◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ความสำเร็จ "บลู อีเลฟเฟ่น" 12สาขาทั่วโลกทำเงินปีละพันล้าน

    ความสำเร็จ "บลู อีเลฟเฟ่น" 12สาขาทั่วโลกทำเงินปีละพันล้าน

    "ทุกวันนี้ต่างชาติรู้จักอาหารไทยดีอยู่แล้ว ฉะนั้นการทำตลาดต้องแนะนำเมนูใหม่ๆ รักษาคุณภาพของรสชาติ บริการต้องดี และบรรยากาศภายในร้านต้องสื่อความเป็นไทยมากที่สุด"

    ความสำเร็จ "บลู อีเลฟเฟ่น"

    สาขาทั่วโลกทำเงินปีละพันล้าน

    เมื่อปี 2523 "คาร์ล สเต็ปเป้" และ "นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้" สองสามีภรรยาได้ตกลงเปิดร้านอาหารไทยที่กรุงบลัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในชื่อ "บลู อีเลฟเฟ่น" (Blue Elephant) ด้วยคอนเซ็ปท์ธุรกิจร้านอาหารไทยแบบชาววัง เน้นบรรยากาศความเป็นไทย ตั้งแต่รสชาติอาหาร การตกแต่งร้าน ดนตรีไทย และชุดไทยที่สวมใส่

    "นูรอ" สาวไทยเชื้อสายอิสลามพบกับ "คาร์ล" เจ้าของร้านขายของเก่า ขณะไปเรียนหนังสือต่อที่ประเทศเบลเยียม ฝีมือทำอาหารไทยของนูรอทำให้เพื่อนฝูงของคาร์ล และเพื่อนคนไทยที่แวะมาเยี่ยมเยือนติดใจในรสมือ เพื่อนๆจึงยุให้นูรอเปิดร้านอาหารไทย ปีแรกผ่านไปภัตตาคาร "ช้างสีน้ำเงิน" บูมมากจนสองสามีภรรยาคิดกันว่า "เราน่าจะขยายสาขาเพิ่มน่ะ"

    ทวีเสริฐ พุทธวงศ์ รองประธานภัตตาคารบลู อีเลฟเฟ่น บอกว่า จนถึงวันนี้ บลู อีเลฟเฟ่น เปิดไปแล้ว 12 สาขา เป็นสาขาของ บลู อีเลฟเฟ่น เอง 5 แห่งอยู่ในลอนดอน ปารีส บรัสเซลส์ โคเปเฮเกน และกรุงเทพฯ ส่วนอีก 7 สาขาเป็นเครือข่ายแฟรนไชส์อยู่ในเมืองลียง นิวเดลี ดูไบ เบรุท มอลตา คูเวต และกำลังจะเปิดอีกแห่งในบาห์เรนปีหน้า

    ทั้ง 12 สาขามียอดขายรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท เฉพาะสาขาในลอนดอนแห่งเดียวปีที่แล้วมีรายได้ 4.2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 270 ล้านบาท

    ทวีเสริฐ เป็น "โรบินฮู้ด" ชาวลาวที่ไปเผชิญโชคอยู่ในเบลเยียม เขาเริ่มล้างชาม ถูพื้น และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินประทังชีวิตในต่างแดน สิ่งที่ชาวลาวผู้นี้ยึดมั่นเพื่อความอยู่รอด คือ "ขยัน "และ "อดทน" ทวีเสริฐสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคาร์ล และนูรอ จนกลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ดูแลงานบริหารเกือบทั้งหมดแทนสองสามีภรรยา

    ปัจจุบัน คาร์ล กับ นูรอ สเต็ปเป้ ยังเปิดร้านอาหารอินเดียอีก 2 แห่งในกรุงลอนดอน และกรุงบรัสเซลส์ สองสามีภรรยาที่ร่ำรวยจากการเปิดร้านอาหารไทยในต่างแดน มีแผนขยายสาขาร้านบลู อีเลฟเฟ่น ไปยังเมืองเบอร์มิงแฮม ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า รวมถึงเจาะเข้าไปในอเมริกา โดยมองทำเลที่เมืองชิคาโกเป็นสาขาแรก ก่อนจะเจาะเข้าไปในส่วนอื่นๆ ของอเมริกา

    ทวีเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ร้าน บลู อีเลฟเฟ่น ไม่ได้เติบโตเพราะโชคช่วย แต่ทุกอย่างที่นี่ทำงานอย่างมีระบบ และมีมาตรฐาน กุ๊กของร้านต้องเป็นคนไทยทั้งหมด ทุกๆ 3 เดือนกุ๊กจะถูกส่งกลับมาเทรนที่กรุงเทพฯ เพื่อรักษาคุณภาพ และเรียนรู้เมนูใหม่ ที่กรุงเทพฯ จะเปิดเป็นโรงเรียนสอนทำอาหาร ส่วนผู้จัดการร้านต้องเป็นคนไทย ทุกคนจะต้องผ่านการเทรนที่ศูนย์ฝึกด้านการจัดการร้านอาหารไทยในกรุงลอนดอน

    "คอนเซ็ปท์ของเราต้องการขายความเป็นไทย พนักงานเสิร์ฟเราพยายามเลือกนักเรียนไทยในแต่ละประเทศมาทำงาน อย่างที่ลอนดอนประมาณ 70% เป็นคนไทย"

    จากการพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟสาวไทย และหนุ่มไทยในร้าน บลู อีเลฟเฟ่น สาขาลอนดอน พบว่า ส่วนใหญ่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโท บางคนเรียนต่อโทใบที่ 2 ขณะที่บางคนกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ใช้เวลาว่างมาทำงานเสิร์ฟหารายได้พิเศษเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

    "ที่ร้านจะให้ 4.5 ปอนด์ (290 บาท) ต่อชั่วโมง คนหนึ่งจะทำงานได้อาทิตย์ละไม่เกิน 20 ชั่วโมงตามกฎหมายแรงงานของที่นี่" พนักงานเสิร์ฟสาวดีกรีปริญญาโทคนหนึ่งบอกเรา ขณะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการหยิบปอเปี๊ยะทอดให้กับแขก และแนะนำอาหารไทยให้กับฝรั่งอย่างคล่องแคล่ว เธอบอกว่า กำลังจะต่อโทใบที่ 2 เพราะค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างสูง อาชีพเสิร์ฟเป็นรายได้เสริมที่นักเรียนไทยฐานะปานกลางอย่างเธออยากทำมากที่สุด

    ที่ร้าน บลู อีเลฟเฟ่น จะจัดเทศกาลอาหารไทยปีละ 1 ภาค ตลอดทั้งเดือนสิงหาคมของทุกปี ในปีนี้ทางร้านจัดเทศกาลอาหารเหนือ ภายใต้ชื่อเทศกาล " Chiang Mai,Culinary Rose of the North" ในกรุงลอนดอนร้านอาหารไทยได้รับความนิยมสูงมาก ในขณะที่อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารญี่ปุ่นมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง

    ทวีเสริฐ เล่าว่า ร้านอาหารไทยในอังกฤษมีประมาณ 500 ร้าน ในขณะที่ร้านอาหารอินเดียมีมากถึง 7,000 ร้าน เพราะคนที่ใช้แรงงานในอังกฤษส่วนใหญ่มาจากอินเดีย ขณะที่อาหารจีน เดิมเป็นอาหารที่ได้รับความนิยม แต่มีรสชาติค่อนข้างจืด คนอังกฤษเริ่มหันมาสนใจอาหารไทยเพราะมีรสชาติจัดจ้าน และมีส่วนผสมของสมุนไพร

    แต่การลงทุนเปิดร้านอาหารไทยในอังกฤษใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ร้าน บลู อีเลฟเฟ่น สาขาลอนดอน มีขนาด 1,400 ตร.ม.จำนวน 280 ที่นั่ง มีพนักงานประมาณ 40 คน ขนาดนี้จัดเป็นร้านขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนตกแต่งสร้างบรรยากาศความเป็นไทยไปประมาณ 80 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน)

    "ค่าตกแต่งจะตกประมาณ 1,500-2,500 ปอนด์ ต่อ ตร.ม.(97,500-162,500 บาท) ค่าแรงช่างไม้ที่อังกฤษเขาคิดชั่วโมงละ 20 ปอนด์ (1,300 บาท) เราเพิ่งไปเปิดสาขาที่คูเวต ไม่ใหญ่เท่าที่ลอนดอน ลงทุนไปทั้งหมดเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80 ล้านบาท)"

    ทวีเสริฐ บอกเราว่า แฟรนไชส์ร้าน บลู อีเลฟเฟ่น 1 สาขา จะใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (42 ล้านบาท) ขึ้นไป บริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100,000-150,000 ดอลลาร์สหรัฐ และคิดค่าลอยัล ฟี อีก 5-7% ของยอดขาย ถ้าเป็นร้านขนาด 100 ที่นั่ง จะต้องมีผู้จัดการร้านเป็นคนไทย 1 คน รองผู้จัดการ 1 คน พ่อครัวคนไทย 5 คน คนเล่นขิมประจำร้าน 1 คน พนักงานเสิร์ฟ 3-4 คน รวมทั้งร้านประมาณ 12 คน

    การทำตลาดของร้าน บลู อีเลฟเฟ่น รองประธานชาวลาว อธิบายว่า จะจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน ค่าอาหารรวมไวน์ คนหนึ่งจะตกประมาณ 40-50 ปอนด์ (2,600-3,250 บาท) ต่อคนต่อมื้อ ทุกวันอาทิตย์ทางร้านจะจัดเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารไทยคิดหัวละ 22 ปอนด์ (1,430 บาท) ไม่รวมไวน์

    "ราคานี้กินได้ทุกอย่าง เราจัดเป็นซุ้มๆ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ผลไม้ ขนมไทย ถ้าเป็นซุ้มของว่าง ก็มีพวกทอดมัน ปอเปี๊ยะ ข้าวตัง ข้าวเกรียบกุ้ง (มโนราห์) ถั่วทอด หมูสะเต๊ะ ถ้าเป็นเมนูหลักก็มีพวกต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ ผัดไทย มัสมั่น ผัดต่างๆ ในร้านเรามีสาธิตแกะสลักผลไม้ เล่นขิม มีซุ้มขายของที่ระลึกจากเมืองไทย ปีที่แล้วสาขาลอนดอนขายของที่ระลึกอย่างเดียวได้ 3 หมื่นปอนด์"

    ในส่วนของการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทย ทางร้าน บลู อีเลฟเฟ่น มีศูนย์กระจายสินค้าที่ประเทศไทย ในแต่ละปีจะส่งของสดประเภท กล้วยไม้ ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุง นำไปใช้ภายในเครือข่าย 12 สาขาทั่วโลก ปีละประมาณ 40 ล้านบาท ในขณะที่เนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ จะซื้อจากท้องถิ่น แม้กระทั่งเบียร์ (สิงห์-ช้าง) และไวน์ (ชาตอง) ก็มีการนำเข้าจากประเทศไทยด้วยเช่นกัน

    ปัจจัยที่ทำให้ร้าน บลู อีเลฟเฟ่น ประสบความสำเร็จอย่างสูงในต่างประเทศ ผู้บริหารชาวลาว บอกเราว่า ทุกวันนี้ต่างชาติรู้จักอาหารไทยดีอยู่แล้ว ฉะนั้นการทำตลาดต้องแนะนำเมนูใหม่ๆ รักษาคุณภาพของรสชาติให้ได้มาตรฐานเดิม บริการต้องดี และบรรยากาศภายในร้านต้องสื่อความเป็นไทยให้มากที่สุด

    "คนที่เข้ามาในร้านของเรา เหมือนกับเขาอยู่ในเมืองไทย เพราะร้านเราไม่ได้ขายอาหารอย่างเดียว แต่เราขายการท่องเที่ยวประเทศไทยด้วย ผมยกตัวอย่างพนักงานเสิร์ฟช่วงนี้มีเทศกาลอาหารเหนือ ก็แต่งชุดไทยทางเหนือ เราสอนวิธีเทคแคร์ลูกค้า วิธีการพูดกับลูกค้า ถ้าฝรั่งมากัน 5 คน สั่งผัดไทยหมดเดี๋ยวเขาก็เบื่อ เราต้องแนะนำเมนูอื่นให้เขารู้จัก เช่น มัสมั่น แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ ทำให้เราดึงดูดลูกค้ามาร้านเราได้อีก เมื่อเร็วๆ นี้ ฝรั่งมาจัดปาร์ตี้ที่ร้านเราเกือบ 500 คน"

    ล่าสุดร้าน บลู อีเลฟเฟ่น เป็นหนึ่งใน 15 ร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษที่ได้รับรางวัล "Thai Select" ที่ผ่านการคัดเลือกโดยหน่วยงานของรัฐบาลไทย และอยู่ในแผนการโปรโมทให้คนทั่วโลกรู้จัก โดยทางร้านยังเซ็นสัญญาที่จะนำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ไปจำหน่ายภายในร้าน 12 สาขาทั่วโลก และทุกสาขาที่ทางร้านกำลังจะเปิดในอนาคต

    นี่คืออีกหนึ่งร้านอาหารไทยที่ "โกอินเตอร์" และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

    จากคุณ : สะเต๊ะ - [ 15 ก.ย. 46 16:36:32 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม