◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ๏๏๏๏๏๏๏๏ .:: รตนตฺตยคมนปณามคาถา พระธรรมเทศนาหลวงพ่อวัดปากน้ำ ::. ๏๏๏๏๏๏๏๏

    รตนตฺตยคมนปณามคาถา
    ๖ มีนาคม ๒๔๙๒
    นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. (๓ หน)


    อิจฺเจตํ รตนตฺตยํ
    นานาโหนฺตมฺปิ วตฺถุโต
    เอกิภูตมฺปนตฺถโต
    ธมฺโม สงฺเฆน ธาริโต พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ จาติ
    อญฺญมญฺญาวิโยคาว
    พุทฺโธ ธมฺมสฺส โพเธตา
    สงฺโฆ จ สาวโก พุทฺธสฺส
    อิจฺเจกาพุทฺธเมวิทนฺติ.  



    “

    ผู้ที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัย   ต้องเอาใจของตนไปจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของตนนั้น   แล้วทำใจให้หยุด  หยุดในหยุด หนักเข้าไปทุกทีไม่ให้คลายออก    ทำไปจนใจไม่คลายออก   ใจนั้นหยุดในหยุดหนักเข้าไปทุกที นี้เป็นทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์   ไม่ใช่ทางไปของปุถุชน    ทางไปของปุถุชนไม่หยุด  ออกนอกจากหยุด  ออกจากทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์อยู่เสมอ   จึงได้เจอะเจอพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ยากนัก



    ”

    อาตมาขอโอกาสแด่ท่านมหาชนทั้งหลาย  ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตบรรดามีศาสนาเป็นภารกิจ หวังปฏิบัติให้ถูกสนิทตามศาสนาของตนๆ   จึงได้อุตส่าห์พากันทรมานร่างกายในเวลาทำกิจทางศาสนา    ทุกๆ ศาสนาล้วนแต่สอนให้ละความชั่วประพฤติความดีสิ้น ด้วยกันทุกชาติทุกภาษา



    ส่วนในทางพระพุทธศาสนา  เวลาเช้าเวลาเย็นไหว้พระบูชาพระ  และสวดสังเวคกถา  ปสาทกถา ตามกาลเวลาเสร็จแล้ว  ที่มีกิจเรียนคันถธุระก็เรียนไป  ที่มีกิจเรียนวิปัสสนาธุระก็เรียนไป ฝ่ายพระเถรานุเถระก็เอาใจใส่ตักเตือนซึ่งกันและกันตามหน้าที่  เพื่อจะได้รักษาเนติแบบแผนอันดีของสาธุชนในพุทธศาสนาไว้  ให้เป็นตำรับตำราสืบสายพระศาสนาไป



    บัดนี้ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย  ฟังปณามคาถา ความนอบน้อมพระรัตนตรัยในอดีต อนาคต ปัจจุบัน และถึงเป็นที่พึ่ง  โดยย่อ



    ความนอบน้อมมาจาก “นโม”    “นโม” แปลว่า นอบน้อม    เป็นบุคลาธิษฐาน คือ นอบน้อมด้วยกาย   นอบน้อมด้วยวาจา นอบน้อมด้วยใจ  นอบน้อมในพระผู้มีพระภาค  เมื่อพระองค์มีพระชนมายุอยู่ อุบาสกอุบาสิกาเข้าไปสู่ที่เฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาค  ด้วยเบญจางคประดิษฐ์  คือกราบพร้อมด้วยองค์ ๕ เข่าและศอกทั้ง ๒ ต่อกัน   ฝ่ามือทั้ง ๒ วางลงให้เสมอกัน  ก้มศีรษะลงให้หน้าจรดพื้นในระหว่างมือทั้ง ๒ นั้น  หรือในระหว่างที่เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่นั้น   คอยฟังพระโอวาทานุสาสนีของพระองค์   ไม่ส่งใจไปในที่อื่น   ไม่เปล่งวาจาออกในระหว่างที่พระองค์ทรงรับสั่งอยู่   เป็นการรบกวนพระองค์ด้วยวาจา  ให้เป็นที่ระแคะระคายพระทัย



    อนึ่ง  เมื่อเข้าไปสู่ที่เฝ้า   ไม่นั่งให้ไกลนัก  จะเป็นการเบียดเบียนพระองค์ ด้วยต้องออกพระกำลังเสียงในเวลารับสั่ง   ไม่นั่งให้ใกล้นัก จะเป็นการเบียดเบียนพระองค์ด้วยกายอันเป็นของปฏิกูล  จะเป็นที่รำคาญพระนาสิกในเวลากลิ่นกายฟุ้งไป ไม่นั่งในที่เหนือลม  ด้วยเคารพพระองค์ กลัวจะลมพัดเอากลิ่นกายที่ฟุ้งออกไปมากระทบพระนาสิกของพระองค์ ไม่นั่งในที่ตรงพระพักตร์นัก   กลัวจะเป็นที่รำคาญพระเนตรทั้งสองของพระองค์   ไม่นั่งในที่เบื้องหลังนัก เกรงว่าพระองค์จะต้องหันพระพักตร์มากไปในเวลาจะทรงรับสั่ง    ต้องนั่งในที่สมควรนอกจากที่ๆ แสดงมาแล้ว ในเวลาอยู่ในที่เฝ้า ไม่ส่งใจไปในที่อื่น ไม่เปล่งวาจาให้เป็นที่รำคาญพระทัยแด่พระองค์   ดังนี้แล นอบน้อมด้วยกายในพระองค์



    ในเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ยังเหลือแต่เจดีย์ ๔ เหล่า คือ  บริโภคเจดีย์ ธาตุเจดีย์ ธรรมเจดีย์  อุทเทสิกเจดีย์   พุทธศาสนิกชนไปถึงที่เช่นนั้นเข้าแล้ว  ในเมื่อกั้นร่ม ควรลดร่มลง   ห่มผ้าปิด ๒ บ่า ควรลดออกเสียบ่าหนึ่ง   ในเมื่อสวมรองเท้าเข้าไป ควรถอดรองเท้าเสีย และเข้าไปในที่นั้นไม่ควรแสดงอึงคะนึงและไม่เคารพ แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง    ต้องแสดงเคารพอย่างจริงใจ ไม่ทิ้งของที่สกปรกลงไว้  เช่น ก้นบุหรี่ หรือชานหมาก น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ปัสสาวะ ในที่บริเวณนั้น เมื่อเข้าไปในที่นั้นเห็นรกปัดกวาดเสีย ถากถางเสีย   เห็นไม่สะอาด ทำให้สะอาด   เห็นผุพัง ควรแก้ไข ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ได้ก็ยิ่งดี   ดังนี้เป็นความนอบน้อมพระผู้มีพระภาคด้วยกาย โดยบุคลาธิษฐาน



    อนึ่ง  นำเรื่องของพระรัตนตรัยไปสรรเสริญในที่นั้น แก่บุคคลนั้นอยู่เนืองๆ ดังนี้  ก็ชื่อว่า นอบน้อมด้วยวาจา



    และคิดถึงพระรัตนตรัยอยู่เนืองๆ  ไม่ยอมให้ใจไปจรดอยู่กับอารมณ์สิ่งอื่นมากนัก   คอยบังคับใจให้จรดอยู่กับพระรัตนตรัยเนืองๆ  ดังนี้ ชื่อว่า นอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยใจ



    ความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นองค์อรหันต์  ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ บรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต้องว่าดังนี้   ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลายในเวลาทำศาสนกิจทุกครั้ง เช่น พระเถรานุเถระกระทำสังฆกรรม  และอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายจะสมาทานศีล ก็ต้องว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” ถึง ๓ หน   จะว่าแต่เพียงหนหนึ่งหรือสองไม่ได้   หรือได้เหมือนกันแต่ว่าไม่เต็มรัตนตรัยทั้ง ๓ กาล   จะให้เต็มหรือถูกรัตนตรัยทั้ง ๓ กาลแล้ว ต้องว่าให้เต็ม ๓ หน  หนที่ ๑ นอบน้อมพระรัตนตรัยในอดีต   หนที่ ๒ นอบน้อมพระรัตนตรัยในปัจจุบัน   หนที่ ๓ นอบน้อมพระรัตนตรัยในอนาคต   ทั้งหมดต้องว่า ๓ หน จึงครบถ้วนถูกพระรัตนตรัยทั้ง ๓ กาล

     
     

    จากคุณ : สมถะ - [ 3 ส.ค. 49 11:11:28 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม