_/_ พระโสดาบัน & สมเด็จพระสังฆราช _/_ ชาวพุทธบางส่วน กำลังสับสน

... เห็นชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง ระดมสรรพกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ผมก็เลยต๊กใจ
... ที่ตกใจยิ่งกว่านั้นก้อคือ มีการอ้างพระธรรมวินัย

... ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เจ้าคุณ หรือพระครูต่าง ๆ เป็นสิ่งที่มีไม่อยู่ในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้านะ
(เปิดประไตรปิฎกดูได้)


... พระโสดาบันต่างหาก ที่มีอยู่จริงในพระธรรมวินัยของพระศาสดา ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้นับพันแห่ง

... การออกมาเคลื่อนไหวเรื่องสมเด็จพระสังฆราช จึงเป็นการออกมาเคลื่อนไหวในสิ่งที่ไม่อยู่ในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า


...

จากคุณ : ขุนแผน (เตือนสติ) - [ 28 ต.ค. 48 22:48:24 A:61.91.84.184 X: TicketID:103076 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ทางโลกกับทางธรรม มันแยกเป็นล้วนๆ ไม่่ได้หรอกนะท่านแผน เพราะในระดับสมมติมันผูกพันกันอยู่

ถ้าชาติไป ศาสนาก็ไป ถ้าชาติอยู่ ศาสนาก็อยู่

นี่ไม่ได้พาดพิงถึงว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกหรือผิดนะ


จากคุณ : บานทะโรค - [ 29 ต.ค. 48 00:19:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

มีพระพุทธานุญาต ให้พระภิกษุเห็นความสำคัญของพระราชา คืออนุโลมยอมตามพระราชา(หรือผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินนั้นๆ)ได้,... สมัยก่อน เป็นระบบราชาธิปไตย ถ้าทรงกริ้วขึ้นมา สามารถสั่งฆ่า ทำลายล้างได้ทั่วแผ่นดิน จึงต้องเกรงใจกันไว้ เพื่อป้องกันราชภัย.

เช่นถ้ากำลังลงปาฏิโมกข์ ในพระวินัยให้ข้อยกเว้นว่า ถ้าพระราชาเสด็จมา ก็งดสวดได้ทันที ทั้งๆที่กำลังสวดอยู่
ระบบการเลือกสมเด็จพระสังฆราชของไทย ก็อนุโลมตามกฏนี้ คือยกหน้าที่ทูลให้ในหลวงทรงพิจารณาเลือกเอง ตามพระราชอัธยาศัย ตามกฏหมายคณะสงฆ์เดิมๆมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๕ นายวิษณุ มาเปลี่ยน พรบ.สงฆ์ใหม่ ลดริดรอนอำนาจการเลือกจากในหลวงออก จึงต้องประท้วงกันแบบที่เห็นๆ


จากคุณ : ชิฯ - [ 29 ต.ค. 48 01:09:52 A:65.188.149.241 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ใช่ครับ คนบางคนกำลังสับคนบางคน และผมกำลังสนใจอยู่ด้วย แต่ไม่สับสนครับ คนบางคนมันบ้าอำนาจ บ้ายศ บ้าตำแหน่ง นึกว่าเป็นพระมีสมณสารูปสูงเป็นสมเด็จสมดังแล้วจะยิ่งหญ่าย กดหัวของสูง กดขี่พระธรรมวินัย อาศัยรู้จักนักการเมืองใหญ่นักการเมืองโตประเภทสุนัขขี่เครื่องบินเพื่อไต่เต้าไปสู่ที่สูง ยังงี้สมควรโดนด่าแล้วว่าเป็นแค่สุกรห่มเหลืองอ้วนท้วนสมบูรณ์คาบใบพัดยศ หึหึ

จากคุณ : ไม่สับสน - [ 29 ต.ค. 48 06:45:01 A:203.156.27.119 X:203.147.0.44 TicketID:087961 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ขอให้ ทั้ง พุทธจักร และ อาณาจักร ไปด้วยกัน เกื้อหนุนกัน แนะนำกัน

จากคุณ : KK (KK Tay) - [ 29 ต.ค. 48 07:04:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

"มีพระพุทธานุญาต ให้พระภิกษุเห็นความสำคัญของพระราชา คืออนุโลมยอมตามพระราชา(หรือผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินนั้นๆ)ได้..."

**********************************

คุณชิฯ เข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนหรือเปล่า พุทธานุญาตให้คล้อยตามพระราชาก็เฉพาะการเลื่อนวันจำพรรษาของพระเท่านั้นมิใช่หรือ? ไม่ได้ให้คล้อยตามทุกเรื่องทุกกรณีซะหน่อย

พระธรรมยุตในเมืองไทยชอบอ้างข้อนี้จังไม่รู้เป็นไร ไม่เข้าใจ (อนุชานามิ ภิกฺขเว ราชานํ อนุวตฺติตุนฺติ = ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเพื่ออันคล้อยตามซึ่งพระราชา)


จากคุณ : กพ - [ 29 ต.ค. 48 08:24:25 A:61.91.134.139 X: TicketID:078421 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

มืดมาแล้ว ... มองกันได้อย่างไรเนี่ย ตัวท่านเองไม่มีแน่ ...

จากคุณ : ลมทะเลไม่เคยหลับ - [ 29 ต.ค. 48 09:51:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ไม่สับสน คคห.3
บรรยายภาพจนเห็นเป็นนิมิตอสุภะ
กินข้าวไม่ลงเลยว่ะ


จากคุณ : ฉัน - [ 29 ต.ค. 48 11:24:26 A:61.90.74.197 X: TicketID:101896 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

กพ มันเขียนมาชัดแล้ว
ว่าพวกมันมองในหลวงอย่างไร
ไม่เป็นที่สงสัยในเจตนาเบื้องหลังอีก


จากคุณ : ฉัน - [ 29 ต.ค. 48 11:26:19 A:61.90.74.197 X: TicketID:101896 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

เข้าใจบ้างหรือไม่ว่านอกจากธรรมวินัยแล้วคณะสงฆ์ไทยยึดถือกฎหมายใด ? เป็นหลักปกครองงานพระศาสนา
หากไม่รู้ไปหาอ่านก่อนนะ ค่อยมาโมเม โดยไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้....อายแทน


จากคุณ : เหอะๆ - [ 29 ต.ค. 48 11:44:49 A:61.90.14.9 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ความคิดเห็นที่ 8

กพ มันเขียนมาชัดแล้ว
ว่าพวกมันมองในหลวงอย่างไร
ไม่เป็นที่สงสัยในเจตนาเบื้องหลังอีก

จากคุณ : ฉัน - [ 29 ต.ค. 48 11:26:19 A:61.90.74.197 X: TicketID:101896 ]

*************************************

ลูกพี่ปากมอม ลูกน้องย่อมปากปีจอเป็นธรรมดา สมดังพุทธภาษิตที่ว่า "ยํ เว เสวติ ตาทิโส" แปลว่า "คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้นแล"

ลูกพี่เลอะเทอะ ลูกน้องย่อมเปรอะเปื้อนเป็นธรรมดา

ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ แม้จะเป็นความรักที่มีต่อคนที่ตัวเองหลงเชื่อว่าเป็นพระอริยะ เพราะแค่เริ่มรักก็เริ่มหลงซะแล้ว

"ฉัน" นี่เป็นพระที่คอยตามตูด คอยรับใช้หลวงตาบัวเมื่อมาที่สวนแสงธรรมใช่หรือเปล่า? ทำไมเป็นพระที่ไม่ค่อยมีสมณสัญญาเอาเสียเลย หรือกลัวว่าถ้ามีสมณสัญญาเมื่อไรจะเป็นการอกตัญญูต่อลูกพี่ในฐานะที่ไม่เจริญรอยตามรอยเท้าที่ลูกพี่กำลังเยื้องย่างไป


จากคุณ : กพ - [ 29 ต.ค. 48 17:35:01 A:61.91.137.252 X: TicketID:078421 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนคิดพูดทำอะไรลงไปนะครับ
เพราะดูเผินๆ เหมือนมองว่า รัฐบาล มีแย่งตำแหน่งประมุขสงฆ์
แต่มองดีๆ เท่ากับ กล่าวหาว่า พระเถระผู้ใหญ่ในมหาเถระสมาคม
แย่งตำแหน่งประมุขสงฆ์ทั้งหมด มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร


จากคุณ : หัดฝัน - [ 29 ต.ค. 48 18:40:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

"ยศช้าง ขุนนางพระ"

มักแปลกันว่าให้ของที่ผู้รับไม่สนใจ แต่ที่จริงน่าจะแปลว่าของที่เป็นโทษ
แก่ผู้รับ เพราะถ้าช้างมียศก็จะต้องถูกจับยืนโรงซะก่อน ส่วนขุนนางพระ
ก็วุ่นวายใจไม่สงบอย่างที่เห็น


จากคุณ : นมัสการ - [ 29 ต.ค. 48 21:27:10 A:203.113.67.36 X: TicketID:106579 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

...........................................

ความคิดเห็นที่ 17

พระราชกำหนด
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
พ.ศ. 2547
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์
อาศัยอำนาจตาม ความ ใน มาตรา 218 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า "พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2547"
มาตรา 2[1] พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ในการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้ ถ้าสมเด็จพระสังฆราชทรงเห็นเป็นการสมควรสำหรับกรณีที่มีเหตุตามวรรคสาม หรือกรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่เห็นเป็นการสมควรสำหรับกรณีที่มีเหตุตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสี่ อาจพิจารณาเลือกสมเด็จพระราชาคณะหลายรูปที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพื่อให้เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแทนผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง หรือแทนการดำเนินการตามวรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ แล้วแต่กรณีได้ และจะให้มีผู้ช่วยหรือที่ปรึกษาในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วยก็ได้ วิธีดำเนินการของคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชให้เป็นไปตามที่ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชกำหนดเมื่อมีการแต่งตั้งหรือเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้แล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท"

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ เนื่องจากการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในกรณีไม่มีสมเด็จพระสังฆราช หรือสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ได้กำหนดให้แต่งตั้ง หรือเลือกสมเด็จพระราชาคณะเพียงรูปเดียว ซึ่งปรากฏเป็นเหตุขัดข้องจนเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในการปกครองคณะสงฆ์
และวงการพุทธศาสนิกชน และอาจถึงขั้นนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากความแตกแยกไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่คณะสงฆ์ จึงสมควรกำหนดให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในรูปองค์คณะ ซึ่งแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะหลายรูปเพื่อใช้อำนาจร่วมกันในการบัญชาคณะสงฆ์ เพื่อความสงบเรียบร้อยยิ่งขึ้นและสร้างสมานฉันท์เพิ่มขึ้นอีกวิธีการหนึ่งและ
โดยที่ขณะนี้สมเด็จพระสังฆราชมีพระชนมายุสูง อีกทั้งอยู่ระหว่างประทับเพื่อรักษาพระสุขภาพ คณะแพทย์เห็นว่าควรประทับรักษาพระองค์และอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์
จำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชโดยเร่งด่วน จึงสมควรแก้ไขเหตุขัดข้องเพื่อให้มีความสงบเรียบร้อยในประเทศขึ้น โดยเร็วนับเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

จากคุณ : ไปเจอมาใหม่กว่าอีก - [ 27 ต.ค. 48 21:42:50 A:203.113.33.8 X:203.151.140.122 TicketID:107637 ]

.......................................


จากคุณ : ก๊อปมาให้อ่าน - [ 29 ต.ค. 48 21:49:55 A:58.9.3.101 X: TicketID:001768 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

...........................

ความคิดเห็นที่ 6

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕o๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
เรียงตามมาตรา
------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕o๕
เป็นปีที่ ๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
และ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕
เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

* มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕"

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔

มาตรา ๔ ภายในระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บรรดา กฎกระทรวง สังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ
พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับคณะสงฆ์ที่ใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา
ให้คงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
ข้อบังคับ หรือระเบียบของมหาเถรสมาคม ยกเลิก หรือมีความอย่างเดียวกัน หรือขัดหรือแย้งกัน หรือกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๕ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรา ๔ บรรดาอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในสังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
ขัอบังคับและระเบียบเกี่ยวกับคณะสงฆ์ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพระภิกษุตำแหน่งใดหรือคณะกรรมการสงฆ์ใดซึ่งไม่มีในพระราชบัญญัตินี้
ให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจกำหนดโดยกฎมหาเถรสมาคมให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพระภิกษุตำแหน่งใดรูปใดหรือหลายรูปร่วมกันเป็นคณะตามที่เห็นสมควรได้

* มาตรา ๕ ทวิ ในพระราชบัญญัตินี้
คณะสงฆ์ หมายความว่า บรรดาพระภิกษุที่ได้รับบรรพชาอุปสมบทจากพระอุปัชฌาย์ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมาย
ที่ใช้บังคับก่อนพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะปฏิบัติศาสนกิจในหรือนอกราชอาณาจักร
คณะสงฆ์อื่น หมายความว่า บรรดาบรรพชิตจีนนิกาย หรือ อนัมนิกาย
พระราชาคณะ หมายความว่า พระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งและสถาปนาให้มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นสามัญจนถึงชั้นสมเด็จพระราชาคณะ
สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ หมายความว่า สมเด็จพระราชาคณะที่ได้รับสถาปนาก่อนสมเด็จพระราชาคณะ
รูปอื่น ถ้าได้รับสถาปนาในวันเดียวกัน ให้ถือรูปที่ได้รับสถาปนาในลำดับก่อน
* มาตรา ๕ ตรี พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งสถาปนาและถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตาม
พระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑

สมเด็จพระสังฆราช

* มาตรา ๗ พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง
ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโส
สูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาาเถรสมาคม
เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

มาตรา ๘ สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม

* มาตรา ๙ ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชทรงลาออกจากตำแหน่งหรือพระมหากษัตริยิย์ทรงพระกรุณาโปรดให้ออกจากตำแหน่ง
พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระสังฆราชหรือตำแหน่งอื่นใดตามพระราชอัธยาศัยก็ได้

* มาตรา ๑๐ ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่ง
ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะ
รูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน
ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช
ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้ในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๑ สมเด็จพระสังฆราชพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) มรณภาพ
(๒) พ้นจากความเป็นพระภิกษุ
(๓) ลาออก
(๔) ทรงพระกรุณาโปรดให้ออก

ที่เหลือไปที่อ่านที่http://www.moe.go.th/webrad/act/act.htm

จากคุณ : ผิดกฏหมายตรงไหน - [ 27 ต.ค. 48 19:47:36 A:203.113.32.9 X:203.151.140.114 TicketID:107637 ]

................................................


จากคุณ : ก๊อปมาให้อ่าน - [ 29 ต.ค. 48 21:58:31 A:58.9.3.101 X: TicketID:001768 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

อ่านกระทู้นี้แล้วอนาถใจ กับคนบางคน ที่ยกพุทธสุภาษิต ที่แปล ว่า ข้อคิดอันงดงามของพระพุทธเจ้า มาใช้ด่าคน อนาจใจ จริงๆ เวรกรรม เวรกรรม

ป.ล. การศึกษาแม้สูง หรือมีความสามารถสูง ไม่ได้แปลว่าจิตใจจะสูงตามเลย


จากคุณ : หนุ่มชาวบ้าน - [ 30 ต.ค. 48 01:15:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

จริงของคุณ ขุนแผน - จขกท - ครับ
ที่ว่า พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า
ไม่ได้พูดถึงสมณศักดิ์ แต่มุ่งสอนให้หลุดพ้น
และให้ความสำคัญกับอาวุโสทางพรรษามากกว่า

ไทยเราเพิ่งจะมาให้ความสำคัญกับ สมณศักดิ์
ก็เมื่อมีการออกกฎหมายโยงให้ตำแหน่งและอำนาจต่างๆ
ของพระสงฆ์ผูกติดกับระบบสมณศักดิ์เหล่านี้

-เป็นผลให้ ตามที่เคยได้ยินคือ มีการวิ่งเต้นในหมู่สงฆ์
ให้ตนเองมีตำแหน่งทางสมณศักดิ์สูงขึ้น ซึ่ง ฟังแล้วก็น่า
สลดใจนะครับ ที่ แทนที่พระจะลดละกิเลส กลับ ยึดติด
กับกลไกทางโลก

ซึ่งหากไม่คิดอะไร
โดยเชื่อว่า ผู้ใดหวังนิพพาน
ก็ย่อมต้องแสวงหาทางสู่ความดับทุกข์ด้วยตนเองอยู่แล้ว
คิดแบบนี้ก็ได้ครับ


แต่ ประเด็นปัญหามันก็ยังมีอยู่

ตรงที่ว่า ถ้าเกิดผู้เป็นใหญ่ทางสมณะศักดิ์
เกิดไม่มีธรรมะขึ้นมาวันใด....ไปคิดแก้ไขกฎ หรือ
ทำให้สาระของพุทธศาสนาเปลี่ยนแปลงไป

ต่อไป คนรุ่นหลัง จะมีปัญหาครับ
เพราะจะไม่เหลือศาสนาพุทธที่แท้จริงให้ได้ศึกษา
และอาจจะนำไปสู่ความล่มสลายของศาสนาได้

อันนี้พูดแบบมองกันยาวๆนะครับ
ถึงแม้จะไม่มีสิ่งใดจีรัง แต่สิ่งใดที่อาจเป็นโทษแก่
ศาสนาก็ควรจะรับรู้และระวังไว้ เพื่อจะได้ป้องกัน
ไม่ให้ศาสนาตกไปอยู่ในการดูแล ของผู้ที่มีแต่
ความอาวุโสทางตำแหน่ง แต่ ขาดคุณธรรม หรือ
ธรรมที่แท้จริง....

มันอันตรายครับ


จากคุณ : nameonics - [ 30 ต.ค. 48 02:36:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

เป็นธรรมดาของโลก ของอย่างนี้
มีทุกข์
ค้นทุกข์
พบทุกข์
ละทุกข์
ก็ได้สุขแทน


จากคุณ : ฉะนี้แล - [ 30 ต.ค. 48 12:26:27 A:61.90.10.3 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

ไม่ทราบว่าใครเป็นพระโสดาบันหรือครับ

พระโสดาบัน ไม่ได้มีความหมายใดๆนะครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราช


จากคุณ : firstini chemistani - [ 30 ต.ค. 48 20:29:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

หาไม่เลย
ขืนฉันไปเดินตามประจบหลวงตาก็มีหวังโดนตะเพิดไปเท่านั้น
ฉันเดินตามตูด กพ ต่างหาก
พอรู้ไต๋จับได้แน่ชัดว่า กพ คิดอย่างไรกับในหลวง
ฉันก็เอาปลายเท้าจิ้มตูดตกกระของ กพ ซะเลย
แต่ฉันทิ้งรองเท้าคู่นั้นไปแล้วละ


จากคุณ : ฉัน - [ 31 ต.ค. 48 00:19:49 A:61.90.18.238 X: TicketID:101896 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

แต่คนที่ด่าพระเปรียบเทียบไ้ด้น่าเกลียดแบบคุณไม่สับสน  ไม่ดีเลย แย่มาก ชาวพุทธที่ดีคงไม่ทำแบบนี้หรอก

จากคุณ : big-ant - [ 31 ต.ค. 48 01:53:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

ฮ่ะๆ...๕๕๕

จากคุณ : ลมทะเลไม่เคยหลับ - [ 31 ต.ค. 48 12:28:42 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ความคิดเห็นที่ 19

หาไม่เลย
ขืนฉันไปเดินตามประจบหลวงตาก็มีหวังโดนตะเพิดไปเท่านั้น
ฉันเดินตามตูด กพ ต่างหาก
พอรู้ไต๋จับได้แน่ชัดว่า กพ คิดอย่างไรกับในหลวง
ฉันก็เอาปลายเท้าจิ้มตูดตกกระของ กพ ซะเลย
แต่ฉันทิ้งรองเท้าคู่นั้นไปแล้วละ

จากคุณ : ฉัน - [ 31 ต.ค. 48 00:19:49 A:61.90.18.238 X: TicketID:101896 ]

*********************************************

เลิกซะทีได้ไหมพ่อคุณ เลิกเอาหลังพิง"กำแพงวัง"แล้วก่นด่าคนอื่นซะทีเถอะ ปล่อยให้สนธิบ้าไปคนเดียวเถอะ อีกไม่นานเกินรอก็คงเลิกบ้าแล้ว

สุนัขจิ้งจอกแอบไปใช้หนังราชสีห์คลุมร่างทำให้สัตว์น้อยใหญ่หลงเข้าใจว่าเป็นเจ้าป่า ที่ไหนได้ พอส่งเสียงคำรามออกมาเท่านั้น สัตว์ทั้งปวงก็รู้ประจักษ์ชัดทันทีเลยว่าไอ้นี่เป็นแค่สุนัขจิ้งจอกเท่านั้น ว่าแล้วก็รุมสหบาทาจนสุนัขจิ้งจอกจมธรณีไป เหมือนบางคนใช้จีวรคลุมร่างทำท่าทางดังหนึ่งผู้วิเศษ อพิโถ น่าสมเพช แสนอนาถ เพราะพ่นคำผรุสวาทออกมาดังห่าฝน ปั๊ดโธ่ ที่แท้ก็แค่...นี่เอง


จากคุณ : กพ - [ 31 ต.ค. 48 12:48:16 A:61.91.136.90 X: TicketID:078421 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ท่าทางนาย กพ คงไม่รู้จัก คุณดบัส ซะแล้ว

จากคุณ : apichan - [ 31 ต.ค. 48 21:13:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

พูดอีกก็ผิดอีก
ใครจะพิงกำแพงวังอะไรกันตอนนี้
เขาต้องช่วยกันดันกำแพงวังเอาไว้ต่างหาก
ไม่ให้คนบ้ามาพังได้สำเร็จ
ไอ้ที่ว่าผรุสวาทหรือไม่นั้น
ต้องดูที่ตัวกรรมที่มารับกริยาว่ะ
เช่น กพ เป็นต้น
มันจะกลายเป็นแค่ประโยคบอกเล่าพื้น ๆ ทันที


จากคุณ : ฉัน - [ 31 ต.ค. 48 23:29:06 A:61.90.20.170 X: TicketID:101896 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป