่าคำว่าสนิทของคุณนี่มีคำจำกัดความยังไง  ผมก็แค่คาดเดาเท่านั้นเอง”


“ปากอกุศล!!  คิดอกุศล!!  ใจอกุศล!!!”


ธัญธาดาหัวเราะก๊ากขึ้นมาทันทีกับคำผรุสวาทของหญิงสาว   เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกด่าแล้วรู้สึกสนุกขนาดนี้   ชักเข้าใจความรู้สึกของเจ้าไรภีขึ้นมาตะหงิด ๆ แล้วสิ  ว่าทำไมหมอนั่นถึงชอบยั่วแหย่คนนัก

“หัวเราะอะไร!!  คุณจะบ้าหรือไงโดนว่าแล้วยังหัวเราะอีก  จิตไม่ปกติ!!”    ปาลิกาตะหวาดแว้ดใส่เขา  ไม่วายด่าเพิ่มอีกอย่างซะเลย

ธัญธาดาพยายามกลั้นหัวเราะ   เขาค่อย ๆ ชะรอรถ  เลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ปาลิกาลืมเรื่องเมื่อครู่ไปหมด  เลิ่กลั่กมองเขากับตัวตึกมหึมาสลับกันไปมา

“นี่คุณมานี่ทำไม  ฉันจะกลับบ้านนะ”

“เออน่า...ถ้าคุณอยากรู้ก็ตามลงมาแล้วกัน   รับรองได้ว่าห้างฯนี้เขาไม่รับซื้อคุณหรอก”   ธัญธาดาถอดสายเข็มขัดนิรภัยเมื่อดับเครื่องเรียบร้อยแล้วก้าวลงจากรถ

ปาลิการีบออกจากรถเช่นกัน  ไม่ใช่ว่าอยากเข้าไปเดินในห้างอย่างที่เขาชวนหรอกนะ  แต่ตามมาฉะต่อต่างหาก

“นี่คุณนึกหรือไงว่าฉันจะกลัวว่าคุณจะพามาขาย  ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกน่า   ที่ฉันอยากรู้น่ะคือคุณมีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่นี่   แล้วทำไมไม่ไปส่งฉันก่อนแล้วค่อยแวะมาล่ะ  หรือนัดใครเอาไว้   ฉันก็บอกแล้วว่าฉันกลับแท็กซี่เองก็ได้  ทำไมไม่ยอมแต่แรกล่ะ...”

ปาลิกาทำท่าจะร่ายยาวต่อ   ธัญธาดารีบโบกมือหยุดไว้ก่อน

“พอ ๆ  นี่คุณจะเว้นช่องไฟให้ผมตอบบ้างไม่ได้หรือไง   ผู้จัดการที่เรียบร้อยของนายไรภี  คีรีชลหายไปไหนกันเนี่ย”

ปาลิกาสูดหายใจลึก

“ในเมื่อคุณมีธุระ  ฉันขอกลับก่อนเลยก็แล้วกัน”   ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด   คนอะไรทำหน้าเฉยมากวนโมโหเขา  บางทียังหัวเราะใส่หน้าอีก  ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว..

ปาลิกายังไม่ทันจะหมุนตัวออกจากลานจอดรถนั้น  มือใหญ่สีคล้ำก็คว้าหมับเข้าให้ที่ข้อมือบอบบางของเธอ

“คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น  คุณน่ะตัวสำคัญเลยที่ทำให้ผมมาที่นี่!!”

ภาพชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงหญิงสาวเป็นที่สะดุดตาของใคร ๆ ต่อใครทั้งพนักงานห้าง ฯ  และผู้คนที่มาเดินจับจ่ายของในห้างฯแห่งนี้   เมื่อโดนมองมาก ๆ เขา  ปาลิกาชักเขิน ๆ  เธอมองคนที่จับข้อมือเธอแน่นอยู่ไม่เห็นเขามีทางทีอะไรเลย   ไม่รู้ว่าใช้ปูนอะไรฉาบหน้าไว้ถึงได้ด้านขนาดนี้

เขาหน้าด้านแต่เธอไม่ด้านนี่นา..

สุดท้ายปาลิกาเลยต้องเดินไปกับเขาแต่โดยดี    เธอไม่อยากให้สะดุดตาผู้คนนักคนมองมาก ๆ อายตายชัก..

**********************************************


คราวนี้เอามาให้อ่าน 2 ตอนค่ะ  อิๆ

**TSURUGI**   คราวนี้น้อยค่ะ  คงตาไม่ลายแล้วนะคะ

**นิยุตตา**   ^_________________^    ยิ้มปลื้มรับคำชมค่ะ

**น้ำลายบูด**   เอ..รอยยิ้มของน้ำลายบูดเหรอที่ยาวขึ้นน่ะ

**GTW**   แว๊ก!!  รู้สึกเหมือนจะโดนGTWงับแฮะ  =___=i

**น้ำใส**   สนุกก็อ่านต่อนะคะ...

**scottie**   คงรู้แล้วนะคะว่าหนุ่มปริศนาคนนั้นเป็นใครกัน

**หนูยี**  เอ่อ..รู้สึกเหมือนได้ศอกจะเอาเป็นวามากกว่าค่ะ   ขออภัยที่คราวนี้สั้นกว่าคราวก่อนค่ะ

**app**  อ้าว??  ทำไมเพิ่งชอบล่ะตัวเอ๊ง..เค้าชอบกันตั้งแต่พระจันทร์เต็มใจแล้วนะ    -__-  แต่ถ้าเรื่องหลายใจสงสัยจะเป็นพวกเดียวกันแฮะ

**Janer** คนอ่านดี  แต่คนโพสต์เมื่อยค่ะ  โฮะๆๆๆ

**aor**  อ๋า...!!??   aor  จะให้เราแข่งกับกิ่งฉัตรเลยเหรอ  แบบนี้นามปากกาเราก็ต้องกิ่งมะยมอ่ะดิ  อิๆ

**ควันเทียน**   โห..ก๊อปกันเฉยเลย  ขอภาพสวย ๆ มาแลกซักภาพสิคะ

**คีตภา**   รอต่อไปนะพี่คี  ให้ได้แค่ 2  ตอนนี่แหละค่ะ

**คิมมี่**  ให้ทำลิ้งค์เหรอ  รอกะเดี๋ยวนะ  ปายหาก่อน  อ่ะ  ได้มาละ

พระจันทร์เต็มใจ
ตอนที่ 1
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2236142/W2236142.html
ตอนที่ 2
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2238270/W2238270.html
ตอนที่ 3
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2241248/W2241248.html
ตอนที่ 4
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2243209/W2243209.html
ตอนที่ 5
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2245806/W2245806.html
ตอนที่ 6-7
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2250716/W2250716.html
ตอนที่ 8
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2254461/W2254461.html
ตอนที่ 9-10
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2256655/W2256655.html
ตอนที่ 11-12
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2264171/W2264171.html
ตอนที่ 13
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2268103/W2268103.html

ตอนที่ 14+ บทส่งท้าย
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2272271/W2272271.html


ลำนำแห่งรัก

ตอนที่1
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2291791/W2291791.html

ตอนที่2+3
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2296535/W2296535.html

ตอนที่4-7
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2308581/W2308581.html


เรียบร้อยแล้วค่ะ  พบกันใหม่ตอนหน้าค่า.........


******************************



จากคุณ : wayo - [ 12 มิ.ย. 46 20:57:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

อิอิ
ความแตกแน่เลย โดนถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้วด้วย

รอตอนต่อไปนะคะ


จากคุณ : TSURUGI - [ 12 มิ.ย. 46 22:23:22 A:210.198.217.209 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4


ชักจะสนุกขึ้นทุกทีแล้ว..

เย๊..

ขอบคุณมากเลยนะคะ..
สำหรับ links
คุณ wayo น่ารักจริง ๆ เล๊ย..

:D


จากคุณ : คิมมี่ (*CriMy*) - [ 12 มิ.ย. 46 22:59:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

Sign my name ka.

จากคุณ : TJ - [ 13 มิ.ย. 46 00:28:58 A:129.109.70.38 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

โอ๊ย.....อยากถูกจูงมือบ้าง .....สงสัยนายธัญนี้นิสัยเดียวกับนายไรภีซะละมั้ง ....คู่กัดคู่ที่ 2 ใช่ปะจ๊ะ  ส่วนนายไรภีจะจับได้หรือยังเอ๋ย ติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ......เดี๋ยวกลับไปแต่งมาให้อ่าน ..5555  เขียนผิดเขียนผิด ไว้จะตามมาอ่านจ๊ะ....ก๊าก ก๊าก ขำขันขำขัน....แต่งไม่เป็นอ่านเป็นอย่างเดียว..........^o^

จากคุณ : aap - [ 13 มิ.ย. 46 06:20:10 A:203.155.10.97 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ตามมาอ่านต่อคับ

จากคุณ : Janer - [ 13 มิ.ย. 46 11:13:30 A:203.155.206.94 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เสร็จล่ะ ความแตก ..

จากคุณ : scottie - [ 13 มิ.ย. 46 12:06:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่ได้ก๊อปไปเฉยนะ ขออนุญาตแล้ว เพียงไม่ได้รอให้อนุญาต เท่านั้นเอง เอ! จะเอาภาพอะไรดีเอ๋ย วิวสวยไมค่ะ คุณwayo แล้วจะหาให้ค่ะ

จากคุณ : ควันเทียน - [ 13 มิ.ย. 46 14:05:13 A:203.146.81.223 X:10.3.140.41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

เทคนิคใหม่ ยิ้มได้ใหญ่ แล้วก็ยาวกว่าเดิมคับ..

^__________________________________________^


จากคุณ : น้ำลายบูด - [ 13 มิ.ย. 46 21:14:11 A:141.217.220.215 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ตามมาอ่านที่หลัง ก็ยังไม่สาย อิอิ
ฮี่ๆๆ ชอบตอนท้ายๆ จัง

วันหลังจะลองจับแขนสาวๆเดินในห้างแบบนั้นดีกว่า
เผื่อจะยอมเดินตามดีๆเพราะความอาย

เอ..คิดไปคิดมาไม่ดีกว่า กลัวโดนตบ เพราะเราเหมือนผู้ร้ายมากกว่า อิอิ
^__^....


จากคุณ : GTW - [ 14 มิ.ย. 46 12:53:36 A:202.133.173.238 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

มะเป็นไร อ้อนคราวนี้ไม่สำเร็จ คราวหน้าก็ได้ ใครจะรู้วาโยจังอาจจะหลงลมเสียงแหบเสน่ห์(หาย)ของเราอีกก็ได้ อิอิ

โพสต์ต่อที่นี่ให้ทันกันเร็ว ๆ น้า ที่นู่นล่มเราจะได้อ่านที่นี่ได้

จะรอจ๊ะ


จากคุณ : คีตภา - [ 14 มิ.ย. 46 15:18:50 A:202.133.152.160 X:192.168.0.2 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

อ่านๆๆๆๆ
อ่านไปก็ยิ้มไป...ชอบๆๆ
เมื่อไหร่ตอนต่อไปจะมาน๊า....


จากคุณ : หนูยี วันนี้กลับมาบ้านแล้ว เย้ (Yee Bee) - [ 14 มิ.ย. 46 15:53:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ลงตอนต่อไปเร็วๆ หน่อยนะคะ  หายไปจาก love-stories ตั้งนาน ไปหาตอนนี้ก็ไม่เห็นเจอ จะรออ่านที่นี่นะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

จากคุณ : NaNa - [ 15 มิ.ย. 46 02:18:23 A:210.203.187.49 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

อ๋า... ความจะแตกมั้ยเนี่ย?..

จากคุณ : จันทร์ขวัญฟ้า - [ 15 มิ.ย. 46 16:38:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

วุ้ยยยย!!!! อดรนทนไม่ได้เลยไปตามอ่าน
ที่ love อ่ะค่ะ แต่ไม่น่าไปเล้ยยยยย ~ ~ ~
เพราะอ่านตอนล่าสุดมาแล้วยิ่งทำให้อยากอ่านต่อ
อีกอ่ะค่ะ! ลุ้นชะมัดเลย!!! มันส์ไงบอกไม่ถูก!!!!
สนุกค่ะ สนุกจริงๆ! ลุ้นมั่กๆเลยอ่ะค่ะ !!!
โอ๊ยยยยย~ ~~ จะลงแดงอยู่แร้ววววววค่า คุณ wayo


จากคุณ : นิยุตตา-ที่ลงแดงเรียบร้อยแล้ว- - [ 16 มิ.ย. 46 18:51:31 A:203.113.45.69 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

ลำนำแห่งรัก (ตอนที่10-15)
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2324896/W2324896.html


จากคุณ : Janer - [ 12 ม.ค. 47 19:17:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

หวัดดี ติดตามมาเรื่อยๆอ่ะ

จากคุณ : โทปาส - [ 20 มี.ค. 47 05:01:37 A:194.66.64.111 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys