◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    อัศฮาบุล กะฮฺฟิ – ชาวถ้ำ (4 ตอนจบ)-บทวิเคราะห์กลุ่มคนหนุ่มผู้ศรัทธา(อิสลาม )

    อัศฮาบุล กะฮฺฟิ – ชาวถ้ำ (4 ตอนจบ)

    บทวิเคราะห์กลุ่มคนหนุ่มผู้ศรัทธา




    โดย  อาเซ็ม  อัชชะรีฟ



    การวิเคราะห์ประเด็นหลักการศรัทธาในอิสลามที่ปรากฏในเรื่องของชาวถ้ำ
    หลังจากที่ผู้วิจัยได้พิจารณาโองการต่างๆที่ได้กล่าวมาในเรื่องของชาวถ้ำ สามารถสรุปประเด็นแห่งการศรัทธาดังต่อไปนี้



    1. การเพิ่มและการลดของอีมาน

    จากโองการของอัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) ว่า:

    “แท้จริงพวกเขาเป็นชายหนุ่มที่ศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขา และเราได้เพิ่มแนวทางอันถูกต้องให้แก่พวกเขา”



    ชาวถ้ำที่ศรัทธาและได้รับทางนำในท่ามกลางผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา)องค์เดียว พวกเขาได้เลือกสัจธรรมและหนทางแห่งอีมาน เมื่ออีมานได้เข้าในหัวใจแล้ว พระองค์ก็ได้เพิ่มอีมานและทางนำให้แก่พวกเขา. บรรดาอีมาม เฉกเช่น อัล-บุคอรีย์และคนอื่นๆ ได้นำอายะฮฺนี้มาเป็นหลักฐานแสดงว่าอีมานมีการเพิ่มและมีการยกระดับ และอีมานก็มีการลด



    2. ชายหนุ่มจจะรับคำเรียกร้องการอีมานได้ดีกว่าผู้เฒ่า      

    ชายหนุ่มเป็น คุณลักษณะหนึ่งที่รวบรวมลักษณะที่ดีต่างๆเช่น ความดี การดำรงมั่น การสำรวมตนและ ความเฉียบแหลม คุณลักษณะที่เด่นคือ กล้าหาญ การพลีชีพ และการสรรหาสิ่งที่สมบูรณ์ และถูกต้อง (an-Nashratiy, 1990 :139)

    ชาวถ้ำเป็นจากกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ศรัทธามั่นกับพระผู้อภิบาลของพวกเขา พวกเขายอมรับความ เป็นเอกะของอัลลอฮฺและปฏิเสธการตั้งภาคีกับพระองค์ อิบนุกะษีร (Ibnu Kathïr : 3 : 73-74) ได้มีความเห็นว่า คนหนุ่มจะตอบรับสัจธรรมและได้รับทางนำสู่หนทางอิสลามมากกว่าคนแก่ ซึ่งได้ถลำลึกในศาสนาที่ไม่เที่ยงตรง ฉะนั้น ผู้ที่ตอบรับคำเรียกร้องสู่อัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) และรสูลของพระองค์คือคนหนุ่ม ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าผู้เฒ่าจากชาวกุรอยชฺส่วนมากแล้วยึดมั่นกับความเชื่อของพวกเขา  ผู้ที่รับอิสลามในบรรดาพวกเขานั้นน้อยมาก



    3. การปลีกตัวและอพยพจากแผ่นดินถิ่นฐานในยามวิกฤต

       จากอายะฮฺที่มีใจความว่า “เมื่อพวกเจ้าปลีกตัวออกห่างจากพวกเขา และสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชา อื่นจากอัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) แล้ว ดังนั้นพวกเจ้าก็จงหลบเข้าไปในถ้ำ”

    อัล-กุรฏุบีย์ (al-Qurtubiy : 10 : 234) ได้กล่าวว่าในอายะฮฺนี้บ่งชี้อย่างแจ่มชัดถึงการหนีเพื่อรักษาศาสนาและ การอพยพจากครอบครัว ลูกหลาน เครือญาติ มิตรสหาย ถิ่นฐานและทรัพย์สมบัติ เนื่องจากจากภัยวิกฤต และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในยามนั้น  ท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ก็ได้หนีพร้อมกับศาสนา  บรรดาเศาะหาบะฮฺก็ปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน  หวังเพื่อปกป้องศาสนาและปลอดพ้นจากภัยคุกคามของคนกาฟิร  การพึ่งพาอาศัยถ้ำ การปลีกตัวจากสังคม การอยู่สันโดษเพื่ออัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) และหนีจากผู้อธรรมเป็นส่วนหนึ่งของร่องรอยบรรดานะบี.

    สะอีด หะวา (Hawa,1993 : 6 : 3154).ได้กล่าวว่า: เรื่องราวของชาวถ้ำเป็นตัวอย่างหนึ่งจากการรับศรัทธาอิสลามอย่างสมบูรณ์และทั่วถึง โดยการปลีกตัวห่างจากกุฟรฺและกาฟิร ในขณะที่ไม่มีสวัสดิภาพของอีมานและอิสลาม อนึ่ง เป็นการอนุญาติในบทบัญญัติชะรีอะฮฺให้บ่าวปลีกตัวห่างจาก มนุษย์ทั้งหลายในยามเกิดวิกฤต เพราะกลัวว่าจะเกิดผลพวงกับศาสนาของเขา

    อิบนุ กะษีร (Ibnu Kathïr : 3 : 74) มีความเห็นว่า :ในสถานการณ์เช่นนี้ การปลีกตัวห่างจากมนุษย์เป็นที่อนุญาติ นอกเหนือจากสถานการณ์นี้แล้วไม่เป็นที่อนุญาติ เนื่องจากจะมีการละทิ้งสังคมส่วนรวมและกลุ่มชน ตามที่อิบนุกะษีรได้กล่าวเอาไว้นั้นเป็นเรื่องของกรณีเฉพาะกรณีที่ผู้ศรัทธาปลีกตัวห่างจากมนุษย์และไม่เข้าร่วมสังคมกับพวกเขา ถ้าหากสิ่งนี้เป็นการเพียงพอที่จะรักษาความปลอดภัยของศาสนาจากภัยฟิตนะฮฺ[1] แต่ถ้าหากไม่เพียงพอแค่การปลีกตัวและจำเป็นต้องอพยพจากเมืองของเขาที่คาดว่าเป็นเมืองที่ไม่มีความปลอดภัย ผู้ศรัทธาไม่สามารถที่จะปกปักษ์รักษาศาสนาของเขาได้ในเมืองนั้น ในกรณีเช่นนี้ ผู้ศรัทธาต้องอพยพจากถิ่นฐานของเขา (Zaidan,1998 : 1 : 569).



    4. ประเด็นการมีอยู่ของผู้ศรัทธาในสังคมที่มีการชิรกฺและสังคมญาฮิลิยะฮฺ[2]  

    ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างชนผู้ศรัทธากลุ่มนี้กับสังคมที่พวกเขาอยู่ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งภาคีกับอัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) เรื่องการเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ผุดขึ้น สัยยิด กุฏบ (Qutb : 105) ได้นิยามสังคมที่ตั้งอยู่บนแกนของญาฮิลิยะฮฺว่าเป็นสังคมที่ไม่ใช้อิสลามในระบอบการปกครอง ไม่นำหลักอะกีดะฮฺ มโนภาพ บันทัดฐาน ระเบียบการ บทบัญญัติ กฏมารยาทและจริยธรรมแห่งอิสลามมาใช้ในการปกครองสังคมนั้น

    จุดแรกของประเด็นนี้คือผลพลอยเชิงปฏิบัติการของชาวถ้ำที่อยู่ในสังคมที่มีการตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) นั่นก็คือ หากการมีอยู่ของพวกเขาได้โน้มเอียงสู่การสารภาพและยอมรับสังคมที่ปฏิเสธศรัทธาก็จะนับว่าเป็นความผิด แต่ถ้าหากว่ามีการปฏิเสธและคัดค้านสภาพของสังคมที่เป็นอยู่ก็นับว่าเป็นการถูกต้องในด้านหลักศรัทธา (Rifa’i : 58) จะเห็นได้ว่าชาวถ้ำไม่ยอมรับและคัดค้านสังคมที่ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮ (สุบหานะฮุวะตะอาลา) องค์เดียวโดยประกาศว่า: พระเจ้าของเรา คือพระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน เราจะไม่วิงวอนพระเจ้าอื่นจากพระองค์ มิเช่นนั้นเราก็กล่าวเกินความจริงอย่างแน่นอน [3].

    จากคุณ : beckmee - [ 30 เม.ย. 49 20:01:36 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม