◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ธ ร ร ม ะ น อ ก ธ ร ร ม ม า ส น์ ( ย ม ก สู ต ร “ เมื่อ ‘คน’ ไม่มีแต่ต้น ก็ไม่มีใครตายใครสูญ” )

    .

    เสฐียรพงษ์ วรรณปก  (ราชบัณฑิต)


    อักษรย่อชื่อคัมภีร์

    วินยฺ          วินัยปิฎก
    สํ.ส.          สังยุตนิกาย สคาวรรค
    สํ.นิ.          สังยุตนิกาย นิทานวรรค
    สํ.สฬ.        สังยุตนิกาย สฬายตนวรรค
    สํ.ข.          สังยุตนิกาย ขันธวารวรรค
    สํ.ม.          สังยุตนิกาย มหาวารวรรค
    ที.สี.          ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
    ที.ม.          ทีฆนิกาย มหาวรรค
    ที.ปา.         ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค
    ม.ม.          มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
    ม.มู.          มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

    ติดตามอ่านพระสูตรครั้งก่อนได้ที่เวบ

    http://members.thai.net/tron/index.htm

    ( คลิกตรง "กองหนังสือ" )



    .


                                                               ย ม ก สู ต ร

                      “ เมื่อ ‘คน’ ไม่มีแต่ต้น  ก็ไม่มีใครตายใครสูญ”


            พระยมกะอวดอ้างว่าตนรู้ทั่วถึงหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า  มีทรรศนะว่า   “พระอรหันต์” ตายแล้วดับสูญไม่เกิดอีก  ภิกษุทั้งหลายห้ามพูดเช่นนั้นก็ไม่ฟัง  พวกเธอจึงไปขอร้องให้พระสารีบุตรอัครสาวกตักเตือน

            พระสารีบุตรจึงไปสนทนาด้วย  โดยซักถามขันธ์ที่ละอย่าง ๆ ว่า  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ  เที่ยงหรือไม่  เป็นสัตว์บุคคลหรือไม่  สัตว์บุคคลมีในขันธ์  5  แต่ละอย่างหรือไม่   สัตว์บุคคลอื่นจากขันธ์  5   แต่ละอย่างหรือไม่   สัตว์บุคคลอื่นไม่มีในขันธ์  5   แต่ละอย่างใช่หรือไม่

            เมื่อซักไป ๆ ก็ค้นหา   “สัตว์บุคคล”  ในขันธ์ทั้ง 5 นั้นไม่พบ

            พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า  

            “ท่านยมกะ  โดยแท้จริงแล้ว  ท่านจะค้นหาสัตว์บุคคลในขันธ์  5  นี้ไม่ได้เลย  ควรหรือที่ท่านจะยืนยันว่า ‘พระอรหันต์’ ตายไปแล้ว  ย่อมขาดสูญ  พินาศไป  ไม่เกิดอีก”

           

            พระสูตรนี้ชื่อว่า  ยมกสูตร ในพระสูตรนี้ใช้คำว่า  “ตถาคโต”  ปราชญ์โดยมากแปลว่า  พระอรหันต์  แต่ในคัมภีร์อรรถกถาแปลว่า  สัตว์โดยทั่วไป

            อ่านความเห็นของพระยมกะ  และการซักค้านของพระสารีบุตรแล้วไม่น่าจะรับกัน  แต่ที่จริงแล้วถ้าใครเห็นว่า   “คน” ตายแล้วสูญไปเลย  ก็เท่ากับยอมรับว่า  คนที่เห็นเป็นตัวเป็นตนนี้เกิดมาแล้วก็แตกดับไปเลย  จะไม่มีอีกชั่วนิรันดร  ความเห็นเช่นนี้ก็เป็น   “อุจเฉททิฐิ”  (เห็นว่าตายแล้วสูญไปเลย)  อันเป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้อง

            แม้พระอรหันต์หมดกิเลสแล้วตายไปจะ “ดับ” ไปเลย  พูดภาษาสามัญก็ว่าไม่เกิดอีกก็ตาม  แต่ถ้าใครพูดว่า “พระอรหันต์”  ที่เห็น ๆ อยู่นี้ตายแล้วสูญ  ก็ไม่พ้นข่ายอุจเฉททิฐิ  เพราะเท่ากับว่าผู้พูดถือว่าพระอรหันต์เป็นตัวเป็นตน  เป็นสัตว์บุคคล  ซึ่งมีอยู่  ยังอยู่  หลังจากตายแล้วก็สูญไปเลย

            คำซักค้านของพระสารีบุตรต้องการบอกว่า  “แท้ที่จริงแล้วสัตว์บุคคลไม่มี  มันเป็นเพียงขันธ์  5  เท่านั้น  เมื่อ  ‘คน’  ไม่มีตั้งแต่ต้นก็ไม่มีอะไรตาย  ไม่มีอะไรสูญ”

            วันนี้ขอนำธรรมะลึกซึ้งมาฝากหน่อยครับ  กรุณาปีนกระไดขึ้นไปอ่านบนปราสาทชั้น 7  ก็แล้วกัน



                                                         สํ.ข.17/198-207/132-41



    .

    จากคุณ : สุธี - [ 12 ก.ค. 49 11:12:27 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม