วังวนของการทรงเจ้า

.........." วังวนของการทรงเจ้า "
เหตุส่วนใหญ่ที่พบมาก มี ๒ ประการด้วยกัน ร่วมกันมาแต่กาลก่อน กล่าวคือ
.........." ๑.ฝึกวิชาดังเดิมคือ วิชาสางใส เพื่อที่จะติดต่อกับภพภูมิต่างๆ....ผู้ที่ฝึกมักใช้ กรรมฐาน เตโชกสิณ , อโลกกสิณ แสงสว่าง , อาโปกสิณ...เป็นต้นจนเกิดได้วิชชา ๓ อย่างอ่อนๆ ที่สุดก็มีความสามารถที่จะ สื่อความหมายกับ ภพแห่งวิญญาณได้...แต่ด้วยไม่มีความชำนาญในวิชชา ๓ ..ภายหลังจึงเชิญให้ วิญญาณนั้นมาคุยเองเลย...จึงกลายเป็น การทรงเจ้า
.........." ๒.กรรมเดิมของร่างทรงต้องไปดู ในสมัยที่เป็น ฤๅษี ที่ยังมีมิจฉาทิฏฐิ
.........." ๒.๑. อย่างน้อยต้องได้ ฤทธิ์ทางใจ แล้วนำฤทธิ์ทางใจนั้นไปบังคับเอาจิตวิญญาณ อื่นมารับใช้ตน หรือเพื่อตน หรือเพื่อคนอื่นแต่เนื่องด้วยตน ในสภาวะที่เป็นทิพย์ เช่น วิชาคุณไสยต่างๆ ที่มีความต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบันนี้
.........." ๒.๒.เกิดจากผู้นั้นเคยฝึกจิตจนได้ อภิญญา ๕ แล้วใช้อภิญญา ๕ นั้นปั้นหุ่นพยนต์ แล้วไปบังคับ วิญญาณ ดวงใดดวงหนึ่ง มาสิงที่หุ่นพยนต์นั้นให้มีอาการเคลื่อนไหวได้ เยี่ยงคนทั่วไป เพื่อมาเป็นทาสรับใช้ตน หรือให้ไปทำร้ายคนอื่น เป็นต้น
เมื่อพ้นจากชาตินั้นไปแล้ว ก็ต่างต้องใช้กรรมกันไปมา สลับกัน ต่างกรรมต่างวาระ จึงเป็นที่มาของ " ร่างทรง หรือม้าทรง "
ยังมีต่อครับ...มาถึงชาตินี้คนกลุ่มนี้ต้องมาใช้กรรมแก่กันในรูปแบบต่างๆ กัน เกิดจากกรณีที่ต้องเป็นร่างทรงจะต้องมีเศษกรรมพื้นฐานดังกล่าวมา
.........." ในทางกุศลมักเกิดจากร่างทรง มีกฎแห่งกรรมและเจ้ากรรมนายเวร มาส่งผลรุนแรง แต่ด้วยร่างทรงนั้นมีความดีในอดีตอยู่บ้าง และความดีในปัจจุบันอยู่บ้าง จึงมาใช้พลังจิตมาบังคับให้ทำความดี ด้วยการเป็นทาสรับใช้คนทั้งหลายที่เดือดร้อน
ส่วนใหญ่ในระยะต้นๆ เทพมาทรงจริง ให้ดูที่ความแม่นยำ ใน ๗ วัน ถึง ๑ เดือน เมื่อทรงนานๆ เขาติดในโลกธรรม ๘ วิญญาณของอสุรกายจะมาเข้าทรงแทน ความแม่นยำที่ ๑ ถึง ๓ วัน ถ้าหลงโลกธรรม ๘ มากจนแม้แต่ผีก็ทนไม่ไหว ตรงนี้มักจะ สะกด จิตตนเอง หรือใช้สัญญาความจำในการทรงที่ผ่านมา มากระทำการแทน
.........." ๓.ถ้าเป็นการที่ท่านลงมาสงเคราะห์จริง จะไม่เป็นโทษอะไร เพราะเป็นเทวตานุสสติกรรมฐานด้วย แต่ตอนที่ร่างทรงติดในโลกธรรม ๘ จนเป็นการละเมิดศีล ตรงนี้คนเป็นร่างทรงจะต้องตกนรกเอง
.........." ๔.เทวดาที่หมดบุญแล้วมาเข้าทรงทำบารมีนั้นมีน้อยมาก..เพราะถ้าถึงขนาดนี้แล้วแสดงว่าเทวดาองค์นั้น ท่านมีความประมาทมาก แต่ถ้าเป็นกรณีที่เทวดาที่มา สงเคราะห์ลูกหลานที่ตกทุกข์ได้ยาก แล้วมาบังคับให้ทำกุศลต่างๆ จะมีมาก....แต่ท่านมักที่จะมีกำหนดเวลาในการที่จะมาสงเคราะห์ การบังคับให้ทำความดีที่เป็นการสนองคุณของบุคคลนั้น ไม่ถือว่าเป็นบาปแต่อย่างไร...เพราะบังคับอยู่ในกรอบ.........." ของเทวะธรรม..."

โดย คนเมืองบัว

จากคุณ : ฟ้าเฟ - [ 20 ต.ค. 48 15:54:21 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

....................” การรับขันธ์ ครูร่างทรงเพื่อเหตุผลใด “
......เนื่องจากการนับถือเทวดาเป็นที่พึ่งมีมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนพุทธกาล..จึงมีพิธีกรรมหลากหลายในการยอมรับนับถือ พระองค์ท่านที่มาคุ้มครอง
......ในพุทธกาลนี้ พระพุทธเจ้าก็ทรง ยืนยันในผลของการเคารพบูชาเทวดา และพรหม ว่าดี
........ที่เรียกว่า “ เทวตานุสสติกรรมฐาน “ ๑ ใน พระกรรมฐาน ๔๐
............โดยอาศัยหลักการมงคล ๓๘ ประการ ที่ว่า “ คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล “ ดั่งนี้
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
.............ก่อนอื่นเราต้องรู้พื้นฐานของคุณธรรมของเทวดาก่อน ที่เรียกว่า “เทวะธรรม “ หรือที่รู้จักกันในในนามว่า “ องค์ธรรมของท่าน..........”
.......” เทวะธรรม “ ประกอบด้วย
.......๑.ท่านเป็นผู้ทรงธรรม ศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ อยู่ในอารมณ์จิต
.......๒.ท่านเป็นผู้ทรงคุณธรรม หิริโอตตัปปะ หมายถึง ความละอายบาป และเกรงกลัวบาป อยู่ในอารมณ์จิต
.......๓.” หากเป็นพรหม จะมีองค์ธรรมเพิ่ม คือ พรหมวิหาร ๔ “ อยู่ในอารมณ์จิต
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””
............ดังนั้น หากคนใดมีความเคารพนับถือในเทวดา ย่อมมีอานิสงส์มากเพราะ
........๑. หากเทวดาพระองค์ใด มีความเพียรตั้งมั่นในสัมมาทิฏฐิ ต้องการเป็น “ เทวดา “ ต่อๆ ไปทุกชาติ คนผู้เคารพเทวดาพระองค์นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเป็น “ เทวดา “ ตามไปด้วย องค์ธรรมนั้น เช่นกัน
.........๒.หากเทวดาพระองค์ใด มีความเพียรตั้งมั่นในสัมมาทิฏฐิ ต้องการเป็น “ พรหม “ ต่อๆ ไปทุกชาติ คนผู้เคารพ พรหม พระองค์นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเป็น“ พรหม “ ตามไปด้วยองค์ธรรมนั้น เช่นกัน
........๓.หากเทวดาพระองค์ใดเป็นอริยเจ้า มีความเพียรตั้งมั่นในสัมมาทิฏฐิ ต้องการเป็น พระอริยะเจ้า ( พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์) ต่อๆ ไป..... คนผู้เคารพ เทวดา พระองค์นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเป็น พระอริยะเจ้า ตามไปด้วย องค์ธรรมนั้นเช่นกัน
........๔.หากเทวดาพระองค์ใด มีความเพียรตั้งมั่นในสัมมาทิฏฐิ ต้องการ ปัจเจกพระโพธิญาณ ต่อๆไปทุกชาติ คนผู้เคารพ เทวดา พระองค์นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเป็น ปัจเจกพระโพธิญาณ ตามไปด้วยองค์ธรรมนั้น เช่นกัน
.......๔.หากเทวดาพระองค์ใด มีความเพียรตั้งมั่นในสัมมาทิฏฐิ ต้องการ พระโพธิญาณ ต่อๆ ไปทุกชาติ คนผู้เคารพ เทวดา พระองค์นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเป็น พระโพธิญาณ ตามไปด้วยองค์ธรรมนั้น เช่นกัน
.........ที่กล่าวมานี้รวบรวมมานี้ คือผลของท่านที่มีความเคารพใน “ เทวดา “ มีความดีและสำเร็จดังนี้
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
........แต่เป้าหมายในการบูชาเทวดาในปัจจุบันนี้ “ เปลี่ยนไป “
.......๑.ยังโลกธรรม ๘ ให้แก่ ผู้ที่เป็นม้าทรง
.......๒.ยังโลกธรรม ๘ ให้แก่ ผู้ที่ที่ไปเป็นลูกศิษย์
......๓.ม้าทรงเกือบทุกคน หลงตนว่าเป็น เทพเจ้าพระองค์นั้นเสียเอง โดยให้เหตุผลให้ตนเองและผู้อื่นว่า ตนนั้น เป็น “ อวตาร “ ของเทพพระองค์นั้น.......ม้าทรง...จะเสี่ยงต่อการปรามาส แก่เทวดาพระองค์นั้น.......จึงมีสิทธิ์ตกนรกได้โดยไม่ยากนัก
......๔.หากเทพพระองค์นั้นบารมีธรรมเกือบหมดจริง จะต้องจุติจากสวรรค์แน่ในไม่ช้า ( อายุสวรรค์ )
........ จึงต้องหาม้าทรง ที่โลกมนุษย์นี้ ที่มีกรรมซึ่งกันและกัน....ถึงใช้งานกันได้โดยไม่ผิดกฏแห่งกรรม “ เพื่อทำบารมีต่อ จะได้อยู่บนสวรรค์ต่อไปอีกได้
......๕.ม้าทรงก็ยังไม่ได้ทำบารมีเหมือนเดิม แถมยังต้องถูกบังคับกายเนื้อ รับใช้ชาวบ้าน
......เพราะม้าทรงทำความดีนั้นๆ ไม่เกิดจากความศรัทธาของตนเอง จึงมีสิทธิ์ตกนรกได้โดยไม่ยากนัก......เหมือนต้นตาลยอดด้วน
......๖.ม้าทรง ที่หลงใน “ โลกธรรม ๘ และไม่ปฏิบัติธรรม “ ในที่สุดหากมีเทวดา มาลงทรงจริง ไม่เกิน ๓ ปีเทวดา จะถอยไม่มาลงทรง.....ตรงนี้แบ่งออกเป็น สองกรณี คือ
.........๖.๑. ต้องแกล้งทำเป็นเข้าทรงเพื่อหลอกชาวบ้าน
.........๖.๒. ถูกอสุรกายที่มีฤทธิ์ เข้ามาครอบงำแทนโดยไม่รู้ตนเอง เป็น “ มิจฉาทิฏฐิ “
....../.....โดยมีข้อสังเกต ตรงนี้คือ ม้าทรงจะทำผิดศีล ๕ , ขาดพรหมวิหารธรรม, มักมีทีท่าดุดัน , อวดวิเศษในตน เช่นกินเหล้าแทนน้ำ, อมไฟจากเปลวเทียน, เป็นผีบุญ เล่นอวิชชา ไม่มีการสอนธรรมตามพระพุทธเจ้า “
........๗.มักกล่าวแบบทะเลาะเบาะแว้งกัน “ ตามตำนานแขก... “ ว่าเทพองค์นั้นไม่ถูกกับองค์นี้...เป็นต้น
........๘.มีความหลงผิดว่า “ ในระหว่างกึ่งพุทธกาลแล้ว ( พ.ศ. ๒๕๐๐ ขึ้นไป )
.....สมมติสงฆ์จะมีความเสื่อมมาก....เหล่าเทวดาทั้งหลายต้อง “ อวตารบ้างเพื่อลงมากอบกู้พระศาสนา มา ลงทรง เพื่อลงมากอบกู้พระศาสนา หรือที่ใช้เรียกกันทั่วไปว่า “ มายกยอพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ...ให้เหมือนพุทธกาล “
...../.....แต่ความจริงแล้ว “ มนุษย์ย่อมต้องสอนมนุษย์กันเอง “..ในเบื้องต้น
...../......แม้ในก่อนพุทธกาล ( ก่อน พ.ศ. ๐๐๐๑ ) พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ยังต้องจุติจากเทวดาชั้นดุสิต มาเกิดเป็นมนุษย์ที่มีขันธ์ ๕ เลย เพราะต้องสอนมนุษย์ด้วยกัน เรียกว่า “ โลกุตตรธรรม “
.....และในกึ่งพุทธกาลจึงเพี้ยนกันไปถึงขนาดนี้......จะเก่งเกินพระพุทธเจ้าไปแล้ว ใช่หรือไม่
......นั้นคือการแนะนำสั่งสอนที่ผิดกฏความเป็นธรรมดา.....คือผู้ใดเป็นสาวก “ ต้องรับขันธ์ทรงองค์เทพ “...แล้วจึงพ้นทุกข์ภัยต่างๆ
.......จึงถือว่า “ บิดเบือนคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า “ ผู้ที่หลงเชื่อเช่นนี้ มีที่ไปแห่งเดียวคือ “ อเวจีมหานรก “ เป็นเพื่อนกับ “ ท่านเทวทัต “....แน่นอน
........๙.ม้าทรง อสุรกายมักแนะนำให้ ผู้ที่เข้ามาพึ่งใบบุญนั้น “ รับขันธ์ ขันครู “
..../.....ในบางแห่งจะบังคับผีที่ตนเองเลี้ยงไว้ ไปเข้าคนที่มีความเดือดร้อน มาพึ่งพาอาศัยคลายทุกข์ เสียเลย .....โดยผู้นั้นจะมีอาการเข้าทรง หรือผีเข้า....เมื่อม้าทรงไล่ผีออกไปแล้วคนที่มาหารู้สติแล้ว...จึงให้ทำนายไปว่า...ให้รับขันธ์๕ เสีย.....มิฉะนั้นอาจจะตาย...เพราะเทวดาไม่ช่วย...ดั่งนี้เป็นต้น
......../...เห็นไหมละว่ามีความเสี่ยงสูงมาก.....ถ้านับถือกันผิด
“””””””””””””””””””””””””””””””


จากคุณ : ฟ้าเฟ (ฟ้าเฟ) - [ 20 ต.ค. 48 15:58:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

.........เมื่อท่านได้ทราบผลดี และผลเสียแล้ว
....... เราจะมาพูดกันต่อถึงความเคารพใน “ เทวตานุสสติ “ ๑ ใน พระกรรมฐาน ๔๐ กอง ว่าจะทำอย่างใดจึงจะได้อานิสงส์กันแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย กล่าวคือ
.........๑.การปฏิบัติบูชา ได้แก่ผู้ใดก็ตามที่มีความเคารพนับถือในเทวดา “ เทวตานุสสติกรรมฐาน “ ย่อมรู้คุณธรรมแห่งเทวธรรม และปฏิบัติตนตาม เทวธรรมนั้น “ ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า “ คือ
.................๑.๑.ท่านเป็นผู้ทรงธรรม ศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ อยู่ในอารมณ์จิต
.................๑.๒.ท่านเป็นผู้ทรงคุณธรรม หิริโอตตัปปะ หมายถึง ความละอายบาป และเกรงกลัวบาป อยู่ในอารมณ์จิต
.................๑.๓. หากเป็น “ พรหม “ จะมีองค์ธรรมเพิ่ม คือ พรหมวิหาร ๔ เจริญในความไม่ประมาท ในฌาน ๔ และผลของฌาน ๔ “ อยู่ในอารมณ์จิต
.......๒.อามิสบูชา ได้แก่ผู้ใดก็ตามที่มีความเคารพนับถือในเทวดา “ เทวตานุสสติกรรมฐาน “ ย่อมทำความเคารพบูชาด้วยอามิส ด้วยเป็น “ สื่อ “ ยึดเหนี่ยวใจ อาทิเช่น
................๒.๑. อามิสบูชา ด้วยดอกไม้
................๒.๒.อามิสบูชา ด้วย ธูป
................๒.๓.อามิสบูชา ด้วย เทียน
................๒.๔.อามิสบูชา ด้วยอาหาร คาวหวาน
................๒.๕.อามิสบูชา ด้วยเครื่องบายศรี และของหอม แบบต่างๆ
.......ทั้งหลายเหล่านี้ ต่างถือว่า เป็น “ เทวตานุสสติ “ ทั้งสิ้น ได้อานิงส์ตามแต่กำลังใจ...ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
.......แต่ในปัจจุบันการรับขันธ์ ๕ จากร่างทรงมีความหมายที่ต่างกันกับ ความหมายที่พระพุทธเจ้าได้แนะนำไว้ คือ
.......๑.เพื่อมาเป็นร่างทรงสืบสาย การทรงเจ้า “ พฤติกรรมฝูงชน “ และบริวารของม้าทรง
.......๒.มักเกิดกับคนที่เกิดปัญหาชีวิตอย่างหนัก ไม่เป็นที่นับถือของคนในครอบครัว มักเป็นคนที่มีปมด้อยมาก่อน จึงเกิดจิตวิทยา จิตใต้สำนึกทำงาน “ ว่าตนนั้นเป็นคนดีทำไมไม่มีใครเห็น จึงตีกลับมาเป็นทรงเจ้า “ เพื่อให้คนในครอบครัวของตนและ เพื่อนๆ ของตนได้รู้ว่า “ ตนเองนั้นมีดีอยู่มาก....ไม่อย่างนั้นเทวดาจะมาจับร่างเป็นร่างทรงได้อย่างไร “
.......๓.เพื่อเป็นสิ่งล่อ “ อามิส “ กล่าวคือ หากผู้ใดได้ทำบารมีแบบร่างทรง โดย “ ได้รับขันธ์ ๕ “ จะมีความเจริญรุ่งเรือง ในโลกธรรม ๘ อยากได้อะไรได้หมด
.......๔.จึงมักมีความเห็นว่า “ การปฏิบัติธรรม สายพระพุทธเจ้า “ นั้นได้ผลของ “ อนิสงส์ “ ช้ามาก หรือ ค่าจ้างตอบแทนใน โลกธรรม ๘ ชักช้าอืดอาด
.......๕.หากไม่รับรับขันธ์ ๕ ละก็ “ เทวดาจะลงโทษ “ จะมีอันเป็นไปต่างๆ นาๆ
................ท่านที่ถูกแนะนำเช่นนี้...พึงระวังตนเองก็แล้วกัน...ครับ
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””


จากคุณ : ฟ้าเฟ (ฟ้าเฟ) - [ 20 ต.ค. 48 16:03:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

....................สำหรับท่านที่เคยรับ รับขันธ์ ๕ มาแล้ว
........... เกิดความไม่สบายใจว่า “ ได้ทำรับขันธ์ ๕ เพื่อยอมรับ เทวดา หรือ อสุรกาย กันแน่ “ ควรที่จะทำการอย่างไร
..........ให้ยึดหลักโดยกฏของสวรรค์ว่า....( ที่รู้ได้ก็เพราะเคยเกิดเป็นเทวดามาก่อน จึงพอจำได้บ้าง ...ขอหลงตนเองสักครั้ง..นะครับ )
......... หากเทวดาหรือพรหมองค์ใด เกิด “ มีราคะ โทสะ โมหะ “ เกิดขึ้นในขณะที่เป็นเทวดาอยู่ เท่ากับผิดกฏสวรรค์ต้องจุติ จากสวรรค์ในทันที่ ไปในภพของ มนุษย์ และอบายภูมิ ๔ ในทันที
.........ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำว่าผู้ใดหลงผิดไปรับ รับขันธ์ ๕ เข้า...จะบอกยกเลิกรับขันธ์ ๕ นั้นได้โดยทันที..จะไม่เกิดโทษแต่ประการใด.....หากท่านเทวดาพระองค์นั้นโกรธ....ถือว่าท่าน ซวยเอง ที่ยังกิเลสให้กำเริบในขณะเป็นเทวดา
........แล้วท่านที่ยกเลิกขันธ์ ๕ นั้นควรมา “ เจริญพระกรรมฐาน ใน เทวตานุสสติแทน “ เป็นอันใช้ได้ เทวดา พรหมท่านจะ “ ดีใจเสียด้วยซ้ำ “
.”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
........การยกเลิก รับขันธ์ ๕ มีด้วยกันหลายวิธี......แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือ...” อธิษฐานบอกกล่าว แก่เทวดาพระองค์นั้นด้วยความเคารพ แล้วนำ รับขันธ์ ๕ นั้นไปลอยน้ำ “ ในทันที
......เหตุทีควรที่ลอยน้ำเพราะ.......เพื่อไม่ให้คนเดินผ่านเหนือกว่า เพราะถือว่าเคารพท่านแล้วเมื่อยกเลิก รับขันธ์ ๕ ก็ไม่เหยียบย้ำ...จะกลายเป็นการปรามาสไป
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
....จึงขอแนะนำท่านที่หลงผิดในการนับถือ “เทวตานุสสติ “ ....พึงพิจารณาตน ให้รอดพ้นภัย นี้
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
........มาร...ที่มาขวางในการปฏิบัติธรรม...มีอยู่ ๓ ประการ ( เท่าที่จำได้ตอนนี้..นะครับ...)ได้แก่
...........๑.ขันธมาร .......พอนั่งสมาธิครั้งใด เนื่องด้วยเศษกรรมปาณาติบาต...ตามมาส่งผล ให้คันตามเนื้อตัว...ปวด ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฯลฯ ทุกครั้ง
...........๒. กิเลสมาร ......พอนั่งสมาธิครั้งใด เกิด “ ราคะ โทษ โมหะ “ ทุกครั้ง
..........๓. เทวบุตรมาร.....พอนั่งสมาธิครั้งใด “ เทพลงทรง “ ทุกครั้ง
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
........ข้อดีใน “เทวตานุสสติ “ ....มีมากเหลือคณานับ.....
..../...แต่มีภัยอยู่นิดเดียวคือ “ หลงผิดไปรับขันธ์เพื่อให้เทพมาทรง ตนเอง “
...........ด้วยความเคารพในคุณธรรมทุกๆท่าน

จากคุณ คนเมืองบัว เมื่อวันที่ 12/6/2547 0:32:45


จากคุณ : ฟ้าเฟ (ฟ้าเฟ) - [ 20 ต.ค. 48 16:05:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

เล่าให้ฟังเล่นๆ แถวบ้านมีลุงอยู่คนนึง ไม่ได้ทรงเป็นอาชีพ ใครมีเรื่องเดือดร้อนมาถึงจะทรง และต้องเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลด้วย ประเภททำเสน่ห์ ผัวหาย เมียหายนี่ไม่ทรง ไม่ได้เก็บเงินทอง มีดอกไม้ธูปเทียนไหว้ครูพอ ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่คนรู้จักหลายคนมาเล่าว่าแม่น หมายถึงรู้สาเหตุของความเดือดร้อน(คือคนไปหาเล่าปัญหาไปนิดเดียวแกเล่าต่อจนจบ จนคนงงว่ารู้ได้ไงยังไม่ทันเล่า และก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน) และแนะวิธีแก้ไขให้ก็ได้ผล

ฟังแล้วผมก็เอียงๆว่าของแบบนี้มันมีจริงเหรอ ปกติผมเจอลุงแกก็ยกมือไหว้ทุกครั้งเพราะเห็นมาแต่เด็ก เวลาแกไม่ทรงก็เหมือนคนทั่วๆไป นิสัยดีด้วย มานั่งคิดว่าแกจะหลอกคนรึก็ไม่ใช่ เงินทองก็ไม่เอา ตกลงมันยังไงกันนี่


จากคุณ : คันฉ่อง - [ 20 ต.ค. 48 16:54:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ผมเองบางครั้งก็เป็นร่างทรงเหมือนกัน เป็นร่างทรงให้กับเจ้าพ่อกิเลส เจ้าแม่ตัณหา และเทพเจ้าอุปาทานครับ ท่านเหล่านั้นเข้าทรงผมตอนผมไม่มีสติทุกทีเลย ใครจะแก้ให้ผมได้มั่งผมเบื่อไอ้ท่านพวกนั้นเต็มทีเลยนะเนี่ย บางครั้งเจ้าพ่อก็ทำให้ผมมีอารมณ์โกรธ เจ้าแม่ทำให้มีอารมณ์ขุ่นมัว และเทพเจ้าอุปาทานก็ทำให้เห็นแก่ตัวใครจะเป็นไงก็ช่างข้าฯไม่สน มีวิธีขับไล่พวกนี้ออกจากตัวผมไหมเนี่ย?

จากคุณ : เทพเจ้ากิเลสผู้ยิ่งใหญ่ - [ 20 ต.ค. 48 19:19:54 A:203.156.27.64 X:203.147.0.48 TicketID:033855 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

จากประสบการณ์ ชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นมีเทวดา หรือเทพมาเข้าร่างทรงซัก กะ ที

เห็นมีแต่พวกผี มาแอบอ้างว่า เป็นเจ้าแม่ เจ้าปู่ นั่น นี่ ไม่มีเทวดามาเข้าร่างคนหรอก เห็นมีแต่ ผี มาแอบอ้างทั้งนั้นแหละ


จากคุณ : มีดบินไซเบ้อร์ - [ 20 ต.ค. 48 22:15:37 A:202.5.88.8 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

เหมือนกับที่ได้เคยรับฟังมา....แต่มีรายละเอียดครบ
ถ้วน...นับถือ นับถือ...


จากคุณ : Killer - [ 21 ต.ค. 48 10:59:15 A:61.91.252.68 X: TicketID:108830 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

.
  สมัยเด็ก ๆ เพื่อนหญิงคนหนึ่ง พ่อเป็นคนทรงมีองค์  ตัวเขาผมก็เห็นแต่เด็ก  เห็นว่ามีผีเข้า (หรืออะไรเข้าก็ไม่รู้ตอนนั้นเด็กแต่พอจำความได้แล้ว)  ตัวสั่นเป็นประจำ  ผมเห็นบ่อยจนกลายเป็นของสนุกไป  เล่าประสบการณ์ครับ ...


จากคุณ : สุธี - [ 21 ต.ค. 48 12:28:58 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป