สิทธิของผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ

สิทธิของผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ
อยากถามผู้รู้เรื่องความคืบหน้าของการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงไทยที่จดทะเบียนแต่งงานกับชายต่างชาติ จะมีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิที่ดิน การออกวีซ่า ฯลฯ หรือไม่

ปัจจุบันหากสามีต้องการอยู่เมืองไทยกับภรรยาและบุตรต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย และมีกระบวนการดำเนินเรื่องซับซ้อนมาก กฎหมายบังคับว่าต้องมีใบอนุญาตทำงาน รับเงินเดือนสูงๆ (เสียค่าทนายในการดำเนินการไม่ต่ำกว่า 25000 ต่อปี) ขณะที่หากฝ่ายชายเป็นคนไทยและฝ่ายหญิงเป็นคนต่างชาติไม่มีความยุ่งยากใดๆเลย รัฐรับได้ที่ฝ่ายหญิงจะนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ

เมื่อไหร่จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลักคะ? กฎหมายไม่ได้คิดถึงหน้าที่ของพ่อต่อลูกหรือ ถึงได้ตั้งแง่โดยใช้รายได้เป็นเกณฑ์ในการออกวีซ่าให้? หากวันไหนเศรษฐกิจขาลง ธุรกิจล่ม พ่อเด็กก็ต้องโดนส่งออกไปนอกประเทศ ไม่ทราบรัฐบาลคิดใหม่ทำใหม่เห็นเป็นยังไง?

จากคุณ : อ้วนน้อยกลอยใจ - [ 5 ธ.ค. 46 10:56:11 A:203.144.143.250 X:203.118.102.54 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

มีคนไทยแต่งงานหลอกๆ กับต่างชาติ
หวังจะเปลี่ยนสัญชาติ เพื่อทำงานในต่างหากินในต่างแดนได้
โดยมีฝรั่งรับจ้างจดทะเบียนเพื่อแลกเงิน
ซึ่งก็เป็นปัญหาของเจ้าของประเทศไม่ใช่น้อย
ปัจจุบันคนไทยที่จะทะเบียนกับคนบางประเทศ เขาจะเข้มงวดมาก

ผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับต่างชาติ
ยอมที่จะเปลี่ยนสัญชาติก็เพื่อเพราะเห็นประโยชน์ตัวเองที่จะได้รับส่วนหนึ่ง
แต่ก็ยังอยากที่จะได้ประโยชน์จากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองอีก
ในขณะที่คนไทยตาดำๆ ถือสัญชาติเดิมทั่วไปไม่มีทางเลือกอื่น

อย่างนี้มันไม่เกี่ยวกับสิทธิมนุษย์ชนหรอก
มันเป็นเรื่องของคนเห็นแก่ตัว


จากคุณ : นกมีหู-หนูมีปีก - [ 5 ธ.ค. 46 12:36:10 A:203.144.234.74 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

อยากมีผัวฝรั่งก็ได้สิทธิของผัวไปแล้วในบ้านเกิดเมืองนอนของเขา แล้วนี่ยังจะมาเรียกร้องเอาอะไรในบ้านเกิดตัวเองอีก ทั้งที่ไม่ได้เสียภาษีให้อีกต่อไปแล้ว? น่าขัน

จากคุณ : ไม่เข้าท่า - [ 5 ธ.ค. 46 14:40:01 A:203.148.252.233 X:210.203.176.11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

อย่าอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนเลยครับ หลักของประเทศนี้และอีกหลายประเทศคือฝ่ายชายเป็นหัวหน้าครอบครัว เงื่อนไขมันมีอยู่ แล้วคุณก็เลือกจะมีสามีต่างด้าวเอง คุณก็ต้องยอมรับมัน ไม่ใช่แก้กฎเกณฑ์ตามใจเรา

จากคุณ : .357 - [ 5 ธ.ค. 46 17:17:01 A:202.29.134.69 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ผมเองเห็นคนไทยในต่างแดนก็มาก โดยมากฝรั่งที่ยอมแต่งงานกับคนไทย มีเหตุผลเดียวกันเป็นหลักคือมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทย ในขณะที่สาวไทยของเรายอมแต่งงานกับฝรั่งเพราะคิดว่าอยู่เมืองนอกสบาย มีเงินใช้ ไม่อดอยากเหมือนอยู่เมืองไทย (อันนี้เฉพาะบางคน)

ผมเห็นด้วยกับทุกความเห็นข้างบน ทำไมเราต้องยอมให้คนต่างชาติเลือกมาอยู่เมืองไทยเพราะอะไรก็ถูก เวลาเราไปอยู่บ้านเขา เราก็ต้องจ่ายเยอะเหมือนกัน ทั้งเรื่องกฎหมายก็ยุ่งยากกว่า เพราะเราเป็นคนต่างชาติ อันนี้เรื่องธรรมดา ยอมรับได้

ได้อ่านบทความจากมติชน เมื่อเช้า อนิจจาผู้บริหารเมืองไทย คิดได้แค่นี้เองหรือ

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01p0106051246&show=1&sectionid=0101&day=2003/12/05

โดยเฉพาะคำว่า ..... คู่สมรสเหล่านี้ได้ย้ายถิ่นไปอยู่ต่างประเทศบ้าง และย้ายกลับมาอยู่อุดรธานีพร้อมกับสามีฝรั่งบ้าง จึงเป็นโอกาสดีที่จะโปรโมตให้อุดรธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับต่างชาติ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์จากการสมรสข้ามชาติเหล่านี้นำเงินไหลเข้าประเทศนับพันล้านบาทแล้ว โดยช่วงนี้ที่เป็นหน้าหนาว ชาวต่างชาติที่มีคู่สมรสคนไทยก็กลับมาเยี่ยมญาติที่นี่ และบางส่วนก็เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่หนีหนาวจากประเทศของตนมาเที่ยว

และ

เมื่อสอบถามความเห็นของคนรุ่นใหม่ชาวอุดรธานี ว่าจริงหรือไม่ที่เป็นค่านิยมของผู้หญิงในจังหวัดนี้ที่จะแต่งงานกับต่างชาติ ได้รับคำตอบว่า ส่วนหนึ่งนิยมแต่งงานกับชาวต่างประเทศเพราะจะสามารถสร้างฐานะได้เร็ว และคู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติก็จะสามารถดูแลครอบครัวและญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ขณะที่วัยรุ่นในยุคปัจจุบันส่วนหนึ่งก็มีค่านิยมเดียวกัน เพราะเห็นว่ามีโอกาสจะสร้างฐานะหรือได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ มีงานทำ ......

อนิจจา...เมืองไทย


จากคุณ : คนไทยในเยอรมัน - [ 5 ธ.ค. 46 18:20:55 A:130.83.244.130 X:130.83.20.155 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

คุณ คคห.ที่ 1-3 ทำไมคุณเห็นแก่ตัวกันอย่างนี้ มันไม่เสมอไปหรอกนะคะ ที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับคนต่างชาติ เพื่อต้องการเพียงผลประโยชน์ คนเรารักกัน เค้าก็ต้องการอยู่ด้วยกัน แล้วเค้าก็มีสิทธิที่จะเลือกถิ่นฐานที่อยู่อาศัยได้ พวกคุณใช้อารมณ์ส่วนตัวในการออกความเห็น คุณรู้บ้างมั้ยว่า ประเทศไหน ๆ เค้าก็ให้สิทธิเดียวกันทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่แค่สามีฝ่ายเดียว เช่น ถ้าผู้ชายไทยแต่งงานกับต่างชาติ ผู้หญิงก็สามารถรับรองให้แฟนไปอยู่ด้วยกันได้ มีแต่เมืองไทยเท่านั้นแหละ ที่งี่เง่า กฏหมายไม่เป็นธรรม
ประเทศชาติมีคนอย่างคุณนี่แหละ มันถึงไม่เจริญ เก็บกดมาจากไหนเหรอ ถึงไปเกลียดฝรั่งเค้า แต่ตัวพวกคุณอื่นหละดีเท่าไหน สงสัยคงไปขอวีซ่าแล้วเค้าไม่ให้หละสิ ถึงเจ็บแค้นเค้า หรือไม่ก็ไม่มีปัญญาไปไหน ถึงได้ดักดาน ไม่มีความคิดอย่างนี้


จากคุณ : ABC - [ 6 ธ.ค. 46 00:51:07 A:81.59.92.103 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

คุณความคิดเห็นที่ 4 ก็เหมือนกัน คุณนี่ใจแคบไม่แพ้พวกข้างบนเลยนะ ลองคิดถึงตัวคุณดูสิ ถ้าคุณรักใครซักคน คุณก็อยากแต่งงานกับเค้าและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่ก็เข้าใจนะว่าประเทศที่คุณอยู่ อาจจะมีตัวอย่างผู้ชายเลว ๆ อย่างนั้นเยอะ แต่อย่าคิดว่าพวกที่คุณเห็นเค้าจะคิดมีนิสัยหรือคิดแบบเดียวกัน พวกคุณนี่สงสัยคงไม่เคยรักใคร คงคิดแต่ผลประโยชน์อย่างเดียวหละสิ เวลาที่อยากแต่งงานอะ

จากคุณ : ABC - [ 6 ธ.ค. 46 00:54:45 A:81.59.92.103 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ตอบความคิดเห็นที่ 5-6

ผมว่าคุณก็คงเจอสังคมไทยในฮอลแลนด์มาบ้างไม่มากก็น้อย ขอให้ทบทวนคำพูดที่ว่า .... มีแต่เมืองไทยเท่านั้นแหละ ที่งี่เง่า กฏหมายไม่เป็นธรรม ..... ก็ไม่ลองโอนสัญชาติไปเป็นคนดัชท์ซะเลยสิครับ จะได้ไม่ต้องกลับมาปวดหัวกับบ้านเกิดเมืองนอนที่คุณว่างี่เง่า

ผมจะเคยรักใครหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ผมรักประเทศบ้านเกิดเมืองนอน และไม่เคยคิดดูถูกประเทศของตัวเองว่า ''งี่เง่า''

กรุณาอย่าใช้อารมณ์ในการแสดงความเห็น เพราะมันจะสะท้อนอะไรบางอย่างในตัวคุณออกมา


จากคุณ : คนไทยในเยอรมัน - [ 6 ธ.ค. 46 01:35:54 A:130.83.244.130 X:130.83.20.155 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ของมันรู้ๆกันอยู่ว่าส่วนใหญ่ที่แต่งกับฝรั่งก็เพราะต้องการเงินเขาทั้งๆนั้น ที่ว่ารักกันมันก็มีแต่ว่าน้อย และพวกรักกันนี่ก็ไม่ค่อยจะเดือดร้อน เพราะส่วนมากฐานะการเงินดีอยู่แล้ว เช่น ไปเรียนเมืองนอกได้ผัวฝรั่ง ทำงานบริษัทฝรั่งได้ผัวฝรั่ง ภาษีแค่นี้ ค่าใช้จ่ายแค่นี้ ทำไมจะเสียไม่ได้ จะฟันสาวประเทศอื่นซักที จะมาทำมาหาแด๊กซุกหัวนอนประเทศอื่นซักที แล้วประเทศอื่นมันจะเป็นยังไงทำไมเราต้องไปตามตูดมันด้วย เราเป็นของเราแบบนี้มีปัญหามั้ย

จากคุณ : ฤทธิ์ - [ 6 ธ.ค. 46 02:05:45 A:203.118.83.164 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

บางประเทศที่เขายอมให้ครอบครองที่ดินได้ แต่ก็ต้องเสียภาษีหัวโต
แม้รายได้ส่วนบุคคลในต่างประเทศจะสูงถ้าเทียบกับคนไทย
แต่ฝรั่งต่างชาติมีน้อยคนมากที่จะมีปัญญาครอบครองบ้านหรือที่ดิน
เรียกว่าอยู่บ้านเช่ากันตั้งแต่เกิดจนตาย มันเป็นอย่างนี้มานานเป็นสิบเป็นร้อยปีแล้ว

หรือถ้ามีปัญญาซื้อ แต่ตายไปก็อย่าหวังว่าจะโอนเป็นมรดกให้ลูกได้
ลูกรับมาก็ต้องขายทิ้ง เพราะต้องเอาเงินมาจ่ายเป็นภาษีมรดก
เพราะเหตุนี้คุณถึงจะต้องซมซานกลับมาเมืองไทย

ทำไมคุณไม่ให้ไอ้ผัวฝรั่งตัวดีของคุณมันโวยประเทศมันบ้าง
ว่าภาษีบ้านมันไม่เป็นธรรม
ปล่อยให้มันจิกหัวคุณให้มาโวยประเทศไทยข้างเดียวอยู่ได้อย่างไร
ไหนว่าเป็นผัวเมียเพราะความรัก?


จากคุณ : นกมีหู-หนูมีปีก - [ 6 ธ.ค. 46 02:19:21 A:203.144.234.74 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่อาจจะใส่อารมณ์ไปหน่อย ที่ได้เขียนไปว่า เมืองไทยงี่เง่า ตอนนั้นเพราะความไม่ทันคิด กำลังโมโหเลยไม่ได้ทบทวนข้อความ ถึงดิฉันจะถือสัญชาติดัชต์ ดิฉันก็รักเมืองไทย ยังอยากอยู่เมืองไทย ความเห็นที่ดิฉันตอบไป ก็เพื่ออยากให้พวกคุณ ๆ ลองคิดในแง่ความเป็นธรรมบ้างสิ ชายหรือหญิงก็เหมือนกัน ทำไมกฏหมายใช้หลักการไม่เหมือนกัน อย่างที่คุณเจ้าของกระทู้อธิบายไปแล้ว ถ้าคุณไปเช็คตามหลักกฏหมายที่เค้ากำหนด คุณจะทราบว่ามันไม่ยุติธรรมจริง ๆ ถ้าชายต่างชาติต้องการมาอาศัยอยู่ที่เมืองไทย จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำในประเทศไทยเท่านี้ มีเงินฝากอย่างน้อยในแบงค์เท่านี้ เป็นต้น แต่ในขณะที่หญิงต่างชาติกลับไม่ใช้ข้อกำหนดเดียวกัน (เดี๋ยวจะไปค้นกระทู้เก่าก่อน จำรายละเอียดชัดเจนไม่ได้)
และจากที่อ่าน ๆ มา พวกคุณทำไมถึงมีอคติในแง่ที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับต่างชาติเพื่อผลประโยชน์ ต้องการเงิน อยากไปอยู่ต่างประเทศ สบาย ฯลฯ คุณรู้กันได้อย่างไร ทำไมคุณถึงไม่คิดว่าเค้ารักกันแล้วต้องการอยู่ด้วยกันบ้าง จริงอยู่ดิฉันไม่เถียง ว่าอาจจะผิดเองที่เลือกสามีคนต่างด้าว แต่ก็มีอีกหลาย ๆ คนที่เค้าก็มีสามีเป็นคนต่างชาติ แต่เพราะมีเหตุผลหลาย ๆ อย่างที่ตอนนี้อาจจะยังไปอยู่เมืองไทยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นธุระเรื่องการเงิน การเรียน เป็นต้น แต่ดิฉันมั่นใจว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนเหล่านั้นก็ต้องคิดอยากกลับไปอยู่เมืองไทยแน่ในอนาคต คุณลองคิดดูว่า ถ้าพวกคุณเองที่เป็นผุ้ชายแล้วเกิดไปรักขอบสาวต่างชาติบ้าง (รักอย่างจริงใจ) คุณก็ต้องอยากให้คนรักของคุณมาอยู่ด้วยกันใช่มั้ย ถ้าคุณตัดสินใจไปอยู่ประเทศของภรรยาคุณ เจ้าหน้าที่เค้าจะต้องขอดูหลักฐานจากภรรยาหรือแฟนคุณว่ามีรายได้พอเพียงมั้ยที่จะรับผู้ชายมาอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่รับมาแล้วเป็นภาระของประเทศอีก โดยที่เค้าจะไม่มีกฏหมายบังคับเลยว่า ผุ้ชายต้องมีเงินฝากในประเทศเค้า และต้องมีงานทำในประเทศเค้า รายได้เท่านี้ เท่านั้น เป็นต้น ซึ่งกฏหมายนี้ก็ใช้หลักเดียวกันกับผู้ชายที่ของวีซ่าให้ภรรยา
ถ้าเกิดฝ่ายหญิงมีรายได้ที่เมืองไทยพอเพียงที่จะรับรองฝ่ายชายได้ ก็น่าจะใช้กฏหมายเดียวกัน แล้วคุณลองคิดดูสิว่า ถ้าคนยังไม่ได้ไปอยู่แล้วจะมีงานทำได้อย่างไร นอกเสียจากว่า บริษัทส่งไป คุณว่ามันแฟร์เหรอ โอเคถ้าทำงานแล้ว เรื่องการเสียภาษีให้ประเทศ นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องคะ เพราะเข้าไปอาศัยอยู่ประเทศไหน เมื่อมีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ
ที่ดิฉันพูดไปเนี่ย ก็เพราะเห็นใจคุณเจ้าของกระทู้ เค้าคงอยากให้สามีเค้ามีสิทธิต่าง ๆ บ้างตามที่พึงจะได้ เพราะพวกคุณคิดแต่ว่าฝรั่งรวยมีเงินกันนะสิ คุณคงจะคิดว่าผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับต่างชาติ ต้องเป็นคุณตัวตลอดเลยเหรอ คุณอคติกันเกินไปหรือเปล่า เปิดใจกว้าง ๆ กันหน่อยสิ คนดี ๆ มีการศึกษาก็มีอีกเยอะที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเพราะเค้ารักกัน เพราะเท่าที่อ่านๆ มา พวกคุณดูถูกคนไทยด้วยกันเองเลยหละ
คคห.1,6 แล้วไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องการเสียภาษีที่ต้องเสียในต่างประเทศ ก็ถูกที่มันอาจจะแพง แต่ดิฉันก็เข้าใจ เพราะดิฉันทำงานอยู่ที่นี่ ก็ต้องจ่ายภาษีให้เค้าเช่นกัน ทั้งดิฉันก็ไม่เคยเกี่ยงงอนใด ๆ จ่ายทุกอย่าง บ้านที่นี่เราก็ซื้อคะ ไม่ใช่ไม่มีที่อยู่อาศัย ถึงต้องไปซมซานไปอยู่เมืองไทย แต่เพราะรักเมืองไทย คิดถึงญาติพี่น้อง จึงอยากไป อ้อ แล้วภาษีทีเสียไป ดิฉันก็ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ กลับมาด้วยเช่นกันคะ
คคห.4 ก็อย่างที่ดิฉันขอโทษไปแล้ว แล้วคุณหละ สิ่งทีคุณเขียนออกมา มันแสดงอะไรออกด้วยเช่นกันอย่างน้อยก็ ความอคติของคุณ


จากคุณ : ABC - [ 6 ธ.ค. 46 08:03:39 A:81.59.92.103 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

โอ้โฮ อ่านหลายๆความเห็นที่แสดงถึงความใจแคบและเห็นแก่ตัวของผู้ชายไทยหลายๆคนในทู้นี้แล้วดีใจจังค่ะ ที่มีโอกาสดีพอได้ไปเรียน,ท่องเที่ยว และทำงานที่ต่างประเทศ มีโอกาสพบและแต่งงานกับผู้ชายต่างชาติที่มีการศึกษาและความคิดที่เปิดกว้าง สงสัยจังเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่มีโอกาสได้เลือกและเปรียบเทียบความแตกต่างทางความคิดอย่างนี้ จะมีใครหลวมตัวเลือกคนใจแคบแบบคุณๆนี้หรือเปล่า
ถ้าผู้ชายไทยแต่งงานกะชาวต่างชาติแล้วยังมีสิทธิของความเป็นคนไทยผู้หญิงไทยก็ควรมีสิทธิเหมือนๆกันนะคะ เป็นคนเท่าๆกันและเป็นคนไทยเหมือนๆกันค่ะ
อยากแสดงความเห็นที่แสดงระดับความคิดของคุณยังไงก็เชิญตามสบายเลยค่ะ เพราะคงไม่มาเสียเวลากับกระทู้นี้อีกแล้ว
ไปดีกว่าเค้าว่ากันว่าสีซอให้ฟายฟังไม่มีประโยชน์ ไม่น่าแวะเข้ามาอ่าน(และตอบ)อะไรไร้สาระอย่างนี้เลยเรา


จากคุณ : โชคดีจังที่มีโอกาสเลือก - [ 6 ธ.ค. 46 10:18:46 A:64.121.36.123 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ผมว่า คุณเอบีซี มีอคติมากที่สุด ที่สำคัญคือ ต้องเห็นใจเพื่อนคนไทยด้วยกันก่อนครับ ผมมีเพื่อนผู้หญิงไปอยู่ที่เมืองนอกหลายคน เค้าเล่าให้ฟังว่า ชาวต่างชาติ มองเค้าเหมือนเป็นผู้หญิงพวกนั้น เค้าก้อเสียใจ แต่เค้าก้อต้องยอมรับ คุณก็เหมือนกันครับ ผมเห็นด้วยที่เราเอาเปรียบเค้ามากไปหน่อย แต่รัฐบาลเองต้องการกีดกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทยนะครับ

จากคุณ : เด็กทะเลใต้ - [ 6 ธ.ค. 46 10:30:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

คุณ ABC คะ ดิฉันชอบความคิดของคุณมากกกกกกก ถึงมากที่สุดเลยค่ะ ขณะอ่านข้อความของผู้ชายไทย ความคิดและสันดน หยาบแคบ แ้ล้วก็สั่นไปทั้งตัว นี่พวกเขาไม่รู้เลยหรือว่า เราเป็นผู้หญิงแถวหน้า แล้วยังต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อให้ได้มาซึ่งศักดิืศรีของผู้่หญิงไทย และผู้หญิงเอเชียอื่น ๆ ด้วย ดิฉันอายุ ไม่ถึงสามสิบ มีสามีคนอังกฤษหนุ่มอายุ ก็ไม่ถึงสามาสิบ เราทั้งสองคนต่างมีงานทำที่ดี และเป็นคู่ที่หนุ่มสาว และหน้าตาดีทั้งคู่ ดิฉันไม่เคยโดยพวกฝรั่งเมืองใหนดูถูก เพราะเห็นว่าดิฉันเป็นผู้หญิงไทย ขณะเดียวกันดิฉันก็มีการศึกษา และจบมหาลัยเมืองนอก พูดภาษาเดียวกับพวกเขา กินอาหาร และแต่งตัวได้เหมือนพวก เขา แต่มีความเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ และภูมิใจในความเป็นคนไทยที่มีพ่อเป็นผู้ชายไทย มีแม่เป็นคนอีสาน และมีภูมิลำเนา เป็นคนอุดรธรานีด้วย เพราะผู้ชายไทย เห็นแก่ตัว และความคิด แสนจะคับแคบ และไม่ยอมมองย้อนสำรวจดูพฤติกรรมและสาระรุปตัวเอง เพราะอะไรผู้หญิงไทย ไม่เฉพาะแต่สาวอุดร สาวอีสาน หรือสาวเหนือหรอกนะ ที่อยากมีสามีฝรั่ง เอาเป็นว่าผู้หญิงที่มีสมองหน่อย เขาก็อยากมีสามีต่างชาติทั้งนั้นแหล่ะ เพราะอะไรน่ะหรือ
1. ผู้ชายฝรั่งยกย่อง และให้เกีรติภรรยา เป็นที่สุด รัก และถนุถนอม ยิ่งกว่าสิ่งใด แถมยังเชื่อฟัง และรับฟังความคิดเห็น...แต่ไม่ใช่ว่ากลัวเมียแบบไร้ความคิด เพียงแต่ต้องแยกแยะระหว่าง เกรงใจ ให้เกียรติ
2.ผู้ชายฝรั่งฉลาด และใฝ่รู้มากกว่า เห็นจากเขาชอบที่จะเรียนรู้ และเดินทาง เพราะเช่นนั้น เขาจะพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่ แต่เรื่องอย่างว่า.... เหมือนที่ผู้ชายไทย เอาไปพูดกันในวงเหล้า....
3. ผู้ชายฝรั่ง ซื่อสัตย์ และไม่มีเมีย น้อย มีความรับผิดชอบสูง ไม่ว่าจะหย่าร้างกันไปกี่ ปี นานแค่ใหนเขาก็ส่งเสีย แสดงความรับผิดชอบ ยิ่งมีลูกมีเต้าด้วยกันก็ยิ่งต้องห่วงใย และไม่ทอดทิ้ง ไม่เหมือนผู้ชายไทย ไปที่ใหน ไข่ที่นั่น แถมยังเงินเดือนไม่พอจะ เดก ก็ แสก มีเมียน้อยซะอีก...โอเค ฝรั่งอาจจเที่ยวพัทยา พัฒพงษ์ แต่เสร็จแล้วก็จบกัน ไม่นำเอามาผูกพัน หรือเป็นภาระ...จ่ายเงิน แล้ว จบเพราะเมีย และลูกอยู่ที่บ้าน
4. ผู้ชายไทย มีปมด้อยเรืื่องความเล็กใหญ่ หรือเปล่า ถึงไปอิจฉา ขนาดของฝรั่ง อาจจะตัวใหญ่ก่วา เซ็กซี่กว่า และดูแล้ว มีรสนิยมกว่า ควงไปใหนก็มีแต่เท่ส์ กับเท่ส์ ไม่เฉพาะแต่ในเมืองไทย เมืองนอกด้วย ยัยแหม่มเองยังต้องอิจฉา
5. คุณอย่าลืมนะว่าเมืองไทย รายได้อันดับหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว และขายความสวยงามของประเทศ ดิฉันหมายถึงประเทศ ไม่ใช่ ซ่อง ถามคุณฤทธิ์ ว่ามีอะไรที่พอจะเป็นรายได้ส่วนใหญ่นำเข้าประเทศได้บ้าง คุณลองออกความคิดเห็นมาสิ อยากรู้เหมือนกันว่า พวกได้ยินได้ฟัง แต่ในกะลา แต่ไม่เคยออกไปนอกกะลา สู่โลกอันกว้างใหญ่ นั้น ความคิด และไอเดียจะเป็นอย่างไร ถ้าความคิดเข้าท่า ดิฉัีนจะได้นำเสนอ ท่านกงศุล พาณิชย์ ประจำประเทศนี้เลย
6. ดิฉันต้องขอโทษด้วย ถ้าพูดจาแรงไปหน่อย ทั้งนี้และทั้งนั้น ต้องกราบขอโทษ ท่านพ่อ ท่านปู่ คุณลุง และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายทั้ง หลาย แต่ที่พูดถึงก็คือพวกผู้ชายจิตใจคับแคบทั้งหลายนั้นต่างหาก

อ้ออ ดิฉันแต่งงานด้วยความรัก ถึงแม้จะต้องถูกมองด้วยหายตาจากฝรั่งบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าพวกเขาเป็นพวกมีปัญหาทางสุขภาพจิต แต่เห็นผู้ชายไทยแสดงสีหน้าแบบอิจฉา นี่สิเห็นแล้วสมเพช นอกจากจะอิจฉาสามีเราแล้ว ยังต้องเวทนาสภาหพของตัวเขาเองด้วย เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะมีสามีฝรั่งอย่าง หล่อ และรวยหรอกนะ แต่ทำไงได้ ก็ดิฉันก็สวย และรวยเหมือนกัน และก็ฉลาดพอที่จะแต่งงานกับฝรั่งและก็ฝรั่งพันธ์ดี แบบ ไม่มีเม็ดซะด้วย


จากคุณ : เมียฝรั่ง - [ 6 ธ.ค. 46 11:49:48 A:219.78.36.41 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

เหตุผลทึ่รัฐบาลต้องมีกฏต่างๆออกมาเพื่อนป้องกันไม่ให้ชาวต่างประเทศที่มีรายได้เท่านี้ๆๆขึ้นไป จึงมีสิทธิ อาจเป็นเพราะ ป้องกันไม่ให้ ชาวต่างชาติที่ไม่มีงานทำ(แบบที่ถ.ข้าวสาร) หรือคนที่มีอาชีพไม่ถูกกฏหมายนัก เข้ามากบดานได้ในประเทศเรามังคะ

บางที ประเทศเราอาจต้องมีการสกรีนกันมากกว่าหน่อย เพราะ กฏหมายไม่เข้มแข็ง ตำรวจก็ไม่ทำงาน พวกเลวๆทั้งหลายทะลักล้นเข้ามา บ้านเมืองก็เดือดร้อนแย่นะคะ(ไม่ได้เหมารวมสามีฝรั่งของทุกคนนะคะ พูดถึงโดยรวมๆ)


จากคุณ : เฝือกซ่าส์ชอกกี้พิ้งค์ - [ 6 ธ.ค. 46 13:16:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ที่คุณผู้หญิงอยากได้สิทธิโน่นสิทธินี่จนตัวสั่น ปากคอเราะรานแบบนี้

ถามจริงๆ คิดถึงความมั่นคงของประเทศบ้างไหมครับ หรือประเทศช่างมัน ตูและผัวฝรั่งของตูจะเอาแบบนี้ ประเทศไทย ผู้ชายไทย ทำให้ไม่ได้ ก็ต้องว่ามันงี่เง่า มันเลว มันไม่ให้เกียรติสตรีไทย

ที่บอกว่าผัวคุณดีอย่างนั้นอย่างนี้ โถ ในกระดานข่าวจะพูดยกย่องผัวตัวเอง หาความชอบธรรมในการด่าคนอื่นยังไงก็ได้ครับ หรือคุณอาจจะโชคดีมีการศึกษาดี เลยอยู่ในวงสังคมดี เจอผู้ชายดี

ขอถามหน่อยครับ คนโชคดีอย่างคุณมีสักเท่าไหร่ ประเทศเรายังมีผู้หญิงที่จน ขาดการศึกษา ขาดโอกาสที่ได้เจอผู้ชายดี อีกมากครับ ตรงนี้แหละที่มิจฉาชีพต่างชาติจะใช้เป็นช่องทาง หากประเทศไทยยอมแก้กฎหมายตามใจคุณ

จะรักผัวคุณ มันไม่น่าเกลียดครับ แต่รักประเทศชาติบ้าง อย่าเอาแก่ได้ฝ่ายเดียว


จากคุณ : คนไทยรักแผ่นดิน - [ 6 ธ.ค. 46 14:00:04 A:203.149.46.82 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

คุณเมียฝรั่งคงจะเป็นหญิงไทยที่ค่อนข้างโชคดีมาก ... คนนึง
ได้สามีอันเป็นสิริและมงคลแก่ชีวิต
ผมมีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ต่างเมืองมาบ้าง ผมเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่ครับ
(ไม่ได้ไปแบบร่ำแบบรวย)
ในอิตาลี ข้างห้องผมเป็นคู่สามีอิตาเลียนภรรยาไทย
กลางดึกคืนนึง ผมต้องโทร.เรียกตำรวจ
เหตุจากคุณสามีเธอดันจับหัวภรรยาโขกกับผนังห้องเลือดกลบหน้า
ที่มิวนิค ... ผมเห็นสามีเยอรมันตบภรรยาเกาหลีหัวทิ่มคาบาร์
ในสวิส ... ผมเห็นสามีชาวอเมริกันชกหน้าภรรยา (หน้าตาคล้ายสาวจีน) กลางซุปเปอร์มาร์เก็ต

ชายต่างชาติก็เหมือนกับชายไทยแหละครับ
มีดีมีเลวคละเคล้ากัน
และที่สำคัญ
หาได้โง่หรือฉลาดไปกว่ากันไม่ คนไทยไปเป็นอาจารย์สอนฝรั่งก็เยอะ
คุณคงไม่มีโอกาสได้รู้จัก
เปิดโลกทรรศน์ออกไปอีกซักนิดเถอะครับ แล้วจะรู้ว่าฝรั่งไม่ได้ดีไปกว่าพวกเราหรอก

ปล. ชายไทยไม่เล็กไม่ใหญ่ไปกว่ามาตรฐานเอเชียหรอกครับ เหมาะสำหรับชาวผิวเหลืองโดยทั่วไป


จากคุณ : หนอน (ภาคมาเฟียไร้กลิ่น) - [ 6 ธ.ค. 46 15:08:43 A:203.152.5.1 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

ฮ้า ๆ ถึงคุณ คนไทยรักแผ่นดิน และคุณหนอน ที่นับถือ...
คือต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องหัวเราะตอนขึ้นต้น เพราะว่าคุณเขียนได้ คม ชัด ลึกมากเลยค่ะ อิฉัน ขอน้อมรับ ในความคิดเห็นของคุณ ขณะเดียวกันขอ respect คุณ ไว้ ณ ตรงนี้ด้วย....คุณพูดก็ถูก ดิฉันก็คิดว่าดิฉันถูก แต่เราอาจจะไม่ถูกหมด....

ท่านอาจารย์ที่มหาลัย ท่านก็เป็นคนไทยแหล่ะ คะ ก็เจอแล้วก็ยกมือไหว้ท่านเหมือนกัน แต่ไม่เคยดินเนอร์กันเลยไม่ได้สนทนาว่าท่านมีความคิดเห็นเช่นไร กับคู่สัมรสต่างชาติ ยังไงก็ตาม เพราะความอัดอั้นตันใจ เลยพูดแบบลืม นัับ หนึ่ง สอง สาม........เอาเป็นว่าดิฉันเห็นด้วยว่าอาจจะเป็นแค่ไม่กี่คนที่โชคดี...ขอโทษนะคะถ้าคุณมองว่าดิฉันรักเมืองไทยน้อยกว่าหลายคน แต่ดิฉันก็ไม่ลืมบุญคุณของแผ่นดินน (เวอร์) แล้วถ้ามีลูกหลานก็จะสอนเขาว่า ...แผ่นดินไทยคือ...แผ่นดินแม่...(เวอร์อีกแล้ว)....


จากคุณ : เมียฝรั่ง - [ 6 ธ.ค. 46 15:46:15 A:219.76.96.1 X:219.78.36.41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

55 เอามั่ง หัวเราะมั่ง คุณเมียฝรั่งพูดดีครับ โดยเฉพาะข้อ 4 ที่ว่า
"4. ผู้ชายไทย มีปมด้อยเรืื่องความเล็กใหญ่ หรือเปล่า ถึงไปอิจฉา ขนาดของฝรั่ง อาจจะตัวใหญ่ก่วา เซ็กซี่กว่า และดูแล้ว มีรสนิยมกว่า ควงไปใหนก็มีแต่เท่ส์ กับเท่ส์ ไม่เฉพาะแต่ในเมืองไทย เมืองนอกด้วย ยัยแหม่มเองยังต้องอิจฉา"
ผมก็มีน้องสาวคนหนึ่ง แต่งงานอยู่กินกับฝรั่งชาติอังกฤษเหมือนกับคุณนี่แหละ
นี่หลานสาวผมจะมาเที่ยวไทยวันพรุ่งนี้แล้ว ผมจะไปรับที่สนามบิน เอามานอนที่บ้านผม แม่เขาจะมาอีกสองวันหลัง

น้องผมนี่นะ ตัวดำ ถึงจะหน้าตาดี และมีชาติมีสกุล เราสืบเชื้อสายมาจากกรมพระราชวังหลังในรัชการที่ 1 เชียวนะ
นานมาแล้ว เขากลับมาเที่ยวไทย แล้วจะไปทำงานที่นิวซีแลนด์ มีวิซ่าเข้านิวซีแลนด์ แต่พอยื่นหนังสือเดินทางอังกฤษให้กับเจ้าหน้าที่ไทยในสถานทูตออสเตรเลีย ขอวีซ๋าเข้าออสเตรเลีย ก็ได้เรื่อง
เจ้าหน้าที่คนนั้นทำท่าทีดูหมิ่น เหมือนกับว่าน้องผมเป็นผู้หญิงอย่างว่า เลยเกิดโต้เถียงกัน ผมก็อยู่ตรงนั้น แต่ไม่ได้พูดอะไร ในที่สุด หนังสือเดินทางของน้องสาวผมก็ถูกโยนกลับมาให้ มีประทับตราว่าวีซ่ามาขอแล้วถูกปฏิเสธ

ผมขำชะมัด ไม่อยากบอกน้องหรอกว่า ญาติเรานี่น่ะนะ เขาแต่งงานกับคนอังกฤษเหมือนกันกับน้องสาวผมนี่แหละ
แต่เขาใช้นามสกุลเดิม เพิ่มนามสกุลสามีเข้าไปข้างหลัง
เวลาติดต่ออะไรในไทย ง่าย สะดวก สบายไปหมด
น้องสาวผมไม่ได้ใส่นามสกุลเอาไว้ด้วย เลยเสร็จ หน้าตายิ่งดำ ดูแล้วผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ของสถานทูตออสเตรเลียเล็กน้อย ฮ่า ฮ่า

เล่ามาให้ฟังนี่ ก็ไม่ใช่อะไร อยากให้คุณใส่นามสกุลไทยไว้ในชื้อด้วย หากว่าคุณไม่ใช่คนตัวดำอย่างน้องสาวผม ก็ไม่เป็นไร ขอโทษไว้ก่อน

เรื่องสิทธิอะไรนั่น ผมไม่ทราบรายละเอียดนักหรอกครับ ทราบแต่ไอ้เจฟน้องเขย(คนที่เป็นญาติผม ไม่ใช่คนที่แต่งกับน้องสาวผมนะ)ผมน่ะ โดนเหมือนกันแฮะ ดูเหมือนซื้อบ้านได้นะครับ เพราะเขาซื้อบ้านอยู่ในกรุงเทพฯกันแล้วนี่

ส่วนเรื่องการอยู่ในไทยนั้น เจ้าเจฟอยู่มาเกือบยี่สิบปีแล้วกระมัง ไม่มีปัญหาอะไร ผมเอามันไปฝากงานกับเพื่อนผมเองแหละ ตอนเข้ามาอยู่ใหม่ๆ อยากได้งานทำน่ะ ทำอยู่กับเพื่อนผมตั้งเกือบสิบปี

ผมก็ไม่เคยถามอะไรมันเสียด้วย ว่าจะต้องทำพิธีอะไรบ้าง
เลยให้ความเห็นไม่ได้ ขออภัยด้วย มาเขียนเสียยืดยาว


จากคุณ : แวะมาแล้วเลยJAM - [ 6 ธ.ค. 46 18:28:39 A:210.86.177.155 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

รุนแรงกันจัง  

ขอตอบเจ้าของกระทู้ก่อนว่าน่าจะไปติดต่อที่ ตม. ด้วยตนเองน่ะค่ะ
อย่างน้อยก็ลดค่าใช้จ่ายส่วนของทนายลงไป  
แล้วค่าธรรมเนียมกับขั้นตอนอะไรที่คุณว่า มันก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร
อีกอย่างหนึ่ง เท่าที่ได้ยินมาได้ฟังมาเนี่ย เมื่อมาเทียบกันแล้ว
ประเทศไทยนี่หยวนสุดสุดแล้วล่ะ

เราเองก็เอนเอียงชอบคนต่างชาติอยู่
แต่ผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติก็ต้องสำคัญกว่า
มันมีหลายๆ อีกหลายๆ ประเด็นที่บางอย่างก็ต้องยอมรับน่ะค่ะ

แก้ไขเมื่อ 06 ธ.ค. 46 20:43:32

จากคุณ : Hiyayako - [ 6 ธ.ค. 46 20:35:38 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ก็ต้องยอมรับหล่ะค่ะว่าได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง หลายๆคนที่พูดมาข้างบน ถึงจะในแง่ไม่ค่อยจะโสภา แต่เข้าก็พูดมาจากมุมมองที่เขาเห็น ซึ่งผู้หญิงไทยบางคนก็ทำอย่างที่เขาว่ามาจริงๆ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่ามา

จากคุณ : padme' amidala - [ 6 ธ.ค. 46 21:50:22 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

เมียฝรั่งครับ สามีคุณขนาดเท่าไหร่ครับ แล้วชอบเล่นประตูหลังรึเปล่าครับ ผมดูหนังเอ็กซ์ฝรั่งนี่เห็นเล่นประตูหลังกันทุกเรื่อง เหมือนเป็นเรื่องปกติ

จากคุณ : อยากรู้ครับ - [ 7 ธ.ค. 46 02:05:37 A:203.118.81.76 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

คุณเมียฝรั่งคิดมากไปหรือเปล่าครับ ผมว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องการที่ชาวต่างชาติขอเรียกร้อง หรือขอละเว้นกฏบางข้อให้ได้สิทธิเท่าเทียมกับคนไทยเราต่างหาก เราไม่ได้กล่าวอ้างถึงความดีของผู้ชายฝรั่ง ความด้อยของผู้ชายไทย เราไม่ได้ต้องการอ่านรสนิยมเท่ห์ของคุณ และไม่ได้ต้องการทราบขนาดความความเล็กใหญ่ของสามีอันเป็นที่รักของคุณแต่อย่างใด ทำไมต้องโกรธจนตัวสั่นด้วยครับ

จากคุณ : คนไทยในเยอรมัน - [ 7 ธ.ค. 46 03:23:13 A:130.83.244.130 X:130.83.20.155 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ง่าย ๆ เลยนะ
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชากรยังยากจนอยู่ พูดง่าย ๆ "กำลังพัฒนา" จึงไม่สามารถออกกฎหมายเพื่อให้สิทธิแก่ประชาชนได้เต็มที่เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว ถ้าเปรียบระบอบประชาธิปไตยของไทยกับต้นไม้ ของเราเปรียบเหมือนต้นกล้า กำลังเติบโต (แม้แต่ประชาธิปไตยในประเทศพัฒนาแล้วก็กำลังเติบโตเช่นกัน อาจจะโตกว่าเรามาก แต่ก็ยังต้องโตต่อๆๆๆไปอีก พัฒนาไปเรื่อย ๆ)
ประเทศเราจนก็เหมือนทะเลทรายอ่ะ เอาต้นไม้ไปปลูกไม้ก็ตายหมด (มันใช้ไม่ได้)

พวกเราคงต้องทำความเข้าใจตรงจุดนี้ และอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจด้วย ความจริงก็คือความจริง

คุณลองคิดดูละกัน คนที่เกิดและโตมาในประเทศที่ใช้ระบอบการปกครองต่างกัน แนวความคิดก็ต่างกันไปด้วย
ชาวต่างชาติจะเข้าใจเรื่องสิทธิมากกว่าเราแน่นอน แต่ในเรื่องอื่น ๆ ต่างชาติอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ เช่น การดำเนินชีวิตตามคำสอนของศาสนา เป็นต้น

ที่แน่ ๆสาวไทยเลือกได้หนิ (มีให้เลือกดีกว่าไม่มีนะจ๊ะ)
หากชายไทยมีโอกาส คงอยากเลือกเหมือนกันน่ะแหล่ะ
สวัสดี


จากคุณ : pui_001 - [ 7 ธ.ค. 46 04:51:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

การแก้กฏเกณฑ์เพื่อตามใจคนส่วนน้อยนี่ ผมไม่เห็นด้วยนะ

แต่กฏบางอย่างมันก็ออกมานานเป็น 10 - 20 ปีแล้วนะ
น่าจะมีการแก้ไขให้ทันกับยุคสมัยของโลกบ้างเหมือนกัน


จากคุณ : เซตั้น - [ 7 ธ.ค. 46 06:52:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

ไม่ชอบการเปรียบเทียบของคุณเมียฝรั่งเลยอ่านแล้วขัดใจพิกล
คนไทยหรือฝรั่งมันก็ดีได้เหมือนกัน แล้วก็เลวได้เหมือนกันนั่นแหล่ะคะ
เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก เรื่องคนนะ นิสัยของคนมันวัดกันไม่ได้หรอก ประเทศไหนดีกว่ากัน

แต่ถ้าเป็นเรื่องกฎหมาย แน่นอน แบบนี้เราสามารถที่จะรับรู้ได้นิว่ามันดีกับเราหรือปล่าว
แต่มันก็ต้องดูด้วยว่า ถ้ากับคนส่วนใหญ่ของประเทศน่ะ
แบบไหนมันจะดีกว่ากัน เพราะเมียฝรั่งไม่ได้เป็นกันทั้งประเทศนี่นา
ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ย่อมมาก่อน แล้วคนส่วนน้อยก็ต้องมีกฎหมายที่เอื้อให้บ้างตามสมควรค่ะ

ปล. นี่เป็นความเห็นส่วนตัว


จากคุณ : ~ไก่แจ้~ - [ 7 ธ.ค. 46 15:39:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

ผมก็ไม่เห็นด้วยกับคุณเมียฝรั่ง
นอกจากหลงประเด็นแล้ว ยังคุยโอ้อวดว่าได้สามี หล่อ และรวยอีกด้วย

เราต้องยกผลประโยชน์ให้คนไทยอันดับแรก ต้องไม่ยอมให้คนต่างชาติทะลักเข้ามาครอบครองที่ดิน หรือแย่งงานคนไทยครับ
ประเทศไหนๆ เขาก็ป้องกันตัวเองกันแบบนี้ทั้งนั้น ประเทศแถวยุโรปมีเงินฝากธนาคารเยอะๆ ยังต้องเสียวสันหลังเรื่องภาษีย้อนหลังเลยครับ หากมีการตรวจสอบก็ต้องพร้อมที่จะแสดงหลักฐานที่มาที่ไป พวกฝรั่งพวกนี้เลยต้องเอาเงินมาใช้ที่อื่น เช่น สวิสฯ หรือประเทศอื่นๆ

พวกนี้เลือกมาซื้อบ้านที่เมืองไทย เพราะเงินเกษียณที่ได้รับ ไม่พอดำรงชีพในบ้านเมืองของเขา แต่อยู่อย่างราชาที่เมืองไทย จริงอยู่นำเงินเข้าประเทศ แต่การเข้ามากว้านซื้อที่ดิน อสังหาริมทรัพย์แล้วตกอยู่ในมือคนต่างชาติหมด ลองคิดดูว่าอีกหน่อยลูกหลานจะอยู่กันได้อย่างไร


จากคุณ : Apfelwein - [ 7 ธ.ค. 46 16:09:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

เมียฝรั่ง ความคิดเห็นที่ 13

4. ผู้ชายไทย มีปมด้อยเรืื่องความเล็กใหญ่ หรือเปล่า ...

ขนาดของชายไทยก็เหมาะสมกับหญิงไทยละครับ

หญิงไทยที่คิดว่าชายไทยขนาดเล็ก คงเป็นเพราะของตัวเองมัน "หลวม"จากการถูกใช้งานมามากนั่นเอง


จากคุณ : เมียไทย - [ 8 ธ.ค. 46 02:04:48 A:202.133.131.57 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

เห็นด้วยกับ คคห.27 สุดๆครับ

จากคุณ : 555 - [ 8 ธ.ค. 46 10:39:07 A:203.118.82.77 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ผมเป็นคนอุดรโดยกำเหนิดนะตอนนี้เลือดลูกอีสานก็ยังติดตัวผมอยู่ตลอดไป ผมเฉยๆกับข่าวที่ คห.ที่4 บอกมานะ (http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.phps_tag=01p0106051246&show=1&sectionid=0101&day=2003/12/05) ค่อนข้างจะเห็นด้วยซ้ำไป แต่เห็นข่าวนี้ไปโต้เถียงกันในเวปบอร์ดชื่อดังอยู่เหมือนกัน จากที่ได้อ่านมาก็ทำให้ช้ำใจแทนคนอีสานด้วยกันพอสมควร แต่ก่อนที่พวกคุณจะตำหนิอะไรเค้าเกี่ยวกับหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติน่ะ ผมถามอะไรหน่อยเหอะว่าประเทศเฮง.ซ.,ว.,ยที่เราอาศัยอยู่ในตอนนี้ให้อะไรกับเค้าบ้าง
1.ให้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกับชีวิตของเค้ามั้ย
2.ให้การศึกษากับเค้าในระดับที่มันควรจะเป็นมั้ย
3.หางานที่ดี รายได้ที่มั่นคง ให้เค้าทำรึเปล่า
4.สร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนของเค้ารึเปล่า
5.ความทัดเทียมกันในสังคมพวกคุณเคยหยิบยื่นให้กับพวกเค้ามั้ย

ผมว่าผู้หญิงเหล่านี้มีเกียรติมากกว่า[^_^]ที่ติดยี่ห้อให้กับตัวเองว่า "เมด อิน กรุงเทพ" ที่เร่หาผัวตามตรอกข้าวสารกะถนนสุขุมวิทซะอีก การที่เค้าเลือกแบบนี้ก็เพราะเค้าทำเพื่อครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นของเค้า เพื่อพ่อแม่ของเค้า คนที่ว่าเค้าไม่ดีอย่างนู้นไม่ดีอย่างนี้ ขยะเหล่านี้ต่างหากที่มีเยอะในสังคม สักแต่พูด เก่งแต่เรื่องวิจารย์ เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นเพื่อสังคมบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

สังคมไทยทุกวันนี้มันเหมือนกะสอนให้คนเกลียดตัวเอง เกลียดที่ตัวเองจน เกลียดที่ตัวเองดั้งหัก เกลียดที่ตัวเองเป็นคนอีสาน เกลียดที่ตัวเองไม่มีในสิ่งที่คนอื่นมี เหมือนไมเคิล แจ๊คสันที่พยายามจะเปลี่ยนตัวเองจากนิโกรเป็นคนขาวนั่นแหล่ะ ถ้าคิดจะเหยีอดหยันกันนักล่ะก็ เอายังงี้ดีมั้ย ภาคใต้ก็แยกอีกประเทศนึง ภาคอีสานก็แยกอีกประเทศนึง ส่วนที่เหลือจะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศก็ไม่ว่านะ จะได้เป็นกาลียุคแบบสมบูรณ์แบบซะที ผมเองก็รอมานานว่าเมื่อไหร่คนอีสานเราจะรวมตัวกันได้ซักที

**ขออภัยที่อาจใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ แต่ความเป็นจริงมันแย่กว่าถ้อยคำที่ผมเขียนซะอีก


จากคุณ : Psycho-X - [ 8 ธ.ค. 46 12:16:12 A:203.113.81.166 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

คห. 13 นี่ไม่ได้เรื่องเลย สังคมเค้าไม่ค่อยดีเลย ขอโทษครับ อยู่สลัมหรือครับ

จากคุณ : หมาก (napatn) - [ 8 ธ.ค. 46 16:28:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

ที่สามีฝรั่งหย่าแล้วก็ยังรับผิดชอบส่งเสียเมียเก่าและลูกน่ะ
น่าจะเป็นเพราะกฎหมายเค้าเข้มงวดซะมากกว่าล่ะมั้งคะ
มีกฎหมายให้ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู และมีบทลงโทษกรณีฝ่าฝืน
ทำให้ผู้ชายฝรั่งส่วนมากยังรับผิดชอบเมียเก่าอยู่ (ไอ้ที่ไม่รับ
ผิดชอบก็มีนะ)
กฎหมายไทยน่ะ มีให้เลี้ยงดูส่งเสียก็จริง แต่บทลงโทษอ่อน
เลยไม่รู้ว่าที่ผู้ชายฝรั่งรับผิดชอบน่ะ เป็นเพราะถูกกฎหมายบังคับ
หรือมีจิตสำนึกดี กันแน่
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณผู้ชายไทยทั้งหลาย เอ๊ย... บางคน ในที่นี้
แม้ไม่เห็นด้วย ก็ควรใช้วาจาสุภาพหน่อยนะคะ
ยิ่งหยาบ ก็ยิ่งจะได้รับคำตอบที่หยาบขึ้นๆ ไปซะนา


จากคุณ : Guga - [ 8 ธ.ค. 46 16:57:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

อ่านความคิดเห็นของคุณ ABC แล้วอยากถามคุณและฝากถามไปยังเมียฝรั่งทั้งหลายจังครับ ว่า.....
จริงรึที่มีความรักอย่างเดียวที่มันทำให้คุณไปอยู่กับเขา
จริงรึที่คุณมิได้หวังผลประโยชน์ใด ๆ ในการแต่งงานกับต่างชาติ
โดยพื้นฐาน คนทุกคนย่อมต้องการความเป็นอยู่ที่ดีกว่า
ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย แต่....เท่าที่ผมคิด(คิดเอาเอง)
คือ...ผู้ชายส่วนใหญ่เหมือนกันทุกที่ไม่ต้องมาแบ่งแยกว่าคนฝรั่งเป็นอย่างนั้นแต่คนไทยเป็นอย่างนี้
เพียงแต่คนชาติไหนมีความอดกลั้นมากกว่ากัน
พื้นฐานทางสังคมก็ต่างกัน จะแปลกอะไรถ้าชายไทยเป็นอย่างนี้ ชายฝรั่งเป็นอย่างโน้น
ผู้ชายส่วนใหญ่ ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบหญิงไทยครับ
เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่ส่วนใหญ่ ผู้หญิงไทยจะได้แต่งงานกับชาวต่างชาติ มากกว่าผู้ชายไทย

......ผมรักคนไทย และรักผู้หญิงไทยที่เป็นไทยมากที่สุดในโลกครับ......

หวังว่าคงไม่ต้องอธิบายมากกว่านี้นะครับ


จากคุณ : หนุ่มกรุง - [ 8 ธ.ค. 46 23:17:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

อ่านๆไป กระทู้นี้เริ่มแตกประเด็น

ดิฉ้นเห็นว่า เราไม่ควรที่จะเปลี่ยนกฎหมายเดิมที่มีอยู่น๊ะ เพราะดิฉันไม่อยากเห็นฝรั่งหรือคนชาติอื่นๆ เข้ามาทำงานแทนที่คนไทยค๊ะ

และนอกประเด็นหน่อยน๊ะ.....ดิฉ้นเห็นด้วยกับคุณหนุ่มกรุง ในแง่ที่ว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ ชอบผู้หญิงที่มีนิสัยแบบหญิงไทย.... กิริยาอ่อนหวาน เป็นที่น่าประทับใจของทุกชาย

แต่มาสะดุดนิดหนึ่งกับคำถามของคุณหนุ่มกรุงที่ว่า

...จริงรึที่มีความรักอย่างเดียวที่มันทำให้คุณไปอยู่กับเขา
จริงรึที่คุณมิได้หวังผลประโยชน์ใด ๆ ในการแต่งงานกับต่างชาติ โดยพื้นฐาน คนทุกคนย่อมต้องการความเป็นอยู่ที่ดีกว่าไม่ว่าจะหญิงหรือชาย แต่....เท่าที่ผมคิด(คิดเอาเอง)...

คำถามเนี๊ย ใช่ได้กับคนบางจำพวกเท่านั้นน๊ะค๊ะ... หญิงไทยบางคนแต่งงานเพราะความรักโดยบริสุทธิ์ใจ ว่างๆลองแวะไปที่ห้องแม่บ้านดูซิค๊ะ ที่นั่นมีมิตรภาพจากแม่บ้านชาวไทยให้คุณเสมอ (ถ้าคุณไม่ไปกวนพวกเค้าน๊ะ)

ก็แค่ความเห็นหนึ่งอ่ะน๊ะ


จากคุณ : Dixie - [ 8 ธ.ค. 46 23:44:42 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

ก็จริงอยู่ที่ หญิงไทยบางคนแต่งงานกับคนต่างชาติเพราะความรักโดยบริสุทธิ์ใจ เพียงแต่ว่าเป็นส่วนน้อยมาก
แต่ที่เห็นส่วนมากจะเป็นประเภทแสวงหามากกว่าเป็นไปเองตามธรรมชาติ เช่น การลงเวปหาคู่ ทิ้งเมล์ให้ติดต่อ รู้จักกันทางเน็ต และมักจะเป็นประเภทผิดหวังและล้มเหลวจากชีวิตแต่งงานมาก่อน อายุมาก มีลูกติด ขี้เหร่ ไม่สวย ในสายตาคนไทย ทำนองนี้

ที่คนเขาตั้งข้อสังเกตว่าแต่งกับคนต่างชาติเพื่อหวังผลอย่างอื่นนอกจากความรัก เพราะมักจะเจอแต่พวกที่แต่งงานกับฝรั่งตะวันตกประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ทั้งๆที่คนต่างชาติมีตั้งหลายประเทศ ไม่ได้มีแต่ฝรั่งเท่านั้น ลาว เขมร พม่า ก็ต่างชาติเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีใครจะไปเสาะแสวงหาเพื่อแต่งงานกันเท่าไหร่ แล้วจะให้คิดว่าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เพราะเงินได้อย่างไร

แต่คิดว่านั่นเป็นชีวิตส่วนตัวของเขา แต่ขอให้ยอมรับความจริงกันหน่อย อย่าเอาเรื่องไม่จริงมาอ้าง แล้วหญิงไทยกลุ่มนั้นก็ทำให้หญิงไทยดีๆถูกมองไปในแง่ลบ ฝรั่งมองว่าหญิงไทยง่ายไปหมด ลองใช้ Google search คำว่า “Thai Girl” ดู จะเจอเวปหญิงไทยหาคู่ต่างชาติมากมาย

ในห้องแม่บ้านต่างแดนก็เห็นมีข่าวสมาชิกคนนึงที่มีสามีคนอังกฤษทำเวปลามกหากินอยู่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้เอง


จากคุณ : ยอมรับความจริงเถอะ - [ 9 ธ.ค. 46 00:39:55 A:203.118.85.231 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

อ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกว่า ชายไทยค่อนข้างที่จะเห็นแก่ตัวอยู่ไม่ใช่น้อย ไม่ค่อยที่จะได้ใช้สมองคิดกันเท่าไหร่เลย

ตามที่เจ้าของกระทู้เรียกร้องสิทธินั้น ดิฉันเห็นสมควรด้วยกับเจ้าของกระทู้นะค่ะ เพราะว่า หนึ่ง ไม่ว่า ชายไทย หรือ หญิงไทย ควรจะมี สิทธิเท่าเทียมกันในทั้งทาง นิตินัย และ พฤตินัย หรือว่าคุณไม่จริง

เปรียบเทียบกับทาง สหรัฐอเมริกา แล้ว กฏหมายทางโน้นเค้าจะเข้มงวด และครอบคลุมมากกว่าของไทยเรามาก

ไม่ว่าคุณจะเป็น ชาย หรือ หญิง ถ้าคุณแต่งงานกับชาวต่างชาติ คุณต้องมีงานทำ ต้องโชว์ว่าคุณเสียภาษีให้กับทางรัฐบาลทุกปี และเมื่อคุณแต่งงานไปแล้ว คู่สมรส ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ จะทำงานหรือไม่นั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล ทำ หรือ ไม่ก็ไม่มีใครว่า แต่เมื่อเปรียบเทียบกับทางไทยแล้ว รัฐบาลที่ออกกฎหมาย ยังถือว่า ผู้ชาย ยังเป็นช้างเท้าหน้า มีหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัว ฉนั้น เมื่อต้องการที่จะมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยจึงต้องมี ใบอนุญาตทำงาน และอื่นๆ อีกมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ชายไทย มีภรรยาเป็นชาวต่างชาติ จะง่ายกว่าเพราะ ฝ่ายชาย ผู้ที่มีหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัว เป็นคนไทย มีสัญชาติไทย ไม่ต้องทำเรื่องยุ่งยากเสียเวลา ซึ่งต่างกับหญิงไทยที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ

จริงๆแล้วถ้าจะทำให้ fair หรือเสมอภาคเท่าเทียม และ เท่าแท้ ควรจะต้องปรับปรุงที่ตัวกฎหมายคือ บุคคลใดที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ และต้องการที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยต้องทำเรื่องขออาศัยอยู่ที่เมืองไทยให้กับคู่สมรสของตน และต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ใบอนุญาตทำงาน หรือ เอกสารอื่นๆ ให้เท่าเทียมกัน จะได้ไม่เกิดปัญหา ความไม่เสมอภาค ระหว่างเพศ

จริงๆแล้วเนี่ยะ จะแต่งงานกับชายชาติไหนก็ไม่ได้หนักศรีษะใครใช่ไหมค่ะ โลกเรามันก็มีหลายชาติ รวมไปถึงชาติสุนัขด้วย แล้วคนเรามันก็มีหลายรสนิยม ส่วนรวมแล้วเนี่ยะ ชายไทยจะชอบผู้หญิงที่อยู่ในโอวาส ว่านอน สอนง่าย ถ้าแถม โง่นิดๆ จะเหมาะมากก เพราะพวกท่านชายทั้งหลายจะเกิดอาการแพ้ขึ้นมาถ้าเกิดหญิงที่ท่านเหล่านั้นคบด้วยมีความคิดเป็นของตัวเอง หรือฉลาดกว่า

ก็เห็นชายไทยที่อยู่เมืองนอก ก็อยากจะลองสาวฝรั่งเหมือนกัน แต่บางทีโอกาส และวาสนา อาจจะไม่อำนวยนัก เพราะเท่าที่เห็นมาสาวฝรั่งมักไม่ชอบชายเอเชีย หายาก นานๆจะเห็นที

รัฐบาลก็ควรจะแก้กฎหมายใหม่ซักที เพราะโลกมันก็แคบลงทุกวัน คนจะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันแบบนี้

แต่ชายไทยที่ยังเห็นแก่ตัวฉันใด พวกมันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ต่อไป อย่าไปเสียเวลาต่อปากต่อคำ กับเค้าเลย เพราะพวกนี้บ้านเค้าอยู่ข้างๆคู แถมขี้อิจฉาด้วยมัมมี่


จากคุณ : มีปัญหา อะไรมะ - [ 9 ธ.ค. 46 08:34:30 A:68.67.173.175 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

((ความคิดเห็นที่ 34))


......................................

ในห้องแม่บ้านต่างแดน
ก็เห็นมีข่าวสมาชิกคนนึงที่มีสามีคนอังกฤษ
ทำเวปลามกหากินอยู่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้เอง


!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
??????????????????????????????????????
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!










พูดจริง!!! หรือใส่ความ????


จากคุณ : . - [ 9 ธ.ค. 46 09:50:09 A:203.99.173.220 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 37

คคห 36 ไปอยู่ไหนมา เขาพูดเรื่องนี้กันเมื่อสัก 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ ก็เอามาลงเป็นข่าวหน้าแรก

ไปอ่านดูได้ที่

http://www.pantip.com/cafe/torakhong/topic/C2551773/C2551773.html

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H2551670/H2551670.html


จากคุณ : .. - [ 9 ธ.ค. 46 10:29:46 A:210.1.38.14 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 38

สงสัยจะให้ความเห็นแทงใจดำ คคห. 35 เข้า ถึงได้แสดงนิสัยที่แท้จริงออกมา น่าจะเคยใช้บริการเวปหาคู่ ประเภทรสนิยมสูง ชอบแต่คนรวย ฝรั่งแต่จนก็คงไม่เอา

คนในประเทศนี้เขาไม่ชอบแมงดาครับ กฎหมายถึงออกมาให้ ผู้ชายถึงต้องเป็นหลัก หารายได้เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย

ที่ว่าชายไทยชอบหญิงโง่ๆ ระวังจะเข้าตัว ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงของคุณคงไม่มีใครมีผัวฝรั่งกันทุกคนนะ

จริงอยู่ที่ว่าหญิงฝรั่งไม่ชอบชายไทย แต่คงไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทย ชาติอื่นๆที่มันคิดว่าด้อยกว่ามัน มันก็ดูถูกทั้งนั้นแหละ แต่มันก็ดูถูกผู้หญิงด้วยเหมือนกัน

เรียกร้องสิทธิให้เท่ากันทั้งชาย –หญิง ลองดูในเวปหาคู่สิ เห็นบ้างไหม ชายไทย ประกาศหา เมียฝรั่งรวยๆ เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร ที่ประกาศอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งชื่อ นามสกุล รูปภาพ ให้คนเห็นกันทั้งโลก

ถ้าไม่อยากให้มีปัญหาก็ไม่ยาก ได้ผัวฝรั่งรวยๆแล้วก็ไปเลย โอนสัญชาติไปเลย อย่าถือสองสัญชาติ ไม่ต้องกลับมาเรียกร้องเอาสิทธิอะไรจากเมืองไทยอีก อย่าเห็นแก่ตัวให้มากนัก โน่นก็จะเอา นี่ก็จะเอา ไม่เห็นจำเป็น ต้องแก้กฏหมายอะไรให้คนเห็นแก่ตัวเพียงหยิบมือนึง


จากคุณ : ความคิดเห็นที่ 34 - [ 9 ธ.ค. 46 11:17:06 A:210.1.38.14 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 39

#13 ผู้ชายที่พูดถึงนี่ใช่ เดวิด เบ็คแฮม หรือเปล่าเนี่ยะ...คิดว่าตัวเองเป็นวิคตอเรียหรือเปล่า...555

จากคุณ : Mr.วายุภักษ์ - [ 9 ธ.ค. 46 12:07:42 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 40

* เห็นด้วยกั่บคุณ เมียฝรั่งเป็นบางข้อ

แต่ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็ขึ้นอยู่กับดวงด้วยกันทั้งนั้น

เจอคนดี ก็ดีไป และถ้าเจอกันไม่ดี ก็ถือว่า ซ-ว-ย

อย่ายึดล็อคอินหนูนะ

เป็นกำลังใจให้สาวไทยทุกคนค่ะ


จากคุณ : ^_^ Rita - Narak ^_^ - [ 9 ธ.ค. 46 14:05:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 41

ดฺฉันไม่เคยเชื่อว่าผู้ชายใจแคบกว่าชายชาวอื่นๆ เขา แต่ความคิดเห็นของบางคนในนี้ทำให้แอบตกใจ
เจ้าของกระทู้เขาแค่เรียกร้องให้ รัฐบาลให้ความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ กับเพศหญิง เท่านี้จริงๆ ที่เขาขอ ปฎิบัติต่อหญิงไทยให้เหมือนกับชายไทย แล้วมันยากหรือคะ มันผิดไหม ที่เราจะขอ
คนต่างชาติในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงชาติร่ำรวยในกลุ่มจีแปดอย่างเดียว ยังมีลาว พม่า ลิโธเนีย หรืออะไรต่างๆ ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ไม่ต่างอะไรกับเราๆ ท่านๆ จะเมียฝรั่ง เมียแขก เมียจีน มันก็ได้ชื่อว่าคนไทยกันทั้งนั้น ทำไมเราไม่ให้ความทัดเทียมกัน ในฐานะความเป็นคนกันเล่าคะ


จากคุณ : night owl - [ 9 ธ.ค. 46 15:39:29 A:203.156.29.135 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 42

ไม่ชอบความเห็นของคุณเมียฝรั่ง สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล และไม่ต้องการเห็นคนชาติอื่นมีสิทธิเท่าเทียมกับเจ้าของประเทศ พวกเรียกร้องควรกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ให้สำนึกในความเป็นคนไทยบ้างนะ จริง ๆ คุณเลือกจะมีสามีฝรั่ง คุณก็ได้รับสิทธิจากประเทศสามีคุณแล้ว ยังจะมาเรียกร้องให้ประเทศแม่ของคุณเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของคนอย่างพวกคุณอีกเหรอ ไม่คิดว่า มีความต้องการสูงไปหรือเปล่าคะ

จากคุณ : ไม่เห็นด้วย - [ 9 ธ.ค. 46 15:58:58 A:210.4.138.40 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 43

ไม่ชอบความเห็นของ #13 #35 เช่นกัน
แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความเห็น #25 #42
อย่าลืมว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต้องได้รับการดูแลก่อนที่จะเปิดช่องให้คนต่างชาติ

อย่าเปรียบเทียบคนโดยสัญชาติ ไม่ว่าไทย จีน แขก หรือฝรั่ง มีดีเลวปะปนกันทั้งนั้น อยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า


จากคุณ : Hessenboy - [ 9 ธ.ค. 46 16:30:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 44

โอ๊ะ โอ๋ เว็บนี้ไม่ฮิตติดชาร์ตแฮะ
เห็นด้วย ผู้ชายทุกคนในทุกประเทศไม่ได้มีดีเสมอไป
และผู้หญิงทุกคนในทุกประเทศก็ไม่ได้ดีทุกคนไป
ใครคิดดี ทำดี ก็ได้เจอคนดี
ใครคิดไม่ดี ทำไม่ดี ก็ได้เจอคนไม่ดี
มีสิทธิ์เลือก ก็เลือกกันไป
แต่สิทธิมนุษย์ก็ควรมีเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้หญิง หรือผู้ชาย
ผู้ชายบางคน ยังให้ผู้หญิงเลี้ยง
ผู้หญิงบางคน ยังให้ผู้ชายเลี้ยง
หรือต่างคน ต่างใช้
ดังนั้น สิทธิผู้หญิง กับผู้ชาย ควรจะเท่าเทียมกัน
ลองมองในมุมกว้าง ออกนอกกรอบ แล้วจะรู้ว่าชีวิตจะดีขึ้นอีกบ้าง
ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด แต่ลองปรับเปลี่ยนความคิด
และหาความพอดีที่ยอมรับกันได้ระหว่างสิทธิของผู้หญิงและผู้ชาย
ไม่ใช่เถียงกัน เพียงเพื่อให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งยอมรับความผิด


จากคุณ : koy_dolrudee - [ 9 ธ.ค. 46 17:16:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 45

เป็นกระทู้โดนใจจริงๆค่ะ เห็นด้วยกับคุณABCมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพราะประสบการณ์ตรงที่เจอกะตัวอย่างจังๆขณะที่ตัวเองยังหาทางออกกับกฎหมายนี้ยังไม่ได้

จากคุณ : ฝ้ายค่ะ - [ 9 ธ.ค. 46 23:14:33 A:213.224.151.72 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 46

คุณความคิดเห็นที่ 34 แหม แทงใจทำเนี่ยะ แทงใจคุณมากกว่าละมั้ง

ชั้นก็แค่เห็นด้วยกับคุณเจ้าของกระทู้ ว่าสิทธิต่างๆ ของทั้งชายและหญิงน่าจะเท่าเทียมกัน ทางทางนิตินัย และ พฤตินัย ก็แค่นั้น เพราะปัจจุบัน ทั้งชายและหญิง ต่างก็ทำงาน มีหน้าที่เท่าเทียมกัน

แหมจะไม่ให้ ชายชาติอื่นดูถูกหญิงไทยได้งัย ก็เพราะผู้ชายไทยยังดูถูกผู้หญิงไทยด้วยกันเอง

จะมาพูดเรื่องประกาศหาคู่ในเวป เอามาเป็นประเด็นก็ไม่ถูก เพราะนั่นมันก็สิทธิของเค้า เค้าจะหาแฟนทางไหนมันเป็นเรื่องส่วนตัว ที่เราพูดกันมันเป็น เรื่องโดยรวม

จะว่าไป การแก้ปัญหาในจุดนี้ก็ไม่น่าจะไป ก้าวก่ายอะไรกับสิทธิของคนไทย เราเป็นคนไทยก็มีสิทธิตามเดิม แต่แค่ถ้าสมมุติ เกิดแต่งงานกับคนต่างชาติ แล้วตัดสินใจอยากที่จะมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย ก็ต้องทำให้ถูกตามระเบียบ ให้เท่าเทียมไม่ว่าคุณจะเป็นชายหรือหญิง

ถ้ามีสามีฝรั่ง แล้วจะมาอยู่เมืองไทย แล้วจะต้องเสียเงินตามที่รัฐบาลกำหนด ก็จำเป็นต้องเสีย แต่ถ้าหากว่า มีภรรยาฝรั่ง แล้วคิดว่าต้องการจะอยู่เมืองไทย รัฐบาลก็ควรที่จะให้ เสียเงินเท่ากัน ดีซะอีกเอาเงินเหล่านั้น มาปรับปรุงประเทศ ช่วยคนอื่นๆ ไม่ใช่เหรอ

จริงๆ แล้วเนี่ยะ ที่พูดว่า "คุณเลือกจะมีสามีฝรั่ง คุณก็ได้รับสิทธิจากประเทศสามีคุณแล้ว ยังจะมาเรียกร้องให้ประเทศแม่ของคุณเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของคนอย่างพวกคุณอีกเหรอ ไม่คิดว่า มีความต้องการสูงไปหรือเปล่าคะ" แต่ถ้าคุณเลือกที่จะมีภรรยาฝรั่งและอยู่ที่ต่างประเทศ คุณก็ได้รับสิทธิเช่นกันนี่ เพราะที่ต่างประเทศคุณมีความเสมอภาค กฎหมายเค้าออกมาให้คนมีความเสมอภาค ถ้ารัฐบาลจะทำให้กฎหมายข้อนี้เกิดความเสมอภาค ก็ควรจะให้ บุคคลใดที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ และต้องการที่จะมาอยู่ที่ประเทศไทย ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่รัฐ ออกกฎมาซิ ถึงจะถูก

คนบางคนที่มาออกความเห็นในกระทูนี้ คงไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมายทางด้าน Immigration ทั้งในและนอกประเทศ ไม่เคยสัมผัส ประสบการณ์ เพราะถ้าเคยก็คงไม่มาว่ากระแหนะกระแหนคนไทยด้วยกันเองแบบนี้หรอก

จริงๆแล้ว คำว่าชาวต่างชาติ ที่เราพูดถึงกันก็ไม่ได้หมายถึงฝรั่งชาติเดียวนี่ ชาติอื่นๆ ก็มี ฉนั้นอย่าไปดูถูกคนที่เค้ามีสามีฝรั่งเลย คนเรามันก็มีหลายแบบ เติบโตมาในครอบครัวที่แตกต่าง มีทั้งดีและเลว ไม่ใช่ว่าหญิงไทยที่มีสามีต่างชาติ หรือ ฝรั่งเคยเป็นผู้หญิงอย่างว่าทุกคนซะเมื่อไหร่ คนดีมีการศึกษาที่มีสามีฝรั่งก็มีถมไป

เคยเห็นมาแล้วทั้งสองแบบ จบโทจากมหาลัยชื่อดังใน อังกฤษ มีสามีฝรั่งก็เคยเจอ, เด็กจากพัทยา ได้สามีฝรั่งก็เคยเห็น

เกย์คนไทยเดินควงฝรั่งก็เยอะ ไปเดินดูที่ ซานฟรานซิ

ชาติไหนเพศไหน ก็มีดีมีเลว ก็แค่ทำให้มันเสมแภค เท่านั้นก็จบ


จากคุณ : Delta - [ วันรัฐธรรมนูญ 01:18:17 A:68.67.173.175 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 47

เสมอภาค ขอโทษ พิมพ์ผิด

จากคุณ : delta - [ วันรัฐธรรมนูญ 01:19:59 A:68.67.173.175 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 48

ชายหญิงอย่าให้มันสิทธิเท่าเทียมกันเลย เดี๋ยวก็มีคนไล่ผู้หญิงไปเกณฑ์ทหารอีก อยู่ร่วมกันแบบสมดุล เกื้อกูลเติมเต็มส่วนที่ขาดให้กันดีกว่า

กฎหมายนี้ดีอยู่แล้ว ถ้าจะแก้ก็แก้ตรงที่ภริยาต่างด้าวมีสามีไทยให้มีค่าใช้จ่ายสูง เหมือนสามีต่างด้าวมีภริยาไทย



จากคุณ : 555 - [ วันรัฐธรรมนูญ 03:31:50 A:203.144.143.250 X:203.118.74.43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 49

Being a Thai girl married to a non Thai person doesn't mean that she is any less Thai than us men. When will/can our Thai men accept this? Do use your heads and try to think of a bigger picture.

When I lived in UK I was treated equally as one of her citizens even long before I became one. I did not have to pay any lawyers for anything to deal with any paperworks for my visa before I was married. For one time only I needed a lawyer whom I paid a mere 5 UK pounds to witness and sign a piece of paper for the authority.

A year after I got married I had a permanent resident which meant that I had no need to apply for any kind of visa. I did not have a job as I was studying at the time. After my final exam, even before the result was announced I got my very first job working for a small firm in a small border town an hour drive from where we lived. I got paid the same salary as the locals. Ten months later I got a better job in England 70 miles away so we decided to move there. I was in that job for 2 years then I was lucky enough to get an even better job, the place where I worked for almost 10 years.

Things were just easy, I never ever had to see any officials face to face just communicating either by phones or letters. I hardly had any troubles with anything or anyone, never faced any kind of complications with officials.

Just to share a bit of my experience in UK with you guys. Surely, our Thai government can give the same treatment to foreign guys who genuinely want to spend their lives with love ones in our country. How complicate will it be to accommodate them?

Best wishes.


จากคุณ : genf - [ วันรัฐธรรมนูญ 04:26:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 50

ขอแปลให้คุณgenfนะคะ
การที่เกิดมาเป็นผู้หญิงไทย ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเป็นคนไทยน้อยกว่า ผู้ชายไทย เมื่อไหร่ครับที่ผู้ชายอย่างเราๆ จะยอมรับความจริงในข้อนี้ กรุณาใช้ความคิดมอง ภาพให้กว้างขึ้นหน่อยครับ .
เมื่อครั้งที่ผมอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ผมได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับคนใน ชาติ นานก่อนหน้าที่ผมจะได้สัญชาตเสียอีก ผมไม่ได้จ่ายค่าทนายหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ในเรื่องเอกสารวีซ่าเมื่อตอนแต่งงาน จ่ายไปครั้งเดียวเท่านั้น คือ5ปอนด์ ตอนที่ใช้เป็นค่า ทนายเพื่อให้เซ็นต์เป็นพยาน ในใบทะเบียน
หนึ่งปีหลังจากแต่งงานแล้ว ผมจึงได้วีซ่าถาวรซึ่งหมายถึงผมไม่ต้องการวีซ่าใดๆ อีกผมไม่มีงานทำในตอนนั้น เพราะยังเรียนหนังสืออยู่แต่ก็ได้งานแรกก่อน ที่ผลสอบครั้ง สุดท้ายจะประกาศ กับสำนักงานเล็กๆ ในเมืองเล็กติดกับพรหมแดน ขับรถ หนึ่งชั่วโมงจาก บ้านที่เราอยู่ ได้เงินเดือนเท่ากับคนท้องถิ่นที่นั่น สิบเดือนหลังจากนั้น ผมได้งานที่ดีกว่าใน อังกฤษ ห่างออกไป70ไมลลื เราจึงตัดสินใจย้าย ผมทำงานนั้นอยู่สองปี และก็โชคดีที่ได้ งานที่ดีขึ้น ซึ่งผมทำงานที่นั่นต่อมาอีกสิบปี ทุกอย่างดำเนินไปอย่างง่ายดาย ผมไม่ต้องไป พบเจ้าหน้าที ่หากจะติดต่อก็ทำกันทางโทรศัพท์หรือจดหมาย แทบจะไม่เคยมีปัญหา ยุ่งยากอะไรเลยกับเจ้าหน้าที่
ผมเพียงอยากจะแบ่งปันประสบการณเล็กๆน้อยๆในอังกฤษกับคุณทั้งหลาย แน่นอนว่ารัฐบาลไทยสามารถปฏิบัติต่อชายชาวต่างชาติที่ต้องการ ใช้ชีวิตกับคนที่เขารักใน ประเทศของเราเช่นเดียวกันนี้ได้
การปฏิบัติกับเขาอย่างเหมาะสมคงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากไม่ใช่หรือครับ



จากคุณ : night owl - [ วันรัฐธรรมนูญ 05:38:28 A:203.153.141.6 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 51

พิมพ์ตกค่ะ อายจัง
การที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติ ไม่ได้หมายความว่าเธอมีความเป็นไทยน้อยกว่าผู้ชายอย่างเรา
Being a Thai girl married to a non Thai person doesn't mean that she is any less Thai than us men.


จากคุณ : night owl - [ วันรัฐธรรมนูญ 05:52:21 A:203.153.141.6 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 52

ขอบคุณครับ ที่คุณ Delta ให้ความเห็นโดยไม่ใช้อารมณ์ เราจะได้แลกเปลื่ยนความคิดเห็นในแง่มุมของแต่ละคน ซึ่งจะเกิดประโยชน์มากกว่า มาด่ากันไปมาเหมือนคนไร้การศึกษา

เราและหลายๆคนต่างก็เห็นตรงกันว่า ชาติไหนๆก็มีทั้งดีทั้งเลว ชายไทยก็ไม่ได้ดูถูกหญิงไทยที่มีสามีต่างชาติทุกคนไป เพียงแต่ไม่พอใจหญิงไทย บางคน บางกลุ่ม (ขอย้ำให้เห็นชัดเจนนะครับ ว่าบางคน บางกลุ่ม) ในวิธีการที่เธอใช้หาสามีชาวต่างประเทศ ถึงแม้จะยกเอาความจน ความลำบาก ไร้การศึกษา มีภาระต้องเลี้ยงลูก พ่อแม่ หรือแม้แต่ความต้องการรวยทางลัด มาเป็นข้ออ้าง ก็หญิงไทยอีกตั้งมากที่อยู่ในสถานะไม่ได้ดีไปกว่าคนกลุ่มนั้น ทำไมเขาจึงไม่เลือกใช้วิธีการที่พวกเธอเลือก ยอมอยู่ลำบากอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าไปทำให้ประเทศของเรา (ที่ พ่อ แม่ ปุ่ ย่า ตา ยาย และบรรพบุรุษของเราอาศัยอยู่) และคนชาติเดียว กัน เพศเดียวกับเธอ ต้องถูกดูถูกจากคนชาติอื่น

น่าเสียดายที่หญิงไทยที่มีสามีต่างชาติแบบที่กล่าว ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเล่นเน็ต บางที พวกเราอาจจะได้เห็นเหตุผลลึกๆที่แท้จริงของพวกเธอก็ได้ ชายไทยหลายคนรวมทั้งผมอาจจะเห็นใจในความจำเป็นของเธอมากขึ้น คนไทย เป็นคนขี้สงสาร และเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

กลับมาเข้าเรื่องประเด็นในกระทู้ ผมเองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเข้าเมืองอย่างที่คุณว่า แต่พอจะทราบว่ากว่ากฎหมายแต่ละเรื่องจะผ่านการพิจารณาของสภาต่างๆจนประกาศใช้ออกมา ต้องมีการพิจารณาไตร่ตรองในด้านต่างๆ กันอย่างรอบคอบ ใช้เวลาในการร่างและพิจารณากันอย่างมากมาย ไม่ใช่นึกอยากจะออกกฎหมายมาก็ทำกันอย่างง่ายๆ และต้องเลือกเอาข้อที่ให้ผลประโยชน์แก่คนชาติไทยเป็นหลัก ซึ่งรวมไปถึงการป้องกันประเทศจากการมาหาผลประโยชน์ของคนต่างชาติด้วย จึงมีผลกระทบต่อคนต่างชาติที่มาดี อยากมาใช้ชีวิตคู่กับภรรยาคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอให้เข้าใจว่ากฎหมายต้องบังคับใช้แก่คนต่างชาติทุกคน จะมายกเว้นให้บางคนไม่ได้ ถึงแม้จะรู้ว่ามีความจำเป็นแค่ไหน ชาติอื่นๆก็ทำแบบเดียวกันต้องเห็นแก่คนในชาติเป็นหลักด้วยกันทั้งนั้น ถึงคุณ genf จะมาบอกว่าได้สิทธิเหมือนคนอังกฤษก็ตามแต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไป ผมเชื่อว่าคุณ genf จะไม่มีทางได้ทำงานในงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศอังกฤษแน่ๆ และถึงแม้จะทำงานในภาคเอกชน หรือพลเรือน การที่จะไต่เต้าเข้าไปดำรงตำแหน่งในระดับสูงๆ ก็ยากกว่าคนอังกฤษหรือฝรั่งผิวขาวมากเช่นกัน

ที่กฎหมายเข้าเมืองกำหนดให้สามีต่างชาติต้องแสดงให้เห็นว่ามีฐานะพอที่จะเลี้ยงดูภรรยาได้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง อาจเป็นเพราะความเชื่อและขนบธรรมเนียมของประเทศไทยนิยมให้ผู้ชายเป็นหลัก หาเลี้ยงครอบครัว ถ้าไม่อย่างนั้นหญิงไทยที่เก่งๆมีความสามารถหลายๆคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองอย่างเช่น คุณสุดารัตน์ คงต้องให้สามีไปอยู่บ้านเลี้ยงลูกแล้ว เพราะแกก็มีพร้อมทุกอย่าง จะขาดแต่ก็เพียงเวลาที่จะให้ในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆได้อย่างเต็มที่เท่านั้น คุณลองคิดดูสังคมจะคิดอย่างไรถ้า สามีคุณสุดารัตน์จะอยู่บ้านเฉยๆเลี้ยงลูก ทั้งที่คนมีเงินขนาดนี้เขาไม่ต้องทำงานอะไรก็ได้

ผมเห็นคนต่างชาติที่มีภรรยาไทยและมาอยู่เมืองไทยสามารถหางานดีๆได้ไม่ยากแค่พูดอังกฤษได้ก็พอ จะเป็นครูสอนภาษาในสถาบันสอนภาษาหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย หรือจะรับจ้างสอนพิเศษก็ทำได้ง่ายมาก คนไทยที่มีความรู้ยังหางานดีๆได้ยากอยู่เลย ผมเจอครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยเป็นคนอังกฤษ พอหมดอายุวีซ่า ก็เดินทางไปประเทศไกล้ๆกับเราเช่น พม่า เขมร แล้วขอวีซ่ากลับเข้ามาใหม่ เห็นไหมว่า ขนาดมีกฎหมาย ยังมีช่องทางให้คนต่างชาติเข้ามาทำมาหากินกันได้ง่ายๆ

ขอให้เห็นใจคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศบ้างเถอะ โอกาสที่จะหางานทำในประเทศก็ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ต้องพูดถึงงานในต่างประเทศเลย ขนาดงานแบบกุลี ขายแรงงานยังต้องขายนา ขายไร่ กู้หนี้ยืมสินกว่าจะได้ไป ไปแล้วบางทีก็โดนหลอก ถึงจะได้งาน ก็ต้องอยู่อย่างอดๆหยากๆ เก็บเงินใช้หนี้ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่านายหน้า ต้องห่างลูก ห่างเมีย บางทีก็เข้าตำรา “เมื่อไปเสียนา กลับมาเสียเมีย” ไปทำงานหนักอยู่อย่างอดๆหยากๆ กันหลายปี พอมีเงินเก็บที่จะปลูกบ้านหลังเล็กๆ ซื้อรถเครื่อง หรือรถกระบะ และมีเงินเหลือพอส่งเสียให้ลูกได้เรียนกับเขาบ้าง ก็รีบกลับกันแล้ว อย่าให้ต้องช้ำใจเมื่อกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว หางานไม่ได้เพราะคนต่างชาติมาเอาไปหมดแล้วเลย


จากคุณ : คคห 34 - [ วันรัฐธรรมนูญ 09:01:31 A:202.133.134.90 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 53

ที่กฎหมายเข้าเมืองกำหนดให้สามีต่างชาติต้องแสดงให้เห็นว่ามีฐานะพอที่จะเลี้ยงดูภรรยาได้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง อาจเป็นเพราะความเชื่อและขนบธรรมเนียมของประเทศไทยนิยมให้ผู้ชายเป็นหลัก

แสดงว่าคุณเห็นด้วยใช่ไหมคะ ที่ผู้หญิงมีสิทธิ์น้อยกว่าผู้ชาย ถ้าเรากลัวฝรั่งแย่งงาน ทำไมกลัวแต่ผู้ชายฝรั่งจะมาแย่งงาน ผู้หญิงฝรั่งแย่งงานคนไทยไม่ได้หรือคะ ลองคิดดูว่าถ้ามีสาวอุบลรักกับหนุ่มลาว แต่งงานกัน หนุ่มลาวจะประกอบสัมมาอาชีพใด ที่ได้เดือนละสี่หมื่น ถึงจะได้วีซ่าอยู่กับภรรยา คุณว่ามันถูกต้องชอบธรรมกับผู้หญิงคนนั้นไหม หรือว่าสมน้ำหน้า นังนี่โง่เอง ช่วยไม่ได้
ผู้ที่จะได้วีซ่าอยู่กับภรรยาในประเทศไทย ต้องมีเงินปีละสี่แสนนะคะ ทำงานอะไรดี หากคุณไม่ได้ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษโดยกำเนิด สอนภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะใครเขาจะอยากพูดอังกฤษสำเนียงไม่ดี คนรวยเขาไม่เดือดร้อนค่ะ มีเงินหนึ่งล้านซื้ออีลิทการ์ดก็ซื้อที่ได้แล้ว อันนั้นผู้รักชาติไม่กลัวกันหรือคะ
ที่เขาขอ ก็แค่วีซ่าถาวรเพื่อให้ชายต่างชาติคนนั้นมีโอกาสอยู่กับครอบครัว เหมือนกับที่หญิงต่างชาติมีสิทธิ์ คำถามเดิมง่ายๆ ค่ะ ว่าทำไมสิทธิ์ที่ได้ไม่เหมือนกัน ในเมื่อเป็นคนเหมือนกัน ประเทศเราดูถูกผู้หญิงเกินไปไหม
ดิฉันไม่เดือดร้อนเรื่องนี้ค่ะ แต่ที่ไม่ชอบเพราะมีการเลือกปฏิบัติ


จากคุณ : night owl - [ วันรัฐธรรมนูญ 10:38:54 A:203.153.139.52 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 54

ขอบคุณ คุณ night owl ที่กรุณาช่วยแปลให้ แต่ยังคิดว่า คุณ genf น่าจะเขียนเป็นภาษาไทยเลยจะดีกว่า การแปลโดยผู้อื่นบางครั้งมันไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เขียนออกมาได้ตรง ทั้งที่คุณ night owl ซึ่งเป็นแม่บ้านต่างแดนคนหนึ่ง จะเก่งภาษาอังกฤษมากก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดที่คำบางคำในภาษาอังกฤษไม่ตรงกับคำไทยใดๆเลย ขนาด แม่บ้านต่างแดนด้วยกันบางคน ยังไม่ทราบเลยว่าคุณ genf เป็นพ่อบ้าน ไม่ใช่แม่บ้าน ทั้งๆที่ตอบกระทู้กันมาตั้งนาน

ถึงแม้ภาษาอังกฤษของผมคงสู้คุณ night owl ไม่ได้แต่จะขอยกบางประโยคที่ผมคิดว่าเมื่อแปลออกมาแล้วไม่ตรงกับความหมายเดิม อย่างเช่น

Being a Thai girl married to a non Thai person doesn't mean that she is any less Thai than us men.
การที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติ ไม่ได้หมายความว่าเธอมีความเป็นไทยน้อยกว่าผู้ชายอย่างเรา
ความหมายตรง แต่ขาดอารมณ์ของคำว่า “men” ที่คนเขียนจะสื่อ ออกมา

Do use your heads (and try to think of a bigger picture.)
กรุณาใช้ความคิดมอง
ผมคิดว่าคุณแปลสุภาพเกินกว่าความหมายของคุณ genf ที่จะสื่อให้ทราบ

I did not have to pay any lawyers for anything to deal with any paperworks for my visa before I was married.
ผมไม่ได้จ่ายค่าทนายหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ในเรื่องเอกสารวีซ่าเมื่อตอนแต่งงาน

คุณ genf คงจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างทนายให้จัดทำเอกสารทำเรื่องขอวิซ่าประเภทต่างๆเลย ทั้งทีสถานะของเขาขณะนั้นยังเป็นคนต่างชาติอยู่ (before I was married) ค่าใช่จ่ายอื่นๆคงจะมีแต่ไม่ได้บอกว่ามากน้อยเท่าไร

Thai government can give the same treatment to foreign guys who genuinely want to spend their lives with love ones in our country.
แน่นอนว่ารัฐบาลไทยสามารถปฏิบัติต่อชายชาวต่างชาติที่ต้องการ ใช้ชีวิตกับคนที่เขารักใน ประเทศของเราเช่นเดียวกันนี้ได้
คุณแปลตกคำสำคัญมากไปเลยนะครับ คำว่า “ genuinely” จะไม่รวมถึงคนต่างชาติที่จะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศ ด้วยการแต่งงานกับคนไทยนะครับ


How complicate will it be to accommodate them?

การปฏิบัติกับเขาอย่างเหมาะสมคงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากไม่ใช่หรือครับ

คำว่า “อย่างเหมาะสม” คงไม่ใช่ accommodate ที่คุณ genf ใช้ น่าจะเป็นว่า “ไม่เห็นจะยากเลยที่จะให้คนต่างชาติเขามาทำงานหากินในไทย” ผมเดาตามความรู้สึกของคุณ genf ที่บรรยายถึงความสะดวกที่เขาได้รับจากการไปทำงานในอังกฤษ

และอีกอย่าง ผมคิดว่ากฎหมายไทยปฎิบัติต่อคนต่างชาติ “อย่างเหมาะสม” แล้วครับ เป็นแต่เพียงว่า แม่บ้านสามีต่างชาติจะเห็นด้วยหรือเปล่าเท่านั้น เอง


จากคุณ : คคห 34 - [ วันรัฐธรรมนูญ 10:40:25 A:210.86.198.23 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 55

เพิ่งจะเห็นความคิดเห็นที่ 53 ของคุณ night owl กำลังชมคุณ Delta อยู่พอดีที่หันมาใช่เหตุผลแทนการใช้อารมณ์ ก็มาเจอ คุณ night owl อีกคน

ถ้าจะยกตัวอย่างก็ขอให้ใช้เหตุผลอย่าใช้อารมณ์
.. ลองคิดดูว่าถ้ามีสาวอุบลรักกับหนุ่มลาว แต่งงานกัน หนุ่มลาวจะประกอบสัมมาอาชีพใด ที่ได้เดือนละสี่หมื่น ถึงจะได้วีซ่าอยู่กับภรรยา คุณว่ามันถูกต้องชอบธรรมกับผู้หญิงคนนั้นไหม หรือว่าสมน้ำหน้า นังนี่โง่เอง ช่วยไม่ได้ ..

กลับมาเมืองไทยคราวหน้า แวะไปจังหวัดอุบลหรือจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับลาวดู ว่าภรรยาคนไทย สามีคนลาวเขาอยู่กันได้อย่างไร โดยไม่ต้องมีเงินเดือนๆละสี่หมื่น

...ดิฉันไม่เดือดร้อนเรื่องนี้ค่ะ แต่ที่ไม่ชอบเพราะมีการเลือกปฏิบัติ

ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องนี้ แต่ไม่ชอบการให้สิทธิระหว่างหญิง-ชายไทย สงสัยเป็นเรื่องยาวต้องยกเป็นประเด็นไปอีกกระทู้นึงแล้วมั้ง เพราะมีประเด็นทั้งในเรื่องของกฎหมาย และขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย


จากคุณ : คคห 34 - [ วันรัฐธรรมนูญ 10:56:09 A:210.86.198.23 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 56

แล้วเขาทำอย่างไรกันคะ อันนี้ไม่รู้จริงๆ หากคุณช่วยอธิบายได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นค่ะ ดิฉันไม่ได้อยู่ไกลค่ะ กรุงเทพนี่เองก็ไม่ได้ใช้อารมณ์ด้วย ไม่มีเหตุเพราะเป็นคนอารมณ์ดีค่ะ
ดิฉันแปลไม่ถูกใจก็ขออภัย ที่คุณgenfเธอพิมพ์ไทยอย่างที่คุณต้องการไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้อยู่เมืองไทยค่ะ ไม่มีฟอนด์ไทย รู้สึกว่าเธอจะอยุ่ที่อิยิปต์ หรือสักแห่งนี่แหละค่ะ
---ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องนี้ แต่ไม่ชอบการให้สิทธิระหว่างหญิง-ชายไทย สงสัยเป็นเรื่องยาวต้องยกเป็นประเด็นไปอีกกระทู้นึงแล้วมั้ง เพราะมีประเด็นทั้งในเรื่องของกฎหมาย และขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย---
ฟังดูแล้วรู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชชีนไปในอดีตเลยค่ะ เขาว่า กฏหมายเขียนขึ้นตามขนบ แต่ขนบก็สามารถเปลี่ยนไปได้ ตามเวลาที่มันเปลี่ยนไป โชคดีที่ผู้หญิงไม่ต้องตีตราว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ของสามี เหมือนอำแดงเหมือนอีกแล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆ ข้อ ซึ่งยังคงล้าหลังและเลือกปฏิบัติ ผิดหรือเปล่าที่ดิฉันไม่พอใจในการเลือกปฏิบัติ หรือเพราะมันเป็นความเชื่อ เป็นประเพณีถ้าไม่ถูก เราก้ต้องยอมให้มันเป็นหรือคะ



จากคุณ : night owl - [ วันรัฐธรรมนูญ 11:43:55 A:203.153.139.198 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 57

Thank you K.Night Owl and K.#54 for the translation. I appreciated your inputs. You're both right, although K#54 got it more to the point I tried to put across. But in general, the first translated version alone would make people understand how well I was treated in UK.

ผมเชื่อว่าคุณ genf จะไม่มีทางได้ทำงานในงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศอังกฤษแน่ๆ
In #52,
To be employed in a job relating to National security, one has to be her citizen and has to sign a piece of paper to accept the official secret acts. I am not sure exactly what this entails. I was never chosen to work in any secret electronic projects due to my status but it did not bother me in a slightest. I never wanted to work under a very strict rules anyway. I would never be allowed to discuss with anyone outside the project regarding the matter. Where was the fun in that?

ถึงแม้จะทำงานในภาคเอกชน หรือพลเรือน การที่จะไต่เต้าเข้าไปดำรงตำแหน่งในระดับสูงๆ ก็ยากกว่าคนอังกฤษหรือฝรั่งผิวขาวมากเช่นกัน
From my experience, working in the environment I was in. I could tell you that if I was really smart I could easily get to a reasonably high position within the company. The company at that time had over 1,000 employees, I was the first foreign employee to be employed, was trained to replace a local engineer who was leaving, in her 50 years long history. I was chosen over many people who had higher degrees than I was, that was fortunately due to my direct experience in other things relating to the job. Working in UK, paper qualification alone no matter how high without proper experiences does not always guarantee a job. It is ironic, if one does not have a job how can one get an experience. That was how things worked when I was there. I did not have to pay (money, favours or otherwise) my ways into a job. I took orders only from one person and one person only, my boss's boss couldn't even give me an order without asking him first. As a matter of fact my position in the organisation was high enough considering as the only foreigner.

I do not imply that life in UK was absolutely perfect. I am trying to point out to you all that she, in many ways has better ways to deal with people (citizen and foreigner alike) than what Thai government is doing. We should try to learn and take the good points from her instead.

I spent half of my life in Thailand and other half in UK, they are both equally my homes. I could see good and bad points of both better than a lot of people I just want what is best for Thailand and Thai people, men and women (children too, of course).

I do strongly believe if the government try hard enough to do some more studies on the subject under discussion here instead of jumping to the conclusion that all foreigners are trying to take over our country, it would be more beneficial to the country and everyone concerned in the long run.

Without too many corrupted officials and a lot of red tapes would make things a lot easier to manage also.

I am sorry I can't express myself properly, not that because I have to write in English, I couldn't even put it into Thai. I am an engineer by trade and have no love for politics. I don't feel comfortable discussing any matters I know nothing about.

I came here only to ask for equal rights for people who happen to have the same sex as my mother. Though, I am not in the kind of predicament they are facing. It doesn't mean that I should keep my mouth shut for things which don't concern me. They need all the helps they can get. Who will support them if we don't?. A lot of you guys couldn't care less what is happening because you are not in that kind of dilemma.
I am so surprised that not many people speaking out, with all those half Thai stars and celebrities in the country. What are they doing sitting on their laurels?



Best wishes.


จากคุณ : genf - [ วันรัฐธรรมนูญ 16:00:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 58

อย่ามาถกเถียงกันเรื่องนี้เลยครับ ฝรั่ง หรือคนต่างชาติเขาก็ไม่ได้กังวลเรื่องขอวีซ่าถาวรกันสักเท่าไหร่หรอก เข้ามาเมืองไทยแค่ 3 เดือน (โดยไม่ต้องขอวีซ่า) แล้วก็ข้ามไปฝั่งพม่า เขมร เพื่อแสตมป์วีซ่าเข้าประเทศอีกรอบ แค่นี้ก็อยู่ได้สบายแล้ว เคยคุยกับฝรั่งบางคน หลบมาอยู่เป็นปีๆ ยังไม่เห็นจะยุ่งยากอะไรเลย เพราะกฏหมายบ้านเราเปิดช่องไว้มากมาย

แต่มองกลับกัน เราเป็นคนไทย เวลาขอวีซ่าท่องเที่ยวไปบ้านเมืองเขา เอกสารยุ่งยากสัก 100 เท่าเห็นจะได้ ไหนจะโดนสัมภาษณ์ ว่าไปทำไม(ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่) ไหนจะโดนสายตาดูถูกจากเจ้าหน้าที่บางคนในสถานฑูต (อันนี้ถามคุณแม่บ้านทั้งหลายคงทราบดี) บางคนแต่งงานเพราะเจอรักแท้ แต่โดนเหมารวมว่าเป็นผู้หญิงอย่างนั้นหมด ก็น่าเห็นใจครับ

ส่วนเรื่องสิทธิเท่าเทียมกันนั้น คงต้องค่อยคิดค่อยแก้กันไป แต่ว่าอย่าลืมว่าสิทธิคนไทยย่อมมาก่อนเป็นอันดับแรก การออกกฎหมายเพื่อยกประโยชน์ให้คนต่างชาติสบายๆ อีกหน่อยคนไทยคงโดนเอาเปรียบมากกว่านี้ (เพราะปัจจุบันคนไทยด้วยกันยังเอาเปรียบกันเองเลย)

ประเทศทางยุโรปตอนนี้ก็กีดกันแรงงานต่างด้าวด้วยกันทั้งนั้น เพราะเข้ามาแย่งงานคนของเขา การที่จะได้งานทำที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งตอนนี้คนต่าวด้าวเข้ามาอยู่กันมากในรูปแบบของการแต่งงานกับคนของเขา การขอวีซ่าของคนรุ่นหลังๆจึงยากเข้าไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เป็นภาระของรัฐบาลเขาในกรณีที่แยกกับสามี แล้วไม่มีงานทำ เคยอ่านเรื่องราวของคนไทยในยุโรปในห้องไกลบ้าน มากันตั้งแต่รุ่นยาย มารุ่นแม่ แล้วก็มารุ่นลูก จนทางการเขาจับทางได้แล้วว่า เริ่มจากมาเที่ยวเยี่ยมแม่ แล้วก็หาแฟนไปในตัว จนเดินเรื่องแต่งงานได้วีซ่าถาวร อย่างที่คนข้างบนได้พูดไว้ว่า อีกกว่า 80% ของคนเหล่านั้นไม่ได้มาถ่ายทอดชีวิตต่างแดนให้หลายคนที่นี่ได้รับรู้ว่ามันไม่ได้สบายเหมือนที่หลายๆคนคิด อยู่เมืองนอกใครว่าสบายนั้น ยังเป็นคำกล่าวที่ยังไม่ล้าสมัย เพราะมันคือเรื่องจริง

พูดมาเสียยืดยาว เรื่องสิทธินั้น ไม่ว่าประเทศไหนก็ย่อมต้องเปิดโอกาสให้คนของเขาได้รับสิทธิเต็มที่ก่อน ก่อนที่จะเอื้อให้กับคนต่างชาติ แต่การที่มีความแตกต่างระหว่างชายหญิง(ต่างชาติ)อย่างที่ถกเถียงกันข้างต้น ก็ค่อยคิดค่อยแก้ไขกันไปครับ


จากคุณ : Apfelwein - [ วันรัฐธรรมนูญ 16:29:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 59

เห็นรัฐบาลก็กำลังดูเรื่องนี้อยู่นี่ครับ และก็เห็นว่ารับปากแล้วว่าจะทบทวนกฏหมายนี้ใหม่

โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่า...

ความมั่นคงของอธิปไตยแผ่นดินไทยต้องมาเป็นหลักครับ
ไม่ว่าทั้งผู้หญิงหรือผู้ชายต่างด้าวถ้าไม่คิดโอนมาเป็นสัญชาติไทย
เรื่องอื่นๆไม่ต้องมาพูดเลยครับ จบเลย รับแค่วีซ่าพอ
ถ้าคิดจะถือสัญชาติอื่น แต่อยากได้สิทธิเท่าเทียมกับคนไทย ผมรับไม่ได้ครับ

และตรงนี้ถ้าคนต่างด้าวคนไหนต้องการสัญชาติไทย คุณไม่มีสิทธิ์มาตั้งแง่กับกฏหมายไทย
ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรกับรัฐบาลไทย และประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ
ไม่สมควรครับ.....


ตรงนี้ผมจะไม่มาพูดกันล่ะว่าเนื้อหามันมีอะไรบ้าง เสียเวลาครับ
แต่ผมอยากให้ทุกคนตระหนักกันสักนิดนึงครับว่า เจตนารมณ์ของกฏหมายส่วนใหญ่
รัฐบาลออกมาเพื่อใครครับ?......ไม่ใช่เพื่อสังคมส่วนใหญ่หรอกหรือครับ
ยิ่งกฏหมายที่เอื้อประโยชน์เกี่ยวกับชนต่างด้าว ควรจะแก้ให้เราได้ประโยชน์มากขึ้นด้วยซ้ำ
เพราะไม่ว่าที่ไหนในโลกเขาก็มีแต่ตั้งกำแพงเกี่ยวกับการโอนสัญชาติเสียสูงลิบทั้งนั้น
และก็ไม่มีที่ไหนที่ไหนนะครับ ที่จะยอมลดกำแพงนั้นลงมา
มีแต่จะสร้างเงื่อนไขให้มากขึ้น ทั้งนั้น


ดังนั้นผมอยากจะขอร้องทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงทั้งหลายครับ

การที่พวกคุณมีความรักให้กับคนชาติอื่น และลงเอยถึงการแต่งงานกันนับเป็นเรื่องน่ายินดีมากครับ
เพราะรักต่างเชื่อชาติ ต่างศาสนาไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

แต่เมื่อคุณมีความรักส่วนตัวแล้ว พวกคุณจะละทิ้งความรักต่อชาติ
ต่อมาตุภูมิแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของคุณเองไม่ได้
คุณจะเห็นแก่ความรักส่วนตัวจนยอมแก้ไขกฏหมายให้ชาติต้องเสียผลประโยชน์
คุณๆคิดว่าสมควรแล้วหรือครับ ลำพังถ้าเป็นคนไทยเสียให้คนไทยด้วยกันเองยังพอรับได้
แต่นี่เป็นคนต่างด้าว รู้สึกละอายใจแก่ดวงวิญญาณบรรพบุรุษไทยกันบ้างหรือเปล่าครับ


คุณอยากจะรักคนต่างด้าวประเทศไหน จะแต่งงานอยู่กินกับชนชาติใดก็ทำไป
แล้วคุณอยากจะขอสิทธิ์คนไทยให้คู่ของคุณก็ทำไป แผ่นดินไทยยินดีต้อนรับเสมอ
ถึงคุณมาอ้างว่ากฏหมายตรงนี้มันไม่เป็นธรรม คุณก็มีสิทธิ์พูดได้ครับ
แต่ถ้าถึงขนาดมาเรียกร้องขอแก้ไขให้แผ่นดินไทยเสียประโยชน์
คุณแต่งงานกับคนประเทศไหนก็ไปอยู่กับเขาเสียที่นั่นเถอะครับอย่ากลับมาเมืองไทยเลย

เพราะการที่คุณแต่งงานไปกับคนต่างด้าว มีใครไปบังคับข่มขู่คุณรึเปล่า?
ในเมื่อคุณสมัครใจแต่งงานไปเอง คุณต้องยอมรับกฏกติกาของสังคมคนส่วนใหญ่ได้
เมื่อคุณยอมรับได้ ก็ไม่ควรออกมาเรียกร้องอะไรมันเหมือนคนเห็นแก่ตัวครับ.....



ทั้งหมดนั่นผมอยากจะเตือนสติคนไทยทุกคนครับ
ถือเป็นมุมมองเล็กๆส่วนตัวของผมเอง ทุกคนไม่จำเป็นต้องมาเห็นด้วยกับผม
แต่ผมอยากให้ทุกคนใช้สติพิจารณาถึงผลได้ผลเสีย ของส่วนตัวส่วนรวมแค่นั้นเองครับ


จากคุณ : รักษ์แผ่นดิน - [ 11 ธ.ค. 46 01:25:28 A:210.180.96.8 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 60

เท่า ๆ ที่อ่าน ๆ มา รู้สึกประเด็นที่พูดกันมันคนละเรื่องกับหัวข้อนี้เลยนะ เจ้าของกระทู้เค้าแค่ถามสิทธิของชายหรือหญิงที่สมรสกับชาวต่างชาติว่าทำไมมันจึงไม่เท่าเทียมกัน แต่หลาย ๆ คคห. กลับไปพูดถึงเรื่อง คนต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทยทำ หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเห็นแก่ตัว เรียงร้องสิทธิเพื่อประโยชน์ของตน เลือกมีผัวฝรั่งแล้วทำไมไม่มีปัญญาจ่าย ฯลฯ

แล้วชายไทยที่สมรสกับหญิงต่างชาติหละ ทุกวันนี้ หญิงต่างชาติพวกนั้นแย่งงานคนไทยทำหรือเปล่า? หรือว่าตอนนี้หญิงต่างชาติเหล่านั้นโอนสัญชาติเป็นคนไทยไปแล้ว เลยไม่นับว่าเป็นต่างชาติ? หญิงเหล่านั้นก็เห็นมีหน้าที่การงานดี ๆ หลายคนไม่เห็นมีใครตำหนิพวกนี้บ้างหละว่าเข้ามาแย่งงานคนไทย? แล้วถ้าหญิงต่างชาติอาศัยช่องทางนี้บ้างหละ โดยการแต่งงานกับชายไทย ? อย่างนี้ไม่น่าเป็นห่วงบ้างเหรอ? อย่างนี้ประเทศชาติไม่เสียผลประโยชน์เหรอ?

สิ่งที่เห็นทุกวันนี้มันดีแล้วเหรอ คุณชอบเหรอที่เห็นชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในเมืองไทยอย่างผิดกฏหมาย (ไม่ว่าชายหรือหญิง) โดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว แล้วเข้ามาทำงาน หรือแอบทำงาน วีซ่าหมดก็ออกไปประเทศใกล้ ๆ แล้วเข้ามาใหม่ ภาษีก็ไม่ต้องเสีย อ่านข่าวหลาย ๆ ครั้ง ก็ไม่ใช่พวกชาวต่างชาติที่ใช้วิธีนี้เหรอ เวลาก่ออาชญากรรมอะไรขึ้น ก็ง่ายที่จะหลบหนี เพราะไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง สีบสาวหาตัวยาก เพราะตอนเข้ามาก็ไม่ได้มีการเช็คหรือผ่านการสกรีนใด ทุกวันนี้ไม่เห็นมีใครไปว่าอะไร หรือจัดการทำอะไรกับพวกชาวต่างชาติพวกนั้นเลย คนพวกนั้นต่างหากที่พวกคุณควรจะไปตำหนิว่าแย่งงานคนไทย ไม่ใช่มาตำหนิหญิงไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติที่ทำเรื่องอย่างถูกต้องตามกฏหมายเพื่อมาอยู่เมืองไทย

จริง ๆ ถ้าคุณเจ้าของกระทู้เค้าจะทำอย่างนั้นบ้างก็ได้ ไม่ต้องมาเดือดร้อนเสียเงินค่าทนาย หรืออะไร ๆ ทั้งหลายแหล่ แต่เพราะเค้าอยากทำให้มันถูกต้องสำหรับครอบครัวของเค้า ไม่ใช่เป็นพวกฝรั่งที่เข้ามาอย่างผิดกฏหมาย และนั่นก็คือที่มาของหัวข้อนี้ว่าทำไมชายหรือหญิงจึงได้สิทธิไม่เท่าเทียมกันกับชายที่ทุกวันนี้นำหญิงต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย แต่ไม่หญิงต่างชาติพวกนั้นเห็นต้องจ่ายอะไรเลย

ก็ในเมื่อกฏหมายทุกวันนี้มันมีช่องโหว่ อย่างที่คคห. 58 บอก ทำไมถึงไม่ทำให้มันถูกต้อง แก้ไขกฏหมายให้มันรัดกุมมากขึ้นใครที่สมรสกับชาวต่างชาติ ไม่ว่าชายหรือหญิงแล้วต้องการมาอาศัยอยู่ที่เมืองไทย (ไม่ใช่แค่เฉพาะแค่ชายไทยเท่านั้นที่ได้สิทธิ) หรือใครก็ตามที่อยากมาอยู่เมืองไทย ควรมีข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์อย่างไรก็ว่ากันไป แล้วถึงกฏหมายจะแก้ไขให้ได้สิทธิเท่าเทียมกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าหญิงไทยหรือชายไทยทุกคนสามารถที่จะขอนำคู่สมรสเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้ทุกคน คนไหนมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงจะมีสิทธิได้อยู่ แล้วอย่างนี้มันจะเป็นข่องทางให้ชาวต่างชาติบางคนได้อย่างไร ต่อให้แต่งกับหญิงไทย แต่คุณสมบัติไม่ครบ ก็อยู่ไม่ได้ ส่วนวีซ่าท่องเที่ยวก็ควรมีข้อกำหนดให้รัดกุมมากขึ้น ไม่ใช่เดินทางออกไปแล้ว ไม่ทันไรกลับเข้ามาก็แสตมป์ให้อยู่ได้อีก


จากคุณ : ABC - [ 11 ธ.ค. 46 02:45:56 A:81.59.74.161 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 61

สวัสดีคับ ผมขอตอบแบบตรงประเด็นประทู้นี้ก่อนเลยละกันนะคับ
เจ้าของกระทู้ยกประเด็นเรื่องกฎหมายกับสิทธิมนุษยชนมาถามนะคับ ผมขอให้ความเห็นแบบนี้ละกันนะ ผมเข้าใจว่าคุณคงมีสามีเป็นชาวต่างชาติและต้องการมาใช้ชีวิตในเมืองไทยนะครับ แต่คุณติดปัญหาที่ว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายและกระบวนการที่ยุ่งยาก แล้วก็ยกประเด็นความเป็นพ่อลูกขึ้นมาอ้าง
ผมก็เห็นด้วยนะครับที่ว่าครอบครัวควรจะอยู่พร้อมหน้าและให้ความอบอุ่นแก่เด็กได้อย่างล้นเหลือ เพื่อให้สถาบันครอบครัวแข็งแรง และประเทศชาติก็จะแข็งแรงตาม แต่...การที่เราอาศัยอยู่ในประเทศไทย คุณเคยคิดบ้างไม๊ว่านี่ก็เป็นบ้านหลังนึงของคุณเหมือนกันเพียงแต่คุณมาเช่าห้องรวมอยู่กับพี่น้องคนอื่นๆ คุณเคยคิดบ้างไม๊ว่า การที่จะให้บ้านที่ชื่อ"ไทย"ต้องเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้ต่างด้าวเข้ามาถือครองห้องแต่ละห้องใน"ไทย"มันจะกระทบต่อความมั่นคงของหลังนี้แค่ไหน
มุมมองของคุณยังอยู่เพียงแค่ห้องเล็กๆของคุณเท่านั้น เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ดูถึงภาพรวมขนาดใหญ่ อยากให้คุณศึกษาผลกระทบหรือถ้าให้ดีก็ไปดูแนวคิดกฎหมายพวกนี้เลยนะครับ จะได้ทราบว่าความจริงแล้วเราไม่ได้ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน แต่เราคำนึงถึงความมั่นคงของชาติเป็นหลัก
ส่วนกระทู้ตอบอื่นๆที่ชอบด่าชายไทยนู้นนี้ๆนะครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนึงว่า ผู้หญิงไทยดีๆที่เค้าแต่งกับฝรั่งน่ะ ส่วนใหญ่เค้าจะระวังตัวมากในเรื่องการวางตัวเพราะไม่ต้องการให้ใครมองว่าเค้ามาจากบาร์หรือเดินตามเงินตราต่างประเทศมา ในทางกลับกันผู้หญิงที่เดินตามเงินต่างประเทศไปส่วนใหญ่เลย(ไม่ใช่ทั้งหมด)... ชอบดูถูกคนชาติเดียวกันครับ


จากคุณ : anotherguy - [ 11 ธ.ค. 46 14:37:13 A:203.154.113.2 X:210.86.161.166 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 62

คือที่ดิฉันว่ามันควรเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เรื่องที่ดินค่ะ เพราะกฎหมายทุกวันนี้ก็ให้สิทธิ์หญิงไทยพอสมควรอยู่แล้ว คือให้ผู้หญิงสามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ โดยต้องให้สามีชาวต่างชาติ ลงนามรับรองว่าทรัพย์ที่ซื้อมานั้นเป็นของหญิงคนนั้น แต่ที่มันไม่เท่าเทียมกัน คือมีการเลือกปฏิบัติ ก็คือกฎต่อไปนี้ให้ดูข้อ4.และข้อ5. นะคะ

ประเภทของการพิจารณา การยื่นคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
1. กรณีเพื่อประกอบธุรกิจ หรือทำงาน

2. กรณีเพื่อการลงทุน

3. กรณีเป็นนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ

4. กรณีเพื่อให้ความอุปการะภรรยา และ/หรือบุตรผู้มีสัญชาติไทย

5. กรณีเพื่อมาอยู่ในความอุปการะของสามี หรือบิดา ผู้มีสัญชาติไทย

6. กรณีเพื่อมาอยู่ในความอุปการะของสามี หรือบิดา หรือบุตร ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ฯ แล้ว

7. กรณีเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลาย

ดูข้อ4.และข้อ5. นะคะ

ข้อ4 หมายถึง หากคุณเป็นชายต่างชาติ แต่งงานกับหญิงไทย หน้าที่เดียวที่ต้องทำคือมีเงินอุปการะภรรยา ปีละสี่แสนบาทฝากไว้ในแบงค์ไทย หรือมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่าสี่หมื่นบาท จึงจะได้รับวีซ่าคู่สมรส กฎหมายนี้จะบังคับใช้เดือน ก.ค. ซึ่งหลายคนก้บอกว่า บุญแล้วล่ะ เพราะจะได้มีสามีที่มีเงินมาเลี้ยงดู ภรรยาชาวไทย แต่ฝรั่งไม่ได้มีแต่ชาติร่ำรวยนะคะ คนต่างชาติหมายถึงทุกชาติ ทุกภาษาที่อยู่นอกราชอาณาจักร
ข้อ5. หมายถึงชายไทยที่แต่งงานกับหญิงต่างชาติ ซึ่งหญิงต่างชาตินั้น สามารถมาอยู่ในอุปการะของชายไทยได้เลย ไม่ต้องมีเงิน ขอสัญชาติได้ภายหลังด้วย
หากเราคิดว่าเพราะกลัวจะมีการแย่งงานคนในชาติของเรา หญิงต่างชาติมาแย่งงาน กับชายต่างชาติมาแย่งงาน มันไม่เหมือนกันหรือคะ
ไม่ต้องแก้กฎหมายถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอะไรหรอกค่ะ เอาแค่ให้ผู้หญิงที่เขาอยากมาใช้ชีวิตคู่ในเมืองไทย ได้ใช้สิทธิ์ในความเป็นคนไทยโดยไม่ต้องแบ่งชายหญิงได้ไหม ไม่ต้องจำกัดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ถึงจะอยู่ได้ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยได้รับกติกาเดียวกับผู้ชายไทยได้ไหมคะ



จากคุณ : night owl - [ 11 ธ.ค. 46 20:02:53 A:203.153.139.209 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 63

อ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ไม่เข้าใจว่าที่ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ออกมาแสดงความคิดเห็นแล้วต่อว่าหญิงไทยที่มีสามีต่างชาติ หาว่าพวกเขาจะพากันเข้ามาแย่งงานคนไทยบ้าง เข้ามาครอบครองแผ่นดินไทยบ้าง มันอะไรกันเนี๊ย เจ้าของกระทู้เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย แค่อยากได้สิทธิเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย ในกรณีข้อที่ 4. และ ข้อ 5. เหมือนอย่างที่คุณ night owl บอกนั่นแหละ
แล้วที่รัฐตั้งกฎว่าจะต้องมีเงินเดือน 40,000 บาทต่อเดือน หรือ 400,000 บาท ต่อปีนี้ ต้องทำงานอะไรเหรอคะถึงจะมีเงินได้มากขนาดนั้น ถ้าไม่เป็นเจ้าของกิจการ หรือ มีตำแหน่งผู้จัดการ แล้วอย่างนี้ไม่ไปแย่งงานคนไทยหรือ เข้าไปเป็นเจ้าของห้อง เล็ก ๆ ไนเมืองไทยกันใหญ่เหรอคะ ดิฉันไม่ทราบว่าอัตราของหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติมีเท่าไหร่ แต่ดิฉันรู้ว่าคนไทยมีตั้ง 60 กว่าล้านคน ถึงจะมาถกเถียงกัน หญิงไทยที่แต่งกะต่างชาติก็สู้ไม่ได้หรอกค่ะ และทุกคู่คงไม่มีใครคิดจะกลับไปตั้งรกรากที่ไทยหมดทุกคน เพราะบางคู่เขาก็มีกิจการที่ต่างประเทศอยู่แล้ว มีแค่บางคู่ีที่เขาต้องการจะกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทย ถ้าบังเอิญคู่ที่ร่ำรวยอยู่แล้วคิดจะกลับไปอยู่เมืองไทย เขาคงไม่เดือดร้อนเรื่องข้อจำกัดเรื่องรายได้ เดือนละ 40,000 หรือ ปีละ 400,000 หรอก แต่คนที่เดือดร้อนคือคนที่ไม่ได้ร่ำรวย ที่จริงเงินจำนวนนี้ถ้าเปรียนกับเงินสกุล ยููโร หรือ ดอลล่าร์ ก็ไม่ได้มากมายเพราะไม่กี่ร้อยยููโร หรือ ดอลล่าร์ แต่ถ้าคิดว่ามันคือเงินไทย ช่างมากมายจนไม่รู้จะหางานอะไรทำ ไม่รู้จะไปแย่งตำแหน่งใหนของคนไทยดี ถึงจะได้เงินเดือน 40,000 บาท ไม่ทราบว่าที่ดิฉันพููดไปนี้จะหลงประเด็นหรือเปล่า
ุ่


จากคุณ : amonwan - [ 11 ธ.ค. 46 23:32:10 A:217.120.30.16 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 64

ก็ขอโทษนะคับถ้าผิดประเด็นไป
ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าประเด็นคุณก็คือการที่ผู้ชายไทยสามารถพาหญิงต่างชาติเข้ามาอยู่ได้ทันที แต่ผู้หญิงไทยไม่สามารถทำได้เช่นนั้น ตามความคิดผมนะคับ การแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันเนี่ย เป็นปัญหาโลกแตกนะคับ เพราะคุณไม่สามารถทำให้เพศชายกับเพศหญิงเท่าเทียมกันได้อย่างสมบูรณ์หรอก คุณต้องเข้าใจอย่างแรกนะครับว่าคนเขียนกฎหมายเป็นผู้ชาย ในเรื่องของการอุปการะกันเนี่ย สังคมไทยถือว่าผู้ชายเป็นผู้นำครอบครัว หากมีครอบครัวเมื่อไหร่ ผู้ชายต้องดูแลเมียได้ นี่อาจเป็นสาเหตุของการเขียนกฎหมายเช่นนั้น สังคมไทย(ความจริงผมว่าทุกสังคมน่ะแหละ)คงไม่ต้องการเขียนกฎว่า "5.กรณีมาอยู่ในอุปการะของภรรยา" หรอกนะคับ
"All fingers are not alike, If you cut bigger ones to make all equal it is communism, If you stretch smaller ones to make all equal it is socialism, If you do nothing to make all equal it is capitalism."
-- B. J. Gupta
หมายถึงว่า นิ้วทุกนิ้วของคนเราไม่เท่ากันหรอก,ถ้าคุณตัดมันให้สั้นเท่ากันทุกนิ้วมันเป็นแนวทางคอมมิวนิสต์, ถ้าคุณยืดนิ้วที่สั้นๆขึ้นมาให้ยาวเท่ากันหมดมันก็คือสังคมนิยม, แต่ถ้าคุณอยู่เฉยๆเพื่อให้ทุกนิ้วเท่ากัน(ตามที่มันเป็น)นั่นก็คือทุนนิยม -- บี.เจ.กุ๊บต้า
ผมว่าคำพูดนี้แม้โดยหลักแล้วเค้าไม่ได้หมายถึงสิทธิมนุษยชนสักเท่าไร แต่ก็ให้แง่คิดอีกด้านว่าการที่เราจะฝืนธรรมชาติ(ความไม่เท่าเทียมระหว่างชาย-หญิง)มันไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป แม้ธรรมชาติจะเลวร้าย แต่ถ้าคุณยอมรับความแตกต่างนี้ได้ก็คงจะทำให้ใช้ชีวิตได้เรียบง่ายขึ้น
ถ้าไม่เช่นนั้นก็รวบรวมรายชื่อให้ครบห้าหมื่นห้าแสนอะไรก็ว่าไป แล้วขอแก้กฎหมายซะ หรือไม่ก็เลือกส.ส.ผู้หญิงเข้าไปเยอะๆนะคับ เอาพวก feminist ยิ่งดี


จากคุณ : anotherguy - [ 12 ธ.ค. 46 02:48:32 A:203.154.113.2 X:210.86.163.13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 65

อ่านจนตาแฉะเลยอ่ะกะทู้นี้ สรุปว่ารัฐบาลเขากำลังดูๆเรื่องนี้อยู่นะ แต่ก้ออย่าไปหวังอะไรให้มากนักล่ะ
จงภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเรามาไกลถึงขนาดนี้แล้วก้ออย่ากลับไปเรียกร้องอะไรอีกเลย อยู่ได้ด้วยลำแข้งของเราเหมือนก่อนเก่ามาน่ะดีแล้ว กลับมาเยี่ยมบ้างเป็นบางคราแต่ว่าอย่าพาสามีและลูกๆมาอยู่แบบถาวรเลยค่ะ เห็นแก่อนาคตของเด็กๆน่ะค่ะ เพราะว่าถ้าอยู่ต่างประเทศลูกๆและสามีก้อคงไม่ลำบากหรอกมังคะ(รัฐบาลเขาดูแลอยู่แล้วค่ะ)ส่วนรัฐบาลไทยของเราเขายังไม่มีงบพอที่จะดูแลคนของตัวเองเลย หวังว่าคงเข้าใจนะคะ

 
 


จากคุณ : ศิริรักษ์ - [ 12 ธ.ค. 46 03:16:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 66

เห็นด้วยกับคุณ รักษ์แผ่นดิน

จากคุณ : 555 - [ 12 ธ.ค. 46 15:31:43 A:203.144.143.250 X:203.118.100.64 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 67

ด่าว่าผู้ชายไทยแบบเหมารวม เรื่องเพศ พอ่คุณไม่ใช่ผู้ชายไทยหรือไง

จากคุณ : ถึงใครบางคน - [ 12 ธ.ค. 46 16:29:23 A:203.113.32.7 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 68

เห็นด้วยกับคุณรักษ์แผ่นดิน แล้วก็คุณ Apfelwein ค่ะ ตัวเองก็แต่งงานกับชายต่างชาติ อยู่จนได้สิทธิ ต่าง ๆ ที่ประเทศนี้ก็พอสมควร นึกเสียดายสิทธิ ที่สมควรจะได้รับที่ประเทศไทยเหมือนกันค่ะ

ชายไทยที่เค้าแต่งงานกับหญิงต่างชาติ หญิงต่างชาติก็จะต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของชายไทยหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ ก็คงจะพอเข้าใจว่าทำไมสิทธิของหญิงกับชายไทยที่แต่งงานกับต่างชาติถึงได้แตกต่างกันค่ะ

คิดว่าคนไทยไม่น้อย ก็อยากจะมีโอกาสมาใช้ชีวิต ประสบการณ์ที่ต่างประเทศ เมื่อเรามีโอกาสนั้นแล้ว ก็เลยคิดถึงคนที่ไม่มี แต่อยากมีค่ะ สุดท้ายเลยทำใจ เรื่องสิทธิต่าง ๆ ไปเอง ขอแค่อย่ากีดกันไม่ให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้เลยก็พอแล้วค่ะ


จากคุณ : ยูริโกะ - [ 13 ธ.ค. 46 00:31:08 A:172.178.193.126 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 69

ความคิดเห็นที่ 65 คุณ ศิริรักษ์ “ ...ส่วนรัฐบาลไทยของเราเขายังไม่มีงบพอที่จะดูแลคนของตัวเองเลย”

ความคิดเห็นที่ 68 คุณ ยูริโกะ “...คิดว่าคนไทยไม่น้อย ก็อยากจะมีโอกาสมาใช้ชีวิต ประสบการณ์ที่ต่างประเทศ เมื่อเรามีโอกาสนั้นแล้ว ก็เลยคิดถึงคนที่ไม่มี แต่อยากมีค่ะ สุดท้ายเลยทำใจ”

อ่านความเห็น 2 คนข้างบนแล้ว ดีใจที่หญิงไทยสามีต่างชาติ ไม่คิดแต่จะเอาประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว ยังรู้สึกเห็นใจคนไทยด้วยกัน คุณ ศิริรักษ์ เข้าใจว่าประเทศไทยเศรษฐกิจยังไม่เข้มแข็งเท่ากับชาติที่พัฒนาแล้ว คุณ ยูริโกะ คิดว่าตัวเองก็ได้สิทธิในสิ่งที่คนไทยหรือหญิงไทยใฝ่ฝันอยากจะได้อยู่แล้ว

อ่านแล้วก็รู้สีกเสียดายแทนชายไทยที่ไม่มีวาสนาได้ คนทั้ง 2 มาเป็นคู่ครอง ถ้ามีเวลาแวะมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยๆนะครับ คนไทยทั้งชายหญิงยินดีต้อนรับคุณทั้งคู่และครอบครัวด้วย ความยินดี

ถ้าต้องแก้กฎหมายตามความต้องการของคุณ night owl ที่ขอให้สิทธิของ ขาย-หญิงที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติเท่ากัน ก็คงแก้ให้ชาย ภรรยาต่างชาติต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่มให้เท่ากับ หญิง สามีต่างชาติเมื่อจะขอเข้ามาอยู่ในไทย เป็นการถาวร ไม่ใช่จะลดข้อกำหนดลงมา คงจะต้องถือเอาผลประโยชน์ของคนในชาติไทยเป็นลำดับแรก ก่อนจะให้ประโยชน์แก่คนชาติอื่น

ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าเกิดมีมาตรา 4 5 6 ทวิ ข้างล่างอ่านดูแล้วจะรู้สึกอย่างไร คนไทยคงจะยอมรับไม่ได้ที่จะให้หญิงไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติเป็นฝ่ายเลี้ยงดูชาย

มาตรา 4. ทวิ กรณีเพื่อให้ความอุปการะสามี ผู้มีสัญชาติไทย
มาตรา 5. ทวิ กรณีเพื่อมาอยู่ในความอุปการะของภรรยา ผู้มีสัญชาติไทย
มาตรา 6. ทวิ กรณีเพื่อมาอยู่ในความอุปการะของภรรยา ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ฯ แล้ว


จากคุณ : คคห 34 - [ 14 ธ.ค. 46 21:23:00 A:202.133.146.49 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 70

เราจะอยู่ในที่ที่เราและคนที่เรารัก (พ่อแม่ ครอบครัว แฟน ลูก) มีความสุขที่สุดค่ะ ไม่สำคัญว่าผืนแผ่นดินไหนหรือว่า จะต้องทำงานหนักหาเงินมาเสียให้รัฐบาลประเทศนั้นๆตามกฎหมายเท่าไหร่ ถ้าเราคิดว่ามันคุ้มค่ากับการที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ได้เป็นตัวของตัวเอง มีความสุขในระยะยาว ก็ทำไปเถอะค่ะ กฎหมายก็คือกฎหมาย ถ้ามันยังไม่ได้รับการปรับปรุงจนถูกใจเรา ก็อย่าเพิ่งเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับมัน รอไปก่อน หรือไม่ก็เปลี่ยนความคิดซะใหม่ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็คท์ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เลือกเอาซะอย่าง เอาให้ถูกใจหมดไม่ได้หรอกค่ะ

อยากบอกทุกคนไว้ว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าเราเป็นประชากรของโลกค่ะ ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณกับพื้นที่ส่วนใดส่วนนึงของโลก ไม่ได้เลือกเกิดได้เหมือนเครื่องบินเลือกลงจอดนี่คะว่าจะลงที่ประเทศไหน แต่เป็นหนี้บุญคุณบุคคลที่เราเรียกว่าคุณพ่อคุณแม่และคนที่เกื้อหนุนเลี้ยงดูเราโดยไม่มีเงื่อนไข ทานข้าวเราก็ขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้เงินเราซื้อข้าวทาน ไม่ได้คิดว่าเราต้องไปขอบคุณชาวนา ไปเรียนหนังสือเราก็ขอบคุณพ่อแม่ที่จ่ายเงินให้เราไปเรียน ไม่ใช่ครูเพราะมันเป็นอาชีพของเค้าแล้วเค้าก็ได้เงินตอบแทนจากการสอน เว้นแต่ว่าเค้าให้ความช่วยเหลือเราเกินกว่าหน้าที่ของครู อย่างนั้นเราก็ควรขอบคุณ อย่าไปยึดติดกับชื่อประเทศหรือสัญชาติให้มันมากนักเลยค่ะ ถ้าพวกคุณไม่ได้เกิดที่เมืองไทย แต่ไปเกิดที่ประเทศอื่นแทน พวกคุณก็มีชีวิตรอดได้เหมือนกัน บางคนอาจมีชีวิตที่ดีกว่าเกิดที่ไทย บางคนชีวิตเลวร้ายกว่า อยู่ที่ชะตาชีวิต คุณเกิดเมืองไทย แต่ไปมีชีวิตที่ดีกว่าที่ประเทศอื่น ก็ไม่ผิดหรือแปลกอะไรที่คุณจะมีความรู้สึกดีๆกับประเทศนั้นมากกว่าประเทศตัวเอง พวกฝรั่งที่เกิดประเทศอื่น แต่ได้มาสัมผัสกับประเทศไทยแล้วรู้สึกชอบ รู้สึกสบาย ได้รักกับผู้หญิงไทย มีครอบครัวที่น่ารักกับคนไทย อยากมาอยู่เมืองไทย ก็เป็นเรื่องปกติ เค้าคงไม่คิดไปถึงว่า "ชั้นจะต้องมาแย่งงานคนไทยให้ได้" หรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นได้แค่ครูสอนภาษาอังกฤษไม่ก็สอนอะไรซักอย่าง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีนี่คะ ถึงจะเป็นสาวตามบาร์มาก่อน หรือเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล สามีจะเป็นไทย ฝรั่ง ลาว จีน ก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ มนุษย์ทุกคนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ หรือล้มเหลวได้ทั้งนั้น

พวกคุณผู้ชายที่ด่าว่าผู้หญิงไทยที่มีสามีต่างชาติ ถามตัวเองดีๆเถอะค่ะ คุณประนาม พูดเสียๆหายๆถึงพวกเค้าเนี่ยเพราะความไทยนิยมของคุณจริงๆหรือแค่ความหมั่นไส้ ความอิจฉาที่ผุดขึ้นมาในใจของคุณเป็นการส่วนตัว ตัวผู้หญิงไทยเองที่ถูกมองไม่ดีเวลาไปต่างประเทศยังไม่เห็นออกมาต่อว่าเวยวายหยาบๆคายๆแบบพวกคุณเลย พวกเรามีสมองมีความรู้มีปากพูด พวกเราปกป้องตัวเองแบบปัญญาชนได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องโทษโสเภณีที่ไหนว่ามาทำให้คนมองเราไม่ดี ดีไม่ดีอยู่ที่ตัวเราและการแสดงตัวเองเท่านั้นค่ะ

มองมนุษย์ให้เท่าเทียมกันดีกว่า ใครทำความดี ทำประโยชน์ให้คนรอบข้างหรือสังคม ประดิษฐ์คิดค้นอะไรดีๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน จะมีใครรับรู้เห็นมั้ย ก็คิดซะว่าเค้านำสิ่งดีๆมาให้กับโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยหรืออเมริกาหรือญี่ปุ่นหรือประเทศใดๆ ทุกอย่างในโลกนี้มัน Interrelate กันนะคะ โลกก็เล็กลงทุกวัน ไม่ยากหรอกค่ะที่จะเปิดใจมองและคิดออกนอกประเทศบ้านเกิดตัวเอง

ขอบ่นนิดนึง ทีเวลาแฟรนไชส์หรือสินค้าต่างประเทศบุกเมืองไทย ไม่เห็นมีใครออกมาบอกว่าอย่าซื้อนะ ต่อต้านกันนะ ไม่เห็นมาพูดจาออกความเห็นแรงๆหยาบๆคายๆ ถ้าคุณรักความเป็นไทย เป็นห่วงเหลือเกินกับประเทศไทย อย่าไปซื้อของที่ Tesco-Lotus นะคะ อย่าได้ซื้อของที่ Made in China หรือประเทศอื่นๆเลยนะคะ อย่าไปซื้อชาไข่มุกที่แฟรนไชส์มาจากไต้หวันหรือฮ่องกงนะคะ น้ำอัดลมก็อย่าดื่มค่ะ เพราะกำไรสุดท้ายก็ส่งไปให้บริษัทแม่ที่ไม่ใช่ไทย อย่าเชียวนะคะ เพราะหนึ่งชิ้นที่คุณซื้อไป อาจหมายถึงผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันในเมืองไทยเสียรายได้ไป ยิ่งคุณซื้อมากๆเค้าก็เสียรายได้มากๆ พนักงานชาวไทยคนนึงอาจต้องถูกให้ออก เสียงานไป อย่างนั้นแหละค่ะที่เรียกว่าต่างชาติแย่งงานคนไทย ถ้าคุณคิดจะปกป้องเมืองไทยจริงๆก็ทำจริงๆนะคะ อย่าปากว่าตาขยิบ คนไทยก็ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเหมือนกันค่ะ ทำของปลอม ของก๊อปปี้สินค้าต่างชาติ หลายๆประเทศเค้าก็เสียหายเพราะพวกเราหลายร้อยล้านเหมือนกัน ไม่จำเป็นหรอกค่ะว่าประเทศที่เจริญแล้วแบบยุโรปหรืออเมริกาจะต้องได้เปรียบหรือเหนือกว่าทุกเรื่อง ประเทศอย่างไทยก็เอาเปรียบเค้ามากเหมือนกันแหละค่ะ


จากคุณ : Individualism - [ 16 ธ.ค. 46 07:46:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 71

หมาหอน

จากคุณ : เกิดมาจน - [ 16 ธ.ค. 46 16:18:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 72

ไม่ทราบว่าจะเชยไปรึเปล่าคะที่จะเข้ามาตอนนี้ ดิฉันอยากเล่าเรื่องที่เจอมาน่ะค่ะ เด็กสาวต่างจังหวัดหน้าตาน่าเอ็นดู เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารกรุงเทพฯ เธอเป็นเด็กเงียบ ๆ สงบเสงี่ยมและเจียมตัว วันหนึ่งชะตาพลิกผัน ให้มาเจอกับด๊อกเตอร์หนุ่มอเมริกัน ผู้ภูมิฐานและมีฐานะ เธอได้ตอบตกลงแต่งงานกับเขา (ข่าวไม่ได้แจ้งค่ะว่าเธอรักเขาหรือไม่ แต่ถ้าไปถามเธอตอนนี้เธอคงตอบได้อย่างหนักแน่นเด็ดเดี่ยวค่ะ ว่ารัก) เด็กสาวต่างจังหวัดอายุเพิ่งจะเริ่มยี่สิบ มีโอกาสได้เรียนหนังสือในโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำจนจบชั้นม.6 เธอเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอันมีเกียรติและได้รับปริญญาในเวลาต่อมา นอกจากนี้ สามีเธอยังสนับสนุนให้เธอเรียนเพิ่มเติมในสิ่งที่เธอสนใจ และเพื่อการเข้าสังคมชั้นสูง เธอเลือกเรียนเปียโน สามีเธอก็ซื้อแกรนด์เปียโนไว้ให้เธอหัดดีดทุกวันที่บ้าน
สามีเธอยังสนับสนุนให้เธอไปเรียนหัดขับรถ และซื้อรถยนต์ขนาดกลางให้เธอขับในเวลาต่อมา ปัจจุบันสาวน้อยคนนี้เป็นทั้งภรรยาและเลขาส่วนตัวให้กับด๊อกเตอร์ท่านนั้น

อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะคุณผู้ชมที่เคารพ หากเด็กสาวคนเดียวกันนี้ มาสะดุดด๊อกเตอร์หนุ่มคนไทย ไม่ต้องเอาถึงระดับด๊อกเตอร์ก็ได้ค่ะ เอาสักแค่ประมาณเสมียนบัญชีในธนาคารก็พอ เขาเหล่านั้นจะ "แล" เธอหรือไม่ และจะให้โอกาสในชีวิตแก่เธอขนาดนี้หรือไม่
ทีนี้กลับมาถึงตัวเด็กสาวเอง ด๊อกเตอร์หนุ่มยื่นโอกาสมาให้ ควรหรือที่เธอจะละโอกาสอันนั้นไป หากเธอรอให้พบรักกับชายหนุ่มเชื้อชาติเดียวกับเธอ "โอกาส" ที่เธอได้ในทุกวันนี้จะมาถึงหรือไม่
ขอฝากไปคิดค่ะ เรื่องที่เขียนมานี้เรื่องจริงค่ะ



จากคุณ : Platoo - [ 16 ธ.ค. 46 20:45:10 A:195.92.168.170 X:217.135.144.98 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 73

อ่าน ความคิดเห็นที่ 70 ว่า ..” ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณกับพื้นที่ส่วนใดส่วนนึงของโลก” ซึ่งน่าจะรวมประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนด้วย แล้วทำให้อดย้อนนึกถึงประวัติศาสตร์ไทยบางตอนไม่ได้ เช่น

- การกู้เอกราชจากการเสียกรุงของพม่าของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมทั้งบรรพบุรุษทหารหาญทั้งหลาย
- พระปรีชาสามารถพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่5 ในการป้องกันประเทศจากมหาอำนาจทั้งหลายที่ล่าประเทศเพื่อนบ้านเราไปเป็นเมืองขึ้น และอาณานิคมจนทำให้ประเทศเหล่านั้นย่ำแย่ไปจนถึงทุกวันนี้
- ขบวนการเสรีไทย ที่ช่วยไม่ให้ไทยต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม
- พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน รัฐบาลไทยและทหาร ที่ป้องกันและรักษาประเทศไทยไม่ให้ล้มตามทฤษฎีโดมิโน เมื่อประเทศถูกภัยรุกรานจากคอมมิวนิสต์ เมื่อลาวและเขมรแตก

นี่เราก็ไม่จำเป็นต้องต้องนึกถึงบุญคุณบรรพบุรุษของเราเลยหรือ เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องทำอยู่แล้วอย่างนั้นหรือนี่

เมื่อผมได้ไปนครวัดได้เห็นสภาพบ้านเมืองเขมรแล้วผมรู้สึกรักประเทศไทยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก นึกถึงบรรพบุรุษผู้มีพระคุณที่ช่วยให้ผมและครอบครัว ปู่ ย่า ตายาย มีแผ่นดินที่พักพิง ไม่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ร่อนเร่พเนจร อพยพ ไร้ที่ซุกหัวนอน ไปประเทศอื่นๆ
ถ้าทหารไทยทั้งหลาย รวมทั้งตชด. ที่ต้องจากลูกจากเมียไปนอนหนาวกอดปืนเสี่ยงภัย เสียงชีวิต ตามชายแดน มาได้อ่านความเห็นของ คหท 70 เข้า คงจะหมดกำลังใจไปตามๆกัน อนิจจา งานสำคัญที่เอาชีวิตเข้าเดิมพัน ป้องกันประเทศและคนไทยในประเทศ มีความหมาย เท่ากับเงินเดือนๆละไม่กี่พันบาทเท่านั้นเอง

ผมสงสัยว่าต่างชาติเขาไม่มีการยกย่อง วีรบุรุษของประเทศบ้างหรือไร อเมริกาที่เห็นทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด เขาไม่ยกย่อง ยอร์จ วอชิงตัน ที่ต่อสู้จนได้ประกาศเอกราชจากอังกฤษบ้างหรือ คหท 70 ช่วยตอบหน่อยเถอะครับ

คุณ Platoo คหท. 72ครับ อ่านเรื่องจริงที่คุณเขียนมาแล้วโดนส่วนตัวแล้วคิดว่า ชายหนุ่มไทยเชื้อชาติเดียวกับเธอผู้โชคดีคนนั้น น้อยคนมากที่จะมีความสามารถให้ "โอกาส" เพื่อ
“ส่งเสีย เธอเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอันมีเกียรติและได้รับปริญญา” และ
“ สนับสนุนให้เธอเรียนเพิ่มเติมในสิ่งที่เธอสนใจ และเพื่อการเข้าสังคมชั้นสูง” และ
“ก็ซื้อแกรนด์เปียโนไว้ให้เธอหัดดีดทุกวันที่บ้าน” และ
”ซื้อรถยนต์ขนาดกลางให้เธอขับ”
เพราะว่า ชายหนุ่มไทยเชื้อชาติเดียวกับเธอ น้อยรายที่จะมีเงินและความรู้เท่าเทียมกับ “ด๊อกเตอร์หนุ่มอเมริกัน ผู้ภูมิฐานและมีฐานะ”

แต่ถ้าเราไม่ได้วัดความรักของชายหญิงด้วย “ระดับการศึกษา” “ความภูมิฐาน” และ “ฐานะ” แล้วละก็

ผมเชื่ออย่างแน่นอนว่า ชายหนุ่มไทย จะสามารถ ให้ความรัก แก่ เธอ ได้ไม่แพ้ “ด๊อกเตอร์หนุ่มอเมริกัน ผู้ภูมิฐานและมีฐานะ” หรือ แม้แต่ชายหนุ่มชาติใดๆในโลกนี้

เคยได้ยินไหมครับที่ว่า “มีน้อย แต่ให้หมด”

ส่วนเธอจะมีทัศนคติของความรักเป็นอย่างไร จะต้องมีความรักก่อนแต่งงานหรือจะพิจารณาแค่”โอกาส”ที่คิดว่าหนุ่มไทยคงให้เธอไม่ได้นั้น ก็เป็นสิทธิของเธอ ผมไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ แพราะ
เธออาจจะมีความสุขจากการได้ “ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอันมีเกียรติ” “มีแกรนด์เปียโนไว้ดีดทุกวันที่บ้าน” “มีรถยนต์ขนาดกลางใว้ขับ” มากกว่า จะได้อยู่กับคนที่เธอรักก็ได้


จากคุณ : คคห 34 - [ 16 ธ.ค. 46 23:09:58 A:203.118.85.60 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 74

คุณ Platoo ให้นิยามของความรักไว้อย่างไรครับ
รักมากกว่า คือการให้"โอกาส" มากกว่าหรือไม่ครับ

เราควรที่จะเลือกคู่ด้วย "ความรัก" หรือว่าควรจะพิจารณา "โอกาส" เป็นลำดับแรกดีครับ


จากคุณ : คคห 34 - [ 16 ธ.ค. 46 23:20:33 A:203.118.85.60 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 75

เห็นด้วยกับคุณ คคห 34 ครับ
คุณเขียนได้เหมือนใจผมทุกอย่างเลย


จากคุณ : ฤทธิ์ - [ 17 ธ.ค. 46 00:39:00 A:203.118.80.81 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 76

หลงประเด็นแล้วล่ะค่ะ เอาอย่างนี้ เรามาสมมุตินะคะ ว่าบังเอิญเด็กสาวคนนั้น มาพบกับด๊อกเตอร์หนุ่มคนไทย คุณด๊อกเตอร์จะ ...เอาภาษาที่คนไทยใช้บ่อย ๆ นะคะ "ลดตัว" ลงมารักสาวเสิร์ฟหรือไม่ แล้วครอบครัวของคุณด็อกเตอร์อีกล่ะ จะยอมรับลูกสะใภ้สาวเสิร์ฟหรือไม่คะ

เพียงแต่อยากยกตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ ว่าผู้ชายไทยนั้น "เฟ้น" ผู้หญิงมาเป็นภรรยาอย่างไร คุณคห.34 คะ ให้แต่งงานกับสาวเสิร์ฟน่ะ อย่าบอกนะคะว่าคุณไม่ "รังเกียจ"


จากคุณ : Platoo - [ 17 ธ.ค. 46 02:36:07 A:195.92.168.169 X:217.135.131.98 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 77

เพื่อนชายคนไทยของดิฉันคนหนึ่งล่ะ แต่งงานกับผู้หญิงไทยเช่นเดียวกัน และบอกว่ารักมาก พอดิฉันถามว่า อะไรที่จะทำให้เขาทิ้งภรรยาไปได้ เขาตอบหน้าตาเฉยค่ะว่า ถ้าผู้หญิงคนใหม่มีเงินมากพอที่จะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงๆ ได้ ซึ่งเขาไม่ได้ระบุนะคะ ว่าฝันของเขาคือแกรนด์เปียโนรึเปล่า
เพื่อนชายอีกคนหนึ่งบอกว่า การเลือกจะจีบผู้หญิงของเขานั้น เขาดูเป็น "แพ็คเกจ" ไม่ใช่แค่หน้าตาอย่างเดียว บางคนไม่สวยนัก แต่มีชาติตระกูลดี ดีกรีจากเมืองนอก มีฐานะคู่ควรกัน เขา ก็จะ "พิจารณา" ค่ะ อ้อ คนนี้คนไทยอีกเช่นกันค่ะ

คุณคห. 34 คะ แพ็คเกจของคุณเป็นอย่างไร


จากคุณ : Platoo - [ 17 ธ.ค. 46 02:43:05 A:195.92.168.169 X:217.135.131.98 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 78

ถ้าอยากรู้ว่าความรักของดิฉันเป็นอย่างไร เข้าไปอ่านได้ในนี้ค่ะ ตอบไว้แล้ว ที่คห.103 ค่ะ หรืออยากรู้เพิ่มเติมว่าดิฉันมาจากไหน ก็อ่านที่ คห. 90 ค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H2554176/H2554176.html

แต่ล่ะคน ให้นิยามความรักไม่เหมือนกันหรอก ดิฉันไม่ใช่นางเอกหนัง และไม่ต้องการ "โอกาส" มากมาย เพราะสามารถไขว่คว้ามาได้ด้วยตนเอง บังเอิญดิฉันไม่ได้มีแพ็คเกจครบล่ะมั้งคะ เลยไม่เข้าตาผู้ชายไทยค่ะ เขาไม่เลือกดิฉันสักคน (บางคนดิฉันหลงรักเป็นบ้าเป็นหลังเขาก็ไม่แล) พอมีคนมาสนใจ แม้จะเป็นคนต่างชาติ ดิฉันก็ปลื้มสิคะ ชีวิตนี้ชีวิตหนึ่ง มีคนมาชื่นชมไม่กี่มากน้อยเองนี่คะ อ้อ ทุกวันนี้ทำงานมีเงินเดือนมากกว่าสามีค่ะ โง่ไหมคะ

และไม่ได้ว่าคนต่างชาติจะเลิศเลอไปซะหมดหรอกนะคะ ที่หมา ๆ ก็มีค่ะ เขียนไว้แล้วที่นี่ค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H2568726/H2568726.html




จากคุณ : Platoo - [ 17 ธ.ค. 46 02:54:30 A:195.92.168.169 X:217.135.131.98 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 79

ความรักผมไม่เป็นแพ็คเก็จครับ เหมือนคนหนุ่มสาวทั่วไปรักกันนั่นแหละ เจอกันในที่ทำงานเดียวกัน ใช้เวลาคบหาดูใจกันพอสมควรจึงได้แต่งงาน หลังแต่งงานก็ช่วยกันก่อร่างสร้างตัว เพราะไม่ได้รวยด้วยกันทั้งคู่ หนี้หนักหน่อยก็บ้าน ผมตามใจเธอเมื่อแต่งเพราะเธอต้องการบ้านแต่หลังจากทำงานไปได้ระยะนึงพอจะมีเงินเก็บบ้างก็ค่อยซื้อรถตามใจผมมั่ง อยุ่กันมาสิบกว่าปีแล้ว มีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างประสาลิ้นกับฟัน แต่ก็ไม่มีใครขอเลิกกัน เพราะไปเจอโอกาสใหม่ที่ดีกว่าเหมือนเพื่อนผู้ชายสองคนที่คุณเล่า แต่ก็คิดว่าคุณคงจะไม่ได้โชคร้ายถึงขนาดมีเพื่อนผู้ชายแย่ๆแต่ 2 คนนั้น เพื่อนดีๆก็คงมีมากเหมือนกัน

กระทู้ที่คุณให้ไปอ่านผมไม่ได้อ่านละเอียด เพราะยาวมากและก็ไม่ได้เป็นประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพราะเราต่างก็มีความเห็นกันตรงกันว่าเชื้อชาติไหนๆก็มีทั้งคนดีและคนเลวด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าไทยหรือฝรั่ง

ที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณในข้อความที่คุณเขียนมาเหมือนกับจะยกย่องว่าฝรั่งอเมริกันคนนั้นดีกว่าคนไทยมาก เพราะให้โอกาสและชีวิตที่ดีกว่าหนุ่มไทยจะให้สาวเสริพคนนั้นได้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าเขามีฐานะที่จะทำให้ได้ โดยไม่ได้ลำบากหรือต้องใช้ความพยายามอะไรเลย ผมดูชีวิตที่ลำบากของคนไทยในรายการหลังข่าวช่อง 7 สีเกือบทุกวัน เคยเห็นสามีที่อายุมากสุขภาพไม่ดีนัก ต้องมาดูแลภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของแกที่ป่วยเป็นอัมพาตดูแลตัวเองไม่ได้ อย่างนี้สิที่ผมเห็นด้วยว่ารักจริง ไม่ทอดทิ้งกันเมื่อยามชราตกทุกข์ได้ยาก ความรักไม่ได้วัดกันว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าด้วยการให้ทรัพย์สินเงินทอง เพียงแต่ปฎิบัติหน้าที่ของสามีต่อภรรยา หรือต่อครอบครัวให้ดีๆโดยไม่ต้องใช้เงินใช้ทองมากๆ ก็ถือว่ารักมากได้เหมือนกัน

คำถามที่ว่าผมหรือด็อกเตอร์คนไทยรวมทั้งครอบครัวจะรังเกียจสาวเสริฟไหม คงตอบได้ยากเพราะผมก็ไม่เคยรักสาวเสริฟแต่ก็ไม่ได้รังเกียจ จะตอบแทนทุกคนว่ารักได้คุณก็คงไม่เชื่อ จะบอกว่ารังเกียจทุกคนก็ไม่ถูกพระเอกชาวไทยก็น่าจะมี ทำนองเดียวกัน ด็อกเตอร์อเมริกันก็สรุปไม่ได้เหมือนกันว่าจะเป็นแบบที่คุณเล่ามาทุกคนหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าตัวอย่างที่คุณยกมาเป็นกรณีที่เกิดได้น้อยมากไม่ว่าไทยหรือฝรั่งชาติไหนๆ


จากคุณ : คคห 34 - [ 17 ธ.ค. 46 21:33:07 A:202.133.134.30 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 80

ตามมาเชียร์คุณ คคห 34 ครับ

จากคุณ : ฤทธิ์ - [ 18 ธ.ค. 46 17:00:54 A:203.118.81.188 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 81

สมมุติว่า.......
ผู้หญิงไทยคนหนึ่งมีผู้ชายฝรั่งมาชอบ แต่เค้าไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร พนง.บริษัท รับเงินเดือนทั่วไป มรดกก็ไม่มี ต้องทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเอง ขณะเดียวกัน ก็มีชายไทยมาชอบเธอด้วยเช่นกัน ชายไทยคนนั้นมีความเพียบพร้อมไปหมดทั้งความรู้และฐานะ ชายฝรั่งไม่สามารถเทียบได้เลยซักอย่างเดียว เมื่อถึงวันหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นก็เลือกชายที่เธอคิดว่าเธอจะใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยกันไป เคียงข้างกันไป คนที่จะรักและดูแลเธอ ซื่อสัตย์ต่อกัน มากกว่าเลือกคนที่สามารถให้โอกาสและความสะดวกสบายแก่ชีวิตเธอ แต่บังเอิญที่คนๆ นั้น ไม่ได้เกิดมาจากประเทศเดียวกันกับเธอ พูดจากันก็คนละภาษา

แล้วอย่างนี้เธอสมควรที่จะได้รับการดูถูกจากเพื่อนร่วมชาติไหมคะ ว่าเธอเลือกเค้าเพราะเห็นแก่เงิน หรือ อยากไปอยู่เมืองนอก ฯลฯ แล้วถ้าแต่งกับชายไทยหละ อย่างนี้เรียกว่า รักประเทศชาติ เห็นแก่ประโยชน์ของคนไทยด้วยกัน เพราะไม่ได้เอาฝรั่งต่างชาติที่ไหนมาอาศัยในเมืองไทย อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าแต่งเพราะเงินใช่มั้ยคะ
อย่างนี้ผู้หญิงคนนั้นสมควรแล้วเหรอคะที่ถูกใคร ๆ ตำหนิ หรือมองอย่างอคติ ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้รู้เห็นรายละเอียดอะไรเหล่านั้นเลย แล้ว เรื่องของคนสองคนเนี่ย คนที่สาม หรือใครคนอื่น ๆ ไม่มีทางที่จะไปเข้าใจได้มากไปกว่าเค้าสองคนนั้นหรอกคะ

อ้อ คุณ คคห.ที่ 34 คะ ถ้าคุณอ่านกระทู้ของคุณ Platoo อย่างละเอียดซักหน่อยนะคะ คุณจะต้องยกย่องเธอคะ เหมือนอย่างที่คุณย่องย่องคู่สามีภรรยาที่คุณดูจากรายการหลังข่าวข่อง 7 หนะคะ สิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่สามีภรรยาคู่นั้นของคุณเลยคะ ถ้ามีเวลาก็ลองไปอ่านดูนะคะ แล้วคุณจะทราบว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าชื่นชน และมีความรักที่จริงใจต่อสามีเธอ !!! แล้วเธอก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้หญิงอีกหลาย ๆ คนที่ไม่สมควรโดนใครดูถูกเช่นกัน ด้วยความอคติหรือความเชื่อจากสิ่งที่เห็นเพียงบางส่วน

P.S. จริงอยู่ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนทุกคนได้ แต่อย่างน้อยวันนี้ ถ้าเริ่มมีใครบ้างซักคน ที่ไม่มองคนอื่นแล้วตัดสินพวกเขาเหล่านั้นด้วยการใช้เพียงแค่ความรู้สึกของตนเอง มันก็คงจะดีคะ เราก็คงไม่ต้องมานั่งเถียงกันไป ว่าชายชาติไหนดีกว่ากัน!!!

** สำหรับใครที่จะแสดงความคิดเห็น ก็ขอให้มีความสุภาพกันหน่อยนะคะ ถ้าไม่มีความคิดเห็นอะไรดี ๆ ก็ไม่ต้องมาด่ากันแบบหยาบคาย เพื่อความสะใจหรอกคะ***


จากคุณ : ABC - [ 19 ธ.ค. 46 09:31:25 A:81.59.92.50 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 82

อย่าว่าแต่เด็กเสริฟเลยค่าที่มีด็อกเตอร์ให้โอกาส เพราะว่าที่นี่เมียฝรั่งร้อยละ99.99มาจากพัทยากับภูเก็ตล้วนๆเลยจ้ะ(คุณเธอบอกอย่างไม่อายในฐานะที่เป็นคนไทยเหมือนกัน)ขณะนี้ทุกคนล้วนแต่มีงานทำ บางคนมีลูกอ่อนๆก้อเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน บางคนสามีจบปริญญาเอกเชียวนะคะมีบริษัทส่วนตัว แต่ว่าภรรยาไทยยังเซ็นชื่อไม่เป็นเลยค่ะเวลาจ่ายเครดิตการ์ดยังค่อยๆเขียนชื่อตัวเองโย้ไปเย้มา(ภาษาไทย)เพราะว่าการศึกษาน้อย(จบประถม6)แถมถูกสามีเก่าที่ทำงานก่อสร้างด้วยกันทิ้งไปมีลูกติดมาด้วย1คน ก้อพาลูกชายเร่ร่อนทำงานก่อสร้างจนกระทั่งลูกชายติดยาเพราะว่าแม่มัวแต่ทำงานหาเงิน(วันล่ะ145บาท)ให้ลูกเรียนสูงๆหวังจะพึ่งพาลูกแต่ลูกกลับหันหน้าเข้าหายาเสพติด สุดท้ายตัวเองก้อต้องจำใจเป็นผู้หญิงอย่างว่าเพราะต้องการเงินจำนวนมากมาช่วยลูกให้พ้นจากคุก ก้อได้สามีต่างชาติคนนี้แหล่ะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยทุกอย่าง ทุกวันนี้เธอคนนี้(อายุ37)สุขสบายดีทั้งตัวเองและลูกชาย(ขณะนี้เรียนอยู่เกรด12)พร้อมทั้งมีลูกกับสามีต่างชาติอีก1คนเป็นผู้หญิง
ก้อเป็นเรื่องที่รับฟังมาจากผู้หญิงคนนึง(ทุกวันนี้ก้อยังเจอเธอสม่ำเสมอ)ที่เผอิญโชคดีเหมือนเด็กเสริฟคนนั้นค่ะ หญิงไทยบางคนที่มาเปิดร้านอาหารไทยที่นี่ก้อยังยอมรับว่าตัวเองเป็นเด็กทำงานบาร์มาก่อนจนกระทั่งเจอสามีต่างชาติกลับไปจัดงานแต่งกันใหญ่โตที่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่ไม่เคยบอกคนในหมู่บ้านเลยว่าตัวเองทำงานบาร์เพราะรู้ดีว่าถึงไม่บอกทุกคนก้อคงพอที่จะเดาออก
ให้โอกาสกับเพื่อนมนุษย์ทุกคนค่ะและที่เอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าให้ฟังก้อไม่ได้คิดดูถูกรึว่าเหยียดหยาม แต่กลับสงสารและเห็นใจซะอีกที่ไม่ไปวิ่งตามหาสามีเก่าให้มาช่วยรับผิดชอบรึว่านั่งอมทุกข์จับลูกกรอกยาฆ่าตัวตายตอนที่สามีเก่าทิ้งไป แต่ก้อมีบางคนที่ใจแตกหนีออกจากบ้านไปหาจับแขกฝรั่งตามบาร์(จนได้สามี)ทุกวันนี้ก้อเห็นเธอส่งตังค์กลับไปให้พ่อแม่ใช้เดือนล่ะเกือบแสนแน่ะ เพราะว่าทุกวันนี้เธอเป็นภรรยาและแม่ที่ดีของลูกมีงานทำช่วยแบ่งเบาภาระสามี และนี่คือผลของการได้รับโอกาสค่ะ เอาไว้เลิกงานจะกลับมาเล่าต่อนะคะ


จากคุณ : ศิริรักษ์ - [ 19 ธ.ค. 46 14:08:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 83

กระทู้ คุณภาพชีวิต - นี่หรือผู้หญิงไทยในต่างแดน..
http://www.manager.co.th/Qol/webboard/Question.asp?Mbrowse=11&GID=11081


จากคุณ : Hessenboy - [ 19 ธ.ค. 46 17:51:48 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 84

ความจริงแล้วใครแต่งงานกับใครคงไม่ใช่ประเด็นอะไรที่สำคัญเท่าไหร่หรอกคับ โอกาสในชีวิตคุณต้องให้คนอื่นหยิบยื่นให้เท่านั้นน่ะเหรอ ผมกลัวอย่างหนึ่งว่า หากค่านิยมการทำงานกลางคืนเพื่อให้ได้แต่งงานมีสามีเป็นฝรั่งแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ พวกคุณรวมทั้งครอบครัวพวกคุณก็คงจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมกา แต่ผมถามหน่อยว่า พวกคุณรู้สึกอย่างไรเวลาที่มีข่าวว่า ต่างชาติดูถูกผู้หญิงไทย Dictionaryแปลคำว่าBangkokเป็นเมืองแห่งโสเภณี นักเรียนหญิงไทยไม่ได้รับความร่วมมือจากด่านตรวจคนเข้ามือง ฯลฯ
ผมไม่อยากบอกหรอกว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร พูดไปไม่รู้คนจะยอมรับกันได้รึปล่าว แต่จงรู้กันไว้บ้างว่าการหากินหรือยกระดับชีวิตตัวเองแบบง่ายๆสำหรับพวกคุณ นำพาความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมาให้ประเทศชาติและคนในประเทศไทย


จากคุณ : หดหู่ - [ 19 ธ.ค. 46 21:17:06 A:203.154.113.2 X:210.86.160.89 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 85

ผู้หญิงไทยปกติต้องเลือกผู้ชายไทยอยู่แล้ว พวกที่เลือกฝรั่งไม่ปกติทั้งนั้น

จากคุณ : 555 - [ 20 ธ.ค. 46 02:00:08 A:203.118.82.97 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 86

คิดได้แค่นี้เองรึนี่....คำว่าให้"โอกาส"น่ะไม่ได้แปลว่าต้องรักษาหน้ารึว่าภาพพจน์ของตนเองรึประเทศชาติไว้อย่างเดียวหรอกค่า(มีทุกประเทศนั่นแหล่ะโสเภณี แถมมีมาตั้งแต่ก่อน2,000ปีแล้วมั้ง) แต่ที่เล่าๆมาก้อเก็บตกจากที่พวกคุณเธอทั้งหลายบรรยายให้ฟัง และทุกวันนี้เธอก้อไม่ได้ใช้ชีวิตที่ตกต่ำเหมือนเก่า เปรียบแล้วก้อคงเหมือนพวกค้าเฮโรอีนรึว่าติดยาเสพติด,มือปืนรับจ้าง,ลักเล็กขโมยน้อยประมาณนั้น(คิดเอาเองน่ะ)อาจจะทำลงไปโดยความจำเป็นรึว่าโดย:-)ก้อแล้วแต่ แต่เมื่อเธอและเขาทั้งหลายกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ก้อคิดว่าน่าจะให้โอกาสกันน่ะ ไม่ใช่มาพูดพร่ำดูถูกเหยียดหยามคนไทยด้วยกันเองรึว่าตอกย้ำแต่อดีตอันเลวร้ายของพวกเขาเหล่านั้น ถามจริงๆเถอะว่าถ้าคุณมีโอกาสที่ดีๆแต่ในขณะที่อีกคนเขาไม่มีคุณกล้าที่จะหยิบยื่นโอกาสที่ดีของคุณนั้นให้เขารึเปล่า ดิฉันคิดว่าคงจะ50/50นะตอบแบบเป็นกลางอ่ะ ที่พูดถึงนี้ไม่ใช่หมายถึงการเป็นโสเภณีแล้วเป็นโอกาสที่ดีทำให้ได้สามีต่างชาติอย่างเดียวหรอกค่าเพราะว่าทุกวันนี้มีคนคิดแบบนี้กันเย๊อะ...แต่ที่ดิฉันพูดถึงน่ะมันรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่พาเราไปเจอกับสิ่งดีๆ เพราะว่ามนุษย์ทุกวันนี้คงไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่าตนเองหรอก แม้กระทั่งตัวดิฉันเองก้อตามเหอะ(กับบางคน)
ดิฉันคิดว่ากระทู้นี้แตกประเด็นออกไปมากพอแล้วมั้ง ลองย้อนกลับไปอ่านหัวข้อกระทู้ดูใหม่อีกทีดีกว่า เพราะตามความรู้สึกของดิฉันนั้นคิดว่าเจ้าของกระทู้เขาแค่ต้องการแค่"โอกาส"ที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลือบนแผ่นดินที่ตัวเองเกิดพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวและสามีต่างชาติก้อเท่านั้น แต่อาจจะติดขัดที่ว่าสามีไม่ใช่มหาเศรษฐีที่มีสมบัติติดตัวมหาศาลมาแต่เกิด ก้อเลยออกมาร้องขอโอกาสบ้างก้อเท่านั้นเอง เขาก้อไม่ได้ขอรึว่ารอให้คนอื่นหยิบยื่นโอกาสให้ตลอดเวลานี่คะ อย่าไปซ้ำเติมเขาอีกเลยค่ะอย่างดีก้อแค่เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน
ที่ออกมาพูดพล่ามนี่ก้อไม่มีอะไรหรอกค่ะเพียงแค่อยากจะพูดบ้างก้อเท่านั้นเองเผอิญว่าเห็นหน้าพวกเธอเหล่านั้นอยู่เป็นประจำและใครๆเขาก้อพูดก๊านนนนนน


จากคุณ : ศิริรักษ์ - [ 20 ธ.ค. 46 02:20:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 87

....คำว่าให้"โอกาส"น่ะไม่ได้แปลว่าต้องรักษาหน้ารึว่าภาพพจน์ของตนเองรึประเทศชาติไว้อย่างเดียวหรอกค่า...อืม ดูเหมือนเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวยังไงก็ไม่รู้ งั้นก็แปลว่าใครอยากทำอะไรก็ทำไปเลย ไม่ต้องคำนึงถึงกันละว่าคนอื่นจะได้รับผลกระทบจากการกระทำของคุณอย่างไร..อีกอย่างการที่คุณเลือกจะประกอบอาชีพแบบนั้น ตอนแรกมีใครบังคับคุณทำหรือเปล่า มีผู้หญิงไทยอีกมากมายยอมทำงานลำบากกับรายได้เพียงเล็กน้อย มีชีวิตไม่สุขสบายอย่างพวกคุณเพียงเพราะไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในตัวเอง..เมื่อคุณเลือกจะทำงานในบาร์หรืออะไรก็ตาม คุณก็รู้ว่าสังคมและคนรอบข้างมองคุณอย่างไร คุณอาจบอกว่าคุณไม่แคร์สังคมเพราะสังคมไม่ทำให้คุณมีชีวิตที่ดีได้..คุณก็จงทำตามความต้องการของคุณเถอะ..ไม่มีใครเขาอยากซ้ำเติมคุณหรอก แต่เมื่อทุกคนมีสมองทั้งนั้นไม่ว่าจะมีการศึกษาระดับไหน ก็ย่อมจะต้องคิดก่อนทำอยู่แล้วว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ...
...เคยได้ยินข่าวที่หญิงไทยที่จะไปหาน้องสาวที่ต่างประเทศฟ้องตำรวจต่างชาติที่จับกุมเธอและปฏิบัติต่อเธออย่างไม่น่าทำบ้างไหม นั่น ไม่ใช่เพราะเขาเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงไทยและคิดว่าเธอจะเข้าไปประกอบอาชีพแบบนั้นหรอกหรือ แล้วนี่ไม่ใช่เพราะผลของการกระทำของผู้หญิงไทยบางคนที่ไม่นึกถึงภาพพจน์และเพื่อนร่วมประเทศ???
...ไม่เกี่ยวกับกระทู้ แค่ไม่เห็นด้วยกับบางความเห็นที่เหมือนส่งเสริมให้คนทำทุกอย่างได้เพื่อความสุขส่วนตัว ..


จากคุณ : เห็นด้วยกับคคห.34 มาตลอด - [ 23 ธ.ค. 46 08:56:08 A:210.4.138.40 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 88

อ่านแล้วก็เศร้าใจกับความคิดของพวกผู้ชายไทย "บางกลุ่ม" สมัยนี้ค่ะ เราไม่สามารถห้ามความคิด หรือเปลี่ยนความคิดของเขาได้หรอกค่ะ มีทางเดียวต้องให้เขาเกิดมาเป็นผู้หญิง และมีความรักกับคนต่างชาติบ้าง และให้เขาเจอสถานการณ์เดียวกับที่เราได้เจออยู่ขนาดนี้ เขาจะได้รู้ว่าเรารู้สึกกันอย่างไร

...ก้อยเจอผู้หญิงไทย "บางคน" ก็ทำตัวให้น่าโดนเขาว่าเหมือนกันค่ะ และก้อยก็เจอผู้ชายต่างชาติบางคนที่ทำตัวไม่สมควรให้นับถือเหมือนกัน ดังนั้นต่างคนต่างจิตใจค่ะ แล้วแต่การปฏิบัติตัว
ถ้าเรายังคงต่อล้อต่อเถียงกับเขาอยู่ ก็เหมือนเอาพิมเสนไปแลกกะเกลือ เหมือนกับคนละระดับการศึกษากันก็คุยกันไม่รู้เรื่องล่ะค่ะ ดังนั้นอย่าไปยุ่งกับเขาเลยค่ะ


จากคุณ : koy_dolrudee - [ 23 ธ.ค. 46 13:19:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 89

คุณคห.ที่87กรุณากลับไปอ่านความคิดเห็นของดิฉันใหม่อีกทีจะดีกว่ามังคะ เพราะที่คุณพูดมาน่ะไมใช่ว่าจะมีแต่"พวก"หาประโยชน์ใส่ตัวอย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ แต่ยังมีอีก"พวก"ที่เห็นทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องน่าสมน้ำหน้า...
ป/ล คนไทยอีกตั้ง60กว่าล้านคนคงไม่คิดเหมือนกันทุกคนหรอกมังคะ

 
 


จากคุณ : ศิริรักษ์ - [ 26 ธ.ค. 46 00:30:19 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
 
PANTIP Toys