◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    คลีนิคหมอนักขาย….ตอนที่ 1 “ลุงแอ็ดรีเทิร์น”

    “กริ้ง…..กริ้ง…..สวัสดีครับ  ผม….อมรพูดครับ”

    มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสายวันหนึ่งในออฟฟิศของลุง  และลุงเป็นคนรับสายเอง

    “ลุงแอ็ดหรือครับ….ผมชื่อสมศักดิ์ครับ  ผมขอเวลาลุงแอ็ดหน่อยได้ไหมครับ   ผมเคยไปฟังลุงบรรยายเรื่องเทคนิคการขาย  ผมมีปัญหา  อยากขอเวลาลุงแอ็ดปรึกษาเรื่องเทคนิคการขายหน่อยได้ไหมครับ”

    เสียงจากโทรศัพท์ คือคุณสมศักดิ์ซึ่งลุงนึกหน้าไม่ออกว่าเป็นใคร    พูดเสียยืดยาว  แต่น้ำเสียงนุ่มน่าฟัง ไม่มีสำเนียงกระโชกโฮกฮาก  แต่ก็แฝงไปด้วยความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น ทำให้ลุงต้องคุยกับเขาต่อทั้งๆ ที่มีงานเต็มมือ

    “เอาซิครับ  คุณมาคุยกับผม เอ้ย..ลุง…ที่บ้านดีกว่า….พรุ่งนี้บ่ายสองโมงได้ไหมครับ  ลุงว่างพอดี”

    ปกติลุงเป็นคนที่ชอบต้อนรับพนักงานขาย  ใครอยากเข้ามาพบลุงเพื่อเสนอขายอะไรมักไม่ค่อยผิดหวังที่จะได้พบ  แต่ใครจะขายได้หรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนมากจะขายไม่ค่อยได้ เพราะลุงรู้ตัวว่ามันมีอะไรอยู่เต็มบ้านไปหมดแล้ว  และไม่ค่อยอยากได้อะไรลงทุกที

    ที่ลุงยินดีให้พนักงานขายเข้าพบนั้น ก็มีเหตุผลส่วนตัวอยู่ 2-3 ประการ

    ประการแรก  ลุงเห็นใจหัวอกนักขายด้วยกัน  ก็ลุงเคยเป็นเซลส์มาก่อนนี่ครับ นึกถึงภาพตัวเองที่จะต้องตากแดด  ตากฝน  ตากหน้าไปขอพบผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจในการซื้อแล้ว  โดนเขาตอกหน้ากลับมา  โดนกีดกัน  ตั้งแต่แขกยามเฝ้าประตู…..จะไปไหน  ไปหาใคร  มาธุระอะไร  พอผ่านไปถึงด่านเลขานุการได้  ก็ต้องพูดจาเกลี้ยกล่อมสารพัด  กว่าคุณเธอจะให้เข้าพบผู้จัดการ  พอเข้าพบได้แล้ว  ก็ยังต้องโดนอัด
    โดนขู่     สารพัดจากผู้ที่จะมาเป็นลูกค้า

    ดังนั้น  หากจะมีเซลส์มาขอพบลุง  หากมีเวลาและไม่ยุ่งจนเกินไป ลุงก็มักจะเปิดโอกาสให้เข้าพบโดยง่ายเสียทุกรายไป

    ประการที่สอง  ลุงอยากเรียนรู้มาดใหม่ๆ ของเซลส์ในปัจจุบัน  ว่าเขามีอะไรใหม่ๆ มีอะไรพัฒนาขึ้นมาจากเทคนิคที่ลุงเคยขายมาเมื่อ 40 กว่าปีก่อนโน้นบ้าง  ก็ลุงมักจะถูกเชิญให้ไปบรรยาย หรือให้การอบรมแก่พนักงานขายตามบริษัทต่างๆ หรือสถาบันต่างๆ อยู่เป็นประจำ  ไอ้เทคนิคเก่าๆ ที่ตัวเองมีประสบการมาเมื่อ 40 ปีที่แล้วนั้นบางครั้งมันก็ไม่ทันสมัย  เอามาเล่าให้จอมยุทธ์ในปัจจุบันฟัง เดี๋ยวก็โดนโห่เปิดเข้าป่าไป  มันต้องหาของใหม่ๆ มาเล่าสู่กันฟังบ้าง ก็เก็บเอาจากบรรดาเซลส์พ่อเจ้าประคุณ แม่คุณที่เข้ามาขายของให้ลุงนั่นแหละครับ เอามาเป็นเกล็ด เป็นประสบการณ์ที่เห็นจากของจริงมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งมีมันๆ เยอะแยะเลยครับ  วันหลังจะเอามาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องๆ ไป

    ประการที่สาม  ก็คือ ลุงอยากจะสนับสนุน อยากช่วยคนที่มีอาชีพเดียวกัน  คืออาชีพขาย  ด้วยกันด้วยความจริงใจ  สินค้าใหนที่มีประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว  หรือต่อออฟฟิตของตัวเองหรือของเพื่อนๆ อะไรที่ยังไม่ได้ซื้อเพราะยังไม่มีสตางค์ หรือยังไม่จำเป็น ก็จะได้เรียนรู้ไว้ก่อนว่าเดี๋ยวนี้มันมีอะไรขายบ้าง  เจ้าสินค้ารายโน้น กับรายนี้ มันต่างกันอย่างไร

    ได้มีโอกาสพูดคุย กันทั้งส่วนตัว และทางเนต หาความรู้เอาจากพนักงานขาย  หากเขายังขายไม่ได้ก็ให้กำลังใจเขา  ให้เขาพยายามต่อไป  แนะนำเพื่อนฝูงที่รู้จักให้เขาไปพบ  มีโอกาสแนะนำเทคนิคการขายใหม่ๆ ให้เขา หากเขาขายได้
    ก็ทำให้เขามีรายได้ ทำให้กิจการเขาเจริญขึ้น  เศรษฐกิจของชาติก็จะได้เจริญตามไปด้วย ไม่ต้องทำใจตุ้มต่อมๆ…กับคำพูดของท่านนายกฯ ว่า จีดีพีมันจะเอาอย่างไรกันแน่……….

    แหม….คิดไปเสียถึงระดับชาติเลยนะนี่  อย่าถือสาอะไรกับลุงเลยนะครับ  ลุงมันก็ชอบคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเป็นอย่างนี้ไปเรื่องละขอรับ

    วันรุ่งขึ้น  บ่ายสองโมงเป๋ง  คุณสมศักดิ์ก็มาพบลุงที่ออฟฟิต หรือที่บ้าน ซึ่งที่เดียวกัน แต่เรียกเสียให้โก้ว่า “ออฟฟิต” เพราะลุงเคยมีออฟฟิตเองซะที่ไหนเล่า

    เขาเป็นคนบุคลิกดีมากทีเดียว  แต่งตัวเรียบร้อย  หน้าตาดี  ผมเผ้าเรียบร้อย ซึ่งเป็นบุคลิกต้นฉบับที่สำคัญประการแรกของพนักงานขายที่ดี  คือการสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกพบ หลังจากที่แนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  คุณสมศักดิ์ก็เริ่มต้นปัญหาของเขาที่จะให้ลุงช่วยแนะนำดังนี้

    “ผมโคลสเซลส์ไม่เป็นครับ”

    เป็นปัญหาที่คุณสมศักดิ์สรุป   ใครอยากรู้ว่า คุณสมศักดิ์ควรจะต้องแก้ไขอย่างไร และมีอะไรที่ทำให้เขา “โคลสเซลส์ไม่เป็น”  โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

    ไม่นานเกินรอ………………………………………………

    แก้ไขเมื่อ 06 ต.ค. 47 17:56:11

    จากคุณ : ลุงแอ็ด - [ 6 ต.ค. 47 16:49:10 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม