◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    มุสลิมห้ามไปสมัครงานเจ้าหน้าที่ ที่ฝ่ายวิชาการโรงเรียนสายน้ำผึ้งเด็ดขาด โดนกลั่นแกล้งแน่นอน

    การกลั่นแกล้ง การทำให้เหมือนถูกบีบออกจากงาน ไม่แปลกถ้าต้องเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของเจ้านายลูกน้องที่ไม่กินเส้นกัน ถ้าอยู่กันมายาวนานก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทั้งลูกน้องเจ้านายต่างรู้ไส้รู้พุง รู้พฤติกรรมกันอยู่ ถ้าลูกน้องที่เพิ่งเข้ารับงาน แต่ผู้บังคับบัญชาไม่ถูกชะตา หาประเด็นมากลั่นแกล้ง นี่สิน่าสนใจว่าเพราะอะไร โดยเฉพาะประเด็นทาง "ศาสนา" ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวที่สุด ใครกันที่สมควรจะต้องพิจารณาตัวเอง ระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และลูกจ้างชั่วคราว ที่ใช้วุฒิ ปวส. สมัครเข้ามาทำงาน

    สมัครงานตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สำนักวิชาการ
    วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2546

    สอบ
    วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2546

    โทรศัพท์สอบถามผลสอบ
    วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2546 เวลา 10 นาฬิกา
    ฝ่ายบุคคล แจ้งว่าสอบผ่าน ได้งานและให้มามอบตัว ในวันเดียวกันนั้นได้ให้หลักฐานเป็นหนังสือสัญญาจ้างแรงงาน และใบค้ำประกัน

    วันศุกร์ที่ 21
    มาที่ห้องทะเบียนเพื่อเรียนรู้งานวันแรก มีการคุยกันเรื่องที่ให้ดิฉันลงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สำนักงานวิชาการ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน

    ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนงาน ให้ดิฉันเข้าไปคุย ด้วยมารยาท แน่นอนเจอผู้ใหญ่เราต้องไหว้ก่อน
    ผช.> เป็นอิสลามนี่
    ผช.> ไหว้ได้เหรอ อิสลามนับถือพระเจ้าองค์เดียว ต้องไหว้พระเจ้าองค์เดียวสิ
    ดิฉัน > เป็นมารยาทค่ะ ไหว้ได้
    ผช.> จบ ป.ตรี แต่ใช้วุฒิปวส. สมัคร เงินเดือนแค่นี้ แล้วตอนนี้อาศัยอยู่กับใคร
    ดิฉัน > พ่อแม่ค่ะ
    ผช.> ระบบการทำงานที่นี่ ตำแหน่งนี้ ต้องมาถึงที่ทำงานก่อน 7.30 น. ต้องเก็บกวาด ถูกระจก ส่วนห้องทะเบียนที่นั่นเขาทำกันเอง เพราะปิดห้อง รังเกียจงานนี้มั้ย
    ดิฉัน > ทำได้ค่ะ (แต่ความรู้สึกของดิฉันไม่เห็นด้วยกับงานที่นอกเหนือจากหน้าที่รับผิดชอบ ที่ดิฉันตอบไปเพราะเป็นการเข้างานวันแรก)
    ผช.> แล้วเคร่งไหม
    ดิฉัน > เรื่องอะไรบ้างคะ
    ผช.> จะต้องล้างจานที่มีหมู ล้างได้ไหม?
    ดิฉัน > คงไม่ได้ค่ะ (ดิฉันอึ้งกับคำถามนี้ ในความรู้สึกส่วนตัวของดิฉัน นึกอย่างไรถามอย่างนี้ รู้สึกถึงการเป็นอคติต่ออิสลามของ ผช. ท่านนี้)
    ผช.> ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วล้างได้ไหม เอาฟองน้ำถู ๆ ปล่อย ๆ ไปไม่ได้เหรอ
    ดิฉัน > ไม่มีแม่บ้านล้างเหรอคะ
    ผช.> แม่บ้านก็ส่วนของแม่บ้าน เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานต้องทำได้ทุกอย่าง
    ดิฉันตอบว่า เรื่องนี้ดิฉันขอ
    ผช.> มีแขกไปใครมาก็ต้องช่วยกันล้าง คุณลองไตร่ตรองตัวคุณเองแล้วกัน สักวันคุณก็ต้องเจอ ถ้าไปทำที่ห้องทะเบียน ซึ่งงานมันหนักถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องมาทำที่นี่อยู่ดี

    ดิฉันมาวันแรกเรายังไม่รู้จักใครดีพอ หน้าที่ ๆ ดิฉันรับผิดชอบยังไม่มีการกล่าวถึง แต่กลับเป็นคำพูดของผู้บริหารระดับ ผช. ซึ่งกล่าวถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม และข้อห้ามของศาสนา โดยที่ผู้กล่าวไม่ได้คำนึงถึงจิตใจของอีกฝ่าย ซึ่งระดับผู้นำของประเทศยังต้องมีที่ปรึกษาเกี่ยวกับด้านศาสนา เพราะเกรงถึงความผิดพลาด และผลกระทบของความสัมพันธ์ แต่ระดับ ผช. กลับมองไม่เห็นถึงความละเอียดอ่อน ซึ่งในประเทศไทย คนไทยมีสิทธิเลือกนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ โดยไม่กระทบกระเทือนความมั่นคงของประเทศ

    ดิฉันก็ได้ไปคุยกับ อาจารย์ฝ่ายทะเบียน ในเรื่องที่ได้คุยกับ ผช. ท่านอาจารย์บอกว่าเข้าใจ ห้องนั้นเขากินอาหารกัน ซึ่งลักษณะของห้องวิชาการที่นี่ เรื่องอาหาร มีการกินกันเป็นเรื่องปกติ มีการทำกับข้าวกันเองในห้อง เหมือนระบบครอบครัว กินข้าวด้วยกัน แต่ที่ห้องทะเบียนไม่กิน ดิฉันจึงขอทำหน้าที่ในฝ่ายทะเบียน เพราะประสานงานห้องนั้นแล้วรู้สึกกดดัน อาจารย์รับปากจะคุยกับ ผช. เรื่องเปลี่ยนหน้าที่ แล้วดิฉันก็สลับตำแหน่งกับอีกคนซึ่งได้งานพร้อมกัน ซึ่งมาวันแรกเหมือนกัน และดิฉันก็ย้ายไปห้องทะเบียน

    วันจันทร์ที่ 24
    ดิฉันจำเป็นต้องเดินออกจากห้องผ่านส่วนงานวิชาการหน้าห้องผช. ผช.เห็นดิฉันเดินผ่านจึงเรียกไปพบ และถามทำไมเจอหน้าแล้วไม่ไหว้ หรือต้องไหว้แต่พระเจ้าองค์เดียว (ดิฉันงงนิดหน่อย) ผช.ถามดิฉัน ย้ำเรื่องการพิจารณาตนเอง เรื่องล้างจาน จะสรุปว่าอย่างไร (ดิฉันเริ่มไม่เข้าใจ ผช.ท่านนี้) ดิฉันก็คิดว่าหน้าที่ในโรงเรียนแต่ละโรงเรียนคงไม่เหมือนกัน อันนี้ดิฉันเข้าใจ ดิฉันจะปรับตัว แต่การปรับตัวก็มีลิมิตของเรา เรื่องล้างจาน ดิฉันยินดีล้าง แต่จานที่มีหมูเราคงไม่ล้าง แม้มีหมูดิฉันล้างจานไม่ได้ แต่ดิฉันก็ยินดีล้างแก้วให้ (ดิฉันคิดว่าเราย้ายไปทำงานที่ทะเบียน คืออีกห้อง แล้วดิฉันต้องกลับมาล้างจานให้ด้วยเหรอ ประเด็นล้างจานนี้น่าจะจบไปแล้ว) ดิฉันถามผช.ไปว่าจะให้ลาออก เพราะว่าไม่ล้างจาน? ผช.ตอบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ที่นี่ต้องทำทุกอย่างได้ ผช.เกริ่นว่า หน้าที่ของดิฉันอีกอย่างคือให้ไปขายขนมปังหน้าหมู

    วันอังคารที่ 25
    วันนี้เป็นวันอีด ฟิตริ เมื่อวานดิฉันไม่กล้าส่งใบลากิจ เพราะเพิ่งมาทำงานได้สองวัน เกรงว่าจะโดนเรียกและถูกตำหนิ วันนี้จึงต้องจำใจมาทำงาน ดิฉันทำงานของในส่วนงานของดิฉัน เพื่อนร่วมงานมาบอกว่า ผช.จะเอาตู้พระมาไว้ในห้องทำงานที่ดิฉันทำ เพราะว่าห้องนี้เป็นทางสามแพร่ง เรื่องพระพุทธรูปดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร หากนำมาประดิษฐานไว้ให้ผู้ศรัทธาได้ระรึกก็เป็นสิ่งที่ดี และดิฉันก็เฉย ๆ แต่ในใจลึก ๆ ก็อดแปลกใจและสงสัยไม่ได้ว่า ฮวงจุ้ยมันไม่ดีตอนที่ดิฉันมาทำงานหรืออย่างไร เหมือนเป็นสัญลักษณ์เตือนใจอะไรดิฉันหรือเปล่า ก่อนหน้าที่ดิฉันจะมา ทำไมไม่นำมาไว้ แล้วพรุ่งนี้ก็ใช้ให้ดิฉันไปขายขนมปังหน้าหมูอีก

    วันพุธที่ 26
    แน่นอนตามคาด ดิฉันโดนให้ไปขายขนมปังหน้าหมูจริง ๆ แต่ดิฉันขอให้พวกพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ไปขายแทน เพราะดิฉันลำบากใจทำ พี่ ๆ ก็เข้าใจดิฉัน ดิฉันจึงอยู่ที่ห้องขอทำงานแทนพวกเขา เมื่อผช.รู้ว่าดิฉันไม่ไป ก็เข้ามาตามดิฉันให้ไปทำ ดิฉันจึงบอกว่าปรึกษาที่บ้านแล้วบอกว่าทำไม่ได้ ผช. ท่านเล่นไม่ยอมท่าเดียว ดิฉันบอกว่าเราจะขออนุญาต ผอ.โรงเรียนว่าไม่ขอทำได้ไหม แต่ผช.ไม่ยอม ดิฉันบอกว่าจะเรียกทางบ้านมาคุยทำความเข้าใจได้ไหม ผช.ก็บอกให้โทรเรียกมา ดิฉันก็เลยเรียกลุงมาทำความเข้าใจ แน่นอนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หน้ากาก และคำพูดที่สวยหรูก็ถูกสวม พอลุงมาแล้วเข้าไปคุยกันสามคนกับ ท่านผอ. และผช. ในห้อง ผช.พูดดี ผิดกับพูดกับดิฉัน บอกว่าดิฉันหัวแข็ง และโต้เถียง แต่มีเรื่องนึงที่ ผช.ยังไงก็ไม่ยอม คือจะให้ดิฉันล้างจาน (ยังไม่จบอีกเรื่องล้างจาน) เฮ้อ...

    ดิฉันได้งานมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตามระเบียบราชการ ในสัญญาจ้างไม่มีว่าจะต้องทำหน้าที่ล้างจาน เช็ดถู ขายขนมปังอะไร ถ้าดิฉันจะช่วยเหลือเรื่องการงานเหล่านี้ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องระบุไว้ในสัญญา ดิฉันคิดว่าหน้าที่เหล่านี้ มันคือสินน้ำใจที่ลูกน้องจะพึงกระทำต่อเจ้านายต่างหากที่จะทำให้โดยไม่หวังผล จากที่ดิฉันเซ็นสัญญาจ้างแรงงานไปแล้ว ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นทดลองงาน 3 เดือน แค่ 3 - 4 วันดิฉันโดนถึงขนาดนี้ แล้วคิดหรือว่า 3 เดือน ดิฉันจะผ่านงานนี้ดิฉันว่าวันพรุ่งนี้ดิฉันคงต้องออกจากงานนี้แล้ว

    ทั้งหมดเป็นบันทึกของ นางสาวศิรดา บินสลาม ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเพียงสี่วัน แทนที่จะมีความรู้สึกดี ๆ กับงาน กับผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้างาน นำความรู้จริง ๆ มาทำงาน แต่หัวหน้างานกลับทำให้เธอลำบากใจ (ขนาดวันเฉลิมฉลองสิ้นสุดการถือศีลอด เป็นวันสำคัญทางศาสนาซึ่งมุสลิมทั่วโลกให้ความสำคัญ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยใด ก็จะไม่ลางาน แต่เธอก็ยอมไม่หยุด) จากความคิดของท่านผช. หรือด้วยอคติที่มีต่อลูกน้องคนนี้ ต่อมุสลิม หรือต่อศาสนาอิสลามอันนี้ก็ไม่ทราบได้

    ไม่รู้ว่า ผช.ท่านนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวจนมาเป็น ผช. มาเป็นหัวหน้าคนได้อย่างไร แค่หลักง่าย ๆ "Put the right man on the right job" ก็ไม่เข้าใจเสียแล้ว และเท่าที่ได้ทำความเข้าใจ ผช.ท่านนี้คงมีความเข้าใจในศาสนาอิสลามดีพอสมควร แต่กลับแกล้งโง่ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ มิเช่นนั้นจะไม่ถามว่า "นับถือพระเจ้าองค์เดียว ไหว้ได้หรือ" “ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วล้างได้ไหม เอาฟองน้ำถู ๆ ปล่อย ๆ ไปไม่ได้เหรอ” คำพูดที่ดูเหมือนการประชดประชันเมื่อพบกันครั้งแรก นี่เป็นมารยาทอันดีงามที่สมควรจะทำแม้แต่กับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือ ไม่เป็นไร ของอย่างนี้มีความผิดพลาดกันได้ ทว่าทำไมไม่จบแค่นั้น วันต่อ ๆ มาก็ประชดประชันอีก บวกกับความคิดที่แบ่งเขาแบ่งเรา แต่เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ มันจุดประกายมูลเหตุแห่งความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด

    เรื่องขนมปังหน้าหมู ทำไมถึงต้องออกกฎให้เจ้าหน้าที่ขาย เท่าที่สอบถามนักเรียนโรงเรียนสายน้ำผึ้ง น้อง ๆ กล่าวว่า ในช่วงพักเบรคคาบเช้า เจ้าหน้าที่ และอาจารย์ส่วนต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ จะเปลี่ยนร่างกลายพันธุ์เป็นพ่อค้าแม่ค้า ท่านอาจารย์หลายคนลำบากใจที่ต้องขายขนมนมเนยให้เด็กนักเรียนบนอาคารเรียน ซึ่งกินแล้วจะสกปรกเลอะเทอะในห้อง แต่ไม่กล้าต่อต้าน ขนมที่ขายไม่จำเป็นว่าต้องเป็นขนมปังหน้าหมู มีขนมหลากหลาย แต่ก็ไม่เข้าใจจิตใจของ ผช.ฝ่ายวิชาการ หากคิดกุศลหรือคิดในสิ่งดี ๆ จริง ทำไมต้องให้มุสลิมไปขายขนมปังหน้าหมู? การขายขนมเพื่อที่เด็ก ๆ จะไม่ต้องลงไปซื้อข้างล่าง จะได้กินอาหารกันหน้าห้องเรียน ก็น่าสนใจดีกับ นโยบายของท่าน ผอ. โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม และไม่มีใครกล้าค้าน แต่ที่แปลกคือ ในห้องพักอาจารย์บางห้องในเวลาพักกลางวันมีการทำอาหารเที่ยงกินกันในห้อง ซึ่งจะไม่แปลกใจเลย ถ้ามีข่าวไฟไหม้อาคารใดอาคารนึงของโรงเรียนนี้จนผช.คนนึงอาจโดนไฟคลอกตาย เพราะครัวในห้องพักอาจารย์

    ส่วนเรื่องขายขนม คิดอีกที เพื่อเป็นสวัสดิการอาจารย์ที่มีรายได้น้อยอยู่แล้วหรือเปล่า? หรือเป็นนโยบายหรือกองทุนหาเงินเข้าโรงเรียนของผู้บริหาร เพราะขาดผู้บริจาค เนื่องจากความไม่เชื่อมั่นของสมาคมผู้ปกครองต่อผู้บริหารโรงเรียน? ซึ่งตอนนี้โรงเรียนนี้ต้องประหยัดงบแบบสุด ๆ เหตุที่เงินหมุนเวียนในโรงเรียนนี้น้อยลง

    ความคิดเห็น
    - เรื่องขายขนมบนห้องเรียน ไม่ทราบว่าเป็นความผิดระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่อย่างไร
    - ตำแหน่งหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ ไม่ทราบว่า ทางกระทรวงศึกษาฯ รับสมัครงานที่ตำแหน่งพนักงานทั่วไป หรือไม่อย่างไร
    - โรงเรียนสายน้ำผึ้ง อดีตโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม ที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไป แต่เมื่อมีผู้บริหารบางคนที่มีความคิดคับแคบ และไม่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล คิดว่าตราบใดที่มีผู้บริหารบางคน ที่มีความคิดแบบนี้อยู่ มิยอมรับในความแตกต่าง ก็น่าสงสารโรงเรียนสายน้ำผึ้ง

    อาจจะดูเหมือนฟังความข้างเดียว แต่ทุกสิ่งที่ได้โพสต์เป็นความจริง ไปพิสูจน์จริง ๆ หรือฟังความอีกข้างได้ที่ สำนักงานวิชาการ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง 02-258-3348 ติดต่อ นางสาวนวลศิริ พงศ์ถาวรภิญโญ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หรือ นางสาวอรุณี นาคทัต ผู้อำนวยการโรงเรียนสายน้ำผึ้ง

    จากคุณ : Hermes - [ 28 พ.ย. 46 11:15:15 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม