การบวชแบบมหานิกายกับธรรมยุติต่างกันอย่างไร

****************************************************************************************************
ที่มา  หนังสือพิมข่าวสด  วันพฤหัสที่ 29 ก.ย. 2548
คอลัมน์ ชื่อใครว่าไม่สำคัญ  โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
****************************************************************************************************
    โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ
    สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส
    ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ
    สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต  ฯ 125 ฯ

บาปก็ย่อมตามสนองผู้โง่เขลา
ซึ่งทำร้ายบุคคลที่ไม่ทำร้ายตอบ
ผู้หมดจด ปราศจากกิเลส
ดุจธุลีที่ซัดทวนลม (วกกลับมาหาผู้ซัด)

Whosoever offends a harmless person,
One pure and guiltles,
Upon that very fool the evil recoils,
Even as fine dust thrown against wind.
***********************************************************
เพื่อนผมที่เคยบวชเรียนกล่าวว่า  พระมหานิกายกับพระธรรมยุติ ไม่เหมือนกัน  เพราะบวชไม่เหมือนกัน
หมายความว่าอย่างไรครับ  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าบวชแบบไหนเป็นพระมหานิกาย แบบไหนเป็นพระธรรมยุติ

จาก คนนอกวัด
***********************************************************
(มีต่อ)

จากคุณ : เด็กเกาหลี_Boy - [ 29 ก.ย. 48 15:29:24 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

คำถามอย่างนี้  คนนอกวัดเขาไม่ถามกันหรอก  ต้องคนในวัดเท่านั้นถึงจะรู้ว่า  บวชแบบมหานิกายกับแบบธรรมยุติ
ต่างกัน  คนทั่วไปเขาก็รู้เพียงว่าพระเหลือง ๆ ก็คือพระเหมือนกัน  ไม่เห็นจะบวชต่างกันเลยก็เห็นแห่เข้าโบสถ์ บวช มีพระอุปัชฌาย์
เหมือน ๆ กัน ไม่เห็นต่างกันตรงไหน
    ก่อนอื่นขอเกริ่นสั้น ๆ ว่า  พระในเมืองไทยนี้เป็น นิกายเถรวาท (หรือหินยาน) ด้วยกัน  เอาแบบอย่างลังกา
จึงเรียกว่า  เถรวาทลังกาวงศ์  (ลังกาเมื่อศาสนาเสื่อมลง ก็ส่งคนมานิมนต์พระไทยไปฟื้นฟู  จึงได้ชื่อว่า นิกายสยามวงศ์
มาจนบัดนี้  ตกลงแลกกัน ไทยมี "เถรวาทลังกาวงศ์"  ลังกามี "เถรวาทสยามวงศ์"
    สมัย ร.3 พระวชิรญาณภิกษุ (ต่อมาคือ ร.4) ได้ตั้งนิกายธรรมยุติขึ้น  พระสงฆ์ดั้งเดิมเลยได้ชื่อว่า มหานิกาย
เพื่อให้แตกต่างกันก็กำหนดวัตรปฏิบัติหลายอย่างให้ต่างกันออกไป
เช่น ห่มผ้าแบบมอญ (ห่มแหวก) สวดมนต์แบบ"มคธ"
ไม่จับเงิน (แต่มีได้ เพียงแต่ไม่จับ) ไม่ฉันนมเพราะถือเป็นอาหาร แต่ฉัน cheese (โดยเข้าใจว่าเป็นเภสัช คือยา  
แต่ที่จริงคือยอดอาหารเชียวแหละ ฯลฯ) แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปลีกย่อย  แต่ต่างกันก็รักษาศีลในในพระปาติโมกข์ 227 ข้อเหมือนกัน
ไม่แตกต่างอะไร  จะเรียกเป็น "นิกาย" ไม่ได้ในแง่หลักวิชา เพราะเป็นเถรวาทเหมือนกัน
    การบวช เวลานาคเปล่งวาจาขอบวช  จะมีบทสวดบอกว่า "เพื่อทำให้แจ้งพระนิพพานอันเป็นทางพ้นทุกข์"
แต่พระวชิรญาณผู้ก่อตั้งธรรมยุติบอกว่า  เดี๋ยวการบวชไม่ต้องการไปไกลถึงขั้นนั้นจึงตัดออก เปลี่ยนว่า
     "เอสาหัง ภันเต... (กล่าววาจาถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเท่านั้น)"  จะเรียกว่า  ธรรมยุติไม่บวชเพื่อเป้าหมายคือ
พระนิพพานเหมือนที่โบราณจารย์ท่านเน้นย้ำกันมา  ก็คงจะได้กระมังครับ  และนี่กระมังที่เพื่อนคุณเขาว่าบวชแบบ
ธรรมยุติกับแบบมหานิกายไม่เหมือนกัน


จากคุณ : เด็กเกาหลี_Boy - [ 29 ก.ย. 48 15:30:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

คือผมสงสัยนิดนึงอ่ะครับเกี่ยวกับบทความนี้

คือ สวดมนต์แบบ"มคธ"

มันเป็นยังไงครับ  คือแต่เดิมเข้าใจว่า ภาษามคธ คือ ภาษาบาลี

ตกลงไม่เหมือนกันหรือครับ


จากคุณ : เด็กเกาหลี_Boy - [ 29 ก.ย. 48 15:33:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ภาษาบาลีหรือภาษามคธแท้

ส่วนใหญ่พยัญชนะบาลีจะเหมือนกับภาษาไทย ยกเว้น 14 อักษรเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่คนไทยสวดตามพยัญชนะไทย

พยัญชนะที่อยู่ในบทสวดแต่ออกเสียงตามมคธ คือ

1. ตัว ค บาลีจะออกเป็น ก ควบกับ ง
2. ตัว ช ออกเสียง จ รวบกับ ย
3. ตัว ฆ ออกเสียง ฆ ควบกับ ห
4. ตัว ฌ ออกเสียง ณ ควบกับ ห
5. ตัว ฒ ออกเสียง ฒ ควบกับ ห
6. ตัว ธ ออกเสียง ธ ควบกับ ห
7. ตัว ภ ออกเสียง ภ ควบกับ ห
8. ตัว ฑ ออกเสียง ฎ
9. ตัว ท ออกเสียง ด
10. ตัว พ ออกเสียบ บ
11. ตัว ญ ออกเสียง ย แบบขึ้นจมูก
12. ตัว ฏ ออกเสียง ต แบบขึ้นจมูก
13. ตัว ฐ ออกเสียง ถ แบบขึ้นจมูก
14. ตัว ณ ออกเสียง น แบบขึ้นจมูก

ถ้าคนไทยสวดแบบธรรมดาก็จะอ่านหรือสะกดตรงตัวที่เราเรียนมาภาษาไทยมา ถ้าสวดแบบมคธ พยัญชนะทั้ง 14 ตัวจะออกเสียงแตกต่างที่เราคุ้นเคย

ส่วนสระของบาลีหรือมคธ มี 7 รูป 8 เสียง ไม่มีสระ อะ เวลาเขียนแบบบาลีจะเขียนติดกันไปเลย เช่น รตน อ่านว่า ระตะนะ

ที่มา: ธรรมิกวราภรณ์   วัดบวรนิเวศวิหาร

แก้ไขเมื่อ 29 ก.ย. 48 16:12:32

จากคุณ : น้องหอมแดง - [ 29 ก.ย. 48 16:11:10 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ไช่ครับผม คุณน้องหอมแดงยกมาถูกต้องแล้ว
สรุปง่าย ๆ ก็คือ
การสวดมนต์ของคณะสงฆ์ไทยนั้นมีสองอย่างคือ
-สวดแบบสังโยค พูดง่าย ๆ คือพระที่สวดทั่ว ๆ ไป จะหยุด (ทำเสียงเน้น) ตรงที่มีตัวสะกด เช่น ตะถาคะโต โลเก อุป-ปัน-โน เป็นต้นครับพระมหานิกายจะใช้สวดแบบนี้ซึ่งสวดมาแต่เดิม
-สวดแบบมคธ นี้ ร.๔ ทรงนำใช้ให้ออกเสียงแบบภาษาพุทธเจ้าเดิมคือภาษาบาลีนั่นเอง (มคธ-บาลี ภาษาเดียวกัน) จะเป็นลักษณะเหมือนคคห.ข้างบน ง่าย ๆ ก็คือเวลาเราว่า นะโมฯ จะลงว่า สัม-มา-สัม-พุท-ธัส-สะ ธรรมดาอย่างนี้ แต่ธรรมยุตแบบมคธ จะว่า สัม-มา-สัม-บุด-ธัส-สะ อย่างนี้เป็นต้นน่ะครับ คงเข้าใจนะครับ
และอีกอย่างวิธีการบวชนั้นมหานิกายใช้วิธีแต่เดิมขึ้นต้นว่า อุกาสะ วันทามิ ภันเต ฯลฯ แต่ธรรมยุตจะแต่งใหม่ขึ้นต้นว่า เอสาหัง ภันเต ฯลฯ
สำหรับจขกท.นั้น ยากครับที่จะรู้ว่าไหนมหานิกายไหนธรรมยุต มีวิธีเดียวคือคุณต้องรู้จักวัดนั้นเสียก่อนว่าเป็นวัดมหานิกายหรือวัดธรรมยุต หรือไม่ก็ถามท่านดูว่ามหานิกายหรือธรรมยุต แต่ไม่แตกต่างกันมากหรอกครับ มีพระดีทั้งสองนิกายสร้างประโยชน์แก่พระศาสนาทั้งสองนิกายล่ะครับ ต่างกันปลีกย่อยเท่านั้น....


จากคุณ : ศิษี - [ 29 ก.ย. 48 16:40:15 A:61.90.10.193 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ต่างกันตรงคำขอบวช ซึ่งนิกายไหนจะกำหนดยังไงก็ได้ ไม่มีรูปแบบแน่นอน ไม่มีปัญหาอะไรตรงนี้ , และคำที่ใช้ในวินัยกรรมบางอย่าง ....แต่หลักๆเหมือนกันหมด..

การเปล่งคำสาธยายมนตร์ มี หลายแบบ แต่ที่ใช้ๆกัน ในไทยมี ๔ แบบ คือ ร้อยแก้ว, มคธ , สังโยค , สรภัญญะ

อยากรู้ว่าเปล่งเสียงยังไง แวะไปวัด ให้พระลองสวดให้ฟัง


จากคุณ : ชิฯ - [ 29 ก.ย. 48 18:38:53 A:65.188.149.241 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

โห...กระทู้นี้ได้ความรู้สุดยอดจริงๆ ครับ ข้าน้อยขอคารวะทุกท่านตั้งแต่คห. 1-5 เลยครับ

่สวดมนต์มาตั้งนานยังไม่เคยรู้เรื่องเสียงมคธเลย เพิ่งได้เข้าใจวันนี้เอง สาธุ... ขอบคุณยิ่งครับท่านๆ

จะรออ่านต่อครับ

 
 


จากคุณ : บานทะโรค - [ 29 ก.ย. 48 19:32:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

จากที่คุณน้องหอมแดงว่ามา แสดงว่าเสียง ฎ กับ ด ไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ แล้วมันต่างกันยังไงอ้ะ ในเมื่อก็ ด.ชฎา กับ ด.เด็ก

รบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ


จากคุณ : บานทะโรค - [ 29 ก.ย. 48 20:00:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

สังเกตคร่าวๆได้จากสีของไตรจีวรครับ
ถ้าเป็นพระมหานิกาย ส่วนใหญ่จะเป็นสีเหลือง อย่างจีวรของหลวงพ่อชา สุภทฺโท แต่ถ้าเป็นพระธรรมยุติจะใช้สีเข้มกว่าครับ เช่นสีแก่นขนุน อย่างจีวรของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโตครับ


จากคุณ : Fluorine - [ 29 ก.ย. 48 20:24:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

คคห.๗ นี้ค่อนข้างจะยกตัวอย่างยากครับ
เพราะไม่ได้ยินเสียง แต่ให้พยายามทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับคือ
-ตัว ต ก็ออกเสียงแบบธรรมดา
-ตัว ฏ ออกเสียง ต แบบขึ้นจมูก
คือให้คุณลองทำเสียง ต ขึ้นจมูกดูนะครับ ประมาณนั้นแหล่ะ
แต่คนไทยจะให้เหมือนอินเดียเลยก็คงไม่ได้ อยากชัดก็ต้องให้อินเดียพวกแขกทำให้ดูนะครับ...


จากคุณ : ศิษี - [ 29 ก.ย. 48 21:06:21 A:61.90.10.193 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ตอนผมบวชในธรรมยุต (อ้อ! รู้สึกจะเขียนว่า ธรรมยุต นะครับ ไม่มีสระอิ)
มีหลวงพี่ห่มจีวรสีเหลืองส้มเหมือนกันนะครับ
ได้ยินว่ามีญาติโยมถวายมาผิดสี ก็เลยห่มอย่างนั้น ไม่เห็นเหตุผลต้องย้อมให้วุ่นวาย
เลยไม่เหมือนใครอยู่รูปเดียว อิอิอิ


จากคุณ : เล่าให้ฟังเล่น - [ 30 ก.ย. 48 00:32:46 A:58.10.225.170 X: TicketID:074598 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

คือไม่ชอบใจอยู่อย่างนึง  คือพระธรรมยุติกนิกายนั้นมักจะคุยอวดว่า  นิกายของตนเองนั้นสถาปนาโดยพระเจ้าอยู่หัว (ล้นเกล้า ร.4)   แล้วจะพูดว่าตัวเองเป็นพระหลวง เปรียบเป็นหน่อเนื้อเชื้อหลวงเพราะสืบศาสนามาจากพระเจ้าอยู่หัวผู้สถาปนานิกายขึ้น

จากคุณ : พินทุ์ - [ 30 ก.ย. 48 09:09:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

การทำให้ภิกษุสงฆ์แยกออกเป็น 2 ฝ่าย จะถือว่าเป็นสังฆเภทได้หรือไม่
   ถ้าไม่แยกกันมาตั้งแต่ ร.4 ณ เวลานี้ ภิกษุสงฆ์ในประเทศไทย คงปรองดองกันมากกว่านี้
.....................ไม่น่าเลย.......................


จากคุณ : แช่ะแคะ - [ 30 ก.ย. 48 09:51:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

อ้าว ๆ ๆ เริ่มไปไกลแล้ว กลับมา ๆ

จากคุณ : un750 - [ 30 ก.ย. 48 09:56:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ขอบคุณครับคุณศิษี

เลยพาลสงสัยเรื่องร.4แยกนิกาย แล้วอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นสังฆเภทหรือครับ?

รบกวนท่านผู้รู้ช่วยวินิจฉัยครับ


จากคุณ : บานทะโรค - [ 30 ก.ย. 48 10:07:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ไม่ได้แยกสงฆ์ เพราะสงฆ์เดิมยังอยู่ไม่ได้ถูกแยก ...แต่การตั้งคณะธรรมยุต เป็นการไปเอาสงฆ์จากที่อื่นมาก่อตั้งต่างหากขึ้นมา

จากคุณ : ชิฯ - [ 30 ก.ย. 48 10:53:49 A:65.188.149.241 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

การตั้งคณะธรรมยุติขึ้นเพราะว่าพระในสมัยนั้นย่อหย่อน
วินัยกันมาก ปฏิบ้ติตามประเพณีโบราณมาโดยไม่สืบค้น
กันเลยว่าเป็นไปตามวินัยในพระไตรปิฎกรึเปล่า หลังจาก
มีคณะธรรมยุติพระมหานิกายก็ปรับปรุงตัวเองขึ้นครับ

ภาษามคธที่สวดบางครั้งก็เรียกว่าบาลีสากลครับ
ถ้าเทียบตามหลักสากล (International Phonetic)
ที่ผมจำได้ได้ดังนี้

1. ตัว ค บาลีจะออกเป็น ก ควบกับ ง (จำไม่ได้)
2. ตัว ช ออกเสียง จ รวบกับ ย เหมือนตัว j ในภาษา
อังกฤษ
3. ตัว ฆ ออกเสียง ฆ ควบกับ ห เหมือน r ในภาษา
ฝรั่งเศส หรือ j ในภาษาสเปนแบบสเปน การออกเสียง
ต้องให้ลิ้นไก่สั่น เป็นพยัญชนะฐานลิ้นไก่ (uvular) ซึ่ง
ไม่มีในภาษาไทยครับ เป็นเสียงที่ก้องในคอครับ
4. ตัว ฌ ออกเสียง ณ ควบกับ ห เหมือน ture ใน
future หรือ j ในภาษาฝรั่งเศส
5. ตัว ฒ ออกเสียง ฒ ควบกับ ห (จำไม่ได้)
6. ตัว ธ ออกเสียง ธ ควบกับ ห เหมือน th ใน booth
มีลิ้นออกมาระหว่างฟันเวลาออกเสียง
7. ตัว ภ ออกเสียง ภ ควบกับ ห (BH)
8. ตัว ฑ ออกเสียง ฎ เป็น t voiceless แบบที่คนอเมริกัน
ออกเสียง t ใน better, letter, city คนอังกฤษจะ
ออกเสียง เบทเทอร์ เลทเทอร์ ซิที่ คนอเมริกันจะออก
เสียง เบดเดอร์ เลดเดอร์ ซิดี้ แต่เสียง ด ที่ว่าเบามาก
และไม่มีลิ้นออกมาระหว่างฟันครับ
9. ตัว ท ออกเสียง ด (D)
10. ตัว พ ออกเสียบ บ (B)
11. ตัว ญ ออกเสียง ย แบบขึ้นจมูก เหมือน ion ใน onion
หรือ nh ในภาษาโปรตุเกส หรือเอญเญ่ในภาษาสเปน
(ตัว n ที่มีขีดข้างบน)
12. ตัว ฏ ออกเสียง ต แบบขึ้นจมูก เหมือนใน the
ในภาษาอังกฤษที่ออกเสียงคล้าย ด แต่มีลิ้น
ออกมาระหว่างฟัน
13. ตัว ฐ ออกเสียง ถ แบบขึ้นจมูก (จำไม่ได้)
14. ตัว ณ ออกเสียง น แบบขึ้นจมูก (จำไม่ได้)

ของวัดบวรนิเวศยังไม่ถูกทีเดียวเพราะไม่ได้เทียบกับ
ภาษายุโรปอื่นๆ ภาษามคธ มีรากมาจากภาษาสันสกฤต
เหมือนกับภาษาสิงหล ทมิฬ ฮินดี กรีก เปอร์เซีย
และละติน ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๔ ทรงค้นพบว่าภาษากรีก
ละตินคล้ายคลึงกับบาลีสันสฤติหลายคำมาก ซึ่งก็เป็น
ความจริง ครูสอนภาษาโปรตุเกสบอกผมว่าภาษา
สันสกฤตเก่าแก่ที่สุดครับเก่ากว่าละตินหรือกรีกอีก
ดังนั้นการเทียบควรเทียบกับภาษายุโรปหลายๆภาษา
ครับ


จากคุณ : ปักษาวายุ - [ 30 ก.ย. 48 11:37:44 A:10.36.3.44 X:202.28.77.30 TicketID:055979 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

คุณชิฯ ตอบได้ดีมากครับ
และเห็นด้วยกับคคห.๑๓ ครับ
กลับมาเถอะเดี๋ยวจะไปกันใหญ่อีกเน๊าะ...


จากคุณ : ศิษี - [ 30 ก.ย. 48 12:03:50 A:61.90.9.222 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

จะไปกันใหญ่อย่างไร  จะรีบกลับไปไหนกัน  มีใครรออยู่เหรอ
ทุกวันนี้ลองสังเกตดู ธรรมยุตกับมหานิกายซิ เข้ากันได้ไหม ไม่ทำสังฆกรรมรวมกัน  แบบนี้ยังให้เข้าว่า ไม่แยกจากกันอีกหรือ  ทั้งๆที่มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน


จากคุณ : แช่ะแคะ - [ 30 ก.ย. 48 12:20:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

องค์ ร. 4 นั้นมีคุณูปการกับพุทธศาสนามาก สมัยท่านบวชนั้นได้เห็นความหย่อนยานของพระสมัยนั้นมาก
ท่านจึงศึกษาธรรมวินัยอย่างจริงจังแล้วจึงกำหนดนิกายธรรมยุติขึ้นมาภายใต้พระธรรมวินัยดั้งเดิมผู้ใดอยากบวชนิกายใดก็ไม่บังคับเบียดเบียนกัน เพียงแต่ท่านต้องการรักษาพระที่ปฎิบัติตามธรรมวินัยให้คนรุ่นหลังได้กราบไหว้
ส่วนคนที่คิดไม่ละเอียดก็ปรามาสท่านว่าทำสังฆเภท
คำว่าสังฆเภทนั้นหมายถึงหมู่สงฆ์อยู่กันอย่างสงบสุขแล้วมีใครมาทำให้เดือดร้อน เบียดเบียนทำลายกัน นั้นแหละจึงเรียกได้  ส่วนที่ท่านทำไปนั้นคือการรักษาพระธรรมวินัยโดยที่ผู้บวชมีสิทธิเลือกนิกายได้โดยไม่ทำให้นิกายเดิมตกไป ผู้มีธรรมนั้นจะรักษาความดีเพื่อคนรุ่นต่อไป
หลวงปู่ชาเป็นพระมหานิกาย จะขอญัตติเป็นธรรมยุติ แต่หลวงปู่มั่นไม่ยอม ท่านบอกว่าต้องรักษาส่วนที่มีไว้ให้คงอยู่ ส่วนมรรคผลนิพพานนั้นไม่มีนิกาย
พระผู้มีธรรมนั้นน่าเคารพกราบไว้เพราะมีธรรม
หลวงปู่มั่นบอกว่า  ร.4 นั้นปูทางไว้  ท่านจึงมีวันนี้


จากคุณ : เรียบวัด - [ 30 ก.ย. 48 14:46:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ขอบคุณ คุณปักษาวายุ และคุณเรียบวัดมากๆ ครับ

ที่คุณเรียบวัดว่ามานั้นเป็นเหตุเป็นผลมากๆ ครับ

ขอบคุณครับ


จากคุณ : บานทะโรค - [ 1 ต.ค. 48 09:36:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

^_^ ถ้าพระพุทธเจ้ายังพระชนม์ชีพอยู่  เราทั้งหลายคงได้รู้กัน... พระองค์จะอนุญาตให้ทำเช่นนั้นหรือไม่  ขนาดพระเจ้าอโศกที่เลื่อมใสพระพุทธศาสนา ยากที่ผู้อื่นจะเปรียบได้ ยังไม่ทำ ไปทำวิธีที่ดีกว่าอย่างอื่นแทน ศาสนาจึงรุ่งเรื่องมาถึงประเทศเรา.

จากคุณ : แช่ะแคะ - [ 1 ต.ค. 48 11:25:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

พระเจ้าอโศกจับพวกอลัชชีฆ่าไปมากบาปกรรมเลยต้อง
ตกมาถึงตอนที่นาลันทาถูกเผาไง แม้จะทำเพื่อพระพุทธ
ศาสนาแต่บาปกรรมก็ต้องตกถึงลูกหลานครับ พระ
พุทธองค์นั้นห้ามีให้ใช้หอกดาบเผยแพร่ศาสนา


จากคุณ : ปักษาวายุ - [ 1 ต.ค. 48 14:43:28 A:10.36.3.44 X:202.28.77.30 TicketID:055979 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

บาปกรรมตกถึงลูกหลาน?   นึกว่าพระเจ้าอโศกทำกรรมเองแล้วรับกรรมเองซะอีก ยังงี้ก็ดีเหมือนกันมีลูกหลานมาช่วยรับ

จากคุณ : แช่ะแคะ - [ 1 ต.ค. 48 15:16:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

บาปบุญหรือกุศลอกุศลกรรมของใครก็ของคนนั้น ถ่ายทอดรับแทนกันไม่ได้

นาลันทาถูกเผา ไม่เกี่ยวอะไรกับพระเจ้าอโศก เป็นกรรมเก่าของพระในที่นั้นเอง


จากคุณ : ชิฯ - [ 1 ต.ค. 48 20:05:26 A:65.188.149.241 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

เหตุผลต่างๆในการสถาปนานิกายใหม่ขึ้นมานั้นล้วนมีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ยกต่างอยากเช่น นิกายของศาสนาคริสก็เหมือนกันแยกออกเป็นหลายๆนิกายนๆเหล่านั้นล้วนแต่มีเหตุผลบางประการที่แตกต่างกันออกไป บางก็บอกว่า นิกายเก่าไม่ดี (นิกายของพระในประเทศไทยก็เหมือนกัน ถ้ามหานิกายไม่ดีทำไมถึงมีมาตั้งแต่พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในเมืองไทยแล้วๆทำไมเพิ่งมาเปลี่ยนในสมัยร.4 ด้วยละ) คำสอนมีปัญหาบ้าง จากนั้นตัวเองก็สถานปนานิกายใหม่ขึ้นมา 1.เป็นผู้ก่อตั้ง 2.เป็นศาสดาประจำนิกายนั้นๆ 3.เป้นผู้นำมวลชนให้นับถือมากขึ้น(สมัยก่อนธรรมยุตนิกายมีแต่ข้าราชบริภารใกล้ชิดทั้งนั้นที่ถือกันก่อให้สังคมนิยมธรรมยุตกายขึ้นมาเพราะคนเหล่านั้นใกล้ศูนย์ร่วมของอำนาจคือพระเจ้าแผ่นดินมากกว่าคนที่นับถือมหานิกายคือคนธรรมดาสามัญทั่วไป(เพราะร.4 เป็นผู้ก่อตั้งนิกายนี้)เหมือนกันกับพวกคริสเตียนที่นับถือนิกายต่างกันพอตัวเองได้อยู่ใกล้ศูนย์ร่วมอำนาจก็ก่อให้เกิดมีอำนาจบารมีไปด้วยทำให้เกิดสังคมนิยมต่างกันแล้วแต่ในประเทศนั้นๆ ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของแต่ละคนที่ทำเช่นนี้จะว่าใครผิดหรือใครถูกนั้นก็จะพูดยาก ณ ที่นี่เพราะมีใช่ผู้ที่มาตัดสิน ฉะนั้น จะนับถือนิกายไหน ธรรมยุต ก็คือพระสาวกของพระพุทธเจ้า มหานิกายก็เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน พระไม่มีประเทศมีแต่นับถือพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน ทางไหนที่สามารถเข้าถึงคำสั่งของพระองค์ได้เดียวและสบายใจก็ไปทางนั้นเถอะอย่ามาโต้เถียงกันจนไม่รับเอาพระธรรมของพระองค์ไปปฏิบัติเลย สาธุ

จากคุณ : ฆ้อง - [ 2 ต.ค. 48 13:24:17 A:58.8.35.23 X: TicketID:052672 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

เรื่องของศีล ความดีงามเป็นเรื่องเฉพาะของบุคคล

ความบริสุทธิ์ของศีลเริ่มจากจิตใจไปสู่การกระทำแสดงออกมา

การแสดงออกซึ่งการกระทำนั้นมีทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

บุคคลผู้มีจิตใจละอายต่อการกระทำชั่วลามกทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

บุคคลผู้เป็นผู้สำรวมกาย วาจา ใจ ทั้งที่ลับและที่แจ้ง

บุคคลผู้นั้นย่อมรู้แน่แก่ใจตน ว่าเป็นผู้สำรวมระวังในศีล

โดยไม่ต้องได้รับการรับรองจากผู้ใด กลุ่มใด คณะใด


จากคุณ : qazse - [ 5 ต.ค. 48 18:37:35 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป