◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    10 เหตุการณ์"มารยาททราม"ในวงการเทนนิสโลก

    เป็นสกู๊ปหน้าแรกของข่าวกีฬามติชน ที่เกือบจะกินเนื้อที่ไปทั้งหน้า
    โดยมีข่าว ของขวัญแปลกๆ ของเฟดเบียดอยู่ข้างๆ(ข่าวนี้มติชนไม่ได้เอาลงเน็ต)

    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01spo29120747&show=1&sectionid=0114&day=2004/07/12

    --------------------------------------------

    10 เหตุการณ์"มารยาททราม"ในวงการเทนนิสโลก

    เทนนิส ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกีฬา "สุภาพบุรุษ" ที่สุดของโลก

    ทัศนคติเช่นนี้ได้รับการปลูกฝังทั้งในหมู่คนเล่นและคนดูมายาวนานจนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นบรรทัดฐานที่ค่อนข้างสูงลิบเมื่อเทียบกับกีฬาหลายๆ ชนิด

    แค่หวดลูกไปชนเนตแล้วพลิกตกในคอร์ตคู่แข่งโดยไม่ตั้งใจก็ต้องยกมือขอโทษขอโพย

    แค่ประท้วงกรรมการตามที่ตัวเองเข้าใจนิดหน่อยก็โดนคนดูโห่ใส่

    ข้างผู้ชมถ้าเผลอส่งเสียงอะไรขึ้นมานิดเดียวก็มีสิทธิโดนคนทั้งสนามจับจ้องเอาง่ายๆ

    ใครไม่ได้รักไม่ได้ชอบเทนนิส เห็นอาการอ่อนไหวง่ายเหล่านี้เข้าไปอาจจะบ่นอุบ แต่ก็เพราะเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้ที่เป็น "เสน่ห์" อย่างหนึ่งของกีฬาสักหลาด

    กระนั้นถึงจะมีกฎกติกามารยาทที่ละเอียดยิบอย่างไร นักเทนนิสก็ยังเป็นคนธรรมดา บางครั้งบางคราวจึงไม่อาจระงับอารมณ์โกรธเกรี้ยวของตัวเองเอาไว้ได้

    ...จนกลายเป็น "แกะดำ" เป็น "รอยด่างพร้อย" หรืออาจจะเรียกว่าเป็น "สีสัน" ของประวัติศาสตร์กีฬาเทนนิสที่ขาวสะอาดมาโดยตลอดได้เหมือนกัน

    นิตยสารออสเตรเลียน เทนนิส ได้ประมวลเหตุการณ์เหล่านั้น จัดเป็นท็อปเท็นเหตุการณ์มารยาทยอดแย่ ซึ่งเราถือโอกาสนำมาเสนอกันในวันนี้

    1.จับมือข้างเดียวไม่โดน : กรณีแพตตี้ ชนีเดอร์-คอนชิต้า มาร์ติเนซ ในรายการแฟมิลี่ เซอร์เคิล คัพ 2004

    การที่ชนีเดอร์ไม่พอใจมาร์ติเนซที่เอาแต่เรียกบอลลูกเดิมที่ตัวเองหวดได้คะแนนมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้เกมล่าช้ากว่าที่ควร ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด

    แต่สิ่งที่เธอแสดงออกมาหลังจบการแข่งขันนั้น ถือเป็นการทำลายกฎอันศักดิ์สิทธิ์ทุกข้อเท่าที่มีมาในวงการเทนนิสโลกเลยทีเดียว

    ...สาวสวิสเดินไปที่เนตและยื่นมือให้คู่แข่งขันเพื่อเตรียมจับมือกันตามปกติ

    แต่แล้วขณะที่มาร์ติเนซยื่นมือกลับมาจะจับ ชนีเดอร์กลับชักมือกลับ ทิ้งฝ่ายตรงข้ามยืนเก้ออยู่อย่างนั้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้ชมรอบสนาม

    2. อกต่ออก : กรณีอิริน่า สเปียร์ลี-วีนัส วิลเลียมส์ ในรายการยูเอสโอเพ่น 1997

    ย้อนหลังไปเมื่อเกือบๆ 7 ปีที่แล้ว คราวนั้นสาววิลเลียมส์ผู้พี่ยังเป็นเพียงนักหวดสาวรุ่นม้ามืดที่ชื่นชมกับชัยชนะทุกนัดทุกคะแนนของเธออย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่

    ยิ่งเธอโชว์ฟอร์มในรอบรองชนะเลิศกับสเปียร์ลีได้เยี่ยมเท่าไร ก็ยิ่งทำให้สาวโรมาเนียนมือวางอันดับ 11 รู้สึกหงุดหงิดตามไปเท่านั้น

    และแล้วขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังเก้าอี้เพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนคอร์ต ก็มีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น

    อาการกระแทกบ่าหรือกระแทกอกที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

    ริชาร์ด วิลเลียมส์ พ่อของวีนัส บอกว่า สเปียร์ลีแสดงออกถึงการเหยียดผิวอย่างชัดเจน และเรียกสาวโรมาเนียนว่า "a big tall, white turkey"

    ส่วนสเปียร์ลีกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ฉันไม่คิดจะหลบ เธอก็ไม่หลบ เรื่องมันก็แค่นั้น"

    3. มาเป็นคู่ : กรณีเจฟฟ์ และเบเนดิกเต้ ทารันโก้ ในรายการวิมเบิลดัน 1995

    นิสัยใจร้อนของนักหวดอเมริกันเป็นที่รู้กันในวงการอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่เขาจะโดนกรรมการเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า...ครั้งแล้วและก็ครั้งเล่า

    กระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ทนไม่ไหว ทารันโก้เลยหวดบอลขึ้นฟ้าด้วยอารมณ์เดือดสุดขีด 2 ที ก่อนจะทิ้งการแข่งขันเดินออกนอกสนามไปอย่างไม่สนใจ แถมยังหันมาเรียก บรูโน่ เรเบอ อัมไพร์ชาวฝรั่งเศสด้วยว่า "กรรมการที่ลำเอียงที่สุดในการแข่งขัน"

    ถ้านั่นทำให้หลายคนอึ้งไปแล้ว ยังมีเหตุการณ์ภาคต่อ เมื่อเบเนดิกเต้ ภรรยาชาวฝรั่งเศสผู้ซื่อสัตย์ของทารันโก้ ปรี่เข้าไปตบหน้าเรเบอฉาดใหญ่ ก่อนจะสะบัดก้นหายตามสามีไป และทิ้งซีนสุดช็อกไว้เบื้องหลัง

    4. แร็กเกตกระจุย : กรณีโกแรน อิวานิเซวิช ในรายการซัมซุง เทนนิส โอเพ่น 2000

    ในการแข่งขันที่รอบสองที่อังกฤษเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โกแรนลงสนามพบลี ฮุง เต็ก จากเกาหลี โดยเตรียมแร็กเกตคู่ใจมา 3 อัน

    ...แต่เขากลับเดินออกจากสนามโดยไม่มีแร็กเกตติดไม้ติดมือเลยสักอันเดียว!

    แร็กเกตทั้ง 3 ทยอยชะตาขาดในเวลาไล่เลี่ยกัน ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้ชมรอบสนาม

    หลังโดนเบรกเกมเสิร์ฟปลายเซตแรก โกแรนก็ฟาดแร็กเกตกับพื้นและหวดบอลใส่ฝูงชนจนโดนกรรมการเตือน ก่อนจะเหวี่ยงไม้ทิ้งถังขยะเพราะมันบุบไปแล้ว

    นอนนิ่งอยู่ในถังไม่นานมันก็ได้เพื่อน เมื่อโกแรนเหวี่ยงไม้ลงพื้นในสไตล์เดิมในเซต 3

    ไม้สุดท้ายตามลงถังไปอย่างรวดเร็วในเกมถัดจากนั้น ...และเจ้าตัวก็เก็บกระเป๋าเดินคอตกออกจากสนามไป เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้ฟาดอีกแล้ว

    5. ยัยตัวร้าย! : กรณีมาร์ติน่า ฮินกีส ในเฟรนช์โอเพ่น 1999

    นัดชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมคอร์ตดินในปีนั้นเป็นการโคจรมาพบกันของราชินีคอร์ตต่างวัย

    แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ความแตกต่างเรื่องอายุและบุคลิกของทั้งคู่ก็ยิ่งแสดงออกอย่างชัดเจน ขณะที่ สเตฟฟี่ กราฟ คุมสติได้อย่างเยือกเย็นเหมือนอย่างเคย ฮินกีสกลับแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ร้อนแรงตามสไตล์สาวรุ่น ซึ่งไม่ค่อยจะน่าดูสักเท่าไรในความคิดของแฟนเทนนิสชาวฝรั่งเศส

    จุดแตกหักของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อฮินกีสตัดสินใจใช้ลูกเสิร์ฟอันเดอร์อาร์ม(ปล่อยบอลและวาดแร็กเกตข้างลำตัว ไม่ได้โยนลูกเหนือศีรษะเหมือนปกติ) ซึ่งก็ไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการกระทำที่เกินความคาดหมายของทุกคน

    เท่านั้นเอง แฟนๆ ก็พร้อมใจกันหันไปเข้าข้างกราฟ และหลังจากสาวเมืองเบียร์คว้าแชมป์ไปครองได้ ฮินกีสก็เดินออกจากคอร์ตไปทั้งน้ำตา และไม่ยอมออกมาร่วมพิธีรับรางวัล กระทั่งคุณแม่ต้องเข้าไปปลอบใจ

    6. คราวซวยของบอลเกิร์ล : กรณีทิม เฮนแมน ในวิมเบิลดัน 1995

    ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นสื่อเมืองผู้ดีโจมตีนักหวดขวัญใจของพวกเขาอย่างมีอารมณ์เช่นครั้งนี้ ยิ่งกับนักหวดสุภาพบุรุษอังกฤษแท้อย่าง "ไทเกอร์ทิม" แล้วด้วย

    เหตุเกิดเมื่อเฮนแมนทำผลงานไม่ได้ดังใจจนถึงขั้นระบายอารมณ์ด้วยการหวดบอลทิ้งอย่างแรง

    นับเป็นเหตุบังเอิญอย่างล้นเหลือที่บอลลูกนั้นพุ่งตรงหาบ้องหูของสาวน้อยเด็กเก็บบอลคนหนึ่งจนเธอแทบทรุด

    แม้จะทราบดีว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่กรรมการก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปรับแพ้เฮนแมนทันที

    รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์อังกฤษทุกฉบับต่างประณามการกระทำของเฮนแมนโดยพร้อมเพรียง แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ชาวอังกฤษยึดถือมารยาทอันศักดิ์สิทธิ์ของกีฬาชนิดนี้มากเพียงใด

    7. ถุย! : กรณีฟาบรีซ ซองโตโร่ ในออสเตรเลียน โอเพ่น 2004

    ซองโตโร่ไม่พอใจกรรมการเส้นคนหนึ่งที่ขานลูกไม่ตรงใจเขาเอาเสียเลย และตอบแทนด้วยการถ่มน้ำลายไปทางที่กรรมการคนนั้นยืนอยู่ ลงเอยที่เอทีพีสั่งปรับเงินหนุ่มแดนน้ำหอมครั้งใหญ่ และสื่อออสซี่ช่วยกันทำโปสเตอร์ผืนใหญ่ยักษ์ให้ โดยมีคำจำกัดความใต้ภาพว่า "แบดบอย" คำเดียวเท่านั้น

    8. เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย : กรณีมารัต ซาฟิน ในเฟรนช์โอเพ่น 2004

    เป็นอีกครั้งที่หนุ่มรัสเซียนเดือดร้อนจากอารมณ์ร้อนๆ ของตัวเอง โดยคราวนี้ผลลัพธ์คือการถูกตัดแต้ม หลังจากฟาดไม้ใส่พื้นสุดแรงเกิด

    อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า ถึงนักหวดนิสัยเสีย(เวลาฟิวส์ขาด) พวกนี้จะเป็น "รอยด่างพร้อย" ของวงการ แต่บางครั้งถ้าขาดไป ก็อาจจะทำให้เกมจืดชืดไปสนิทใจเหมือนกัน

    ซาฟินเองเป็นคนหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันให้กับวงการสักหลาดโลกไม่น้อย(ไม่นับหน้าตาที่แฟนสาวกรี๊ดพอประมาณ)

    9. โดนซะบ้าง : กรณีจอห์น แม็กเอนโร ในออสเตรเลียน โอเพ่น 1990

    หนึ่งในแบดบอยคนสำคัญของวงการสักหลาดผู้นี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้แฟนๆ รัก ขณะที่กรรมการได้แต่กุมขมับอยู่ตลอดเวลา

    บ่อยครั้งที่เขาแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดใส่กรรมการอย่างไม่ยี่หระ แต่สุดท้ายก็มักจะจบที่การถูกตักเตือนไปเสียทุกครั้ง

    กระทั่งการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น เมื่อ 14 ปีก่อน สิ่งที่หลายคนตั้งตารอคอยก็เป็นจริงจนได้...

    ขณะทำการแข่งขันรอบสี่กับ มิคาเอล เพิร์นฟอร์ส แม็กเอนโรก็ออกอาการเดิมๆ ตามสไตล์

    ทั้งด่ากรรมการเส้นจนโดนเตือน ทั้งทุ่มแร็กเกตจนโดนหักแต้ม แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ "บิ๊กแม็ก" เข็ดหลาบ

    อาจเป็นเพราะคำนวณพลาด นึกว่าตัวเองยังมีโอกาสอีกครั้ง เลยเข้าไปโวยกรรมการระลอกใหญ่อีกรอบ

    คราวนี้ เจอร์รี่ อาร์มสตรอง กรรมการชาวอังกฤษ ไม่รอช้า แจกใบแดงไล่แม็กเอนโรออกจากสนามทันที

    หลังเกมนั้น บิ๊กแม็กออกมาให้สัมภาษณ์หน้าเจื่อนๆ ว่า "ผมไม่ค่อยแปลกใจกับเรื่องนี้สักเท่าไร เพราะยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นสักวันอยู่แล้ว"

    10. พ่อลูกจอมป่วน : กรณีดาเมียร์ และเยเลน่า โดคิก ในออสเตรเลียน โอเพ่น 2001

    "ชื่อเสีย" ของคุณพ่อตัวแสบคนนี้เป็นที่กล่าวขวัญในวงการสักหลาดโลกมานานหลายปีแล้ว เรียกว่าอาการเกะกะระรานของเขาเป็นที่รำคาญใจของสื่อมวลชนมาโดยตลอด

    แต่ที่ทำให้สื่อออสซี่ถึงกับฟิวส์ขาดผึงก็คือเรื่องราวที่พ่อและลูกสาว(ซึ่งเคยถือสัญชาติออสซี่และยกเลิก กลับไปใช้สัญชาติยูโกสลาเวีย ปัจจุบันคือเซอร์เบียแทน) พร้อมใจกันออกมาโวยฝ่ายจัดการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่นเมื่อปี 2001 ว่าจงใจกลั่นแกล้งเธอ โดยจับให้เธอต้องมาชนกับมือดีอย่าง ลินด์เซย์ ดาเวนพอร์ต ตั้งแต่รอบแรก

    ...ผลสุดท้าย เธอพ่ายแพ้สาวอเมริกันไปตามระเบียบ

    และสื่อแดนจิงโจ้ก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดจะมากไปกว่าความ "สะใจ" อีกแล้ว!

    --------------------------------------------

    จบข่าว....

    จากคุณ : A d a M a N t - [ 12 ก.ค. 47 11:25:45 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม