◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ว่าด้วยคดี "นอนกรน"

    นานมาแล้ว...
    เมื่อผมมีอันต้อง นอนร่วมห้องกับผู้อื่นบ้าง เพื่อเห็นแก่ความสะดวกในภาวะนั้นๆ..

    มีครั้งนึง ผมเริ่มถูกปรักปรำด้วยข้อหาที่น่าเกลียด และรุนแรงมากๆ

    “เฮ้ย คุณ นอนกรนว่ะ”
    “เฮ้ย แกนอนกรน”
    “โหพี่ กรนดังมาก”
    “อย่างกะเครื่องบินเลยนะแกน่ะ”

    หยาบคายยิ่งนัก....
    ไม่เชื่อเฟร้ยย .... ข้าไม่กรน ข้าไม่กรน
    เพราะข้า “ไม่เคย” ได้ยินเสียงตัวเองกรน.......

    จนที่สุด พยานปรักปรำเหล่านั้นเริ่มมากขึ้นทุกขณะ เพราะมีอันต้องนอนร่วมกับหลายๆคน แปลกหน้าไปเรื่อยๆ ตามการเดินทาง
    ...เริ่มต้องกลับมาคิด

    เหย นี่ตูนอนกรนจริงๆเหรอเนี่ย......
    ไม่จริง ..ไม่อยากจะเชื่อ ....

    .......
    ไม่ว่า “ความจริง”จะคืออะไร
    ในที่สุดผมก็จำต้อง “เชื่อ”
    มันเชื่อได้ง่าย เพราะพยานเหล่านั้น เป็นคนดีทั้งนั้น และปรารถนาดีกับผมทั้งนั้น





    ---------------
    แต่....
    ข้าแต่ศาลที่เคารพทุกท่านครับ

    ณ จนบัดนี้
    ผมก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงตัวเองนอนกรนเลย....
    ผมยังไม่เคยจำนนต่อหลักฐาน แต่จำนนด้วยปากคำพยาน

    ทุกวันนี้มันก็ยังอยู่แค่ที่ว่า
    ผม"เชื่อ"  หรือ "ไม่เชื่อ" ..ตามคำให้การ ตามปากคำของพยานหลายปากที่มากขึ้นทุกๆที
    ...ที่ให้การ "ตรงกัน"

    อย่างไม่มีทางนัดหมายกันได้
    อย่าว่าแต่นัดหมายกันได้รึเปล่าเลย ... เอาแค่จุดประสงค์ในการนัดแนะกันปรักปรำผมเรื่อง"นอนกรน"มันก็งี่เง่าแล้ว

    ....
    ก้อุปมาอุปมัย
    ลองโยงเรื่องนี้เข้ากับหลายๆอย่างหลายๆเรื่องของท่านๆทั้งหลาย

    บางทีท่านอาจจะเริ่มยอมรับคำปรักปรำบางอย่างที่เป็นเรื่องจริงที่ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องโกหกก็ได้
    บางทีท่านอาจจเริ่มมองเห็นว่า บางที แค่ "คำพยาน" มันก็มากพอ ..ไม่ต้องถึงขนาดรอหลักฐานค่อยยอมรับหรอกนะครับ ..ก็ขอยอมรับแค่51%ละกัน

    ส่วนอีก49% ที่ต้องรอหลักฐานยืนยัน ซึ่งคงไม่มีใครบ้ามานั่งเป็นธุระหาให้เรา
    แต่ความสงสัยใน49% จากความเชื่อใน51% นั้นเอง

    ที่จะนำเราสู่มิติ ของหลักฐาน อันประจักษ์แก่ตา
    นำเราสู่100%
    ..ไม่ต้องแค่เชื่อ หรือไม่เชื่ออีก


    การจะหาหลักฐานเรื่องนี้มันก็ไมได้ยากอะไร
    เพียงแค่ผมเริ่ม “เชื่อ”
    หรือหนักกว่า เพราะเพียงแค่ผมไม่ยอม เชื่อ จึงต้องหาหลักฐานมายืนยัน

    “ความจริง” ก็จะปรากฏ
    และความจริงนั้นก็มีอยู่สิ่งเดียว ไม่มีสอง ไม่มีซ้าย ขวา ไม่มีแม้แต่ตรงกลาง

    กรน ก็กรน
    ไม่กรน ก็ไม่กรน
    ไม่มี ตรงกลางของการกรน ไม่ต้องบัญญัตศัพอะไรให้มากเรื่องเพื่อหลบหนีความจริง

    แค่เริ่มค้นหาความจริงเท่านั้นเอง ไม่ว่ามันจะเริ่มด้วยคำว่าเพื่อล้มล้าง หรือเพราะเริ่มเชื่อก็ตามที
    ถ้าสิ่งนั้นเป็นความจริง “ที่สุด” ทุกคนก็จะเจอสิ่งเดียวกัน
    แต่การค้นหา มีความหมายมากกว่า การนั่งตรึกตรองวหรือคิดเอา
    เหมือนที่การที่ผมจะหาหลักฐานยืนยันกับตัวเองว่าผมกรนหรือไม่ มันก็มีหลายวิธี ....แต่ทุกๆวิธี ต้อง “ลงมือทำ”
    มันไม่ใช่แค่ทำเป็นเทวดา ทำเป็นฉลาดๆ ทำเป็นนักปราชญ์ ..แล้วความจริงมันจะปรากฏได้ นั่นมันแค่แก้ต่าง+แก้ตัว+ข้ออ้างแบบดูดี ..แค่นิสัยของพวก  “ดีแต่ปาก”

    ถ้าจะค้นหาความจริง ให้มากกว่าแค่เชื่อหรือไม่เชื่อ
    ผมอาจต้องมีการบันทึกเสียง เวลานอนคนเดียวเพื่ออัดเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเวลาผมหลับ
    ถึงตอนนั้น ไม่ว่าผมจะ “อยากยอมรับมันหรือไม่”

    แต่
    “ความจริง”  ก็คือ  “ความจริง”

    จากคุณ : เดียวดาย9อักษร - [ 15 ส.ค. 49 09:23:24 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม