CafeTech-ExchangePantip MarketChatTrendyMobilePantown


    ใครคือไอ้โม่ง SCIB-C1?กล้าจับมั้ย? - จาก นายเอกยุทธ อันชันบุตร

    ***เอกยุทธ์ แฉได้ละเอียดดีจริงๆครับ รายละเอียดทุกขั้นตอนเลยเหมือนเคยทำเองมาด้วยเหมือนกันอะ อิอิ.....สมกับเป็นเจ้ามือเฮดจ์ฟันด์อยู่...แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้วไอ้พวกขั้นตอนเหล่านี้ ถามเฮีย คค. และ ท่านขาประจำอื่นๆ ในสินธร ก็คงจะโม้ได้เป็นฉากๆมากกว่านี้อีกอะ

    *** ผมอ่านแล้วก็เชื่อน่ะครับว่าอาจน่าจะมีเจ้ามือคนปั่นราคา  แต่ที่อยากรู้มากกว่าคือใครปั่น (สงสัยมานานแล้วจริงๆว่าใครกันปั่น c1 ใครกันปั่น w2 ใครปั่นหลุยวิคตองค์ ) จริงๆแกน่าจะมาแฉว่าแกมีหลักฐานอะไรมาว่าเสี่ยป.ขายโอเลี้ยงว่าปั่นอะ...

    เอามาจาก http://www.akeyuth.com


    กลโกงที่ต้องมีคนรับผิดชอบ

    SCIB-C1 คืออะไร

    SCIB-C1เป็นรูปแบบหนึ่งของวอร์แรนท์ ที่เรียกว่าใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์(Covered Warrant) ต่างกับวอร์แรนท์ทั่วไป ตรงที่วอร์แรนท์ คือ Covered Warrant จะออกโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่มีความประสงค์จะลดสัดส่วนการถือหุ้นของตน

    โดย SCIB-C1 1 หน่วยจะสามารถแลกซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทยได้ 1 หุ้น ในราคา 20.85 บาท ภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2547 จำนวนหุ้นของ SCIB-C1 มีทั้งหมด 693 ล้านหุ้น

    หุ้นของ ธ.นครหลวงไทยมีจำนวน 2,112 ล้านหุ้น ถือโดยกองทุนฟื้นฟูถืออยู่จำนวนทั้งสิ้น 82.10% หรือประมาณ 1,734 ล้านหุ้น นอกนั้นถือโดยนักลงทุนรายย่อย

    จากภาวะตลาดหุ้นที่ตกต่ำต่อเนื่อง ราคาหุ้นของ ธ.นครหลวงไทย จากต้นปีที่ราคายืนอยู่ที่ 28 บาท ลดลงมาจนเหลือประมาณ 23 บาท ราคา SCIB-C1 จากต้นปีอยู่ที่ 6 บาทเศษ ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3 บาท ในขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนักวิจัย ได้ประเมินราคาหุ้นของ ธ.นครหลวงไทย(ในช่วงเดือนกรกฎาคม) ว่าควรมีราคาเหมาะสมที่ประมาณ 35 บาท

    แต่พอมีข่าวการตั้งสำรองหนี้เสียของ ธ.กรุงไทย เพิ่มขึ้น พร้อมกับข่าวลือเรื่องการปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประจวบกับข่าวราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้สร้างโอกาสทองให้กับนักปั่นหุ้น เพื่อทุบหุ้น SCIB-C1

    และแล้วในวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2547 ข่าวลือการปลดผู้ว่าการแบงก์ชาติ, ความอึมครึมของหนี้เสียใน ธ.กรุงไทย และมีการโยง ธ.นครหลวงไทย ในฐานะธนาคารของรัฐเข้ามาผสมโรง โดยอ้างว่าน่าจะมีโครงสร้างใกล้เคียงกัน

    เช้าวันนั้น ดัชนีดาวน์โจนส์ของสหรัฐปิดบวก 130 จุด ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นปรับสูงขึ้นกว่า 90 จุด แต่เมื่อขบวนการปั่นหุ้นประเมินสถานการณ์ว่าสุกงอมได้ที่แล้ว ได้มีการปล่อยข่าวเพิ่มอีกหลายต่อหลายเรื่อง

    ตั้งแต่กองทุนฟื้นฟูเทขายหุ้น ธ.กรุงไทย เพื่อลดพอร์ตลง 10% มีการตั้งกรรมสอบสวน? วิโรจน์ นวลแข? ผู้จัดการใหญ่ ธ.กรุงไทย โทษฐานปล่อยกู้หละหลวม, ข่าวลือ ธ.กรุงไทย อาจต้องเพิ่มทุนเพราะเงินกองทุนจะไม่เพียงพอ หรือข่าวว่า ธปท. สั่งให้ธนาคารที่ลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ ต้องตั้งสำรองหนี้สูญ 20% พร้อมกับมีการเทขายหุ้น ธ.กรุงไทย, ธ.นครหลวงไทยและ SCIB-C1 กันขนานใหญ่ เพื่อให้เกิด PANIC SELL

    วิธีการคือ ใช้หุ้นทั้งสามที่มีอยู่ในมือ หลักทรัพย์ละ 3-5 ล้านหุ้น เทขายแบบยกแถว โดยมีพวกเดียวกันตั้งซื้อ แล้วนำมาเวียนเทียนขาย กดราคาหุ้นให้ต่ำลงไปเรื่อยๆ และกระทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดภาวะแตกตื่น

    เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวหนังสือพิมพ์ลงว่า นักลงทุนตื่นข่าวลือ เทขายหุ้นหนีตาย SCIB-C1 ราคารูด 55% พร้อมกับความเห็นของนักวิเคราะห์ว่า ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนใน SCIB-C1 เนื่องจากราคาหุ้นแม่ปิดต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ขณะที่อายุของ SCIB-C1 เหลืออีกเพียง 3 เดือน ทำให้มีความเสี่ยงสูง แต่คนที่คลุกคลีกับแวดวงตลาดหุ้นย่อมอ่านออกว่า นี่เป็นเกมที่มีการวางแผนไว้ก่อนแล้ว และกระทำได้อย่างแนบเนียน

    จับผิด "ขบวนปั่นหุ้น"

    หากวิเคราะห์ดูจะพบข้อผิดสังเกตดังนี้

    วันที่ 11 สิงหาคม มีข่าวลือมากผิดปกติ จน ธปท. ตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต. ต้องเข้ามาดูแล เพื่อสกัดกั้น

    การเทขายหุ้นให้หมดยกแถวได้ ต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่หรือนักลงทุนสถาบัน ซึ่งถ้าเขาจะลดพอร์ต SCIB-C1 จริง เขาจะไม่ขายพร้อมหุ้น SCIB ตัวแม่ เพราะจะทำให้ไม่ได้ราคา มีเหตุผลเดียวที่ทุบหุ้นตัวแม่ลดลงมาถึง 10% ก็คือ ต้องการกดราคา Warrant ให้ต่ำที่สุด เพื่อช้อนซื้อภายหลัง

    รูปแบบการทุบราคาหุ้นแม่ ให้ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ในขณะที่วอร์แรนท์ใกล้หมดอายุ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เพื่อให้รายย่อยตกใจขายวอร์แรนท์ออกมาในราคาถูก (ต่ำกว่า 1 บาท) จากนั้นจึงค่อยดันราคาหุ้นแม่ขึ้นไปเหมือนเดิม แล้วขายวอร์แรนท์ที่ตนรับไว้ก่อนหน้า ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม 100%

    วันทำการถัดมา วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคมช่วงเช้า ดัชนีดาวน์โจนส์ปิดตลาดติดลบถึง 123 จุด ตลาดหุ้นย่านเอเชีย เปิดตลาดติดลบกันถ้วนหน้า ดัชนีนิกเคอิติดลบถึง 270 จุด ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการ หุ้นทั้งกระดาน สีแดงฉาน รวมทั้งหุ้น ธ.กรุงไทย ที่เปิดมาติดลบทันที 2.6%

    แต่หุ้น SCIB-C1 กลับมีการไล่ซื้อกันขนานใหญ่ เป็นการสร้างภาพเพื่อรับข่าวผู้ว่าการธปท.จะมีการแถลงปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดในช่วงเช้า ทำให้เห็นว่าถ้ามีการปฏิเสธข่าวเรื่องหนี้เสียใน ธ.นครหลวงไทย ราคาหุ้นจะดีดกลับมาอยู่ที่เดิมเองบริเวณ 3 บาท เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสนใจที่จะเข้ามาเก็งกำไร หากราคาของ SCIB-C1 มีราคาไม่เกิน 2 บาท

    จึงมีการไล่ซื้อ SCIB-C1 ทุกราคาจาก 1.30 บาท ไล่ซื้อไปจนถึงราคา 2.98 บาท เพิ่มขึ้นถึง 129 % มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ถามว่าถ้าเป็นการเข้าซื้อของรายย่อย ใครจะไล่ซื้อแบบบ้าระห่ำขนาดนี้ คนที่จะไล่ซื้อจึงต้องรู้ว่า ที่ซื้ออยู่นี้ทำเพื่ออะไร จะสามารถขายคืนได้ที่ราคาเท่าไร ด้วยต้นทุนเฉลี่ยเท่าไร

    หลังการแถลงข่าวของผู้ว่าการแบงก์ชาติ รายย่อยบางคนอาจเห็นว่าไม่มีอะไรน่ากลัว จึงมีการเข้าไปตั้งรับรอซื้อ SCIB-C1 หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงมา รายใหญ่จึงถือโอกาสเทขาย จากราคา 2.9 บาท ลงมาถึง 1.8 บาท แล้วเริ่มตั้งรับดันราคาไว้ เพื่อรอปั่นขายในราคาที่สูงกว่านี้

    การเลือกเวลาปฏิบัติการของขบวนการนี้ ได้เลือกช่วงเวลาก่อนที่ดัชนีบ่งชี้ RSI (Relative Strength Index) ซึ่งเป็น Indicator ระยะกลาง จะเคลื่อนไปถึงจุดที่มีการขายมากเกินไป (Over Sold) 1 วัน และภายใน 2 วันนี้ (11และ13 ส.ค.) ต้องทุบหุ้นและกว้านซื้อ SCIB-C1ให้ได้มากที่สุด และในวันที่ 3 ของแผนปฏิบัติการต้องพยายามดันดัชนี SET ให้บวกให้ได้ เพื่อให้เกิดภาพการดีดกลับ (Rebound) จากภาวะการขายมากเกินไป หากทำได้ ดัชนีหุ้นจะมีแรงส่งให้ดีดขึ้นได้เองอีกไม่น้อยกว่า 2-3 วัน ซึ่งจะเป็นจังหวะเหมาะให้ระบายหุ้นออกในราคาที่น่าพอใจ

    สอดคล้องกับการพยุงดัชนีหุ้นในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค. ด้วยการซื้อหุ้นของการบินไทย (THAI) ในช่วงบ่าย ครั้งละหลายแสนหุ้น จนปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงนับล้านหุ้น ราคาปรับสูงขึ้นถึง 2 บาท เพิ่มขึ้น 4% ผิดวิสัยการลงทุนที่ทุ่มซื้อหุ้นสายการบินในราคาสูง ท่ามกลางกระแสราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

    โดยในวงการนักลงทุนเป็นที่รู้กันว่า ใครจะดันดัชนีหุ้น และไม่ต้องการใช้เงินมากนักให้ซื้อหุ้นการบินไทย เพราะมีสัดส่วนถ่วงน้ำหนักในดัชนีหุ้นมาก แต่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ทำให้ไล่ราคาได้ง่าย

    มีข้อสังเกตว่า หลังจากดัชนีหุ้นมีการดีดกลับได้เองแล้ว รุ่งขึ้นก็มีการเทขาย "หุ้นการบินไทย" คืนออกมาทำให้ราคาหุ้นการบินไทยลดลง 2 บาท ปิดที่ราคา 50 บาท เหมือนเดิม

    หากพิจารณาถึงเดิมพันผลตอบแทนที่ได้รับแล้ว ต้องถือว่า "คุ้มค่ามาก" เพราะเวลาทุบหุ้นใช้สถานการณ์ และข่าวลือเข้าช่วย เพียงแต่เติมเชื้อไฟโดยการโยนหุ้นไม้หนักๆ 2-3 ครั้ง เดี๋ยวรายย่อยก็ตื่นตระหนกขายตามมาเอง

    สิ่งที่ต้องลงทุน คือ การเทขาย SCIB หุ้นแม่ ให้ร่วงต่ำกว่า 20.85 บาท (ซึ่งเป็นราคาใช้สิทธิ) ให้ได้ วันที่ 11 สิงหาคมหุ้น SCIB ลงต่ำสุดที่ 20 บาท แล้วปิดที่ 20.5 บาท ลดลง 2.3 บาท มูลค่าซื้อขาย 228 ล้านบาท

    สันนิษฐานว่า รายใหญ่น่าจะใช้วิธี Short sell ยืมหุ้นคนอื่นมาขายก่อน แล้วเวียนเทียนขาย กดราคาให้เกิดภาวะตื่นตระหนก วงเงินที่ใช้ไม่น่าเกิน 50 ล้านบาท นอกนั้นเป็นยอดขายของรายย่อยที่เทขายตามลงมา การขายนำครั้งนี้แทบไม่ต้องรับรู้การขาดทุนเลย เพราะอีกเพียง 2 วันถัดมา ก็สามารถซื้อหุ้นคืนได้ทั้งหมด แถมราคากลับมายืนสูงกว่าเดิมอีก

    ส่วน SCIB-C1 นั้น อาจต้องใช้หุ้นสัก 5-6 ล้านหุ้น มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท เอาไว้ขายนำไม้ละ 1 ล้านหุ้น เพื่อให้รายย่อยตกใจ ยิ่งเห็นราคาหุ้นแม่ร่วงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิมากๆ แถมนักวิเคราะห์ยังแสดงความเห็นว่า ถอยดีกว่า เพราะเป็นขาลงของหุ้นกลุ่มแบงก์ ทำให้รายใหญ่แทบไม่ต้องออกแรงเลย รอช้อนซื้ออย่างเดียว

    มีข้อสังเกตว่า ได้มีการเทขายหุ้น SCIB-C1 จนราคาร่วงต่ำกว่า 1.00 บาท เพื่อทำให้รายย่อยบางคนตัดสินใจ ตัดขายหุ้น (Cut loss) ออกไป แล้วรายใหญ่จึงค่อยตั้งซื้อหุ้นคืน ไล่ซื้อตั้งแต่ราคา 0.95 บาทในช่วงบ่ายสามโมงครึ่ง ซื้อไปจนถึงสี่โมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาปิดตลาด ทำให้เก็บหุ้นได้มากพอสมควร

    วันรุ่งขึ้น ยังตะบันไล่ซื้ออีก แต่ไม่เน้นเก็บหุ้น เป็นการไล่ราคาแบบรวดเดียวขึ้นไป 100 % (ภายในครึ่งชั่วโมง) เพื่อหวังล่อใจให้รายย่อยเข้าไปเก็งกำไร ในสองวันนั้น SCIB-C1 มีมูลค่าซื้อขายรวมกันไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ถ้ารายใหญ่รับซื้อ SCIB-B1ไว้ได้สัก 1,000 ล้านบาท ลองคิดดูว่า 2 วันถัดมา ราคาถูกดันขึ้นไปถึง 2.38 บาท หากรายใหญ่ค่อยๆ รินขายออก จะเป็นกำไรถึง 40-50% กำไรที่ได้จึงสูงระดับ 400-500ล้านบาท

    ไม่กี่วันต่อมา ราคา SCIB-C1 ก็เริ่มร่วงลงสวนทางหุ้นแม่ แสดงให้เห็นว่า ราคาที่พุ่งก่อนหน้านั้นไม่ได้ถูกซื้อเพื่อการลงทุน แต่เป็นดีมานด์เทียม ที่ซื้อเพื่อการสร้างราคาไว้ออกของเท่านั้น

    จากนี้ไป ไม่มีใครบอกได้ว่าราคาของ SCIB-C1 จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก เพราะขบวนการปั่นหุ้นได้บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว SCIB-C1จึงต้องถูกทิ้งไว้โดยปราศจากคนดูแล ถ้าตลาดหุ้นเกิดฟื้นตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ใน 2 เดือนข้างหน้า ผู้ลงทุนใน SCIB-C1 ก็รอดตาย แต่ถ้าดัชนีหุ้นยังดำดิ่งอยู่อย่างนี้ ผู้ลงทุนน่าจะทำนายอนาคตของตัวเองได้

    มีข่าวออกมาว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้เริ่มเข้าไปตรวจสอบการทุบหุ้น,ปั่นหุ้น SCIB และ SCIB-C1 แล้ว แถมยังให้ข่าวออกมาทำนองว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

    แต่งานนี้? อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ? ผมเชื่อว่างานนี้มีเจ้ามือ และเจ้ามือก็กินรวบไปเรียบร้อยแล้วด้วย

    วิธีการจับนักปั่นหุ้นผู้มีอำนาจ

    ให้ ก.ล.ต และตลาดหลักทรัพย์ ตรวจสอบผู้ที่ขายในราคา 2.80 -3.20 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม เอาเฉพาะล็อตใหญ่ 200,000 หุ้นขึ้นไปเวลาประมาณ 10:30 น.
    ตรวจสอบผู้ที่ขายและผู้ที่ซื้อล็อตใหญ่ขนาด 500,000 – 1,000,000 หุ้นที่ซื้อและขายกันเองในระดับราคา 2.50 – 1.50 บาท
    ตรวจสอบชื่อผู้ที่ซื้อในระดับราคา 0.90 – 1.50 บาทในวันที่ 11 สิงหาคม
    เมื่อได้รายชื่อทั้งหมดแล้ว (ต้องมีเป็นกฎเกณฑ์ ของตลาดที่จะต้องมี record เก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) นำมาเทียบดูว่าเป็นบุคคลเดียวหรือไม่?
    ตรวจสอบรายงานการซื้อรายใหญ่ในวันที่ 13 สิงหาคม ว่าใครเป็นคนซื้ออย่างเดียว จนราคาสูงขึ้นถึง 2.98 บาท
    เมื่อได้รายชื่อแล้ว ก็จะรู้ได้ชัดว่าใครคือคนทำและจะโยงใยไปถึงเครือข่ายทั้งหมด
    ครวจสอบผู้ขายที่ระดับราคา 2.90 – 2.00 บาทที่มีการขายลงมาให้กับเมลงเม่าในวันที่ 13 สิงหาคม
    ตรวจสอบผู้ขาย ในวันที่ 16 สิงหาคม อีกครั้งว่าใครคือผู้ซื้อขายรายใหญ่ในตลาด
    ถ้าชื่อตรงกัน มีความเห็นว่าควรดำเนินการในข้อหาปั่นหุ้น หรือ insider trade ซึ่งมีโทษถึงจำคุก
    ในความเห็นของผมว่ามีแน่นอนและต้องมีอำนาจด้วยถึงไม่มีใครทำอะไร

    จากคุณ : JRyn - [ 7 ก.ย. 47 03:24:12 ]


 
 



กระทู้ยอดนิยม


คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys