สื่อไร้จจรรยาบรรณประโคมข่าวหมอชุ่ยผ่าตัดเดี้ยง! เชียร์ลีดเดอร์สาวผ่าตัดสมอง อัมพาตครึ่งตัว

ข่าวจาก นสพ. เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 25 พ.ย. 2545


เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ร้องให้ช่วยเหลือ ลูกสาวไปผ่าตัดสมองในโรงพยาบาลรัฐชื่อดัง ผลกลับกลายเป็นอัมพาตครึ่งตัว ก่อนผ่าตัดร่างกายแข็งแรงดี เป็นถึงเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียน แต่ปวดหัวรุนแรง แพทย์ตรวจสอบระบุเลือดในสมองเปราะบางต้องเจาะออก ตอนแรกบอกไม่มีผลข้างเคียง แต่หลังผ่าตัดเดินเหินไม่ได้มาเกือบปีแล้ว แถมไม่มีใครยอมรับผิดชอบ ล่าสุดเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนให้แพทย์สภาแล้ว

เรื่องราวนักเรียนสาวไปผ่าตัดรักษาโรคแล้วป่วยเป็นอัมพาตครั้งนี้เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ชมรมสื่อมวลชน จ.นนทบุรี ได้มีนางณัฐวรีย์ สุนทรธรรมรัตน อายุ 43 ปี เจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้างใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี มาร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องของบุตรสาว ชื่อน.ส.พิชานัน อายุ 17 ปี ไปรับการผ่าตัดรักษาตัวที่รพ.ของรัฐแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ภายหลังการรักษาปรากฏว่าลูกสาวได้กลายเป็นอัมพาตครึ่งตัวต้องหยุดเรียนกระทันหัน นอกจากนี้ทางแพทย์ที่ผ่าตัดก็ไม่ยอมรับผิดชอบใดใดทั้งสิ้น และไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นด้วย อ้างว่าทำดีที่สุดแล้ว จากนั้นได้พาคณะผู้สื่อข่าวไปที่บ้านพักเพื่อดูอาการของบุตรสาว

นางณัฐวรีย์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียดอีกว่า บุตรสาว เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง เป็นเด็กเรียนเก่ง ปกติมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงเพราะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนด้วย ช่วงประมาณเดือนธ.ค.44 บุตรสาวมีอาการปวดหัวรุนแรง ต้องนำส่งรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แพทย์บอกว่าป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองเปราะบาง หรือAVM เลือดในสมองจะแตกออกมาคลั่งต้องเจาะออกถึงจะหาย ด้วยความตกใจกลัวตอนแรกทางครอบครัวยังไม่กล้าตัดสินใจ แต่มีญาติๆแนะนำให้ไปรักษาที่รพ.ของรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีแพทย์เชี่ยวชาญด้านสมอง ตนจึงย้ายลูกสาวไปที่รพ.ดังกล่าว

โดยก่อนผ่าตัด สอบถามนายแพทย์เจ้าของไข้แล้วว่า จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ แพทย์ท่านดังกล่าวตอบว่า อาจจะมีบ้างเพียง 2-5 เปอร์เซ็นเท่านั้น จึงปรึกษากันทางครอบครัวอีกครั้ง พอเห็นว่าไม่มีอันตรายเลยตัดสินใจยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดสมอง หลังผ่าตัดเสร็จแล้วลูกสาวต้องนอนอยู่ที่รพ.ประมาณ 3 อาทิตย์ แพทย์อนุญาตให้นำกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ปรากฏว่า ร่างกายซีกขวาตั้งแต่หัวถึงเท้ากลายเป็นอัมพาตขยับเขยื้อนไม่ได้ พอสอบถามกับทางแพทย์เจ้าของไข้กลับตอบแบบดื้อๆว่า ผลข้างเคียงที่จะตามมา 2-5 เปอร์เซ็นหมายถึงเปอร์เซ็นการเสียชีวิต ส่วนการผ่าตัดก็ทำดีที่สุดแล้ว ขั้นตอนทุกอย่างได้ถ่ายทำบันทึกวีดีโอเอาไว้อย่างละเอียด

นางณัฐวรีย์ กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามถึงสาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกสาวเป็นอัมพาต นายแพทย์คนดังกล่าวบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ สอบถามแพทย์คนอื่นๆก็ไม่มีใครให้ความร่วมมือ นอกจากนี้พอถามว่าถ้าทำกายภาพแล้วลูกสาวจะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าทำไปก็เท่านั้นไม่มีอะไรดีขึ้นขอให้ทำใจดีกว่า ตนและครอบครัวจึงรู้สึกผิดหวังมากจึงรับตัวลูกสาวกลับมาดูแลตามลำพัง ล่าสุดพาไปทำกายภาพที่รพ.ศิริราช ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ เริ่มยืนและพูดช้าๆได้ แต่ก็ยังอดสงสารลูกไม่ได้ที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขณะนี้ทางครอบครัวเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวเป็นอัมพาตครึ่งตัวก็น่าจะมาจากความผิดพลาดของแพทย์อย่างแน่นอน จึงตัดสินใจมาปรึกษากับผู้สื่อข่าวเพื่อให้ช่วยหาทางว่าจะดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

เบื้องต้นทางผู้สื่อข่าว จึงแนะนำให้นางรัฐวรีย์ นำข้อมูลหลักฐานที่มีทั้งหมดไปยื่นหนังสือร้องเรียนตามขั้นตอนที่แพทย์สภา กระทรวงสาธารณสุข ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

หมอผ่าตัดชุ่ย (ตามข้อกล่าวหา) ขอชี้แจง ผมคือหมอผ่าตัดตามข่าวที่ถูกกล่าวหาหลายท่านคงทราบแล้วว่าเป็นใคร เพราะสื่อหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ได้ลงชื่อจริงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในคำชี้แจงนี้ผมไม่ขอลงชื่อจริง เนื่องจากอาจเกิดประเด็นว่าเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ ผมขอชี้แจงเป็นระเด็นดังนี้ 1. แพทย์ที่ผ่าตัดมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ โปรดพิจารณาดังนี้ ผมมีประสบการณ์ในการผ่าตัดผู้ป่วยทางระบบประสาทปีละเฉลี่ย 240 ราย เป็นประสาทศัลยแพทย์มาตั้งแต่ พ.ศ.2533 รับราชการเป็นอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 – 2538 โอนย้ายมารับราชการต่อที่โรงพยาบาลเลิดสินตั้งแต่ พ.ศ. 2538 ถึงปัจจุบัน มีประสบการณ์ในการผ่าตัด Ruptured cerebral aneurysm ปีละเฉลี่ย 10 ราย ผ่าตัด Ruptured AVM ปีละเฉลี่ย 3 – 5 ราย กำลังนำเสนอรายงานการผ่าตัดผู้ป่วย Ruptured cerebral aneurysm 94 ราย ในการประชุมราชวิทยาลัย ฯ ปี พ.ศ. 2546

2. ผู้ป่วยรายนี้เป็น Ruptured cortical AVM ที่ left frontal lobe มีอาการปวดศีรษะซึมลงเฉียบพลันมี Intracerbral hematoma ขนาด 5x4x3 cm3 angiogram พบ Cortical AVM ที่ left frontal lobe อยู่ในข่ายที่จะ Resect ได้โดยไม่มี hemiparesis ได้แนะนำถึงเหตุผลที่ต้องผ่าตัดและแจ้งอัตราเสี่ยงให้ทราบระหว่าง 3-5 % มารดาก็เซ็นต์ใบยินยอมให้ผ่าตัด และได้ผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นทันทีที่ Investigate พร้อม ระหว่างผ่าตัดไม่มีปัญหาใด ๆ เนื่องจาก feeder มาจาก middle cerebral artery ก็ได้ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่จี้หลอดเลือดส่วนที่นอก AVM แต่หลังผ่าตัด hemiplegia ก็ได้อธิบายให้มารดาทราบทันทีว่าเกิดขึ้นจากอะไร โดย CT Brain พบว่ามี Basal ganglion infarction ผมมาดูผู้ป่วยทุกวันและคุยกับมารดาทุกครั้งไม่เคยบ่ายเบี่ยงใด ๆ พักฟื้นทำกายภาพบำบัดอยู่ที่โรงพยาบาลรวม 20 วัน แผลหายดี กินอาหารได้ ญาติฝึกกายภาพบำบัดได้ จึงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลนัดมาตรวจวันที่ 6 *มภาพันธ์ 2545 แต่ loss follow up ไป ไม่มีการติดต่อกลับมาเลย จนเป็นข่าวก็ไม่มีการติดต่อก่อนว่าต้องการเรียกร้องอะไร สุดท้ายผมขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเห็นใจและเข้าใจความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่เกิดขึ้น แต่ผมก็ยังยืนยันในความถูกต้อง การจะเรียกร้องใด ๆ หากผมไม่ผิดผมคิดว่าก็ไม่มีเหตุผมที่ผมจะต้องชดใช้ เหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะถูกฟ้องร้องจนล้มละลาย ผมก็จะยังคงเป็นประสาทศัลยแพทย์ต่อไปตราบใดที่ยังมีผู้ป่วยที่เดือดร้อนต้องกา รให้ผมผ่าตัดรักษา และในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยผมเข้าใจและเคารพสิทธิของผู้ป่วยอย่างดี การให้ข้อมูลทางเลือกในการรักษาแต่ละโรคจะชี้แจงอย่างละเอียดเท่าที่โอกาสจะอำ นวย ไม่มีมีพฤติกรรมที่จะชักจูงให้ผ่าตัดหรือปกปิดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หากจะเกิดก็โดยความไม่ตั้งใจหรือไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น



จากคุณ : คนที่ต้องการความสงบสุข - [ 27 พ.ย. 45 13:32:05 A:202.28.179.1 X:unknown ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ช่วยแปล ศัพท์ ทางการแพทย์หน่อยสิครับอ่านแล้วงง แต่ก็รู้อยู่แล้วว่า ถ้าเป็นอะไรเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองนั้น โอกาสที่จะเกิดอัมพาตครึ่งซีก มีสูงอยู่แล้ว ปัญหาของคุณน่าจะเกิดจาก คนไข้ไม่เข้าใจ หรือคุณอธิบายไม่กระจ่างเลยทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ยังไงก็สู้ต่อไปเถอะครับ อย่าท้อถอย

จากคุณ : Niceguy_C - [ 27 พ.ย. 45 14:27:50 A:203.107.138.41 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

หมอมาเองเลยวุ๊ยงานนี้










ปล.มารับฟัง


จากคุณ : ด่ากราด - [ 27 พ.ย. 45 16:54:12 A:202.133.160.208 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ขอแสดงความเห็นใจและขอให้คุณหมอทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป และถ้าเป็นไปได้คุณหมอควรฟ้องกลับ จะได้เอาข้อเท็จจริงไปพูดกันในศาล เป็นการให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ป่วยและแพทย์

จากคุณ : มีนา - [ 27 พ.ย. 45 17:03:10 A:203.170.129.139 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ผมว่าต้องฟ้องกลับทั้งสื่อและผู้ร้องเรียนเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างครับ สังคมทุกวันนี้ความสัมพันธืdoctor patient relationshipน้อยลงทุกที โดยทั่วไปหมอมักสงสารไม่ค้าความแต่หากcaseนี้แพทย์ทำการรักษาอย่างเต็มที่แล้วผมว่าคุณหมอต้องสู้ให้ชื่อเสียงกลับมาและเป็นตัวอย่างแก่น้อง พี่ ร่วมวิชาชีพครับ ไม่อย่างงั้นคงมีเหตุการณืแบบนี้อีกไม่รู้จบ

จากคุณ : เห็นใจ - [ 27 พ.ย. 45 19:15:53 A:202.28.80.4 X:unknown ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ไม่ได้ทำผิดก็ฟ้องกลับไปเลยค่ะ ให้เป็นคดีตัวอย่างกันซะบ้าง

จากคุณ : ฝนทิพย์ - [ 27 พ.ย. 45 21:50:49 A:210.4.132.62 X:unknown ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

คุยกันดีๆเหอะ...ถ้าทำดีหมอก้อได้บุญ
ทำชุ่ยกรรมตามทันไม่นานเอง


จากคุณ : เฝือกซ่าส์สีชมพู - [ 27 พ.ย. 45 22:07:33 A:202.57.179.252 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

เห็นใจคุณหมออย่างยิ่งครับ
เข้าใจความรู้สึกของคุณหมอดีว่ารู้สึกอย่างไร
Caseผู้ป่วยรายนี้ถึงไม่ผ่าตัด หมอทั่วๆไปก็ทราบอยู่แล้วว่าผู้ป่วยมีโอกาสเกิดอัมพาตแน่ๆ เพราะจากตัวโรคเองมีโอกาสเส้นโลหิตแตกสูงอยู่แล้ว
พูดง่ายๆถ้าไม่เสียชีวิตก็มีโอกาสเกิดอัมพาตสูงแน่ๆอยู่แล้ว
เพียงแต่เป็นความโชคร้ายของคุณหมอที่การเข้าไปช่วยผู้ป่วยรายนี้แล้วเกิดอัมพาตจากการที่เกิดInfarction ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์หรือหลีกเลี่ยงได้ยาก
ทำให้ญาติกลับเข้าใจว่าเกิดจากการผ่าตัดของเรา

ผมและเพื่อนๆของผมที่เป็นหมอเข้าใจและเห็นใจคุณหมอทุกคน
ตราบใดที่สังคมยังตัดสินคนด้วยวิธีการอย่างนี้
ต่อไปจะไม่มีใครกล้าผ่าตัดโรคที่มีความเสี่ยงสูงอย่างนี้อีก

เชื่อไหมครับขณะนี้เพื่อนของผมที่เป็นหมอผ่าตัดได้อ่านข่าวของคุณเกิดความหดหู่ใจมาก
และบอกว่าเขาคงไม่กล้าผ่าตัดคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูงอีก
เพราะไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่ได้สร้างมา ไม่คุ้มกับการที่ครอบครัวของเราจะได้รับผลกระทบไปด้วย
และทำให้เราเกิดความรู้สึกท้อถอยและหมดกำลังใจอย่างมาก
แม้ว่าคุณหมอจะได้อธิบายถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ก่อนผ่าตัดแก่ญาติ
ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์หรอกครับ เพราะขณะนั้นยังไม่เกิด
แต่ถ้าเกิดผลเสียหายแล้ว คำอธิบายก่อนผ่าตัดก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ
นอกจากเตรียมตัวรอคำฟ้องร้องจากญาติเท่านั้น

พวกผมและเพื่อนร่วมอาชีพขอเป็นกำลังใจแก่คุณหมอ
ขออย่าเพิ่งผิดหวังและท้อแท้
เพราะผมเองก็เคยถูกคนไข้กล่าวหาในลักษณะเดียวกันแบบนี้มาก่อน
เข้าใจในความรู้สึกอย่างยิ่งครับ


จากคุณ : จากเพื่อนร่วมอาชีพ - [ 27 พ.ย. 45 23:05:38 A:203.146.100.73 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

หมอผ่าตัดชุ่ย (ตามข้อกล่าวหา) ขอชี้แจง ผมคือหมอผ่าตัดตามข่าวที่ถูกกล่าวหาหลายท่านคงทราบแล้วว่าเป็นใคร เพราะสื่อหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ได้ลงชื่อจริงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในคำชี้แจงนี้ผมไม่ขอลงชื่อจริง เนื่องจากอาจเกิดประเด็นว่าเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ ผมขอชี้แจงเป็นระเด็นดังนี้ 1. แพทย์ที่ผ่าตัดมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ โปรดพิจารณาดังนี้ ผมมีประสบการณ์ในการผ่าตัดผู้ป่วยทางระบบประสาทปีละเฉลี่ย 240 ราย เป็นประสาทศัลยแพทย์มาตั้งแต่ พ.ศ.2533 รับราชการเป็นอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 – 2538 โอนย้ายมารับราชการต่อที่โรงพยาบาลเลิดสินตั้งแต่ พ.ศ. 2538 ถึงปัจจุบัน มีประสบการณ์ในการผ่าตัด Ruptured cerebral aneurysm[มีการแตกของหลอดเลือดในสมองจากเส้นเลือดเปราะ] ปีละเฉลี่ย 10 ราย ผ่าตัด Ruptured AVM [มีการแตกของเส้นเลือดที่ผิดปกติแต่กำเนิด]ปีละเฉลี่ย 3 – 5 ราย กำลังนำเสนอรายงานการผ่าตัดผู้ป่วย Ruptured cerebral aneurysm 94 ราย ในการประชุมราชวิทยาลัย ฯ ปี พ.ศ. 2546

2. ผู้ป่วยรายนี้เป็น Ruptured cortical AVM[มีการแตกของเส้นเลือดสมองที่ผิดปกติแต่กำเนิดที่ผิวสมอง] ที่ left frontal lobe[สมองส่วนหน้า] มีอาการปวดศีรษะซึมลงเฉียบพลันมี Intracerbral hematoma[ก้อนเลือดในสมอง] ขนาด 5x4x3 cm3 angiogram[เครื่องตรวจหลอดเลือด] พบ Cortical AVM ที่ left frontal lobe อยู่ในข่ายที่จะ Resect ได้โดยไม่มี hemiparesis[อัมพาตครึ่งซีก] ได้แนะนำถึงเหตุผลที่ต้องผ่าตัดและแจ้งอัตราเสี่ยงให้ทราบระหว่าง 3-5 % มารดาก็เซ็นต์ใบยินยอมให้ผ่าตัด และได้ผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นทันทีที่ Investigate พร้อม ระหว่างผ่าตัดไม่มีปัญหาใด ๆ เนื่องจาก feeder มาจาก middle cerebral artery [หลอดเลือดเส้นกลางสมอง]ก็ได้ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่จี้หลอดเลือดส่วนที่นอก AVM แต่หลังผ่าตัด hemiplegia ก็ได้อธิบายให้มารดาทราบทันทีว่าเกิดขึ้นจากอะไร โดย CT Brain[เครื่องตรวจสมอง] พบว่ามี Basal ganglion infarction[การตายของก้านสมอง] ผมมาดูผู้ป่วยทุกวันและคุยกับมารดาทุกครั้งไม่เคยบ่ายเบี่ยงใด ๆ พักฟื้นทำกายภาพบำบัดอยู่ที่โรงพยาบาลรวม 20 วัน แผลหายดี กินอาหารได้ ญาติฝึกกายภาพบำบัดได้ จึงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลนัดมาตรวจวันที่ 6 *มภาพันธ์ 2545 แต่ loss follow up [ไม่มาพบแพทย์ตามนัด]ไป ไม่มีการติดต่อกลับมาเลย จนเป็นข่าวก็ไม่มีการติดต่อก่อนว่าต้องการเรียกร้องอะไร สุดท้ายผมขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเห็นใจและเข้าใจความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่เกิดขึ้น แต่ผมก็ยังยืนยันในความถูกต้อง การจะเรียกร้องใด ๆ หากผมไม่ผิดผมคิดว่าก็ไม่มีเหตุผมที่ผมจะต้องชดใช้ เหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะถูกฟ้องร้องจนล้มละลาย ผมก็จะยังคงเป็นประสาทศัลยแพทย์ต่อไปตราบใดที่ยังมีผู้ป่วยที่เดือดร้อนต้องกา รให้ผมผ่าตัดรักษา และในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยผมเข้าใจและเคารพสิทธิของผู้ป่วยอย่างดี การให้ข้อมูลทางเลือกในการรักษาแต่ละโรคจะชี้แจงอย่างละเอียดเท่าที่โอกาสจะอำ นวย ไม่มีมีพฤติกรรมที่จะชักจูงให้ผ่าตัดหรือปกปิดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หากจะเกิดก็โดยความไม่ตั้งใจหรือไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น




จากคุณ : แปลให้ - [ 27 พ.ย. 45 23:26:07 A:202.28.179.6 X:unknown ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

"โดยก่อนผ่าตัด สอบถามนายแพทย์เจ้าของไข้แล้วว่า จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ แพทย์ท่านดังกล่าวตอบว่า อาจจะมีบ้างเพียง 2-5 เปอร์เซ็นเท่านั้น"

ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่คุณอธิบายให้มารดาผู้ป่วยหรอกนะครับ
หากคุณอธิบายแก่เค้าอย่างละเอียดหรือไม่ว่า 2-5 เปอร์เซ็นเป็นผลข้างเคียง
หรือว่าเป็นโอกาสเสียชีวิตของผู้ป่วย นี่ผมว่าเป็นนัยสำคัญ
อันหนึ่งในเนื้อข่าวนะครับ

หากเค้าเข้าใจว่า 2-5 เปอร์เซ็นเป็นโอกาสที่เกิด"ผลข้างเคียง"
ก็หมายความว่าเค้ามั่นใจครับ ว่าลูกเค้าต้องหายแน่ๆ หรือถ้า
มีอะไรที่แย่ไปกว่านั้นก็ต้องไม่มาก เมื่อเค้าเข้าใจอย่างนั้นแล้ว
เมื่อลูกเป็นอัมพาต ย่อมต้องเสียใจมากเป็นธรรมดา เหมือน
กับว่าเค้าโดนหลอก หรือหมอไม่มีประสิทธิภาพที่จะทำ 95-98% ให้เป็นจริงได้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่การสื่อสาร แต่โดยการรักษาแล้ว
ผมเชื่อว่าคุณหมอทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว
อย่าเพิ่งหมดกำลังใจเลยครับ

ผมสงสัยว่าทำไมเค้าถึงรอเป็นปีกว่าที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้อง
หรือมีใครไปปั่นหูเค้าเข้ากระมังครับ ว่าฟ้องเถอะ....


จากคุณ : จมดิ่ง - [ 28 พ.ย. 45 02:59:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ผมว่า หมอปรับปรุงการสื่อสารกับคนไข้ใหม่เถอะ ใช้ภาษาไทยได้ก็ใช้ไป หมอพูดไทยได้นิ คงอธิบายได้ไม่ยาก ยิ่งเฉพาะเหตุเกิดกับคนที่เป็นที่รัก เหตุมาจากใหน แล้วจะทำอย่างไร ผลที่เกิดจะเป็นอย่างไรบ้าง แค่ดูหมอเขียนมาอธิบายแล้ว โดยส่วนตัว ผมมั่นใจว่าหมอมีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนไข้แน่นอน

จากคุณ : bank - [ 28 พ.ย. 45 07:57:38 A:203.113.34.8 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ผมก็ว่าหมอคงทำดีที่สุดแล้ว เพราะคนเป็นหมอ คงไม่ใช่พวกฆาตกรต่อเนื่อง เพราะไอ้เจ้านั่นมันอยู่ต่างประเทศ แล้วโดนจับไปแล้วด้วยอีกอย่างนึง ใครจะไปเสี่ยงกับอาชีพของตัวเ อง เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง แต่ ผมว่าหมอเนี่ย ท่าทางจะเหมือนที่คุณ Bank ว่า ต้องมีปัญหาเรื่องการสื่อสารครับ เพราะผมอ่านกระทู้หมอ แล้วงง เต๊ก เหมือนกัน ครับ ผมว่าถ้าตั้งแต่ครั้งแรกหมอ ไม่พูดไทยปนอังกฤษให้แม่ผู้ป่วยฟัง คงไม่เกิดปัญหาตามมาแล้วล่ะครับ ผมสงสารหมอครับ แต่ผมก็สงสาร แม่เด็กน๊ะครับ ลูกเค้าเลี้ยงมา เค้าก็คาดหวังว่า ลูกจะเลี้ยงตอบแทนเค้ากลับครับ ถ้าสังคมเราทุกวันนี้เอาใจเขาใส่ใจเรา มันก็คงไม่วุ่นวาย เหมือนทุกวันนี้กันหรอกครับ เรื่องนี้ ผมฟังแล้ว 50 : 50 ครับ

จากคุณ : น้องรถถัง - [ 28 พ.ย. 45 21:47:27 A:202.133.149.90 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ผมคงไม่สนับสนุนให้คุณหมอไปฟ้องไรกับญาติผู้ป่วยหรอกครับ เพราะแค่นี้ทางฝั่งโน้นก็สูญเสียไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ เวลาเรารับข่าวมาจากสื่อหรือใครก็ตาม ขอให้อ่านและวิเคราห์ดีๆ เพราะสื่อหลายอย่างชอบที่จะวิเคราะห์เองด้วย อย่าลืมว่าคนที่วิเคราห์นั่นก็คน มีความผิดพลาดได้ อย่าให้ใครต้องมาเป็นจำเลยสังคม โดยที่เค้าไม่ได้ทำความผิดสิครับ ถ้าไม่อ่านแต่หัวข้อข่าว มาอ่านตรงข้อเท็จจริงก็จะดีไม่น้อยนะครับ

จากคุณ : firstini chemistani - [ 1 ธ.ค. 45 03:20:04 A:203.149.47.164 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ผมว่าที่เขาตั้งใจพูดเป็นวิชาการหน่อยๆ ในนี้เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจที่คาดเคลื่อนอะครับ

จากคุณ : วิน (7664) - [ 6 ธ.ค. 45 16:48:25 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ไม่เห็นบอกเลยว่าที่ผ่าตัดไปเป็นร้อยๆรายน่ะ สำเร็จกี่ราย
แล้วมาโพสแบบนี้น่ะ จะให้เฉพาะหมอๆมาอ่านเหรอ เอาให้เข้าใจดิ ไหนๆก็มาเรียกคะแนนสงสารแล้ว


จากคุณ : เฮิม - [ 7 ธ.ค. 45 05:05:22 A:202.133.181.66 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

เอ่อ คือว่า หมอเค้าไปโพสต์ที่บอร์ด thaiclinic น่ะครับ
เป็นบอร์ดที่พวกหมอๆ เข้ามาอ่าน เลยใช้ศัพท์เทคนิคเต็มที่

มีคนก๊อปมาโพสต์ที่นี่ เลยออกมาแบบนี้ (เจ้าของไข้ไม่ได้มาโพสต์อธิบายที่พันธ์ทิพย์ซะหน่อย)


จากคุณ : ฟหกด - [ 8 ธ.ค. 45 15:56:52 A:128.252.161.133 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys