◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    จะรับได้ไหม ถ้าถึงวันนั้น ทุกอย่างที่เธอฝัน อาจเป็นแค่ภาพลวงตา

    หวัดดีอีกรอบค่ะ เคยมาโพสถามหนุ่มๆชาวสยามฯให้ช่วยวิเคราะห์คนที่เราแอบชอบอยู่ ตอนนั้นมาถามเพราะไม่แน่ใจว่าเค้าจะเอายังไงกับเรา เท่าที่อ่านๆมา หลายคนก็ไม่แนะนำให้เทใจให้คนนี้เพราะท่าทาง ไม่ใช่

    มีภาคต่อค่ะ หลังจากที่เราคิดว่าเราจะหยุด

    พอดีว่า มีเรื่องให้ต้องเดินทางกลับมาเจอกัน ตอนแรกเราไม่คิดจะไปหาเค้าเลย แต่พอดีว่าเรากำลังเศร้า เราก็เลยไประบายใส่เค้าโดยไม่คิดว่าเค้าจะตอบ(เพราะเงียบหายไปนานมาก) พอเค้าตอบ เราก็ดีใจ แต่ยังเฉยเพราะเรารู้ตัวเหมือนกันว่าเราเองก็กำลังจิตตก แต่พอบังเอิญได้มาคุยกันทาง MSN ใจเราก็กระเจิงอีกรอบ มันห้ามใจลำบากน่ะค่ะ ตอนคุยเค้าคุยดี มีน้ำใจ เราก็อดไม่ได้ ก็ใจจริงเรายังชอบเค้าอยู่น่ะ

    เราก็เลยตัดสินใจบอกเค้าไปว่า ... เราจะกลับจากต่างประเทศล่ะนะ (บอกเค้าไว้คราวก่อนนู้นว่า เราจะไปนานโดยไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาเมื่อไหร่) เค้าก็ท่าทางดีใจแล้วบอกให้เราโทร.ไปหาเค้าด้วยถ้ามาถึง สามสี่วันหลังจากนั้นเราก็โทร.ไป เค้าก็รับสายด้วยน้ำเสียงที่ดีใจมากๆ เราเองก็ดีใจแต่เราเก็บอาการได้ บางทีเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเราสงบได้ขนาดนั้น อาจจะเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการป้องกันตัวเองไม่ให้ใครรู้ว่าเราจะเจ็บถ้าเค้าทำร้ายเรา

    เค้าถามว่า จะต้องไปอีกมั้ยหรือว่ากลับมาอยู่บ้านเลย เราบอกว่า ยังไม่แน่... แต่เราจะมาเจอคุณในอาทิตย์หน้านะเพราะเรามีธุระที่นั่นพอดี (เรื่องงานน่ะค่ะ อันนี้เค้าก็รู้ว่าเราอยากได้งานนี้มาก) ก็นัดกันไว้ดิบดีว่าจะมาเจอกัน หาเวลาว่างที่ตริงกัน แล้วก็มาเจอกันจนได้

    เราแทบไม่มีเวลาแต่งตัวตอนอยู่ที่ ที่พัก อาบน้ำสระผมเสร็จ โทร.ไปถามเค้าว่าอยู่ที่ไหน เค้าก็ว่า ขับรถมาจะถึงหน้าที่พักเราแล้ว เราก็ได้แต่รีบๆออกไป เห็นเค้ามาในสภาพ ยังใส่ชุดทำงานอยู่เลย แต่หน้าตายิ้มแฉ่ง เราก็ดีใจมากแล้วล่ะ คืนนั้นไปกินข้าวกัน แล้วได้คุยกันหลายเรื่อง เค้าก็ยังถามอยู่สองสามทีว่า ตอนนี้เราคบกับใครอยู่หรือเปล่า

    ถ้าเราจะเล่มเกมส์ เราคงบอกไปว่า .... ไม่แน่ หรือ ก็มีอยู่หลายคนกำลังดูๆอยู่ หรืออะไรประเภทนั้น แต่เราคิดอยากจะจริงใจด้วย เลยบอกไปว่า ... ไม่มี เค้าก็ยังย้ำถามอีกสองรอบจนเรานึกขำแล้วว่า ทำไมเราต้องคุยกันเรื่องนี้

    โดยปกติเค้ามักจะเป็นคนชอบโอ่ เองว่า เค้ามีผู้หญิงมากมายมาขอคบ หรือ กำลังดูคนนั้นคนนี้ พอระยะหลังๆเค้าคงเห็นว่าเราไม่เคยตอแยถามเค้าว่า ผู้หญิงที่ไหน ใครกัน เค้าเลยเงียบลงไปได้บ้าง และคงรู้แกวว่า เราจะพูดมากเวลาคุยเรื่องงานของเค้า เค้าก็เลยเอาออกมาคุยเป็นชุด แต่เป็นการคุยที่ดี ได้เห็นสีหน้า แววตา ท่าทาง .... ทำให้รู้ว่าเค้าไม่ได้เพียงแค่ฝันไปวันๆ

    และตามระเบียบค่ะ มันก็ต้องมีหยอดใส่กันบ้างเล็กๆ เราถามเค้าว่า ทีแรกเราเผลอพูดไปว่า เราคงไม่ได้มาพบคุณอีกนานเลยมั้งเพราะไม่มีเหตุผลอะไรแล้วที่จะมาที่นี่อีก และคงไม่ย้ายกลับมาอยู่ด้วย เค้าก็เหมือนจะอึ้งๆไปแล้วถามว่า ไม่มีเหตุผลอะไรเลยเรอะ? ตอนหลังพอคุยกันเรื่องงานไปได้นานแล้ว เราก็พูดขึ้นมาเองว่า

    ...กว่าจะได้เจอกัน ยากเย็นนะ ถ้าคุณได้งานจริงเราคงไม่ได้พบกันแล้ว เค้าก็ว่า ได้พบสิ ติดต่อมาได้ทุกเมื่อ อีเมล์ก็ได้ แล้วเราก็ยิ้มให้กัน


    ฟังดูเหมือนจะดีนะคะ คืนนั้นเราก็มีความสุขมากเลยล่ะ


    แต่ต่อจากนี้น่ะสิ...... คืนนั้นเค้าขับรถมาส่งที่ที่พัก เราก็เพียงแค่ขอบคุณเค้า เค้าบอกว่า อีกสองสามวันนะโทร.มาหาเค้า เค้าจะพาไป.... ให้โทร.มาเที่ยงๆ เราก็โอเค จะโทร. แล้วเราก็ลากัน มันก็เริ่มจะดึกแล้ว เราคิดว่า คงดึกพอที่เค้าจะเข้านอนและคงปิดมือถือแล้ว เราเลย SMS ไปบอกว่า ..."คืนนี้สนุกมาก ขอบคุณอีกครั้ง และดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของคุณอีก ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะ"

    พอถึงวันที่บอกให้โทร. เราก็โทร...... ไม่เปิดมือถือ เราก็เลยรอไปอีกครึ่ง ช.ม ......ก็ไม่เปิด เราเลยลองโทรไปทุกครึ่ง ช.ม มือถือก็ยังคงไม่เปิด


    กว่าจะโทร.เจอตัว ก็ เกือบเก้าช.มผ่านไป เราเองก็งง ว่า เกิดอะไรขึ้น เราถามแค่ว่า คุณอยู่ไหนน่ะ เค้าก็รีบตอบมาว่า "อยู่ที่ทำงานน่ะพอดีจำวันทำงานพิเศษผิด คิดว่าวันนี้ทำกลางคืน ที่ไหนได้ทำกลางวัน วันนี้คงไป...ไม่ได้แล้วล่ะ ดึกแล้ว...ส่งข้อความมาบอกแล้วนี่ไม่ได้รับเรอะ"

    "ไม่ได้รับ..." เราก็ อึ้งไปเหมือนกัน เพราะมันจะเป็นไปได้ยังไงที่เราจะไม่ได้รับ อาจจะเหมือนคิดเข้าข้างตัวเอง แต่เราเริ่มเอะใจว่า เค้าอาจจะโกหกว่า เมสเสจมาแล้ว แต่จริงๆไม่ได้ทำ เราก็เลยว่า "ส่งมาที่เบอร์ไหนกัน"

    เค้าก็บอกจำไม่ได้ เราเลยหยอกไปว่า งั้นส่งไปให้เบอร์ผู้หญิงที่ไหนแล้วล่ะ เค้าก็ยังยันว่า เบอร์เรานะ ไม่ใช่คนอื่นหรอก เราเลยว่า งั้นจำเบอร์ได้มั้ย ก็บอกว่าจำไม่ได้ เราเลยบอกว่า ลองบอกมาซักสี่ตัวก็ได้ เค้าก็ พูดแบบไม่ค่อยเต็มปาก แต่มันไม่ใช่เบอร์เรา ....เราก็ชัก...เอ๊ะ ยังไง คบกันยังไงฟะจำเบอร์เราซักสามสี่ตัวก็ไม่ได้ เค้าก็บอกว่า จำไมได้จริงๆก็คุณเปลี่ยนเบอร์ไม่ใช่เรอะ (ปั๊ดโธ่ ก็อีกเบอร์มันเป็นเบอร์ ต่างประเทศ แล้วคุณจะเมสเสจไปที่เบอร์นั้นทำไม โค๊ดมันก็บอกอยู่) เราก็เริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว เลยบอกว่า

    "คืนนั้นที่ไปกินข้าวกัน เราส่งเมสเสจให้คุณน่ะ ทำไมไม่reply มาจากเบอร์นั้นล่ะ"

    "....เมสเสจที่ไหน ผมไม่เห็นได้เลย"

    คุณจะว่าเราคิดมากไปก็ได้นะ แต่เรารู้ว่า เค้าได้รับทุกครั้ง เพราะเวลาเผลอๆเค้าก็จะบอกเราเองว่า เออ...วันนั้นได้เมสเสจคุณว่า..... เราแทบมองไม่เห็นทางเลยว่า อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น เค้าส่งมาแล้วเราไม่ได้ แถมเราส่งไปเค้าก็ไม่ได้ เราก็นึกขำแกมฉุน .... เราว่าเค้าคงโกหก

    แต่ยังเป็นคนดีค่ะ เอ้า ไม่เป็นไร ปล่อยไปเหอะ คงมีเหตุผลส่วนตัว เราก็เลยถามว่า แล้วกินข้าวยังล่ะ

    เท่านั้นเอง เค้าก้อรีบพูดเลยว่า "อ๋อ นี่เดี๋ยวผมจะไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนน่ะเค้าชวนไว้ ผมนึกว่าเป็นอาทิตย์หน้าแต่เป็นอาทิตย์นี้ นี่จะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วจะออกไปเลย"

    คุณเป็นเรา คุณคงรู้สึกเหมือนเรา ฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง! เราว่าตั้งแต่คุยโทรฯกันเนี่ย เรายังไม่ได้ยินคำว่าขอโทษซักคำเลยนะ.... เราก็เลย ได้แค่บอกว่า "อืม... ไม่เป็นไร ก็ ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างนะ ..แค่นี้แหละ แล้วเจอกัน" ทางนั้นก็แค่ "อืมม..บาย" แล้วเราก็วางหูกัน แต่ตอนวางไปแล้ว เราหมดแรงเลย นั่งอยู่กับพื้นเพราะไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอแบบนี้

    หมดศรัทธา อาจจะต้องใช้คำนี้มากกว่าคำว่าเสียใจ ..... ตกลงว่า เราเป็นคนเห็นแก่ได้ขนาดที่เค้าจะต้องรีบดักคอเลยว่า "วันนี้ก็ดึกแล้วคงไป...ไม่ได้แล้วล่ะนะ" ขอโทษซักคำ เรายังไม่ได้ยินเค้าพูดเลย เรานั่งรอเค้าทั้งวันโดยที่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราก็ร้องไห้ตอนหลังเพราะหมดแรงใจ รู้สึกแย่มากๆ เมสเสจทุกคำที่เค้าเคยให้เรา เราลบหมดเลย ไม่ว่า "คุณเป็นคนพิเศษสำหรับผมนะรู้มั้ย ทำให้ผมทึ่งได้ทุกทีสิน่า" หรือ "ตอนนี้ผมมองไม่เห็นอะไรข้างหน้าเลย ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ผมจะพยายามต่อไป"

    จะอะไรก็ช่างเถอะ ทั้งหมดที่มีในมือถือเรา กว่ายี่สิบห้าเมสเสจ เราลบหมด ลบเบอร์เค้าด้วย .....พอ พอแล้ว เราเกลียดคนหลอกลวง ถ้าความเป็นเพื่อน มันทำให้รู้สึกแย่และลำบากใจกันขนาดนี้ ก็พอเถอะ ถึงเราจะไม่บริสุทธิ์ใจ เราแอบชอบเค้ามากกว่าเพื่อน แต่เรามีความหวังดีที่จริงใจเสมอ เค้าตอบแทนเราแบบนี้ เราก็ไม่อยากจะขอร้องให้เค้ามาเป็นเพื่อนกับเราแล้ว

    วันต่อมาเราเดินทางกลับบ้าน มือถือเจ้ากรรม เราดันไปทำหล่นหาย เราก็เกิดอาการอย่างนึงขึ้นมา เราโทร.จากสาธารณะเข้าเครื่องเค้า เค้าก็รับแบบเสียงเบื่อๆ ไม่มีทางรู้ว่าเป็นเรา แต่อาจจะเดาว่า คงเป็นเราเพราะปกติมือถือเราบล๊อคโชว์เบอร์ไว้อยู่แล้ว เราก็คุยตามปกติว่า "มือถือเราหายนะ" เค้าก็ถามว่าไปหายที่ไหน แล้วแจ้งยกเลิกเบอร์หรือยัง เราก็เลยบอกว่า จะแจ้ง ก็เลยโทร.มาบอกว่า เราจะเลิกใช้เบอร์นั้นแล้ว ลบออกไปได้เลยนะ ไม่ต้องเก็บไว้

    "...แล้วได้เบอร์ใหม่ ก็บอกด้วยนะ"
    "อืม... ก็หวังว่าเบอร์ใหม่ คงทำให้การสื่อสารดีขึ้น ข้อความคงไปถึงโดยไม่หล่นหายนะ" เราพูดแล้วหัวเราะกัน แต่เราเองก็รู้ดีว่า ต่างคนต่างหัวเราะกันไปอย่างนั้นแหละ เราเองก็ประชด เค้าเองก็คงรู้ว่า เค้าโกหกเราไว้ แต่เราก็ยังจำเบอร์เค้าได้แล้วโทร.ไปบอกเค้าว่า ไม่ต้องติดต่อมาแล้วนะ....เพราะ เคยทะเลาะกันสองรอบ เค้าก็เป็นคนเมสเสจมาขอโทษเราทั้งสองรอบกลางดึก

    เรานึกอยากตัด วันนั้น

    "วันวานขอโทษนะ" คนที่ขอโทษ ไม่ใช่เค้าหรอกนะ เป็นเรา! "เราไม่ได้อยากจะไปเที่ยวกับคุณหรอก... เราอยากเจอคุณมากกว่า แต่ก็ไม่เป็นไร เจอกันได้แค่ครั้งสองครั้ง ไม่ได้เจอเราก็ว่าไม่ต่างกัน.....เราจะกลับบ้านแล้วล่ะ ยังไงก็ ดูแลตัวเองนะ"
    "เหมือนกันนะ แล้วติดต่อมาล่ะ"

    แค่นั้น เราก็วางหู ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้

    แล้ววันต่อมา เราก็เจอเค้าออนไลน์ใน MSN เราทันเห็นชื่อเค้า sign in ตรงไอคอน แต่เราก็ไม่ได้คิดจะทักเค้าหรอก เหมือนเรารู้ว่า มันจะต้องเป็นอย่างที่เราเดาแน่ๆ ว่าถ้าเราเปิดดูลิสต์รายชื่อ เราคงไม่เห็นเค้าอยู่ในนั้น

    และมันก็เป็นตามนั้นจริงๆ..... เค้าคงบล๊อคเรา

    เราก็เลย บล๊อคเค้าเหมือนกัน.... เออเนอะ เราเป็นตัวอะไรที่น่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเรอะ โกหกหลอกลวง ก็เค้า ไม่จริงใจ ก็เค้า เชื่อถือไม่ได้ ก็เค้า

    ยังจะมีหน้ามาทำกับเราแบบนี้อีก ก็ได้.... งั้นเราก็จะไม่ยุ่งด้วยอีก เราจะไปมีปัญญาทำอะไรได้ จะเปลี่ยนใครซักคนน่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เราเปลี่ยนตัวเราเองดีกว่า ถ้าเพื่อนคนนึงไม่ดีกับเรา เราก็จำเป็นต้องปล่อยให้คนๆนั้นเป็นคนที่เคยรู้จักไปซะ เพราะเราเชื่อว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่ว่าพอรู้ว่าเค้าไม่ชอบเรา แล้วเราก็ทำเป็นเชิดว่า ชั้นก็อยู่ได้โดยไม่ง้อ

    เค้าทำเราเสียใจมากนะ ถ้าเรามันช่างกวนจิตกวนใจเค้านัก เราก็ยินดีจะไม่มีตัวตน ถือเสียว่าไม่เคยรู้จักกันก็ได้ ไม่เป็นไร .... เรายังชอบเค้าอยู่มาก ความรู้สึกดีๆก็ยังมีให้ แต่เค้าเองคิดอะไร เราก็คงไม่มีวันรู้ แต่ที่รู้ เค้าคงไม่ได้ชอบเราเหมือนอย่างที่เค้าพยายามหลอกล่อให้เราคิด ถ้าชอบ ก็คงแค่เล่นๆ แล้วพอดีว่าเราเองก็ไม่ได้เล่นด้วย เหมือนปลาที่ไม่ยอมกินเบ็ดซักที คนเย่อเบ็ดคงเซ็ง เลยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ดีกว่า

    หรือยังไงก็ไม่รู้สิ


    เราจะหยุดอยู่เฉยๆแล้วล่ะ เราเหนื่อยมาก..... รู้จักกันเกือบปี ก็แค่ผิวเผิน เค้าไม่พยายามทำให้เรารู้จักเค้า เหมือนเป็นสิ่งท้าทายน่าติดตามค้นหา เราค้นไม่ไหวหรอก เราแก่แล้ว ไม่ใช่รุ่นๆ สิบแปดสิบเก้า วัยเราที่ควรมีอะไรอยู่ในมืออย่างมั่นคง เรายังไม่มีอะไรซักอย่าง

    จะหาว่าเราเห็นแก่ตัว เราก็คงไม่อยากเถียง.....ใช่ ขอเราเห็นแก่ตัวเราเองเถอะ


    ชอบก็ยังชอบอยู่นะคะ .....แต่ความรัก มันก็คงเหมือนหนังสือ ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ ซักวันนึง

    เราก็คงเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเอง

    จากคุณ : นางสาวแห้วระกำ ท้อบ๊วย - [ 3 ธ.ค. 46 03:16:55 A:211.28.96.11 X:203.164.179.184 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม