◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    แนวคิดเรื่องตัวตน 2

    ในศาสตร์แขนงต่างๆ
    ถ้าเรามองในภาพรวม
    เราจะพบความคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
    ในคอมพิวเตอร์ที่เราเล่นอยู่
    เป็นระบบประมวลผลที่เกิดจาก processor อาจเป็น 8088 หรือ Pentium 2,3,4
    มีระบบ เลขฐาน 2 คือ 0,1 เป็นตัวกำหนดความหมาย และ ถ่ายทอดข้อมูลสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปของภาษาต่างๆ
    มี ROM ซึ่งเป็น หน่วยความจำที่ติดมากับเครื่อง
    มี OS เป็นระบบการทำงาน
    และมี Software ที่เราเลือกใส่เข้าไปเป็นตัวกำหนดคุณค่า และให้ผลลัพท์
    การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์เป็นผลรวมของ hardware และ software
    บางครั้ง hardware ไม่ได้ดีที่สุดแต่ software เขียน logic ได้ดีมาก
    ก็สามารถให้ผลลัพท์ที่น่าทึ่งเทียบได้ หรือ ดีกว่า hardware ที่มี software ที่ซับซ้อน และไม่เป็นระบบ

    ลองมองกลับมาที่ตัวเราเอง
    มนุษย์  สัตว์ หรือ สิ่งมีชีวิตต่างๆ
    ล้วนมี hardware คือ ร่างกาย และ ระบบต่างๆ เช่น สมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ ระบบกล้ามเนื้อ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีศักยภาพที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
    มี DNA ซึ่งประกอบด้วยกรดนิวคลิอิค จำนวน 5 ชนิด แต่ 4 ตัวหลัก(เลขฐาน 4)  A,C,G,T (Uแทนที่ T ใน RNA) เป็นตัวกำหนดความหมาย และถ่ายทอดข้อมูลสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในรูปภาษาของ ยีน (ซึ่งจะซับซ้อนกว่าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเพียงเลขฐาน 2)
    มี ROM ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ติดมากับร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆมีหน้าที่ตามที่เป็นอยู่
    มี ระบบประสาท ระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ เป็นตัวประสานงานให้เกิดการทำงานเป็นระบบ
    และมี software ที่ถูกเขียนโดยพ่อ แม่ ครู ผู้คนรอบข้าง และประสบการณ์ในวัยเด็ก ทำให้เกิด logic ของ software ที่ไม่เท่าเทียมกัน
    ..........................................คนเราจึงไม่เคยเท่าเทียมกัน และไม่มีวันเหมือนกัน.......................................

    คอมพิวเตอร์ทำงานโดยการกำหนดเป้าหมายการทำงาน ใส่โปรแกรมการทำงานที่เหมาะสม และใส่ข้อมูล หลังจากนั้นระบบ hardware ก็จะดำเนินการจนได้ผลลัพท์ที่ต้องการ

    สิ่งมีชีวิต ทำงานโดยการกำหนดสิ่งที่ต้องการ ร่วมกับหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่กำหนดไว้ในรหัสพันธุกรรม นั่นคือการดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด ซึ่งรวมถึง การรับประทานอาหาร การสืบพันธ์  โดยใช้ ระบบ software ซึ่งก็คือความรู้ ทัศนคติ เจตคติ จริยธรรม จินตนาการ ที่ถูกเขียนขึ้นในช่วงชีวิตที่ผ่านมา มาประมวลผล และดำเนินการให้เกิดผลลัพท์ตามที่ต้องการ

    ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เราแตกต่างจากระบบคอมพิวเตอร์อย่างมีนัยสำคัญ คือ ความสามารถในการเลือก เรามีสิทธิ์เลือกที่จะเป็น เรามีสิทธิ์เลือกวิธีการที่จะทำ

    ถ้าเพียงแต่เราไม่ใช้สิทธิ์ในการเลือก เราก็ไม่ต่างอะไรกับ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน
    ความสุข หรือความทุกข์ ไม่เคยมีตัวเลขกำหนดที่แท้จริง
    อารมย์สุข หรือทุกข์ เป็นเพียงระบบการตอบสนองของการประมวลผล ถ้าผลลัพท์มีค่าเหนือกว่าเป้าหมาย นั่นคือความสุข
    ถ้าผลลัพท์มีค่าต่ำกว่าเป้าหมายนั่นคือความทุกข์
    เราเลือกได้ (เพราะเรามีทางเลือก) ว่าจะกำหนดสิ่งใดเป็นเป้าหมายของชีวิต
    เราอาจเลือกผลลัพท์บางอย่างซึ่งเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของชีวิต เช่น ปัจจัยสี่  เงินทอง ความปลอดภัย ความรัก การยอมรับ และการตระหนักในศักยภาพสูงสุดในตัว (Maslow’s theory) เป็นเป้าหมายตามลำดับขั้น
    แต่ในที่สุดแล้วเมื่อถึงขั้นสูงสุดแห่งการตระหนักรู้ในศักยภาพสูงสุด
    โดยทฤษฏี แห่ง Maslow’s สิ่งที่เคยให้ความรู้สึกสุดยอดนี้จะหมดไป
    เราต้องเริ่มแสวงหาศักยภาพสูงสุดในตัวในระดับที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก

    ผลลัพท์ที่เราแสวงหา และเป็นตัวผลักดันให้เกิดความสุข ความทุกข์ และการกระทำนี้ คือ กิเลสในทางพุทธศาสนา
    เราจะเห็นว่าเราไม่เคยพอ เพราะกฏแห่งวิทยาศาสตร์ และธรรมชาติ มันเป็นเช่นนั้น
    ..........................เป็นไปเพื่อดำรงความอยู่รอด.......................
    เราจึ่งต้อง สุข และ ทุกข์ ตราบใดที่ยังอยู่ในเป้าหมายทางโลก
    ความสุดยอดของพุทธศาสนาคือการกำหนดเป้าหมายที่สุดทางของผลลัพท์ ไม่ใช่ระหว่างทาง
    นั่นคือเลือกที่จะหมดความทุกข์
    การทำเช่นนี้ได้ ต้องมีการเขียน software หรือระบบความคิดขึ้นใหม่ ทำให้มี logic และ ผลลัพท์ที่เป็นไปเพื่อการดับทุกข์
    กฏเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดขึ้นล้วนเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติที่เป็นอยู่ และได้พิสูจน์แล้ว
    เมื่อเราไม่กำหนดเป้าหมายอื่นๆ หรือ อีกนัยหนึ่งคื่อลดละความอยากในตัวลงได้สำเร็จ
    เราก็จะไม่มีผลลัพท์ที่เกิดจากการประมวลผลว่ามีค่าเหนือกว่าเป้าหมาย (สุข) หรือต่ำกว่าเป้าหมาย (ทุกข์)
    นั่นคือมีชีวิตที่เย็น อยู่เหนือสุข เหนือทุกข์ หรือนัยหนึ่งคือ นิพพานชั่วขณะจิต

    ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ว่าการปฏิบัติธรรม ก็เพื่อให้เรายับยั้งกิเลสไม่ให้เกิด ถ้าทำได้สำเร็จนั่นก็คือความหมายแห่งนิพพาน
    ท่านไม่สรรเสริญการกำจัดกิเลสที่เกิดแล้ว โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนเอาไม้สั้น ไปรันขี้ ต้องมีเปราะเปื้อน (ความเห็น:นั่นคือ ต้องมีอารมย์สุข หรือทุกข์ที่เกิดจากผลของการกระทำ)
    ซึ่งจะทำให้ยังต้องรับรู้ความรู้สึกแห่งสุข หรือทุกข์อยู่ นั่นคือยังวนเวียนอยู่ในวัฐสงสาร

    เราทุกคนล้วนบรรลุเป้าหมาย หรือพลาดเป้าหมายอยู่ทุกวัน ตามแต่เป้าหมายใหญ่ หรือ ย่อยที่กำหนดในแต่ละวัน
    แต่เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า ในทุกขณะจิตแห่งการดิ้นรนตามกฏแห่งธรรมชาติ ได้ยังผลที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นแก่เราแล้วหรือ   เป้าหมายแห่งชีวิตที่จริงแท้ของเราคือสิ่งใด ถ้าเราถึงเป้าหมายนั้นเราจะเป็นอย่างไร และเมื่อเราค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเรา เราจึงจะทราบว่า ศาสนาที่เหมาะสมกับเราคือศาสนาอะไร เพราะศาสนาทุกศาสนาต่างมี paradigm หรือกรอบความคิด และ mission หรือ เป้าหมายของตนเอง หรือในบางคน อาจพบว่าเขามีกรอบความคิดที่ไม่เข้ากับหลักศาสนาใดเลย
    และเมื่อเราค้นพบ เราก็จะรู้ว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร...........................

    [email protected] 2/5/2549

    จากคุณ : naerunchara - [ 2 พ.ค. 49 16:38:24 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม