อยากทราบความหมายของแต่ละข้อในมหาบุญลาภ 8 ประการครับ

เข้าใจแค่บางข้อครับอยากทราบในความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เข้าใจอยู่ครับ
อยากทราบความหมายของทุกข้อเลยครับ

จากคุณ : เบื่อขายหัวเราะ - [ 9 ส.ค. 48 08:12:25 A:210.4.144.193 X: TicketID:103153 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าจะเอาแบบ "ลึก"
ผมตอบให้ 1 ข้อ  จากประสบการณ์จริง

ออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คนดีเด่อะไร  ก็ปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปรับการฝึกอบรมโปรแกรมหนึ่ง (ขออภัยที่มิอาจบอกชื่อได้  ผู้ที่ผ่านโปรแกรมนี้จะไม่แพร่งพรายเลย  เพราะถ้าพูดกันไปเรื่อย  จนทำให้ผู้ที่จะไปรับการฝึกอบรมรายต่อๆ ไปรู้รายละเอียดล่วงหน้า "บางสิ่ง" ที่จะได้ก็เลยอด)

เริ่มต้นก็ไม่มีอะไรมาก  สวดภาวนานิดหน่อย
เล่นเกม  ก็แบบเกมละลายพฤติกรรมที่เราเห็นกันทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ
บางคนเริ่มเบื่อ  "ไม่เห็นจะมีอะไรเลย" อะไรประมาณนี้ครับ  ผมเองก็เหมือนกัน
บ่ายแก่ๆ มีหนังฉายให้ดู  เป็นหนังเกี่ยวกับแง่คิดในชีวิต
ตกเย็นก็ร้องเพลง  กับเล่นเกมสลับกันไป  รื่นเริงสนุกสนาน  ตอนนี้ดีหน่อย  เหอๆๆ
วันรุ่งขึ้นตอนเช้ามีนั่งสมาธินิดหน่อย  ตอนสายมีพิธีมิซซา  ก็เหมือนปกติทั่วๆ ไป

เสร็จแล้วเขาให้เข้าไปในห้องๆ หนึ่ง  ไม่มีใครบอกว่าเป็นห้องอะไร  และให้เข้าไปทำไม
พอเข้าไปก็เห็นมีเทียนจุดอยู่รอบๆ  พระรูปพระเยซูเจ้าตั้งอยู่ทางผนังห้องด้านซ้าย

... ผมเห็นพระรูปนั้นเหมือนคนเป็นๆ  สายพระเนตรอันอ่อนโยนจ้องมองมาที่ผม ...

เสร็จพิธีแล้วผมขออนุญาตเขาเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้งหนึ่ง
พยายามนึกว่าตอนแรกที่เข้ามาผมเดินเข้ามายังไง  ก้าวเท้ายังไง  ตามองไปที่อะไรก่อนอะไรหลัง  พยายามเลียนแบบตอนที่เข้ามาทีแรกให้ใกล้เคียงที่สุด  แล้วมองพระรูปนั้นอีกที

แต่ผมมองไม่เห็นอะไรเลย  นอกจากพระรูปพระเยซูเจ้าเหมือนอย่างที่เราเห็นกันทั่วๆ ไปนั่นเอง

คุณจะเห็นว่ารายละเอียดตามโปรแกรมที่ผมเล่าให้ฟังก็เหมือนไม่มีอะไร
แต่มันหล่อหลอมจิตใจผมโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย
บางคนบอกว่าโปรแกรมนี้มิได้เขียนขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์  อาจดูเวอร์ไป  แต่นั่นมิใช่สาระสำคัญ

สาระสำคัญที่ผมจะบอกคุณก็คือ มหาบุญลาภประการนี้ครับ

"เป็นบุญของผู้ที่มีใจบริสุทธิ์  เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า"

ผมก็มีบุญครั้งนั้นครั้งเดียวแหละครับ
จิตบริสุทธิ์ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมา  ซึ่งในชีวิตปกติประจำวันยากที่จะทำได้


จากคุณ : หนุ่มไทยไร้นาม - [ 9 ส.ค. 48 10:30:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

        "บุคคลใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะแผ่นดินจากสวรรค์เป็นของเขา"

------->สมัยก่อนใช้คำว่า "จิตใจยากจน" แทน "บกพร่องฝ่ายวิญญาณ" หมายถึง การที่บุคคลนั้น มีความสำนึกตนว่าเป็นคนบาป และทูลขอโทษพระเจ้า ผู้นั่นก็จะได้แผ่นดินสวรรค์ การมีจิตใจยากจน แสดงถึงความพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่ยึดติดกับสิ่งของทางโลก สำนึกตนว่า ตนเองยังบกพร่องด้านจิตใจ มีใจสุภาพถ่อมตน ไม่อวดหยิ่ง จองหอง ไม่ตกเป็นทาสของอารมรณ์ มีความเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง มีสภาวะจิตใจที่เติบโต ผู้นั้นก็จะได้แผ่นดินสวรรค์ คือสภาวะแห่งความสุข ความเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวงเป็นรางวัล

-----------------------------------------------------------------------
         "บุคคลใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก

--------->ผู้ที่มีจิตใจอ่อนโยน ก็ย่อมจะเป็นที่รักของทุกคนในโลกนี้ เปรียบเหมือนการได้แผ่นดินโลกไว้เป็นกรรมสิทธิ์ เพราะบุคคลอันเป็นที่รักของทุกคนไปที่ไหนย่อมมีคนต้อนรับ อยากให้เข้าร่วมสังคมด้วย ความอ่อนโยนไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอที่ยอมไปทุกเรื่อง การอ่อนโยนจะต้องมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผลและความถูกต้องของ สังคมศีลธรรมเสมอ
-------------------------------------------------------------------

         "บุคคลใดมีใจกรุณา ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับพระกรุณาตอบ"

---------->บุคคลใดที่มีจิตใจกรุณา พระเจ้าก็ทรงพอพระทัยเขายิ่งกว่าคนที่ทำบุญเสียอีก เพราะการให้ มีคุณค่ามากกว่าการรับ โดยเฉพาะการให้แก่คนที่มีความต้องการ หรือคนที่ด้อยโอกาสในสังคมคริสตชนทุกคน จึงควรเป็นผู้มีจิตเมตตากรุณาต่อผู้อื่น โดยเฉพาะคนยากจน คนตกทุกข์ได้ยาก คนเจ็บป่วย คนชรา เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส เพราะเขาก็จะได้รับพระกรุณาจากพระเจ้า เป็นการตอบแทนเช่นกัน
------------------------------------------------------------------------------


         "บุคคลใดโศกเศร้า ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการปลอบประโลม"

--------->แม้ว่าเราจะพบกับความเศร้าโศกในบางครั้ง เราจะพบว่า พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งเราให้อยู่ตามลำพัง พระองค์จะประทับอยู่กับเรา และคอยปลอบประโลมใจเราเสมอ การที่เรามีความทุกข์ เราจะนึกถึงพระ และได้รับพระเมตตาจากพระองค์ในที่สุด จงยอมรับว่า เราเป็นทุกข์ และมันไม่ได้เป็นนายเหนือเรา การเป็นสุข เกิดจากการยอมรับว่าตนเองเป็นผู้มีความทุกข์ และยอมรับสภาพแห่งทุกข์นั้น พร้อมที่จะเข้าพึ่งพาอาศัยพระเมตตาจากพระเจ้า การเป็นทุกข์เกิดจากความไม่เป็นอิสระของใจเรา การตกเป็นทาสของอารมณ์ การไม่ปล่อยวาง และเมื่อเรายอมรับได้ เมื่อนั้น เราจะพบว่า เราได้รับการปลอบโยนจากพระองค์ผู้ไม่เคยทอดทิ้งเรา
 
---------------------------------------------------------------------------------
         "บุคคลใดมีความหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นก็เป็นสุข เพระว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่มสมบูรณ์"

---------->ผู้ที่ยึดมั่นในความชอบธรรม ด้วยการปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าพระองค์จะทรงประทานบำเหน็จให้เขา ในวันที่เขาจะต้องได้รับการพิพากษา เพราะเมื่อเรารักความชอบธรรม หรือแสวงหาความชอบธรรม (อย่างมีสันติ) เราจะไม่รู้สึกว่าตนเองถูกข่มเหง เบียดเบียน ไม่แสวงหาความสุขใส่ตน แต่ทำเพื่อผู้อื่น เราก็จะเป็นคนดีพร้อมในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอ

---------------------------------------------------------------------------------

        "บุคคลใดมีจิตใจบริสุทธิ์ เขาจะได้เห็นพระเจ้า"

--------->ผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ คือผู้ที่ไม่คิดร้ายต่อใคร ไม่ทำบาป หรือทำความผิดต่อพระเจ้า และคนอื่น มีมโนธรรมที่เที่ยงตรง ยำเกรงพระเจ้า ซื่อ ๆ สงบ มีสันติในจิตใจ เขาก็จะได้เห็นพระเจ้า เมื่อเวลาที่เขาจากโลกนี้ไปแล้ว เพราะพระเจ้า คือจิตที่บริสุทธิ์ คนที่จะพบพระเจ้าได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน
-----------------------------------------------------------------------------

        "บุคคลใดสร้างสันติ ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาเป็นบุตร"  

---------->ผู้ที่อยู่กับผู้อื่นอย่างสันติ ผู้นั้นก็จะได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นองค์แห่งความสันติ ไม่ใช่องค์แห่งความวุ่นวาย ถ้าเราไม่มีสันติในจิตใจ คือ มีจิตใจที่อาฆาต พยาบาท เป็นจิตชั่วของปีศาจ ไม่ใช่จิตของพระเจ้า ดังนั้น ผู้ที่ดำรงตนอยู่ในสันติ จะต้องสร้างความปรองดองในหมู่ชน ไม่เว้นแม้แต่กับบุคคลที่เราไม่ชอบ หรือศัตรู เพราะพระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน ในฐานะที่เป็นพระบิดาของทุกคน เมื่อเราสร้างสันติเกิดขึ้น เท่ากับเราเป็นพี่น้องของเขา เราก็จะได้เป็นบุตรของพระเจ้าเช่นกัน
--------------------------------------------------------------------------------

         "บุคคลผู้ใดถูกข่มเหง เพราะเหตุของความชอบธรรม ผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์ก็เป็นของเขา"

---------->ผู้ที่ถูกข่มเหง เพราะความเชื่อที่เขามีต่อพระเจ้า หรือเพราะการกระทำดีตามพระวาจาของพระเจ้า เขาก็จะได้รับบำเหน็จในสวรรค์ ในชีวิตของเรามักจะถูกเบียดเบียนจากความอยุติธรรม เพราะเราจะหาความยุติธรรมบนโลกนี้ได้น้อยมาก แต่พระเจ้าจะประทานความยุติธรรมให้อย่างแน่นอน ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

แก้ไขเมื่อ 10 ส.ค. 48 11:34:48

จากคุณ : MichaelPaul (MichaeLPauL) - [ 10 ส.ค. 48 11:31:12 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ที่มาจาก
http://www.mariarosa.org/teach5.html


จากคุณ : MichaeLPauL - [ 10 ส.ค. 48 11:35:25 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป