เคมี อ.อุ๊

ประชาชาติธุรกิจ

อ.อุ๊ สอนเคมีจนรวย

ในแวดวงของสถาบันกวดวิชาแล้ว ชื่อโรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์ หรือ "เคมี อ.อุ๊" เป็นชื่อที่นักเรียนสายวิทย์คุ้นเคยเป็นอย่างดี

ชื่อเสียงของสถาบันแห่งนี้มีกว่า 20 ปี เป็น 20 ปีที่จำนวนเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีทั้งหมด 14 สาขาทั่วประเทศ เด็กสายวิทย์นับหมื่นต่างสมัครใจที่จะเรียนวิชาเคมีกับ อ.อุ๊เพียงผู้เดียว แม้ต้องเรียนผ่านวิดีโอก็ตามที

อ.อุ๊ผู้นี้มีชื่อจริงว่า "อุไรวรรณ ศิวะกุล" เธอเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีที่มีดีเรื่องการถ่ายทอดในแบบฉบับฟังแล้วเข้าใจง่าย จนวิชาเคมีที่เด็กสายวิทย์บอกว่าหินสุดหิน แต่ อ.อุ๊กลับย่อยซะอยู่หมัด อะไรๆ จึงไม่ซับซ้อนเข้าใจยากอีกต่อไป เด็กแถวหน้าบนเวทีการแข่งขันวิชาเคมีระดับชาติ และระดับโอลิมปิก มีเด็กที่ผ่านการสอนของ อ.อุ๊ติดกลุ่มท็อปไฟฟ์-ท็อปเทนด้วยตลอด

ใครจะรู้ว่า "อ.อุ๊" ผู้โด่งดังจะเคยเป็นเด็กเรียนหนังสือไม่เก่งประจำหมู่บ้าน จ.ระนอง

"เชื่อไหมว่า ตอนเด็กๆ ดิฉันเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่งเลย เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ของหมู่บ้าน เป็นเด็กโต๊ะแดงของครูในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ชื่อเสียงการเรียนหนังสือไม่เก่ง กระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้านเลย ที่บ้านมีพี่น้อง 9 คน ทุกคนเรียนเก่งหมด มีดิฉันคนเดียวที่เรียนหนังสือไม่เก่ง แม่เสียใจมาก กระทั่งส่งไปอยู่กับพี่สาว แต่เราก็ยังไม่อ่านหนังสือ ผลการเรียนย่ำแย่"

คำว่า "เด็กโต๊ะแดง" มาจากการที่เธอเป็น 1 ใน 11 คนที่โดนคัดออกตอนสอบเข้าโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดระนอง "แม่" จึงต้องทุ่มเงินบริจาคทำโต๊ะเรียนหนังสือให้โรงเรียน แลกกับการที่ลูกได้เรียนหนังสือต่อจนได้

"อยากให้ใครพูดว่าเป็นคนเก่ง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้รับเลย ตั้งแต่เด็กได้ยินแต่คำว่า ลูกเป็ดขี้เหร่ ขี้เหร่แล้วยังโง่อีก คำนี้ฝังใจมาตลอด"

จุดพลิกผันของลูกเป็ดขี้เหร่ เกิดขึ้นในวันหนึ่ง "เธอ" เล่าย้อนให้ฟังว่า บังเอิญได้ยินพี่น้องข้างบ้านติวหนังสือวิชาภาษาไทยด้วยวิธีถามตอบ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีเป็นเคล็ดลับในการเรียนที่เธอนำมาใช้จนสามารถทำคะแนนสอบได้สูงสุดใน ห้อง

จากเด็กโต๊ะแดงที่เคยโดนประณามกลายเป็นเด็กเรียนเก่งขึ้นมาในพริบตา

"เธอ" บอกว่า เริ่มยืดอกได้อย่างภาคภูมิก็ตอนคว้าปริญญาตรี เกียรตินิยมของวิทยาลัยครูภูเก็ต และได้คัดเลือกให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา ที่นั่นเธอได้พบอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาเคมี ซึ่งเป็นแม่แบบที่สอนให้เธอรู้ว่าวิชาเคมีเป็นวิชาที่เรียนด้วยความเข้าใจ สนุกสนาน ไม่ใช่การท่องจำ

"อ.อุ๊" ยึดหลักการนี้มาใช้สอนเด็กๆ จน เห็นผลมีเด็กๆ ติดใจขอมาเรียนวิชาเคมีกับเธอ เป็นจำนวนมากจนต้องลาออกจากอาชีพข้าราชการ "ครู" มาเปิดโรงเรียนสอนกวดวิชา

โดยสาขาที่โด่งดังที่สุดคือ สะพานควาย เพราะทุกครั้งที่ "เคมี อ.อุ๊" เปิดรับสมัครจะมีผู้ปกครองเด็กนับร้อยมายืนรอคิวล่วงหน้าแบบข้ามวันข้ามคืนเพื่อสมัครเรียน

ว่ากันว่ าช่วงนั้นใครผ่านไปแถวสะพานควายจะเห็นผู้ปกครองมารอยิ่งกว่าจองบัตรคอนเสิร์ตเสียอีก หลายครั้งเกือบจะกลายเป็นม็อบย่อยๆ จน "สน. บางซื่อ" ต้องมาช่วยดูแลทุกครั้งไป

อ.อุ๊บอกด้วยว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร จำนวนนักเรียนของที่นี่ก็เพิ่มขึ้นทุกปี จนไม่สามารถรองรับได้หมด...

หมายความว่า โรงเรียน "เคมี อ.อุ๊" คงไม่หยุดจำนวนสาขาไว้แค่ 14 แห่ง เช่นในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน
http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02p0102101048&day=2005/10/10

แก้ไขเมื่อ 11 ต.ค. 48 23:43:13

จากคุณ : OnceInTheBlueMoon - [ 11 ต.ค. 48 23:42:39 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

พาดหัว (ฉบับเดียวกัน)


ยุคทองกวดวิชาผุดคอมเพล็กซ์ ตะลึงซื้อที่พญาไท256ล.

ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาสุดเฟื่อง ชี้เงินสะพัดกว่า 5 พันล้าน/ปี ติวเตอร์ระดับแถวหน้า พลิกเกมจับมือพันธมิตรสร้างจุดแข็ง ผุดคอมเพล็กซ์การศึกษาแห่ขยายสาขาปูพรมทั่ว กทม.-หัวเมืองใหญ่ ล่าสุด "เคมี อ.อุ๊" ทุ่ม 256 ล้าน ประมูลซื้อที่ดินใจกลางเมืองย่านพญาไท ผุด "เอดูเคชั่นเซ็นเตอร์" เป็นศูนย์กวดวิชาครบวงจร มีศูนย์รวมสื่อการศึกษา ศูนย์อาหาร ออฟฟิศ บูมที่ดินตั้งแต่สยามสแควร์ยันอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้เป็นทำเลทองโรงเรียนกวดวิชา "เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า" ของตระกูล "พูลวรลักษณ์" ร่วมแจม

ค่านิยมในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนพิเศษในโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง หวังจะให้สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ส่งผลให้ "โรงเรียนกวดวิชา" กลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใส ทำให้ผู้ประกอบการโรงเรียนกวดวิชาต่างเร่งขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า พื้นที่ทำเลทองที่ถือเป็นแหล่งศูนย์รวมของโรงเรียนกวดวิชา ปัจจุบันหลักๆ อยู่ในย่านสยามสแควร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วิสุทธิกษัตริย์ ลาดพร้าว ปิ่นเกล้า วงเวียนใหญ่ และงามวงศ์วาน แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ทำให้แนวโน้มการเปิดสาขาเริ่มกระจายพื้นที่ออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหรืออาศัยการเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าใจกลางเมือง ขณะที่รูปแบบของการขยายสาขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เช่าอาคารระยะยาว ก็เปลี่ยนเป็นลงทุนซื้ออาคารหรือที่ดินเปล่าเพื่อก่อสร้างอาคารเรียน นอกจากนี้มีการรวมตัวกันของโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังในการขยายสาขาร่วมกันอีกด้วย

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงเรียนกวดวิชารายหนึ่ง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาขยายตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากการแข่งขัน เพื่อให้สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชื่อดัง ประกอบกับในช่วงปี 2540 เริ่มปรับเปลี่ยนระบบการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยใหม่ จึงเกิดการชักชวน ไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมในโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง จนทำให้ปัจจุบันการเรียนกวดวิชากลายเป็นเรื่องปกติ

"ช่วงที่โรงเรียนกวดวิชามาเริ่มบูมจริงๆ คือเมื่อ 8 ปีก่อน มีการพูดกันว่าใครที่เข้ามาทำแล้วเจ๊ง ถือว่าเก่งมากๆ ที่สำคัญโรงเรียนกวดวิชาเป็นธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะถูกจัดเป็นธุรกิจที่ส่งเสริมความรู้ จึงมีคนเข้ามาทำกันมาก หากเป็นโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังการลงทุนซื้อตึกเพื่อขยายสาขาในระดับ 10-100 ล้านบาทสามารถทำได้สบายมาก"

ร.ร.กวดวิชาปักธงกว่าพันแห่ง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนกวดวิชาเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย เงินสะพัดในธุรกิจนี้ปีละ 1,500 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย แต่ที่ได้รับการยอมรับจากนักเรียนจนกลายเป็นโรงเรียนชื่อดังมีไม่กี่ราย อาทิ โรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ (อาจารย์อุ๊), บ้านคำนวณ, โอพลัส, กวดวิชาสัญญา, จีเอสซี, เดอะเบรน, แอพพลายฟิสิกส์, นีโอฟิสิกส์, อาจารย์เจี๋ย, อาจารย์สมัยวิทยา, Access, ติวเตอร์ อาจารย์ปิง และ Pinacle ซึ่งกินส่วนแบ่งในตลาด 70-80%

ในกลุ่มนี้หากจัดลำดับโรงเรียนที่มีสาขามากที่สุด ปัจจุบันคือ โรงเรียนกวดวิชาติวเตอร์ ซึ่งมีการขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดมากกว่า 100 สาขา ส่วนลำดับโรงเรียนกวดวิชาที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1)โรงเรียนกวดวิชา อ.อุ๊ มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทต่อปี 2)แอพพลายฟิสิกส์ รายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 กว่าล้านบาท 3)เดอะเบรน อาจารย์เจี๋ย นีโอฟิสิกส์ Access รายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาท ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะมีความเชี่ยวชาญสอนเพียงวิชาใดวิชาหนึ่ง ยกเว้นเดอะเบรนและติวเตอร์ที่เปิดสอนหลายวิชา


นายศักยภพน์ คุ้มไพโรจน์ เจ้าของโรงเรียนกวดวิชา ANS ในย่านสยามสแควร์ เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมารูปแบบของการขยายสาขาของโรงเรียนกวดวิชาเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เช่าตึกก็เปลี่ยนเป็นทำสัญญาเช่าระยะยาว ซื้อขาด หรือซื้อที่ดินเปล่าแล้วลงทุนก่อสร้างอาคารเรียน รวมทั้งขยายสาขาออกไปตามหัวเมืองใหญ่ อาทิ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา ฯลฯ

จับกลุ่มพันธมิตร

นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มพันธมิตรโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง ขยายสาขาร่วมกัน สร้างจุดแข็งในลักษณะ "ศูนย์กวดวิชาครบวงจร" โดยในเขตกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการเปิดโรงเรียนกวดวิชาในบริเวณใกล้เคียงกัน ส่วนต่างจังหวัดจะลงทุนก่อสร้างอาคารเรียน และให้กลุ่มพันธมิตรเข้ามาเช่าพื้นที่ ข้อดีคือสามารถดึงดูดนักเรียนได้ทีละมากๆ ด้วยการจัดตารางเรียนให้เหลื่อมล้ำกัน ขณะที่นักเรียนก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แนวโน้มของธุรกิจนี้จะเห็นการจับมือเป็นพันธมิตรเปิดศูนย์กวดวิชาครบวงจรมากขึ้น

ปัจจุบันวงการโรงเรียนกวดวิชามีการรวมตัวเป็นพันธมิตร 2 กลุ่ม คือ 1)โรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ ที่สอนวิชาเคมี จับมือเป็นพันธมิตรกับโรงเรียนกวดวิชาอาจารย์สมัยที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ อาจารย์ปิงที่สอนวิชาสังคมและภาษาไทย Access ที่สอนภาษาอังกฤษ โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมกันเปิดศูนย์กวดวิชาครบวงจรในชลบุรี และ 2)โรงเรียนกวดวิชาอาจารย์เจี๋ยที่สอนคณิตศาสตร์ จับมือเป็นพันธมิตรกับนีโอฟิสิกส์ที่สอนฟิสิกส์

"เคมี อ.อุ๊" ชนะประมูลที่ 256 ล.

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2548 ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีได้นำทรัพย์สินทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกประมูลขายทอดตลาด โดยหนึ่งในรายการทรัพย์สินที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ที่ดินขนาด 2-1-37 ไร่ (937 ตร.ว.) พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น บริเวณหัวมุมสี่แยกศรีอยุธยา เขตพญาไท ซึ่งเป็นที่ดินผืนงามใจกลางเมืองที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นโครงการได้หลายรูปแบบ ทั้งคอนโดฯ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน ฯลฯ โดยตั้งราคาเริ่มต้นที่ 148,430,000 ล้านบาท บรรยากาศการประมูลมีการแข่งขันเสนอราคากันอย่างดุเดือด จากผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย สุดท้ายนายอนุสรณ์ ศิวะกุล เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง "เคมี อ.อุ๊" ชนะการประมูลโดยเสนอราคาสูงสุด 256,000,000 บาท สูงกว่าราคาเริ่มต้นกว่า 100 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ระหว่างโครงการคอนโดฯ โนเบิลเฮ้าส์ พญาไท ของบริษัท โนเบิล ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับอาคารสำนักงานสิริภิญโญ ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท เดิมเป็นที่ดินมรดกตกทอดเก่าแก่ มีผู้ได้รับกรรมสิทธิ์รวม 2 ราย คือ นายวสันต์ นฤหล้า ถือครองกรรมสิทธิ์ 66% และนายรัชชปาลซิงห์ นารูลา ถือครอง 33% แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น ในที่สุดศาลมีคำสั่งให้นำที่ดินแปลงนี้ออกเปิดประมูลขายโดยกรมบังคับคดี เพื่อนำเงินไปแบ่งกันตามสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน

เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ที่ผ่านมา บริษัท เทเลบอสส์ จำกัด ผู้ชนะประมูลโดยเสนอราคาสูงสุด 300 ล้านบาท เมื่อถึงวันครบกำหนดบริษัท เทเลบอสส์สละสิทธิ์ และได้นำออกประมูลครั้งล่าสุด ซึ่งครั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมประมูล นอกจากนายอนุสรณ์ ศิวะกุลแล้ว ก็ยังมีนายวสันต์ นฤหล้า เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วม ซึ่งต้องการที่ดินแปลงนี้เพื่อนำไปพัฒนา โครงการอสังหาฯ นอกนั้นมีบริษัทพัฒนาที่ดินชื่อดังอีก 2 ราย

ผุด "เอดูเคชั่นเซ็นเตอร์"

นายอนุสรณ์ ศิวะกุล เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนให้ความสนใจที่ดินแปลงนี้ หลังจากชนะการประมูลมาขณะนี้ได้เตรียมพัฒนาเป็นศูนย์การศึกษาครบวงจร รูปแบบอาคารจะมีทั้งโรงเรียนกวดวิชา ศูนย์รวมสื่อการศึกษา ศูนย์อาหาร และพื้นที่อาคาร สำนักงานอีกส่วนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์หรือที่รู้จักกันในชื่อโรงเรียนกวดวิชา "เคมี อ.อุ๊" ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 โดยนายอนุสรณ์ ศิวะกุล และภรรยาคือนางอุไรวรรณ ศิวะกุล หรือ "อาจารย์อุ๊" ปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 14 สาขา ได้แก่ สะพานควาย บางกะปิ วิสุทธิกษัตริย์ นนทบุรี สยามสแควร์ ชลบุรี วงเวียนใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ พิษณุโลก นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต

ถนนสายกวดวิชา

นายธเนศ เอื้ออภิธร นายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนกวดวิชา กล่าวถึงกรณีเคลื่อนไหวของ เอดูเคชั่นเซ็นเตอร์ของ อ.อุ๊ว่า ถือเป็นคอมเพล็กซ์ด้านการศึกษาที่น่าจะเป็นยุคใหม่ของโรงเรียนกวดวิชาเลยทีเดียว เพราะตอนนี้กลุ่มโรงเรียนกวดวิชา พยายามยกระดับสถานที่ให้สามารถอำนวยความสะดวกกับผู้เรียนมากขึ้น จากเดิมที่ต่างคนต่างเปิด แยกกันอยู่ ก็มีการรวมกลุ่มกันมากขึ้น โดยเจ้าใดเจ้าหนึ่งเป็นผู้ลงทุนด้านสถานที่ แล้วเจ้าอื่นก็ไปร่วมด้วย "วิน-วิน" ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

"การเปิดคอมเพล็กซ์ด้านการศึกษาของ อ.อุ๊ครั้งนี้ อ.อุ๊เป็นแม่ข่ายในการรวมตัว และเปิดกว้างให้กับทุกโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเด็ก เพราะจะมีการออกแบบให้สะดวกกับเด็กมากที่สุด นอกจากมีโรงเรียนกวดวิชาแล้ว ยังมีร้านหนังสือ มุมสันทนาการ อาหาร ส่วนอัตราค่าเช่าเท่าที่รู้ คงจะคิดไม่เหมือนกับห้าง"

เมื่อข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไป ก็ได้รับความสนใจจากสมาชิกของสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนกวดวิชา ที่มีสมาชิกอยู่นับร้อยราย โดยเฉพาะโรงเรียนกวดวิชาในย่านสยามสแควร์ คิดว่าต่อไปน่าจะทำให้เกิดการขยับขยายย้ายโซนการศึกษา โรงเรียนกวดวิชาอาจจะไม่อยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือแหล่งช็อปปิ้งอีก เป็นยุคใหม่ที่อาจจะทำให้พฤติกรรมช็อปปิ้งของเด็กบางส่วนเปลี่ยน แปลงไปก็ได้

นายกำพล พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า กล่าวว่า โอกาสของธุรกิจสถาบันกวดวิชานั้น ส่วนตัวมองว่ามีอยู่สูงมาก และโครงการเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า ที่กำลังจะเปิดเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ดึงโอกาสมาใช้เป็นอีกหนึ่งแม็กเนตของโครงการ โดยกันพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตรเปิดเป็นเอดูเคชั่นโซน

"จากการทำวิจัยตลาด พบว่า ถนนสายนี้เริ่มตั้งแต่สยามสแควร์เรื่อยมาจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นเส้นที่เหมาะมากสำหรับการเปิดโซนการศึกษา ของสถาบันกวดวิชาต่างๆ เนื่องจากการคมนาคม สะดวก สิ่งแวดล้อม อาทิ แหล่งอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ฯลฯ ก็ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทั้งเด็กและผู้ปกครองในยุคนี้"

เงินสะพัดวงการกว่า 5 พันล้าน

แหล่งข่าวจากบริษัท สำนักพิมพ์ แม็ค จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์สถาบันกวดวิชา "แม็ค" กล่าวว่า ปี 2545 มีงานวิจัยพฤติกรรมของผู้ปกครองและเด็กเรื่องเรียนพิเศษ พบว่า เด็กไทยเฉพาะกลุ่มที่เตรียมจะเอนทรานซ์ 300,000 คน จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท/คน/วิชา ส่วนใหญ่ที่ติวกันก็ประมาณ 5 วิชาหลัก คิดเป็นมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ปัจจุบันตลาดน่าจะโตขึ้นอีกมาก กรณีเคมี อ.อุ๊ที่ประมูลพื้นที่กลางเมืองย่านพญาไท 256 ล้านบาท เพื่อทำเอดูเคชั่นเซ็นเตอร์นั้น ด้วยศักยภาพของชื่อเสียง อ.อุ๊เชื่อมั่นว่าทำได้ และไม่เป็นการลงทุนที่เกินตัว

ทั้งนี้จากการสำรวจตลาดหลายๆ สาขาของ อ.อุ๊ในต่างจังหวัด ก็ไม่ใช่พื้นที่เล็กๆ เช่น ภูเก็ต มีพื้นที่ใหญ่มาก ชั้นล่าง-ชั้น 2 ทำเป็นร้านอาหาร มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีสถานที่เรียนพร้อม ส่วนชั้นบนเป็นหอพักให้กับนักเรียนนักศึกษาทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ เพื่อความสะดวกสบาย ปลอดภัย ผู้ปกครองจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02p0101101048&day=2005/10/10


จากคุณ : OnceInTheBlueMoon - [ 11 ต.ค. 48 23:44:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ผมก็เคยเรียนครับสมัยประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว
ยอมรับว่าดีจริงครับ มีส่วนช่วยผมตอนเอนท์มาก


จากคุณ : KhunGong - [ 12 ต.ค. 48 01:52:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ก็แกสอนเข้าใจนะซิ สมัยผมเรียนกะแก มีทดลองให้ดูด้วย ตรงวัดไผ่ตันตอนนั้นมี vdo 3 ห้องแล้ว แต่ไม่มีเรียนกะเทปนะ สดตลอด
แล้วแกก็ไม่ได้สอนพิเศษดีอย่างเดียว ในห้องเรียนปกติก็สอนเข้าใจด้วย แกเข้าใจความโง่ของเด็กอย่างผมนี่แหล่ะ


จากคุณ : กะต่อ - [ 12 ต.ค. 48 09:37:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ผมก็เรียนกับแกเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วสมัยนั้นมีสาขาเดียว จองกันแน่นมาก ๆ จำได้ว่ารอข้ามคืน แต่แกสอนได้เข้าใจมาก ๆ ถ้าคุณทำข้อสอบเคมี 20 ปีย้อนหลังได้หมดรับรองเคมีนี่เรื่องหมู ๆ เลยครับ ผมได้คะแนนวิชานี้ 100 เต็ม

จากคุณ : เกือบ 10 ปีแล้ว (Tottoa) - [ 12 ต.ค. 48 10:19:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เคยเรียนค่ะ
เรียนห้องจริงตลอด
ถ้าไม่ได้อาจารย์อุ๊ บอกได้เลย เอ็นท์ไม่ติดหรอกค่ะ

ลิเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ...


จากคุณ : Cuddle - [ 12 ต.ค. 48 13:30:01 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

มะมีตังค์เรียนกะใครเลย

จากคุณ : Khun sun - [ 12 ต.ค. 48 15:42:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

สมัยผม ต้อง เคมี พันธะ
สุดยอด อ.อุ๊ ยังไม่ดังมั้งเลยไม่รู้จัก


จากคุณ : แมวเกเร - [ 12 ต.ค. 48 17:01:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

man ... เข้ามาดู

จากคุณ : Mr. Fusion - [ 12 ต.ค. 48 19:53:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

เคมีง่ายนิดเดียว ต้องอาจารย์ อุ๊ เท่านั้น..กรด-เบส  สมดุลเคมี ปริมาณสารสัมพันธ์..ไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะรู้เรื่องมาเรียนกะแก ที่สะพานควาย รอบสด..4เดือน ทำไมมันง่ายงี้ วะ

จากคุณ : รอสโซเนรี่ - [ 13 ต.ค. 48 01:13:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

มองอีกมุม..

อ. อุ๊ เป็นกระจกสะท้อนความอ่อนแอของการศึกษาไทย ทั้งระบบ

เจ้ากระทรวง เร่งปรับปรุงด่วน ครูทั่วประเทศจะตายอยู่แล้ว


จากคุณ : Antislow - [ 13 ต.ค. 48 14:44:33 A:58.136.64.19 X: TicketID:025911 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

อ.อุ๊ เป็นไงไม่เคยเรียนกับเค้า

แต่อันนี้จิน่าสนใจ หุหุ

"เงินสะพัดวงการกว่า 5 พันล้าน"

^^ "


จากคุณ : ต้นไม้ต้นเล็กๆ - [ 13 ต.ค. 48 22:53:17 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ผมไม่เคยเรียนกับที่ไหนเลย แต่อาศัยความตั้งใจ + ขยันหน่อย ก็สอบเข้ามาได้ สายวิทย์ด้วยนะ

พอเรียนมหาวิทยาลัยรู้เลยอย่างนึงว่า อย่าเอาข้อมูล อ.อุ๊ มาทำข้อสอบเด็ดขาด เห็นน้องๆหลายคนบอกว่าก็ใช้แบบที่อ.อุ๊สอน ทำไมคะแนนน้อยจัง

เรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้วนะ เราต้องรับสิ่งแปลกใหม่ ต้องหัดคิดเอง อย่าลอกคำตอบคนอื่นมา เพราะการให้คะแนนส่วนมาก เน้นที่ความแน่นในเนื้อหาที่อ.มหาลัยสอน+ความคิดส่วนตัวของเรา


จากคุณ : SIM Corporation - [ 14 ต.ค. 48 03:20:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

เห็นด้วยว่าธุรกิจนี้ยิ่งโตเท่าไหร่ยิ่งบ่งบอกถึงความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย

จากคุณ : stupor - [ 14 ต.ค. 48 17:52:40 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

. .

จากคุณ : SEA - [ 15 ต.ค. 48 00:02:13 A:58.9.152.203 X: TicketID:107202 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

เห็นด้วยกับ 13 ครับ แล้วสุดท้าย เด็กทุกคนทำเพื่อมุ่งมันเพียงผลลัพธ์ คือคะแนนที่มากที่สุดเพื่อจะได้เข้ามหาลัยได้ แต่ละเลยที่ความเข้าใจในแก่นแท้ของวิชาเคมี บางคนเห็นข้อสอบปุ๊บ ตอบได้ปั๊บ เพราะเคยเห็นมาแล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นเขียนอธิบาย ก็อธิบายได้เพียงย่นย่อ ตามที่ได้กวดวิชามาเท่านั้น

จากคุณ : หมีหุหุ - [ 17 ต.ค. 48 11:16:15 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป