◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ท่านป่าม่วงVS นิยายตุ๊กตาผล VS ... สวนแก้ว แห่งสารขัณฑ์ประเทศ ขอเชิญชาวพุทธวิจารณ์ แต่ผู้......วิชชาธรรมกาย


          ขอเรียนเชิญอ่านฉบับสมบูรณ์   ฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ เพราะเกิดการผิดพลาด   ตอนส่งข้อความ  

           ขออภัยในความผิดพลาด

             ด้วยความจริงใจ

            สาธารณธรรม

    คิดไม่ถึง     ไม่น่าเชื่อ     เป็นได้ไง  !   โปรดพินิจพิเคราะห์ตามกลักกาลามสูตร   แล้วจะเห็นแจ้ง
               
    ท่านป่าม่วงVS นิยายตุ๊กตาผล VS  บรรยายธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนแก้ว  เป็นดังนี้คือ:
           

              ๑.ท่านป่าม่วงเกิดเมื่อ  ปี ๒๔๗๑   ที่สารขัณฑ์ประเทศ

               ๒.ท่านป่าม่วงอุปสมบทเมื่อ ปี ๒๔๙๑  ณ  วัดพรหมบุรี    สิงห์นคร   ขณะที่มีอายุ๑๙ ปี ๘ เดือน (เพราะปี ๒๔๘๓  หายไป ๓ เดือน    คือเดือน  มกรคม   กุมภาพันธ์    และมีนาคม    โดยทางราชการได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ของประเทศไทยจากวันที่ ๑๓ เมษายน ไปเป็นวันที่ ๑ มกราคม  ตามอย่างสากล   โดยถือเอาปี ๒๔๘๔ เป็นปีแรก    
               2.นิยายตุ๊กตาผลบอกว่าอุปสมบทเมื่ออายุ ๒๑ ปี   เพราะได้นับรวมอายุที่ในท้องแม่ประมาณ ๑๐ เดือน
    แต่คิดเพิ่ม ๑ ปี    จึงเป็นมีอายุ ๒๐ปี ๘ เดือน
                 
                    ๓.ท่านป่าม่วงสำเร็จมัธยมปีที่๔จากโรงเรียนสุวิทดารามาส    เมื่อ  ปี  ๒๔๘๗
                    3.นิยายตุ๊กตาผลบอกว่าท่านป่าม่วงเรียนมัธยมปีที่ ๔  ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ  แต่ไม่ปรากฏชื่อโรงเรียนสวนกุหลาบในประวัติท่านป่าม่วง


                  ๔. ศึกษาดนตรีไทย    มีปี่พาทย์มอญ   แตรวงเครื่องสาย  การประพันธ์บทขับร้อง   จากโยมบิดาและคุณหลวงธารา     ต่อมาคุณปู่  พันตรี หลวงธารา  ได้นำพระคุณเจ้าเข้าฝากตัวกับจอมพล ป.  พิบูลสงคราม   นายกรัฐมนตรี   เพื่อเข้าศึกษาโรงเรียนนายตำรวจ    พระคุณเจ้าศึกษาอยู่ประมาณ ๑ เดือน  จึงขอลาออกเนื่องจากไม่ถูกอัธยาศัยในวิชานี้
                    4.แต่นิยายตุ๊กตาผลบอกว่าเรียนดนตรีไทยกับหลวงประดิษฐ์ไพเราะ           ต่อมาหลวงประดิษฐ์ไพเราะ ได้พาไปพบจอมพล ป.   พิบูลสงคราม เพื่อขอให้ฝากเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ   ท่านป่าม่วงเรียนนายร้อยตำรวจเพียงสามเดือน     ก็ขอลาออก   โดยอ้างว่าโดนรุ่นพี่กลั่นแกล้ง
           
                   ยิ่งกว่านี้นิยายตุ๊กตาผลยังบอกต่อไปว่า   หลวงประดิษฐ์ไพเราะได้พาไปเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์กับจอมพล ป.    พิบูลสงคราม   และบอกว่าจอมพล ป. พาเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  เพื่อเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์    

                   เป็นที่น่าสังเกตว่า   ในประวัติท่านป่าม่วงไม่ได้เป็นศิษย์หลวงประดิษฐ์ไพเราะ   ดังนั้นเรื่องที่ว่าจอมพล ป. พาเข้าเฝ้า *สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเพื่อเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์นั้น    จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย   เป็นการไม่สมควร      เป็นการอาจเอื้อมเบื้องสูง*          

                           
    ๕. ปี   ๒๔๙๑  ศึกษาพระธรรมวินัย  และวิปัสสนากรรมฐาน (จากหนังสือเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นเทพ)
    5.แต่ในหนังสือกฎแห่งกรรม...เล่ม ๑   บอกว่า ศึกษาพระธรรมวินัย  เพียงอย่างเดียว      

    ๖. ปี  ๒๔๙๓  ศึกษากัมมัฏฐานกับพระครูนิวาสธรรมขันธ์  (หลวงพ่อเดิม)  อำเภอหนองโพธิ์  
    จังหวัดนครสวรรค์  
                   6.นิยายตุ๊กตาผลบอกว่าศึกษาวิชาอาคมต่างๆจากหลวงพ่อเดิม  ระหว่างปลายปี ๒๔๙๑ - ต้นปี ๒๔๙๒  เป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเดิม  และได้เรียนวิชาคชศาสตร์เป็นคนแรกและคนสุดท้าย”
              แต่มีข้อสังเกตนิดหนึ่งที่นิยายตุ๊กตาผล    ไม่ได้กล่าวถึงกิจที่หลวงพ่อเดิม ท่านตื่นที ๔ เพื่อปฏิบัติกรรมฐานทุกวัน  และมีหนังสือ๒ เล่มติดตัวหลวงพ่อเดิมอยู่ตลอดเวลาคือ  ๑. มูลสมถะและทางวิปัสสนา และพระอภิธรรมภายใน(รัตนะและคณะ, ๒๕๔๖(?),  พระอภิญญาเมืองสยาม,   กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฉัตรแก้ว,หน้า๑๘).


                  ๗.ปี ๒๔๙๓  ศึกษาและ “ปฏิบัติสมถกรรมฐาน”  วิชชาธรรมกาย  กับพระภาวนาโกศลเถระ(สด จันฺทสโร)   หลวงพ่อวัดปากน้ำ   อำเภอภาษีเจริญ   จังหวัดธนบุรี (จากหนังสือเลื่อนสมณะศักดิ์ชั้นเทพ..... ๒๕๔๔)    
                  7.1ตรงกันกับที่ท่านป่าม่วงเทศน์ที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนแก้วเมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๑  ว่ามาเรียนวิชชาธรรมกายกับหลวงพ่อวัดปากน้ำปี ๒๔๙๓และสำเร็จวิชชาธรรมกายในปีนั้นด้วย
                 7.2 ตรงกับนิยายตุ๊กตาผลที่บ่งบอกว่า ท่านป่าม่วงเรียนวิชชาธรรมกาย  กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ครั้งแรก   ปี ๒๔๙๓    แต่ต่างกันที่ตุ๊กตาผลไม่ได้บอกว่าท่านป่าม่วงสำเร็จวิชชาธรรมกายในปี ๒๔๙๓
     
                   ๘.  ในประวัติท่านป่าม่วงไม่พูดถึงหลวงปู่ศุขวัดมะขามเลย    
                   8. แต่นิยายตุ๊กตาผล  บอกว่าไปเรียนวิชาอาคมกับหลวงปู่ศุขโดยตรง       ทั้งๆที่หลวงปู่ศุขมรณภาพ
    ก่อนท่านป่าม่วงเกิดประมาณประมาณ๕ปีครึ่ง   คือหลวงปู่ศุข   มรณภาพ ปี  ๒๔๖๖  .(ประเจียด   คงศาสตรา,...๒๕๓๕(?) ,ประวัติ   อภินิหาร   คาถาอาคม    และพระเครื่อง  หลวงปู่ศุข  วัดคลองมะขามเฒ่า, พิมพ์ครั้งที่ ๑ ,กรุงเทพฯ:สำนักงานนิตยสารโอม,  หน้า๕๐)   ส่วนท่านป่าม่วงเกิดปี ๒๔๗๑  
                     
      ๙. ปี๒๔๙๔  ศึกษาและปฏิบัติกรรมฐานกับพระสุทธิธรรมรังสี(หลวงพ่อลี  ธมฺมโร)   วัดอโศการาม  อำเภอเมือง   จังหวัดสมุทรปราการ  และท่านเจ้าพระคุณอริยคุณาธาร  (เส็ง  ปุสฺโส)   อำเภอเขาสวนกวาง   จังหวัดข่อนแก่น    
                 9.นิยายตุ๊กตาผล บอกว่าเรียนสะเดาะกุญแจกับหลวงพ่อลี  และติดตามหลวงพ่อลีไปวัดบางปิ้ง   ทั้งที่ปี ๒๔๙๔ วัดอโศการามยังไม่เกิด    นางกิมหงษ์และนายสุเมธ  ไกรกาญจน์ ได้ถวายที่ดินชื่อ “นามาขาว” เนื้อที่ประมาณ ๕๓ ไร่ เมื่อปี ๒๔๙๗    ได้ตั้งเป็นสำนักขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ (พระประวัติ  พระสุทธิธรรมรังสัมภีรเมธาจารย์ ,๒๕๑๔, หน้า๙๔)    

                  ที่สำคัญท่านพ่อลีไม่เคยธุดงค์ผ่านถิ่นท่านป่าม่วง    ท่านพ่อลีไม่สนใจเดรัจฉานวิชา   ท่านสอนไม่ให้คนเชื่อผี    ท่านมีบารมีด้านพระธาตุเป็นพิเศษ  *โดยเฉพาะ ท่านเตรียมเดินทางไปทางประเทศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๓  ออกเดินทางไปพม่าตั้งแต่เดือนมกราคม ปี พ.ศ. ๒๔๙๔  แล้วเดินทางต่อไปจำพรรษาที่ประเทศอินเดีย   ออกพรรษาแล้ว    เดินทางกลับพม่า   ท่านเดินทางกลับประเทศไทยในเดือน ธันวาคม ๒๔๙๔ และพักอยู่กับสมเด็จพระมหาวีรวงศ์(อ้วน) ที่วัดบรมนิเวส   ได้ตรึกตรองอยู่หลายวัน   เกือบๆจะได้รับอนุญาตให้เดินทางจึงเดินทางไปพม่าอีก*   ก็เผอิญมีบางเรื่องบางอย่างแทรกซึมเข้ามา ............ จึงได้เดินทางกลับไปเยี่ยมญาติโยมที่จังหวัดจันทบุรี     อยู่มาจวนจะเข้าพรรษาก็ได้เดินทางจากจันทบุรี  กลับมาพักอยู่ที่วัดบรมนิเวสตามเคย{ พระประวัติ  พระสุทธิธรรมรังสัมภีรเมธาจารย์(พระอาจารย์ลี    ธมฺมธโร)    ซึ่งท่านพ่อลีเล่าเอง   พิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๑๕  หน้า ๖๔ –๖๘   [หนังสือเล่มนี้ พลโท(ยศขณะนั้น) พงษ์  ปุณณกัณต์    เป็นประธานจัดพิมพ์] วัดอโศการาม  โทร ๐๒  ๓๘๙-๒๒๙๙,  ๐๒  ๓๙๕-๐๐๐๓  }  

                  จะเห็นว่าทั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๓  จนหมดปี ๒๔๙๔   ท่านพ่อลีไม่ว่าง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านป่าม่วงจะมีโอกาสพบท่านพ่อลีที่ถิ่นท่านป่าม่วง   อีกประการหนึ่งท่านพ่อลีสอนกรรมฐานโดยใช้อานาปานสติ       ซึ่งท่านป่าม่วงบอกว่ารู้สึกขยาดกรรมฐานอานาปานสติของหลวงพ่อพูน    แล้วจะมาเรียนกรรมฐานกับท่านพ่อลีได้อย่างไร?   ไม่เข้าใจว่าทำไมได้เขียนเรื่องแบบนี้ลงไปในประวัติของตนและในตุ๊กตาผล   ทั้งๆเรื่องนี้สามารถพิสูจน์ทราบได้ไม่ยากว่าว่าเป็นไปไม่ได้    อยากให้ช่วยกันวิจารณ์ว่า         อะไรเป็นเหตุให้เขียนเรื่องที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง   หรือเป็นว่าเป็นนโยบายที่บอกให้ใครๆทราบว่า  ท่านป่าม่วงมีพระอาจารย์ดังทุกสาย

                  ๑๐. ปี ๒๔๙๖ ท่านป่าม่วง ศึกษา *วิชาสมถวิปัสสนา*   กับพระภาวนาโกศลเถร  (สด  จนฺทสโร) หรือหลวงพ่อวัดปากน้ำ   อ.ภาษีเจริญ   จ. ธนบุรี   (หนังสือกฏแห่งกรรม.......... เล่ม ๑ )   เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่ตรงกับข้อมูลหนังสือที่ระลึกในงานเลื่อนสมณะศักดิ์ชั้นเทพ ที่บอกว่า ปี ๒๔๙๓ ศึกษาและ*ปฏิบัติสมถกรรมฐาน*  วิชชาธรรมกาย  กับ  พระภาวนาโกศลเถระ  (สด   จันทฺสโร)   หลวงพ่อวัดปากน้ำ   อำเภอภาษีเจริญ   จังหวัดธนบุรี        
                  10. ที่แปลกเอามาก ๆ ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ ท่านป่าม่วงเขียนจดหมายเรียนเจ้าประคุณสมเด็จฯวัดปากน้ำว่าเคยมาเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อวัดปากน้ำในปี ๒๔๙๖   (หนังสือ..ชั้นเทพ  หน้าโมทนาพจน์ ๓)   ซึ่งแสดงว่าต้องมาเรียนวิชชาธรรมกายกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ๒ ครั้ง  คือครั้งแรก  ๒๔๙๓  และครั้งสอง มาเรียน ๒๔๙๖   น่าเสียดายที่ท่านป่าม่วงไม่ได้เรียนเจ้าประคุณสมเด็จฯวัดปากน้ำอย่างตรงไปตรงมา  ว่าเคยมาเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อ ๒ ครั้ง คือครั้งแรกมาเรียนปี ๒๔๙๓  ครั้งที่๒ เรียนในปี ๒๔๙๖  ถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

                 ๑๑. ท่านป่าม่วงเทศน์ที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนแก้ว เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๑   ว่ามาเรียนวิชชาธรรมกายเมื่อ ปี ๒๔๙๓  และบอกว่าตนได้ธรรมกายบนรถเมล์ขาว ในปีนั้นด้วย   และบอกว่าเห็นคนสิงห์บุรี  ๓* คน กำลังกราบหน้า พระรูปรัชการที่๑
                   11.แต่ที่น่าสังเกต  ในนิยายตุ๊กตาผลบอกว่าพอสำเร็จวิชชาธรรมกาย  ก็มองว่าเห็นคนสิงห์บุรี  ๑ *คน อยู่หน้าพระรูปรัชกาลที่๑      ทำไมจำนวนคนที่เห็นไม่เท่ากัน  ในเมื่ออยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน  นี้ต่างกันถึง ๒ คน
    นิยายตุ๊กตาผลนั้นบ่งชี้ว่าท่านป่าม่วงอ้างว่าสำเร็จวิชชาธรรมกายในปี ๒๔๙๖ ไม่ใช่ปี ๒๔๙๓  

                *ที่ว่าสำเร็จวิชชาธรรมกายนั้น ขอบอกว่าไม่ใช่   การสำเร็จวิชชาธรรมกายนั้น จะต้องเดิน ๑๘ กายได้แบบทั้งรู้ทั้งเห็น       จึงจะถือว่าสำเร็จวิชชาธรรมกายตามคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ*

    แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 49 17:55:37

    จากคุณ : ธารณธรรม - [ 18 ส.ค. 49 17:17:55 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม