ไทยเป็นผู้นำในเทคโนโลยีการทำฝนเทียม จริงป่าว

เคยได้ยินมาอะ ประเทศอื่นๆ เขามีวิธีทำเหมือนของไทยหรือเปล่า พัฒนาการมีความก้าวหน้าขึ้นมากไหม เมื่อเทียบกับยุคแรกเริ่ม

จากคุณ : mamao - [ 18 มี.ค. 48 16:48:09 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ตามตำรา ฝนเทียมเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1946 โดยนักวิจัยอเมริกาชื่อวินเซนต์ เชฟเฟอร์ และเออร์วิน ลองมัวร์ ซึ่งทดลองในห้องทดลองนครนิวยอร์ก การทดลองสรุปว่าเราจะสร้างฝนเทียมได้ตามหลักการของการเกิดฝนตามธรรมชาติ และต้องอาศัยเทคนิคนิดหน่อย

คราวนี้ก็ต้องดูหลักการเกิดฝนตามธรรมชาติก่อนนะว่า เกิดจากการรวมตัวของเมฆหลายล้านอนุภาค เมื่อมีขนาดใหญ่ประมาณ 1 ส่วน 4 มิลลิเมตร จะเป็นหยดน้ำแต่หยดน้ำขนาดเล็กๆ นี้จะระเหยก่อนตกลงมาเป็นฝนด้วยซ้ำ

ส่วนการทำฝนเทียมนั้น ถ้าเราเติมอนุภาคเล็กๆ เข้าไปในหยดน้ำ มันจะแข็งตัวอย่างรวดเร็วและใหญ่พอที่จะร่วงหล่น และเมื่อน้ำแข็งตกลงมาเจออุณหภูมิใกล้พื้นผิวโลกที่ร้อนขึ้น มันก็จะกลายเป็นหยดน้ำธรรมดา หรือฝนที่ตกเป็นเม็ดนั่นเอง

เชฟเฟอร์และลองมัวร์พิสูจน์ว่า ถ้าเติมซิลเวอร์ไอโอไดด์ ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กเข้าไปในเมฆ ที่เย็นเหนือจุดเยือกแข็ง มันจะเร่งให้ผลึกน้ำแข็งใหญ่ขึ้น ดังนั้น วิธีการโปรยซิลเวอร์ ไอโอไดด์ นี้คือโปรยอนุภาคมาจากเครื่องบิน อย่างที่เราเห็นกันนั่นเอง

ข้อมูลจากน้าชาติ มติชน


จากคุณ : ท (mr_toy) - [ 18 มี.ค. 48 16:58:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ซิลเวอ่ร์ไอโอไดน์ ก็คือ แร่เงิน บวก ไอโอดีน ใช่ใหม่ พอตกลงมาเป้นฝน เราก็ได้ ซิลเวอร์หรือเงินเอามาทำเหรียญบาท และได้ ไอโอดีน แก้โรคคอหอยพอก ที่อิสานเป็นกันมาก..เอ้า พวกเรา รีบมารองน้ำฝน กัน เล็วๆๆ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้ง ไอโอดีน...ดีจริงๆๆ  ต้องชมคนต้นคิด

จากคุณ : ตาที่สาม - [ 18 มี.ค. 48 17:08:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

แล้วน้ำแข็งแห้งหละครับ

จากคุณ : Jotheerapat - [ 18 มี.ค. 48 21:42:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ใช้ซิลเวอร์เลยเหรอครับ มิน่าล่ะถึงใช้งบในการสร้างแต่ละทีเยอะเชียว

จากคุณ : Mr.Whoopie - [ 18 มี.ค. 48 22:59:59 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ไม่รู้เคยมีการวิจัยความคุ้มค่า และประสิทธิผลในการทำฝนเทียมรึเปล่า

จากคุณ : ม้าหงอย - [ 19 มี.ค. 48 01:27:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ใครกล้าวิจัยล่ะครับ นี่ประเทศอะไรอะ

จากคุณ : นอแรด - [ 19 มี.ค. 48 01:39:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

คห ที่6 หมายความว่าไงครับ อย่ากำกวมครับ เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องตอบ ถ้าตอบแล้วทำให้เกิดความขัดแย้ง

 
 


จากคุณ : ++พ่อ_ไข่ต้ม++ - [ 19 มี.ค. 48 09:43:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ลองค้นทีโกเกิล rain-making แล้วจะรู้ว่า ประเทศที่เจริญแล้วเขาว่าไม่คุ้ม (แม้แค่ทดลอง) ไทยคงเจริญกว่าฉลาดกว่าเมกามั้ง

จากคุณ : อ - [ 19 มี.ค. 48 23:18:01 A:203.113.81.170 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ขอถามคุณความคิดเห็นที่ 8 นะครับว่า
1. ประเทศที่เจริญแล้วนี้ หมายถึงใคร
2. ความ "ไม่คุ้ม" มีวิธีการวัดและประเมินอย่างไร
3. คุณคิดว่าประเด็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมมีผลต่อการตัดสินใจถึงความคุ้มค่าหรือไม่
4. วัตถุประสงค์ของคำกล่าวของคุณคืออะไร อยากให้ชี้แจงให้ชัดเจนด้วยครับ

ขอบคุณครับ


จากคุณ : Capo - [ 20 มี.ค. 48 18:24:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ประเทศที่เจริญแล้ว มี ภูมิอากาศเหมือน หรือต่างกับเราอย่างไร

เขาไม่คุ้ม  เราจำเป็นไม่คุ้มเหมือนเขาหรือ

อ่านหนังสือต้องคิด อย่าท่องจำ

เฮ้อครับ


จากคุณ : ช้างยิ้ม - [ 20 มี.ค. 48 19:51:39 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ความจำเป็นของเรามีมากกว่า ความคุ้มไม่คุ้มวัดไม่ได้แค่ตัวเลขนะครับ มีเหตุผลอื่นประกอบอีก

จากคุณ : ปออุ๊ก - [ 20 มี.ค. 48 22:19:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ครับเห็นด้วย
น้ำตกจากฟ้าแม้เพียงหยดเดียวก็เย็นชื่น
แก่คนที่ขาด
แล้งมากครับต่างจังหวัด
เอาใจช่วยแก่ทีมสร้างฝนครับ


จากคุณ : ดินสอสีขาว - [ 20 มี.ค. 48 23:47:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ควรตั้งสถาบันวิจัยเรื่องฝนเทียม อย่างเป็นจริงเป็นจังในประเทศไทย

จากคุณ : เจ้าของกระทู้ (mamao) - [ 21 มี.ค. 48 00:40:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

น้ำคือชีวิต ขาดน้ำคือตาย และอะไรคือความไม่คุ้ม?

จากคุณ : ซิมเปิ้ลแมน - [ 21 มี.ค. 48 10:30:39 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ถ้าเราสมมุติความคุ้มไม่คุ้มเทียบกับการขุดเจาะน้ำบาดาลในท้องที่แห้งแล้งล่ะ

จากคุณ : เอ่อ..เข้าท่ามั๊ย - [ 21 มี.ค. 48 16:52:18 A:210.246.65.194 X: TicketID:037431 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

ผมรักที่นี่คับ ผมได้ความรู้มากมายจากน้ำใจทุกๆท่าน ที่ส่วนใหญ่มีความรู้ลึกซึ้งมากในแต่ละด้าน แต่ขออนุญาติออกความเห็นหน่อยครับ หลายท่านมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก(และมีน้ำใจด้วย)แต่ขาดจิตวิญญานของวิทยาศาสตร์ ชัดๆ แค่พาดพิงไม่ถึงบางสถาบันเลย โกรธซะแล้ว ทั้งที่จริง มันธรรมดามาก(ในแง่วิทยาศาสตร์)

จากคุณ : ก - [ 21 มี.ค. 48 22:35:16 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

คำถามยากแสนยากยังตอบกันได้ ปัญหาง่ายๆ ผมตอบเองแล้วกัน คือ ๑ ประเทศที่เจริญ ก็คือประเทศที่ไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาไงครับ ๒ คุ้มไม่คุ้มก็อยู่ที่ว่าเอาน้ำไปทำอะไรได้เท่าไร(เกษตร) แล้วต้องจ่ายเท่าไรในการได้น้ำมา คือน้ำกินใช้มันมีพออยู่แล้ว ปัญหาคือเรื่อง เกษตร (ที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก)

จากคุณ : ป - [ 21 มี.ค. 48 22:40:27 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

๓ เรื่องวัฒนธรรมมันไม่น่าเกี่ยวกับฝนเทียมคับ เพราะน้ำที่ใช้ในทางวัฒนธรรม เช่น กรวดน้ำ สงกรานต์ รดน้ำศพ ใช้น้ำนิดเดียว ไม่ใช่เหตุผลในการทำฝนเทียมคับ ๔ วัตถุประสง คืออะไรนั้น คุนคิดว่าคืออะไรละครับ คุนไม่ได้อะไรเพราะคุนเป็นน้ำที่เต็มแก้วแล้วใช่ไหมครับ

จากคุณ : ท - [ 21 มี.ค. 48 22:47:16 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ที่ผมอ้างประเทศที่เจริญนั้น ไม่ใช่ผม หลงวัตถุ แต่อย่างให้เพื่อนๆฉงน ว่า ทำไม? ประเทศที่ถึงพร้อมด้วยทุน และเทคโนโลยี่ จึงไม่มีการทำฝนเทียมโดยรัฐบาล ทั้งที่การขาดแคลนน้ำเป็นกันทุกประเทศ(บางเวลา)ทำไมประเทศเหล่านั้นไม่ แก้ไขปัญหาน้ำด้วยการทำฝนเทียม ทั้งที่ประเทศเหล่านั้นก็มีฝนธรรมชาติ(ซึ่งถ้ามีฝนธรรมชาติก็หมายความว่าต้องทำฝนเทียมได้ อย่าอ้างนะคับว่าทั้งโลกอากาศเมืองไทยเหมาะกับฝนเทียมอยู่ประเทศเดียว)

จากคุณ : อ - [ 21 มี.ค. 48 22:53:57 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ประเทศที่เจริญ ถึงพร้อมด้วยทุนและเทคโนโลยี่ ก็ถึงพร้อมด้วยการตรวจสอบจากประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าฝนเทียมได้ผลจริงแล้ว เวลาเกิดภัยแล้วรัฐบาลเหล่านั้นเพิกเฉยอยู่ ไม่ยอมทำฝนเทียม ประชาชนของประเทศเหล่านั้น ยอมหรือคับ?

จากคุณ : ป - [ 21 มี.ค. 48 23:02:27 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

เฮ้อ เกรงใจเว็บ เหลือเกินครับ ถ้าคิดว่าไม่สมควร ลบเลยนะคับ(อยากให้พันทิบอยู่นานๆ)

จากคุณ : ป - [ 21 มี.ค. 48 23:04:10 A:203.113.81.168 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ผมค้นดูจาก Google Scholar ก็เห็นว่ายังมีงานวิจัยด้านนี้ีในช่วงสอง สามปีหลังอยู่นิครับ ดูหมือนว่ายังมีเทคนิคใหม่ๆถูกค้นคิดขึ้นมาน่ะครับ

Electric rainmaking technology gets Mexico's blessing
http://ieeexplore.ieee.org/xpl/abs_free.jsp?arNumber=1279189

Rainmaking: myth to reality
http://www.john-libbey-eurotext.fr/en/revues/agro_biotech/sec/e-docs/00/03/82/D2/article.md?type=text.html

ส่วนในประเด็นคำถามของเจ้าของกระทู้ ผมว่าเราไม่ได้เป็นถึงขนาดผู้นำในเทคโนโลยี แต่เราเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้จริงน่ะครับ


จากคุณ : Vulgar - [ 22 มี.ค. 48 11:32:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ทั้งหมดที่ผมได้ถามคุณ ป นั้น เป็นเพราะผมอยากทราบรายละเอียดจริง ๆ ครับ
เนื่องจากหลังจากได้ใช้ Keyword ดังกล่าวในการค้นหาใน Google แล้วพบว่าผลการค้นหานั้นมีมากมายจริง ๆ
จนผมคิดว่าผมอาจไม่มีความสามรถพอที่จะปะติดปะต่อผลจากงานวิจัยและบทความต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นองค์ความรู้ดังที่คุณ ป. กล่าวได้ เลยอยากจะรบกวนถามเพิ่มเติมแยกตามข้อคำถามที่ผมได้ถามไปแล้วดังนี้ครับ

1. "ประเทศที่เจริญ ก็คือประเทศที่ไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาไงครับ"
ในส่วนนี้ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนครับ ในแง่ที่ว่า
- พื้นที่ที่ได้มีการทำการทดลองหรือเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการวิจัยนั้น เป็นพื้นที่ในประเทศใดบ้าง
- คณะผู้วิจัยคือใครบ้าง
- ช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการทำวิจัยนั้นคือช่วงเวลาใด
- ในการรวบรวมข้อมูลนั้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากการทดลอง จากข้อมูลทุติยภูมิ หรือจากการพยากรณ์ด้วยทฤษฎีต่าง ๆ

2. "คุ้มไม่คุ้มก็อยู่ที่ว่าเอาน้ำไปทำอะไรได้เท่าไร(เกษตร) แล้วต้องจ่ายเท่าไรในการได้น้ำมา"
สำหรับข้อนี้ สิ่งที่ผมอยากทราบเพิ่มเติมคือ
- Input ที่ได้นำมาประเมินความคุ้มค่านั้นมีอะไรบ้าง และมีวิธีการประเมินอย่างไร ทั้งต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม และต้นทุนทางสังคม
- Output ที่ประเมินขึ้นนั้นได้ประเมินจากแง่มุมไหนบ้าง ด้านการเกษตรอย่างเดียว หรือรวมถึงการใช้น้ำในการดำรงชีวิตทั่วไป ในการอุตสาหกรรมทุก Scale ฯลฯ ด้วย
- ในช่วงเวลาที่มีการประเมิน Input และ Output หรือทำการทดลอง หรือเก็บข้อมูลนั้น มีสภาพแวดล้อมของพื้นที่เป็นอย่างไร สต๊อกน้ำในพื้นที่มีเป็นปริมาณเท่าใด (เนื่องจากมูลค่าของน้ำ 100 ลบ.ม. ในเวลาที่น้ำเต็มพื้นที่กักเก็บกับเวลาที่ไม่มีน้ำในพื้นที่กักเก็บเลยอาจมีมูลค่าแตกต่างกันเป็นพันเท่าตัว)
- ได้มีการปรับอัตราค่าครองชีพในระหว่างพื้นที่ที่มีการเก้บข้อมูลกับพื้นที่ในประเทษไทยก่อนนำเอาผลวิจัยมาใช้หรือไม่

3. "น้ำที่ใช้ในทางวัฒนธรรม เช่น กรวดน้ำ สงกรานต์ รดน้ำศพ" ตรงนี้ผมต้องขออภัยครับ เพราะผมอาจให้รายละเอียดคำถามได้ไม่ดีพอ แง่มุมทางวัฒนธรรมที่ผมหมายความถึงนั้น พิธีการทางสังคมเป็นกระผีกเดียวของที่ผมกล่าวถึง แต่แกนหลักของวัฒนธรรม ส่วนหนึ่งได้แก่ความสัมพันธ์ในชุมชน เช่น การแก่งแย่งน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการใช้ดำรงชีวิตอาจทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในชุมชนได้  หรือแม้แต่ความแห้งแล้งขาดแคลนเป็นเงื่อนไขอุปสรรคร่วมที่บีบบังคับให้คนในชุมชนมีความสมานฉันท์ นอกจากนี้ยังรวมถึงวิธีการปรับตัวของกลุ่มคนในพื้นที่จนก่อเกิดแนวทางปฏิบัติร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมของเขาด้วยครับ

4. "คุนไม่ได้อะไรเพราะคุนเป็นน้ำที่เต็มแก้วแล้วใช่ไหมครับ" อันนี้ผมไม่เข้าใจเลยอ่ะครับ ผมอาจจะเต็มจริง ๆ ก็ได้ แต่ผมไม่เข้าใจครับ (จริง ๆ ครับ) เพราะความสามารถในการอุปมาอุปไมยของผมค่อนข้างมีน้อยครับ ทั้งการให้ความหมายและการตีความ เลยอยากจะรบกวนให้อธิบายเพิ่มเติมอีกเยอะ ๆ ครับ

ขอบคุณมากครับ

ปล. ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการทำฝนเทียมแต่ละครั้ง ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมิได้เป็นปัจจัยเพียงประการเดียวที่ถูกนำมาตัดสินใจที่จะทำฝนเทียมครับ

แก้ไขเมื่อ 23 มี.ค. 48 10:18:38

แก้ไขเมื่อ 22 มี.ค. 48 23:02:20

จากคุณ : Capo - [ 22 มี.ค. 48 23:00:07 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 24

คุณคาโปครับ เอางี้แล้วกัน ถ้าคุณอ่าน นสพ. สองสามวันนี้คงได้ข่าว ทำฝนเทียมไม่ได้ผลเพราะสารเคมีมันเก่า สรุป ที่ทำกันมาสองสามเดือนได้ได้ผล...เพราะสารเคมีมันเก่า นักบินมาจากกองทัพอากาศทำฝนเทียมไม่เป็น........ประเด็นคือ ยูเรีย เกลือ แคลเซี่ยมครอไรมันเก่าได้ด้วยหรือ มันเสถียรมากเลย ยิ่งเกลือกับแคลเซียมครอไรเอาไปเผาไฟยังไม่เป็นไรเลย(สตุ) แล้วปีก่อนๆ ไปเอา ยูเรีย ไหม่ๆมาจากไหน เมื่อไทยไม่มีโรงงานยูเรีย มันต้องใส่เรือนำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น แสดงว่าปีก่อนๆก็ใช้ ยูเรีย เกลือ เก่าๆมาทำฝนเทียม แปลว่าอะไร ไม่ได้ผลเหมือนปีนี้ใช่ป่ะ

จากคุณ : ฟ - [ 24 มี.ค. 48 12:31:27 A:203.113.81.165 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

อยากให้คุณสังเกต ข่าวทำฝนเทียม จะเห็น คนเทกระสอบสารเคมี ใส่รูที่อยู่ที่ท้องเครื่องบิน แถมเครื่องบินก็บินต่ำๆ(บินสูงต้องควบคุมความดัน) แค่โปรยเคมียังทำให้ดีกว่านี้ไม่ได้ โปรยวิธีนี้ ไม่มีทางมีประสิทธภาพ การกระจายตัวนิดเดียว ฝนตกได้ไง

จากคุณ : ฟ - [ 24 มี.ค. 48 12:36:26 A:203.113.81.165 X: TicketID:078272 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

การทำฝนเทียมปีนี้แตกต่างจากปีก่อนคือ นักวิทยาศาสตร์ เป็นร้อยคน ติดตามดู จึงมีพยานว่า ปีนี้ไม่ได้ผล เลยต้องยอมรับว่ามันไม่ได้ผล โยนความผิดให้สารเคมีซะเลย ถ้าไม่มีใครสนใจข่าวเรื่องทำฝนเทียมไม่ได้ผลคงไม่ออกมา สรุป กระบวนการทำฝนเทียมปีนี้ไม่ได้ผล จึงไม่คุ้มโดยสิ้นเชิง ปีหน้าๆๆๆๆๆๆๆๆก็เหมือนปีนี้แหละ ถ้าคุนไม่ตายซะก่อนก็จะได้เห็น

จากคุณ : ฟ - [ 24 มี.ค. 48 12:41:48 A:203.113.81.165 X: TicketID:078272 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
รายละเอียด : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys  Science Symbol Generator
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป