◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ความเห็นจากนานาชาติ

    คุณมาร์ธา เดอมอร์ : นี่คือสิ่งที่แสวงหามานาน
    [ 14 ส.ค. 2549 ] - [ คนอ่าน : 365 ]



    ฉันชื่อ มาร์ธา เดอมอร์ หรือมาร์ตี้ อายุ 41 ปี เป็นวิศวกรด้านซอฟท์แวร์ ขององค์การนาซ่า มาได้ 12 ปี และมีประสบการณ์ด้านโปรแกรมซอฟท์แวร์มา 22  ปีแล้วค่ะ

    งานของฉันคือ การคิดโปรแกรมซอฟท์แวร์ให้หุ่นยนต์ 2 ตัวที่ส่งขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร เพื่อถ่ายรูปและเก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น รังสี, ลักษณะของหิน, การตรวจหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งมนุษย์ไปดาวอังคารด้วย โครงการนี้ใช้เงินทุนสูงมาก หุ่นยนต์ตัวละประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (15,000ล้านบาท) ที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องถูกต้องแม่นยำและละเอียดถี่ถ้วน ทำให้ฉันและเพื่อนร่วมงาน
    เครียดกันมาก จนเมื่อได้มารู้จักวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย และฝึกสมาธิ ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนอื่นฉันขอย้อนอดีตสักนิดนะคะ

           ฉันเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว คุณแม่นับถือคริสต์นิกายเม ทอดิสท์อย่างเคร่งครัด และบังคับให้ฉันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ จนอายุ 13 ปี ฉันก็ประท้วงคุณแม่ด้วยการไม่ไปโบสถ์และไม่นับถือศาสนาใดๆ อีก ตอนนั้นฉันเหมือนคนหลงทาง และกำลังแสวงหาอะไรสักอย่างในชีวิต จึงเริ่มอ่านหนังสือศาสนาต่าง ๆ ทั้ง ยิวและคริสต์ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่แสวงหา ฉันพบว่า พระเจ้าทรงลงโทษผู้ทำบาปด้วยการทำลายบ้านเมืองจนเสียชีวิตกันหมด เหลือเพียงคนเดียวไว้ไปสร้างเมืองใหม่ และให้กำเนิดมนุษย์ และในเมื่อศาสนาคริสต์สอนให้คนไม่โกหก เหตุไฉนในพระคัมภีร์จึงมีตัวอย่างของคนที่โกหกแล้วได้รับรางวัลตอบแทนด้วย

           จากจุดนี้เอง ทำให้ฉันแสวงหาคำสอนอันเปี่ยมด้วยความเมตตา ที่มนุษย์พึงมีต่อกัน กระทั่งได้มาศึกษาพุทธศาสนา ก็พบว่า นี่คือสิ่งที่ฉันแสวงหามานาน เพราะพุทธศาสนาสอนว่า “ความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของทุกชีวิต ทุกคนควรสร้างความดี และทำแต่สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม”

           ฉันจึงเริ่มศึกษาพุทธศาสนาเมื่ออายุ 35 ปี จากการอ่านหนังสือมากมาย จนถึงปฏิบัติสมาธิด้วยตนเองประมาณ 4 เดือน ด้วยวิธีหลากหลายเช่นกำหนดลมหายใจ, แบบวิปัสสนา, จักระและตาที่ 3 แต่ทั้งหมด ก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันผ่อนคลายได้เลย


           


    จนวันหนึ่ง ฉันได้รับแจกโบรชัวร์ การฝึกสมาธิภาคภาษาอังกฤษของวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ทำให้ได้มาวัดเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม  2545 หลังจากนั่งสมาธิครั้งแรก ฉันบอกตัวเองว่า “ที่นี่ใช่เลย นี่คือสิ่งที่แสวงหามานาน เรามาถูกที่แล้ว” แม้ประสบการณ์ครั้งแรกจะยังไม่เห็นอะไร แต่กลับรู้สึกว่าใจสงบและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกค่ะ

    หลังจากนั้น ฉันก็ได้มานั่งสมาธิที่วัด สัปดาห์ละ 2 วัน โดยเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ ทำตัวผ่อนคลาย วางใจไว้กลางท้อง หากมีความคิดแทรก จะภาวนา “สัมมา อะระหัง”  ต่อมาก็จะเห็นเป็นดวงแก้วที่กลางท้อง ทั้งชัด ทั้งใสตลอดเวลา ฉันมีความสุขมาก หากวันใดอากาศร้อน ศูนย์กลางกายของฉันจะใสเย็น หากอากาศหนาวเย็น ที่กลางท้องก็จะอบอุ่น

           บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าร่างกายใสเป็นแก้ว และมี ดวงแก้วอยู่ที่กลางท้อง เมื่อเข้ากลางไปเรื่อย ๆ ดวงแก้วก็ขยายใหญ่ขึ้น จนคลุมตัว พอวางใจไว้ตรงกลาง ก็เห็นพระธรรมกายเกศดอกบัวตูม ขาวใส สว่าง และนุ่มนวลเหมือนมีชีวิตค่ะ ฉันจะนั่งสมาธิเฉลี่ย 2 ชั่วโมงครึ่งทุกวัน และทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่าง เช่น แต่ก่อนฉันไม่เคยให้เวลากับคุณแม่ และซาบซึ้งในพระคุณท่านเลยแต่หลังจากนั่งสมาธิ ฉันกล้าที่จะบอกว่า “รักแม่จังเลย” และกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อท่านมาหา และจะทำความดีตอบแทนพระคุณแม่ ผู้ให้ชีวิต อย่างถูกหลักพระพุทธศาสนาด้วย

    สมาธิยังทำให้ฉันมีเมตตา เห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น จากที่เคยตระหนี่ ก็อยากช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า ฉันมักจะเตรียมอาหารหรือผลไม้เช่น แอปเปิ้ลไว้ในรถ เมื่อขับรถเจอคนยากจนไร้ที่อยู่  ก็จะเอาให้พวกเขา

      ในองค์การนาซ่า เมื่อฉันต้องทำงานกับคนที่มีความรู้ความสามารถ ทำให้เกิดความขัดแย้งสูง เพราะความเห็นไม่ตรงกัน สมาธิทำให้ฉันผ่อนคลาย เและปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ จนทุกคนแปลกใจ เช่น หากมีปัญหากับใคร ฉันจะนำสิ่งของไปให้คนๆ นั้น โดยคิดว่า “ปกติเราจะมอบของแก่คนที่เรารักได้ง่ายอยู่แล้ว แต่การให้แก่คนที่เราโกรธนั้น จะให้ไม่ลง” แต่ฉันกลับทำได้อย่างง่ายดายไม่เก็บความโกรธไว้ข้ามคืน และทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี  
     
    ในครั้งแรก ที่ฉันพบหลวงพ่อนั้น ก็นึกว่าท่านแค่ 45 เท่านั้นไม่ถึง 60 แน่นอน ฉันสัมผัสได้ว่าดวงตาของท่านเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และเข้าใจเรื่องราวในโลกอย่างลึกซึ้ง และประทับใจคำพูดที่ว่า “สันติภาพภายนอก เกิดจากสันติสุขภายใน” ฉันคิดว่าหากทุกคนรักการนั่งสมาธิ ก็จะเกิดสันติสุขในโลกได้จริงๆ



    ฉันเริ่มเรียนภาษาไทยได้ 3 ปีแล้ว เพราะอยากเข้าใจทุกๆ คำที่หลวงพ่อสอน โดยไม่ตกหล่น  และฉันก็เห็นด้วย กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาขยายธรรมะไปทั่วโลกผ่าน DMC  ซึ่งจะชมได้ทั่วถึงและรวดเร็วทันใจ นับเป็นมิติใหม่ของการเผยแผ่พุทธศาสนาจริงๆ ค่ะ



    สุดท้ายฉันอยากขอบคุณหลวงพ่อที่สอนสมาธิแก่คนทั้งโลก ยอมรับผิดชอบหน้าที่สำคัญ คือการสร้างสันติภาพของโลก และพาทุกคนกลับดุสิตบุรี ฉันหวังว่า สักวันจะได้มาเป็นอุบาสิกา ช่วยงานพระพุทธ ศาสนาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ได้ค่ะ

    จากคุณ : ไม่อยากแก่ - [ 21 ก.ย. 49 10:07:41 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม