◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    LFC.DAILY NEWS : ลางไม่ดีของหงส์แดงเมื่อเหลืออีก 8 วัน ก็จะถึง “วันแดงเดือด”แล้ว


    และแล้วความพ่ายแพ้ก็มาเยือนเร้ด แมชชีนเป็นคำรบที่สองในลีก เมื่อพวกเขาบุกไปพ่ายให้กับฟูแล่มอย่างหวุดหวิด 3-2 ที่สนามลอฟตัส โร้ด เมื่อคืนวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา


    ฟูแล่มได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 5 จาก ฟาคุนโด ซาบา และหนีไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 39 จาก ฌอน เดวิส ก่อนที่หงส์แดงจะไล่ตามมาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 62 จาก ดีทมาร์ ฮามันน์ แต่ฟูแล่มก็เร่งหนีไปอีกเป็น 3-2 ในนาทีที่ 68 จาก ซาบา คนเดิม ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะมายิงตีตื้นขึ้นมาได้อีก 1 ประตู จาก มิลาน บารอส ในนาทีที่ 86 แต่ก็ทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ พร้อมกับจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจ้าถิ่นไปอย่างหวุดหวิด


    สำหรับรายละเอียดตัวผู้เล่นของทั้งสองฝ่ายก็ดูได้ตามลิงค์นี้ครับ http://www.liverpoolfc.tv/match/last_match/ ส่วนรายละเอียดของเกมนาทีต่อนาทีก็อ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ http://www.liverpoolfc.tv/news/drilldown/N137737021123-1702.htm ทั้งสองลิงค์มาจากแหล่งเดียวกันคือเว็บไซท์ของสโมสรลิเวอร์พูลครับ


    ความเห็นของเจ้าของกระทู้ : เป็นความผิดหวังอย่างมากของเดอะ ค็อป เมื่อทีมทำผลงานได้ไม่ดี ปล่อยให้เจ้าบ้านถล่มเอาชัยชนะไปได้ ทั้งๆที่ลิเวอร์พูลได้เปรียบตัวผู้เล่นอยู่ถึงร่วม 20 นาที ไปดูกันเป็นเรื่องๆเลยครับ


    ระบบการเล่น : ยังคงเป็นระบบ 4-4-2 เช่นเดิม มีการเปลี่ยนจากทีมที่เสมอซันเดอร์แลนด์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพียงตำแหน่งเดียวคือ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งซ้ายแทน วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ นอกจากนั้นยังเป็นชุดเดิมทั้งหมด


    เกมรุก : ลิเวอร์พูลดูจะตั้งใจเล่นให้แน่นอนในช่วงต้นครึ่งแรก แต่รูปเกมไม่เป็นใจเมื่อต้องมาเสียประตูเร็วเพียงนาทีที่ 5 เท่านั้น ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการเปิดเกมรุกเข้าหาเจ้าบ้านมากขึ้น แต่ฟูแล่มก็ต้านทานการบุกของลิเวอร์พูลไว้ได้ตลอด การทำเกมรุกเจาะตามช่องของ เมอร์ฟี่ ไม่สามารถผ่านแนวป้องกันของฟูแล่มได้ ส่วนการทำเกมตามกราบทั้งของเฮสกี้ และ รีเซ่ ก็ไม่ได้ผล แถมยังถูกเกมโต้กลับของฟูแล่มเล่นงานจนเสียประตูที่สองก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที


    ครึ่งหลังลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัว สตีวี่ จี และ บารอส ลงมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเกมรุก แต่ก็ได้ลุ้นในช่วงแรก พอฟูแล่มจับทางได้ เกมรุกของหงส์แดงก็ทำอะไรเจ้าบ้านไม่ได้ ต้องอาศัยลูกตั้งเตะฟรีคิกจึงตามตีตื้นขึ้นมาได้ แต่ก็ถูกเกมโต้กลับเร็วของเจ้าถิ่นเล่นงานซ้ำอีกครั้งเป็นประตูที่สาม และหลังจากฟูแล่มถูกไล่ออก 1 คน สถานการณ์ดูว่าจะเข้าข้างหงส์ แต่เกมรับของฟูแล่มกลับเล่นกันได้อย่างแน่นหนา กว่าที่ลิเวอร์พูลจะยิงประตูตีตื้นได้อีกประตูก็เข้าสู่ช่วงท้ายเกมแล้ว และก็ไล่ไม่ทันในที่สุด


    ไมเคิล โอเว่น หาพื้นที่เล่นได้ยากมาก เพราะจะมีกองหลังของคู่แข่งช่วยกันเข้าช่วยกันซ้อนอยู่ตลอดเวลา จึงหาจังหวะยิงได้ค่อนยาก โอเว่นมีจังหวะได้ยิงแบบลุ้นหวังผลสุดๆในนาทีที่ 27 เมื่อเมอร์ฟี่พาบอลตะลุยเข้าเขตโทษ กองหลังฟูแล่มสไลด์มาเข้าทางของโอเว่นพอดี เขายิงจากกรอบเขตโทษกลางประตูอย่างถนัดถนี่ แต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น ฟอร์มการเล่นถือว่าปานกลาง


    เอมิล เฮสกี้ ครึ่งแรกเขาพยายามหาพื้นที่ครองบอลทั้งกราบซ้ายและขวา มีโอกาสเปิดบอลจากกราบทั้งสองฝั่งเข้ามาลุ้นได้หลายครั้ง และยังหาจังหวะยิงเองด้วย โดยในนาทีที่ 14 เฮสกี้ได้โอกาสยิงไกลจากระยะประมาณ 20 หลา แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้ แต่ครึ่งหลังบรูโน่มีส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก เขาถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 76 โดย วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ลงมาเล่นแทน ฟอร์มการเล่นต้องถือว่าไม่ดีนัก


    แดนนี่ เมอร์ฟี่ ยังคงเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวความหวังของทีม แดนนี่พยายามหาช่องทำเกมบุกกดดันแนวรับคู่ต่อสู้ตลอดเวลา แต่จังหวะการจ่ายบอลส่วนมากจะถูกอ่านทางและดักไว้ได้ จังหวะเปิดบอลทะลุช่องให้เฮสกี้ ในนาทีที่ 20 ทำให้ทีมเกือบได้ประตูจากการที่เฮสกี้ถูกทำฟาล์วและได้ยิงฟรีคิก แต่ถูกเซฟได้โดย ฟาน เดอร์ ซาร์ จังหวะที่น่าเสียดายที่สุดของแดนนี่คือนาทีที่ 80 เมื่อโอเว่นซึ่งยืนหันหลังให้ประตู ไหลบอลย้อนออกมาให้แดนนี่แปจากระยะ 18 หลากลางประตู บอลหลุดออกนอกกรอบไปไม่ได้ลุ้นเลย ฟอร์มการเล่นถือว่าทำได้ปานกลาง


    ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ การลงมายืนเป็นมิดฟิลด์ของรีเซ่ไม่ได้กดดันกองหลังของฟูแล่มมากนัก เขาทำเกมรุกได้ไม่ถนัด เนื่องจากมิดฟิลด์ของเจ้าถิ่นช่วยกันซ้อนการเติมเกมของเขา เกมนี้จึงแทบจะไม่เห็นการทะลุทะลวงของรีเซ่เลย เขามีจังหวะดีที่สุดในนาทีที่ 20 เมื่อได้ยิงฟรีคิกจากระยะประมาณ 20 หลาค่อนไปทางปีกขวา รีเซ่ยิงเต็มหลังเท้าตามสไตล์ แต่ไปแฉลบกองหลังที่วิ่งเข้ามาบล็อกทำให้น้ำหนักเบาลงจน ฟาน เดอร์ ซาร์ เซฟได้ ครึ่งหลังเขาเปลี่ยนไปยืนแบ็คซ้ายตามแทคติค และก็มีส่วนร่วมกับเกมรับบ้างพอควร และไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ฟอร์มการเล่นปานกลาง


    ซาลิฟ ดิเยา ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดี เขามีส่วนในเกมโดยตลอด ในจังหวะรุกดิเยาจะดันขึ้นไปช่วยประคองเพื่อนและช่วยจ่ายบอลหาที่ว่าง ส่วนในจังหวะรับเขาจะลงมาช่วยไล่ปิดพื้นที่การเดินเกมของฝ่ายตรงข้ามได้ดี การเชื่อมเกมจากหลังไปหน้ายังคงทำได้ดีอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก ดิเยาถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนเริ่มครึ่งหลัง โดยให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลงมาเล่นแทนตามแทคติค ฟอร์มการเล่นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง


    เกมรับ : ที่จริงโซนรับของลิเวอร์พูลนั้นเล่นกันพอใช้ได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย แต่ต้องยอมรับว่าประตูที่เสียไปทั้ง 3 ประตู เป็นความลงตัวกันระหว่างจังหวะที่แนวรับพลาดบวกกับความคมในจังหวะเข้าทำของคู่ต่อสู้ จึงทำให้ต้องเสียประตูมากถึง 3 ประตู ทำให้ทีมต้องพ่ายไปอย่างน่าผิดหวัง


    เจอร์ซี่ ดูเด็ค เกมนี้เขามีปัญหากับลูกยิงระยะไกลของคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด เจอร์ซี่จวนจะพังตั้งแต่นาทีที่ 4 แล้วเมื่อโดนทดสอบจากลูกยิงไกลของ ฌอน เดวิส แต่ก็เซฟไว้ได้ แต่ก็ไม่รอดในนาทีที่ 5 เมื่อโดน เดวิส ยิงจากระยะ 40 หลา ดูเด็คปัดได้แต่บอลไม่ไปไหน เลยถูก ซาบา เข้ามาซ้ำนิ่มๆเป็นประตูแรก ส่วนประตูที่สองก็เป็นลูกยิงไกลของ เดวิส จากระยะประมาณ 25 หลา บอลไปแฉลบ ซาบา นิดเดียวเปลี่ยนทางเข้าประตูไปโดยดูเด็คหมดสิทธิเซฟ ครึ่งหลังนาทีที่ 57เขาเซฟลูกฟรีคิกของ โกลด์เบ็ค ได้แบบมีกระฉอกเล็กน้อย แต่ก็มาเสียประตูที่สามจากลูกยิงไกลอีกครั้ง ในนาทีที่ 68 เมื่อ ซาบา เก็บตกลูกโหม่งไม่ขาดของ ทราโอเร่ ได้ตรงกรอบเขตโทษแล้วยิงสวนทันที บอลเสียบเสาใกล้ หมดปัญญาสำหรับดูเด็คจริงๆ จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ถึงกับผิดพลาดอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าจังหวะจบสกอร์ของฟูแล่มคมกริบเหลือเกิน จึงเป็นฝันร้ายของเขาไปอีกเกมหนึ่ง ฟอร์มการเล่นถือว่าไม่ดีนัก


    ซามี่ ฮูเปีย ยังคงคุมพื้นที่และอ่านทางสกัดบอลได้ดี ลูกที่เสียประตูทั้งสามลูก คงจะโทษฮูเปียได้ไม่ถนัดนัก เพราะเป็นลูกยิงไกลเข้ามาทั้งนั้น นอกเหนือจาก 3 ประตูนี้ เขาก็ไม่ได้ทำหน้าที่ผิดพลาด ส่วนการขึ้นไปเล่นเกมรุกนั้น ฮูเปียมีโอกาสในนาทีที่ 18 เมื่อ เมอร์ฟี่ เตะมุมเข้ามา ฮูเปียได้ขึ้นโหม่งแต่ไม่ตรงกรอบ ฟอร์มการเล่นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง


    ฌิมี่ ทราโอเร่ ฟอร์มดีมาตลอดทั้งเกม แต่มาพลาดลูกที่สามในนาทีที่ 68 เมื่อเขาโหม่งสกัดบอลไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ซาบา ที่วิ่งขึ้นมาวอลเล่ย์ทันทีและเข้าประตูไป นอกเหนือจากนี้ ทราโอเร่ก็ทำหน้าที่ได้ดี การสกัดบอลยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีพอควร แต่ก็ต้องเสียสละตัดฟาล์วในจังหวะรุกของคู่แข่งจนได้ใบเหลืองในนาทีที่ 56 ส่วนการส่งบอลยังคงไม่ดีเหมือนเดิม ฟอร์มการเล่นของเขาในเกมนี้ถือว่าพอใช้


    มาร์คุส บับเบิ้ล ยังคงทำหน้าที่ที่เขารับผิดชอบได้ดี ไม่มีข้อผิดพลาด การครองบอลของบับเบิ้ลดูนุ่มนวล จังหวะเล่นลูกคับขันทำได้ดี ในเกมนี้บับเบิ้ลมีโอกาสบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยกดดันคู่แข่งเท่าไรนัก เนื่องจากโซนรับของคู่แข่งแน่นหนามาก บับเบิ้ลถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนเริ่มครึ่งหลัง โดยให้ มิลาน บารอส ลงมาเล่นแทนเพื่อเปลี่ยนแทคติค ฟอร์มการเล่นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง


    เจมี่ คาร์ราเกอร์ การไปยืนแบ็คซ้ายของเจมี่ต้องถือว่าไม่เป็นจุดอ่อนเลย เกมนี้เจมี่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด การสกัดกั้นยังคงทำได้ดี ครองบอลนิ่งขึ้น บางจังหวะกล้าเติมขึ้นไปช่วยประคองเพื่อนในเกมรุกด้วย ครึ่งหลังย้ายกลับไปเล่นแบ็คขวาแทนบับเบิ้ลที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไป เจมี่ก็ยังเล่นได้คงเส้นคงวา ฟอร์มการเล่นอยู่ในเกณฑ์ดี


    ดีทมาร์ ฮามันน์ ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในระดับหนึ่งกับจังหวะเสียประตู 2 ลูกแรกเนื่องจาก เดวิส ขึ้นมายิงจากแถวสองซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มิดฟิลด์ตัวตัดเกมอย่างเขาต้องช่วยสกรีนให้ แต่ยังไงก็ตาม ดิดี้ก็ยังคงช่วยในเกมรับของทีมได้ดี และเมื่อสถานการณ์ของทีมเสียเปรียบ เขาก็ดันตัวเองขึ้นสูงไปช่วยเกมรุกได้ดีด้วย ไฮไลท์ของเขาอยู่ในนาทีที่ 62 เมื่อทีมได้ลูกฟรีคิก 2 จังหวะระยะ 35 หลาค่อนไปทางปีกซ้าย ดิดี้วางเท้ายิงด้วยขวาเต็มหลังเท้า บอลพุ่งวาบเสียบสามเหลี่ยม สุดปัญญาที่ ฟาน เดอร์ ซาร์ จะเซฟไว้ได้ ฟอร์มการเล่นถือว่าปานกลาง


    ผู้เล่นสำรอง : ใช้ทั้ง 3 คนดังนี้


    สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลงมาแทน ซาลิฟ ดิเยา ในต้นครึ่งหลัง สตีวี่ ลงมาช่วยขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับเมอร์ฟี่ ทำให้เกมรุกเร็วขึ้น เขาพยายามจ่ายบอลทะลุช่องหลายครั้ง แต่ถูกแนวรับฟูแล่มตัดได้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนการเปิดจากด้านข้างก็ไม่ได้ผลเช่นกัน นาทีที่ 63 สตีวี่ จี มีจังหวะยิงฟรีคิกระยะ 30 หลา แต่ไปติดกำแพง ฟอร์มการเล่นโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง


    มิลาน บารอส ลงมาแทน มาร์คุส บับเบิ้ล ในต้นครึ่งหลัง และช่วยกดดันแนวรับฟูแล่มได้ตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง เมื่อรับลูกโหม่งจากเจอร์ราร์ด และยิงด้วยซ้ายบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ เซฟได้ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ค่อยได้บอลเนื่องจากถูกประกบ จนถึงนาทีที่ 86 ก็มาทำประตูได้ เมื่อฮามันน์เปิดบอลโด่งจากปีกซ้าย บารอสจับด้วยเท้าขวา ก่อนจะล็อคหลบตัวประกบ และยิงด้วยขวา จากระยะ 8 หลา เข้าไปอย่างสวยงาม ฟอร์มการเล่นถือว่าดีพอใช้


    วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ลงมาแทน เอมิล เฮสกี้ ในนาทีที่ 76 วลาดี้ได้บอลไม่กี่ครั้ง และแทบจะไม่มีจังหวะสร้างเกมรุกเลย


    คู่แข่ง : ที่จริงเกมของฟูแล่มก็ไม่ได้เหนือกว่าลิเวอร์พูลเลย ข้อแตกต่างประการเดียวก็คือ จังหวะจบสกอร์ ซึ่งฟูแล่มเฉียบคมกว่ามาก มีจังหวะเป็นได้ลุ้นได้เสียวตลอด ผู้เล่นที่เด่นมากคือ ฌอน เดวิส ลูกยิงไกลของเขายอดเยี่ยมทั้งทิศทางและน้ำหนัก เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมได้ประตูนำเร็วซึ่งเป็นจุดหักเหของเกม ทำให้เจ้าถิ่นเล่นได้ง่ายขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะของพวกเขา รวมทั้ง ฟาคุนโด ซาบา ผู้ยิง 2 ประตู ก็ต้องถือว่าเป็นศูนย์หน้าที่มีวินาทีทองที่ดีมากๆเช่นกัน


    นอกจากนี้ มิดฟิลด์ทุกคนก็เล่นกันได้เหนียวแน่น ครองบอลดี ไม่ว่าจะเป็น มาร์แตง เชอตู หรือ สตีด มัลบรองก์ ส่วนกองหลังก็ยืนกันได้นิ่งเหลือเกิน โดยเฉพาะ แซท ไนท์ ที่รับมือกับ โอเว่น และ บารอส ได้ดี รวมทั้ง การเซฟลูกยิงที่น่าจะเป็นประตูหลายลูก ของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร ซาร์ ก็น่ายกย่องด้วยเช่นกัน และถึงแม้ว่า อแลง โกม่า จะโดนไล่ออกในนาทีที่ 70 ก็ตาม แต่ 10 คนของฟูแล่มก็สู้ได้อย่างน่าดู และได้ 3 คะแนนเต็มไปอย่างน่าภาคภูมิใจ


    บทสรุป : เป็นความพ่ายแพ้ที่อาจจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างบอกกับ เชราร์ อุลลิเย่ร์ และทีมลิเวอร์พูลทุกคนว่า ทีมยังคงมีจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่จะเปิดศึกวันแดงเดือดในสัปดาห์หน้านี้ มิฉะนั้น เร้ด แมชชีน อาจจะหมดลุ้นแชมป์ตั้งแต่ยังไม่ถึงวันคริสมาสต์ก็ได้


    ส่งท้ายด้วยรูปของ “ไอ้หน้ากาก” ฟาคุนโด ซาบา ผู้ยิง 2 ประตูครับ

     
     

    จากคุณ : น.หนึ่ง - [ 24 พ.ย. 45 04:29:10 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม