◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    วังวนของการทรงเจ้า

    .........." วังวนของการทรงเจ้า "
    เหตุส่วนใหญ่ที่พบมาก มี ๒ ประการด้วยกัน ร่วมกันมาแต่กาลก่อน กล่าวคือ
    .........." ๑.ฝึกวิชาดังเดิมคือ วิชาสางใส เพื่อที่จะติดต่อกับภพภูมิต่างๆ....ผู้ที่ฝึกมักใช้ กรรมฐาน เตโชกสิณ , อโลกกสิณ แสงสว่าง , อาโปกสิณ...เป็นต้นจนเกิดได้วิชชา ๓ อย่างอ่อนๆ ที่สุดก็มีความสามารถที่จะ สื่อความหมายกับ ภพแห่งวิญญาณได้...แต่ด้วยไม่มีความชำนาญในวิชชา ๓ ..ภายหลังจึงเชิญให้ วิญญาณนั้นมาคุยเองเลย...จึงกลายเป็น การทรงเจ้า
    .........." ๒.กรรมเดิมของร่างทรงต้องไปดู ในสมัยที่เป็น ฤๅษี ที่ยังมีมิจฉาทิฏฐิ
    .........." ๒.๑. อย่างน้อยต้องได้ ฤทธิ์ทางใจ แล้วนำฤทธิ์ทางใจนั้นไปบังคับเอาจิตวิญญาณ อื่นมารับใช้ตน หรือเพื่อตน หรือเพื่อคนอื่นแต่เนื่องด้วยตน ในสภาวะที่เป็นทิพย์ เช่น วิชาคุณไสยต่างๆ ที่มีความต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบันนี้
    .........." ๒.๒.เกิดจากผู้นั้นเคยฝึกจิตจนได้ อภิญญา ๕ แล้วใช้อภิญญา ๕ นั้นปั้นหุ่นพยนต์ แล้วไปบังคับ วิญญาณ ดวงใดดวงหนึ่ง มาสิงที่หุ่นพยนต์นั้นให้มีอาการเคลื่อนไหวได้ เยี่ยงคนทั่วไป เพื่อมาเป็นทาสรับใช้ตน หรือให้ไปทำร้ายคนอื่น เป็นต้น
    เมื่อพ้นจากชาตินั้นไปแล้ว ก็ต่างต้องใช้กรรมกันไปมา สลับกัน ต่างกรรมต่างวาระ จึงเป็นที่มาของ " ร่างทรง หรือม้าทรง "
    ยังมีต่อครับ...มาถึงชาตินี้คนกลุ่มนี้ต้องมาใช้กรรมแก่กันในรูปแบบต่างๆ กัน เกิดจากกรณีที่ต้องเป็นร่างทรงจะต้องมีเศษกรรมพื้นฐานดังกล่าวมา
    .........." ในทางกุศลมักเกิดจากร่างทรง มีกฎแห่งกรรมและเจ้ากรรมนายเวร มาส่งผลรุนแรง แต่ด้วยร่างทรงนั้นมีความดีในอดีตอยู่บ้าง และความดีในปัจจุบันอยู่บ้าง จึงมาใช้พลังจิตมาบังคับให้ทำความดี ด้วยการเป็นทาสรับใช้คนทั้งหลายที่เดือดร้อน
    ส่วนใหญ่ในระยะต้นๆ เทพมาทรงจริง ให้ดูที่ความแม่นยำ ใน ๗ วัน ถึง ๑ เดือน เมื่อทรงนานๆ เขาติดในโลกธรรม ๘ วิญญาณของอสุรกายจะมาเข้าทรงแทน ความแม่นยำที่ ๑ ถึง ๓ วัน ถ้าหลงโลกธรรม ๘ มากจนแม้แต่ผีก็ทนไม่ไหว ตรงนี้มักจะ สะกด จิตตนเอง หรือใช้สัญญาความจำในการทรงที่ผ่านมา มากระทำการแทน
    .........." ๓.ถ้าเป็นการที่ท่านลงมาสงเคราะห์จริง จะไม่เป็นโทษอะไร เพราะเป็นเทวตานุสสติกรรมฐานด้วย แต่ตอนที่ร่างทรงติดในโลกธรรม ๘ จนเป็นการละเมิดศีล ตรงนี้คนเป็นร่างทรงจะต้องตกนรกเอง
    .........." ๔.เทวดาที่หมดบุญแล้วมาเข้าทรงทำบารมีนั้นมีน้อยมาก..เพราะถ้าถึงขนาดนี้แล้วแสดงว่าเทวดาองค์นั้น ท่านมีความประมาทมาก แต่ถ้าเป็นกรณีที่เทวดาที่มา สงเคราะห์ลูกหลานที่ตกทุกข์ได้ยาก แล้วมาบังคับให้ทำกุศลต่างๆ จะมีมาก....แต่ท่านมักที่จะมีกำหนดเวลาในการที่จะมาสงเคราะห์ การบังคับให้ทำความดีที่เป็นการสนองคุณของบุคคลนั้น ไม่ถือว่าเป็นบาปแต่อย่างไร...เพราะบังคับอยู่ในกรอบ.........." ของเทวะธรรม..."

    โดย คนเมืองบัว

    จากคุณ : ฟ้าเฟ - [ 20 ต.ค. 48 15:54:21 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม