◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ประเมิน "ความแก่ง" ก่อนซื้อ/ขายแฟรนไชส์

    แฟรนไชส์ก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไปที่ก่อนเริ่มต้น ต้องมีการประเมินความได้เปรียบในการ แข่งขัน และการประเมินความสามารถในการทำกำไร หรือผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนที่จะผลิตสินค้าออกจำหน่ายหรือซื้อแฟรนไชส์ ไพศาล เตี๋ยวงษ์สุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ธนาคารนครหลวงไทย ได้แนะนำไว้ดังนี้
         
          ประเมินความได้เปรียบ
         
           ความได้เปรียบด้านโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจแบบไหนหากสามารถสร้าง ความได้เปรียบทางด้านการแข่งขันได้ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่าเพราะหากมีการแข่งขัน ดัมป์ราคากันคนที่มีต้นทุนต่ำกว่าก็สามารถ ลดราคาของตัวเองได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาสำหรับคนที่ทำธุรกิจขนาดเล็กเพราะจะมีต้นทุนที่สูงกว่า
           
           ความได้เปรียบด้วยการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าหรือบริการ เป็นสิ่งผู้ประกอบการ รายย่อยสามารถสร้างความได้เปรียบด้วยการสร้างความแตกต่างของสินค้าหรือบริการ ผู้ประกอบการต้องหาจุดแตกต่างที่โดนใจกลุ่มเป้า หมายของตัวเองให้ได้ และต้องทำให้ลูกค้ายอม รับสินค้าของตัวเองให้ได้ อย่างสินค้าตระกูลอาหาร จุดเริ่มต้นในการผลิตคือวัตถุดิบ จะต้อง คิดว่าจะทำยังไงให้วัตถุดิบของตัวเองเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและแตกต่างจนคู่แข่งตามไม่ทันหรือ มีปริมาณที่ไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะถ้าทำไม่ได้ จะทำให้เข้าตลาดได้ลำบาก
           
           ความได้เปรียบในการตอบสนองที่รวดเร็วกว่า ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กสามารถ ทำได้ ซึ่งจะต่างจากบริษัทใหญ่ๆ ที่จะต้องมีการ นำไปเสนอทางบริษัทแม่ก่อน ทำให้ต้องเสียเวลา ในการขายสินค้า อย่างเช่น แชมพูสูตรที่ทำให้เส้น ผมมีสีดำ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่จะต้องมีการคิดค้น วิจัย พัฒนาสินค้า ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ก่อนวาง จำหน่าย แต่ถ้าเป็นบริษัทรายย่อยเมื่อผลิตและได้รับการรับรองก็สามารถวางขายได้เลย
         
           ความได้เปรียบในด้านอื่นๆ หรือความชำนาญเฉพาะ เช่นถ้าเป็นเภสัชกรมาก่อนถ้า มาเรียนแพทย์แผนไทยแล้วนำความรู้ที่ได้ไปผลิตสินค้าเกี่ยวกับสมุนไพร ถือว่าจะได้เปรียบคู่แข่งมาก
         
           ประเมินความสามารถการทำกำไร
           การประเมินเกี่ยวกับความสามารถในการทำ กำไรหรือผลตอบแทนจากการลงทุน ก่อนที่จะทำธุรกิจหรือซื้อแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการต้องประเมินให้ได้ว่าจะต้องลงทุนในเรื่องอะไรบาง เช่น การลงทุนเรื่องสินทรัพย์ถาวร ลงทุนเรื่องค่า ใช้จ่ายในการดำเนินการ การลงทุนในเรื่องเงินทุน หมุนเวียน ซึ่งตรงนี้ต้องเผื่อเงินทุนหมุนเวียนของ ธุรกิจตัวเองหรือแฟรนไชซี่ไว้ด้วย
           จากนั้นต้องวิเคราะห์ว่าจะขายสินค้าอย่างไร ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ จะคืนทุนเมื่อไหร่ เพราะทุกธุรกิจมีการคืนทุนที่แตกต่างกัน บางธุรกิจลงทุน 3 เดือนคืนทุน 6 เดือนคืนทุน บางธุรกิจ 10 ปีถึงจะคืนทุนอย่างหอพักแต่เป็นธุรกิจที่สามารถเก็บกินได้ตลอดระยะเวลา 20-30 ปี โดยเฉลี่ยแล้วธุรกิจส่วนใหญ่จะคืนทุนไม่น่าเกิน 3 ปี ถ้าคืนทุนนานกว่านี้คงต้องพิจารณา เป็นพิเศษ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรวดเร็ว อย่างเช่นกรณีไข้หวัดนกส่งผลให้ไก่ขาดตลาด และทุก คนหันมาบริโภคหมู และปลากันมากขึ้น ยกตัวอย่างธุรกิจแหนมปลากราย แบรนด์ "แม่สุนีย์" จากเดิมที่เคยผลิตและขายได้สัปดาห์ละ 20,000 แท่ง เมื่อเกิดวิกฤติไข้หวัดนก ส่งผลให้ยอดขาย จำนวนดังกล่าวที่เคยต้องใช้เวลา 1 สัปดาห์ ย่นลงมาเหลือเพียงวันเดียวก็ขายได้หมด และทำให้ ธุรกิจมีการคืนทุนที่รวดเร็วเกินที่กำหนดไว้

    โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์

    จากคุณ : สะเต๊ะ - [ 12 ก.ค. 47 02:36:33 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม