◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ฟ้องธปท.เปิดนอนแบงก์เก็บดบ.แพง เกินกว่า กม.กำหนด

    โขกดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม28% ขัดปว.58-ป.แพ่งและพาณิชย์

    "ทนายความ"ลองเชิงแบงก์ชาติยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอคำสั่งให้เพิกถอนประกาศ ธปท.กำหนดให้นอนแบงก์เรียกเก็บดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมได้ถึง 28% สูงเกิน กม.กำหนด ขัด ปว.58-ป.แพ่งและพาณิชย์ ระบุมีลูกความโดนรังควานทวงหนี้ทั้งโทร.ด่า-ตามจิกถึงฝ่ายบุคคลบริษัท แต่ไม่กล้าฟ้องเพราะรู้ตัวว่าผิดกฎหมาย

    เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถนนสาทรใต้ นายประเวศ ประภานุกูล อาชีพทนายความ ได้ยื่นฟ้องธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในความผิดฐานเป็นหน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยการออกคำสั่งมิชอบด้วยกฎหมาย สืบเนื่องจากกรณีที่ ธปท.ออกประกาศและมีคำสั่งให้ควบคุมกิจการสินเชื่อส่วนบุคคลของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(NON-BANK) โดย ธปท.กำหนดให้สามารถเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมสูงสุดได้ร้อยละ 28 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ร้อยละ 15 ต่อปี

    ตามคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 ธปท.ออกประกาศเรื่องการกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(NON-BANK) โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ข้อ 4.4(1) ได้กำหนดว่าผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีตามที่กฎหมายกำหนด โดยอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี ซึ่งขัดกับประกาศคณะปฏิวัติ(ปว.) ฉบับที่ 58 ที่ไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้กระทรวงการคลัง หรือ ธปท.มีอำนาจกำหนดดอกเบี้ย หรือละเว้นอัตราดอกเบี้ย และยังขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ที่ห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี

    ผู้ฟ้องคดีในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้อง จึงขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ ธปท. ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2548 ซึ่งศาลปกครองกลางรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีดำหมายเลข 1620/2548 และจะตรวจพิจารณาคำฟ้องว่าในเขตอำนาจที่จะรับพิพากษาหรือไม่ เพื่อมีคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้องต่อไป

    นายประเวศกล่าวว่า ต้องการให้สาธารณชนทั่วไปรับทราบว่าประกาศของ ธปท.ดังกล่าวขัดต่อกฎหมายอย่างไร แม้ว่ากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 แต่ ธปท.ก็ยังทำเป็นเหมือนศรีธนญชัยเลี่ยงใช้คำว่าค่าธรรมเนียมแทนค่าดอกเบี้ย

    นายประเวศกล่าวด้วยว่า เหตุที่ต้องมายื่นฟ้อง เพราะก่อนหน้านี้คนที่รู้จักซึ่งเป็นลูกหนี้ของสินชื่อส่วนบุคคลที่เป็นพวก NON–BANK เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ต้องถูกติดตามรังควานทวงหนี้อยู่ตลอดเวลา เช่น การโทรศัพท์ด่า และรุนแรงที่สุดคือ การยื่นหนังสือต่อฝ่ายบุคคลของบริษัทที่ลูกหนี้ทำงานอยู่ ซึ่งเจ้าหนี้พวกนี้จะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มลูกหนี้ เพราะรู้อยู่แล้วอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บนั้นสูงกว่ากฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้น มีการแจ้งความตัวบริษัทเองก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

    "ในฐานะทนายความก็อยากฝากถึงประชาชนทั่วไปที่ตกเป็นลูกหนี้ว่า หากเมื่อใดพบว่าเจ้าหนี้กำหนดดอกเบี้ยในสัญญาเงินกู้เกินกว่า 15% ต่อปี ลูกหนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพราะถือว่าเป็นความผิดอาญา ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ทั้งนี้ ในส่วนของผมซึ่งรับว่าความคดีให้กับลูกหนี้ เตรียมที่จะแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามเพื่อดำเนินกับกลุ่ม NON-BANK รายดังกล่าวในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ด้วย"

    มติชน 19 ตุลาคม 48

    จากคุณ : ก. ไก่ - [ 19 ต.ค. 48 11:19:47 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม