◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    วิศวกรไทย ชนะ ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ ดีใจจัง

    copy มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการวันนี้เลย ดีใจจังชนะประเทศพัฒนาแล้ว(ชนะอย่างเดียวก็ยังดีนะ)

    ไทยชนะญี่ปุ่น-สิงคโปร์



    โดย สุวัฒน์ ทองธนากุล

    เดือนพฤษภาคมปีหน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพงานทางวิชาการของสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติ มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

    เพราะได้ผลทั้งการกระตุ้นความคึกคักทางวิชาการด้านนี้ของประเทศเรา ขณะเดียวกันก็เป็นกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างดีทางหนึ่ง

    ที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ การเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้มีคู่แข่งที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียด้วยกันคือ

    เมืองปักกิ่ง ของจีน

    เมืองโกเบ ของญี่ปุ่น

    เมืองไทเป ของไต้หวัน

    และสิงคโปร์

    ในที่สุด ในการนำเสนอให้กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่จัดประชุมก็ชนะการตัดสินมาได้ ตั้งแต่การพิจารณาเมื่อเดือนมิถุนายน 2542

    การไปแข่งขันเสนอตัวให้คณะกรรมการระดับนาชาติพิจารณาเลือกประเทศใดเป็นเจ้าภาพนั้นเรียกว่า ต้องใช้ทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ เพราะตัวแทนทุกประเทศต่างก็เตรียมตัวมาเสนอเพื่อจะเอางานไปจัดประเทศตน

    ทีมงานไปเสนอจากเมืองไทยซึ่งมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเป็นหลักนั้น อาศัยทั้งความสัมพันธ์ที่คุ้นเคยกันจากการไปร่วมประชุมที่จัดตามประเทศต่างๆ มาเกือบ 10 ปี

    โดยเฉพาะส่วนที่เสนอว่า เมืองไทยน่าอยู่อย่างไรนั้น รายนี้เขาใช้อาจารย์ฝรั่งของมหาวิทยาลัย เรียกว่าเสนอในมุมมองแบบฝรั่งก็ได้รับความเชื่อถือไปอีกแบบหนึ่ง

    ปรากฏว่าได้ผล ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน

    งานนี้ชื่อว่า ISCAS 2003 หรือ IEEE International Symposium on Circuits and Systems

    ส่วน IEEE หรือ IBE นั้น คือ The Institute of Electrical and Electronics Engineers เป็นสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 5 แสนคน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา

    ถ้ามองบทบาทของสถาบันนานาชาติแห่งนี้ผ่านวารสาร IEEE ก็จะพบว่า ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ก่่อนที่จะนำเสนอสู่ตลาดโลก จะนำเสนอตีพิมพ์ในวารสารนี้ก่อนเสมอ

    ด้วยเหตุนี้บทความที่เสนอผลการศึกษาวิจัยใหม่ๆ ที่ส่งไปจากวงวิชาการทั่วโลกจะตีพิมพ์ได้จึงต้องผ่านกรรมการคัดเลือก และผลงานของผู้ศึกษาทำปริญญาเอก หากผ่านการพิจารณาและได้รับการตีพิมพ์ก็ใช้เป็นเวทีที่ยอมรับกันว่าสำเร็จการศึกษาเช่นกัน

    ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีสถิติบทความทางวิชาการจากทั่วโลกที่ได้รับคัดเลือกให้ลงตีพิมพ์ในวารสาร IEEE ปรากฏว่า 40% เป็นผลงานของคนเอเชีย

    นั่นแสดงถึงความฉลาดเฉลียวของคนเอเชีย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ส่วนใหญ่เป็นของนักวิชาการไต้หวันครับ

    ครั้นมาดูความขยันส่งงานกลับปรากฏว่า นักวิชาการส่งมากที่สุดเป็นหมื่นชิ้นตามมาด้วยเกาหลี และไต้หวัน

    เมื่อถามถึงผลงานของนักวิชาการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าของไทยบ้าง ปรากฏว่าในรอบ 10 ปี มาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 บทความ, สถาบันเทคโนโลยีลาดกระบังกว่า 50 บทความ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 10 บทความ

    เอาล่ะ ไหนๆ ที่ผ่านมา ความตื่นตัวของนักวิชาการบ้านเราด้านการค้นคว้าวิจัยและมีบทความเผยแพร่สู่่ชุมชนในวิชาการระดับนานาชาติ เมื่อเทียบกับต่างประเทศยังนับว่าน้อย แต่เมื่อมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ก็เสมือนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ หากไม่มีการเตรียมการเพื่อโชว์ความโดดเด่นอย่างสมศักดิ์ศรี ก็จะกลายเป็นแค่การจัดการแข่งขันเพื่อมอบรางวัลให้ชาติอื่นนั่นเอง

    ก็ยังดีจากที่เคยมีคนส่งไปเสนอผลงานในการประชุมที่แล้วๆ มา คราวละไม่เกิน 5 ชิ้น ครั้งนี้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานถึงในบ้านเราเอง ปรากฏว่ามีนักวิชาการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าส่งผลงานแล้ว 105 ชิ้นทีเดียว

    ปีนี้เราอาจจะมีผลงานเสนอแซงหน้าสิงคโปร์

    การประชุมนี้ก็จะเป็นโอกาสในการให้ “ดาวรุ่ง” ที่มีผลงานได้ฉายแววชัดเจนต่อเวทีระดับนานาชาติ

    ส่วนหัวข้อที่จะเสนอจากเมืองไทยคราวนี้ก็คือ

    1. วงจรอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องมือสื่อสารที่มีแนวโน้มเล็ก และมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเก่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

    2. การออกแบบแผงวงจรที่สนองตอบต่อเทคโนโลยีเพื่อวิถีชีวิตยุคใหม่

    3. ผลงานวิจัยด้านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการแพทย์

    งานนี้คาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียน ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียง และนักวิชาการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากทั่วโลก เข้าร่วมประชุมสัมมนาประมาณ 1,500 คน ซึ่งแน่นอนย่อมจะมีผู้ติดตามและคู่สมรสตามมาด้วย

    ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ จึงไม่ใช่แค่การได้รับรู้อย่างใกล้ชิดต่อวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ระดับโลก รวมทั้งการเปิดตัวนักวิจัยไทย และความก้าวหน้าทางวิชาการที่จะให้นานาชาติได้รับรู้

    ในการนี้ความตื่นตัวทางวิชาการ และการรับรู้ที่จะสนับสนุนจากกลไกของรัฐก็น่าจะมีตามมา

    ขณะเดียวกันผลต่อชื่อเสียงของประเทศ และโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวย่อมมีขึ้นแน่

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็มีแผนที่จะได้นักท่องเที่ยวนี้มากับกิจกรรมการจัดประชุมนานาชาติเช่นนี้อยู่แล้ว

    การตลาดที่เรียกว่า MICE หรือ Meetings Incentives Conventions Exhibition ที่มุ่งส่งเสริมให้มีการจัดประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ ก็เป็นเป้าหมายการทำรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง

    ความจริงสมาคมหรือสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพที่มีอยู่มากมาย และจำนวนไม่น้อยที่เป็นสมาชิกขององค์กรระดับนานาชาติอยู่แล้ว หากมีการเตรียมการที่ดี ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสนับสนุนทุนเพื่อการเตรียมการจากกองทุนส่งเสริมการประชุมนานาชาติที่มีอยู่

    ประเทศไทยเรามีปัจจัยพื้นฐานด้านสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถแข่งกับประเทศในภูมิภาคแถบนี้ได้แน่

    การวางแผนและเตรียมการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครที่ไปชนะญี่ปุ่นและสิงคโปร์มาได้ครั้งนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีอีกประการหนึ่ง

    จากคุณ : หมูน้อย - [ วันลอยกระทง 20:00:27 A:202.183.228.67 X:203.170.146.2 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม