อยากได้คาถาบูชาขุนแผนฮะ... แบบมีกุมารข้างหลังด้วยอ่ะ

ตามหัวข้อเลยครับ หรือเอาคาถาพระขุนแผนธรรมดาก็ได้ครับ

จากคุณ : HaungTae - [ 29 เม.ย. 48 12:44:02 A:203.113.81.170 X: TicketID:096506 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ขอแนะนำคุณHaungTae -อย่างนี้ครับว่า

1. คาถาบูชาขุนแผนไม่อยู่ในกรอบของศาสนาพุทธครับ เป็นการแต่งขึ้นของอาจารย์ชั้นหลัง

2. อีกอย่างหนึ่ง การสวดบทสวดที่เราไม่เข้าใจความหมายย่อมมีอานิสงส์น้อยกว่าการเจริญภาวนา เพราะที่จริงแล้ว บทสวดต่าง ๆ ก็เป็นเพียงภาษาต่างประเทศภาษาหนึ่ง แต่ใจความของบทสวดนั้นสำคัญกว่า จึงขอรบกวนให้พิจารณาจากกระทู้ตามลิ้งค์ต่อไปนี้

การฟังสวดมนต์ที่เราไม่เข้าใจ จะมีผลอย่างไร
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y3415420/Y3415420.html

3. พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติว่าหากต้องการความเป็นสิริมงคลทั้งหลาย ให้ตั้งหน้าบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ และเลิกการสร้างอกุศลกรรมบททั้ง 10 อย่างเด็ดขาด

เพราะผลของอกุศลกรรมบท 10 มีดังนี้

ผลที่อกุสลกรรมบถ ๑๐ ส่งผลให้

ผลของปาณาติบาต (รวมไปถึงการทำร้ายสัตว์ด้วยแม้ไม่ถึงตายก็ตาม)มี ๙ ประการ คือ

๑. ทุพพลภาพ
๒. รูปไม่งาม
๓. กำลังกายอ่อนแอ
๔. กำลังกายเฉื่อยชา
๕. เป็นคนขลาด
๖. ฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่า
๗. โรคภัยเบียดเบียน
๘. ความพินาศของบริวาร กำลังปัญญาไม่ว่องไว
๙. อายุสั้น

ผลของอทินนาทาน มี ๖ ประการ คือ

๑. ด้อยทรัพย์
๒. ยากจน
๓. อดอยาก
๔. ไม่ได้สิ่งที่ตนปรารถนา
๕. พินาศในการค้า
๖. ทรัพย์พินาศเพราะอัคคีภัย อุทกภัย ราชภัย โจรภัยเป็นต้น

ผลของกาเมสุมิจฉาจาร มี ๑๑ ประการ คือ

๑. มีผู้เกลียดชังมาก
๒. มีผู้ปองร้ายมาก
๓. ขัดสนทรัพย์
๔. ยากจนอดอยาก
๕. เป็นหญิง (เป็นหญิงที่อับโชค)
๖. เป็นกระเทย
๗. เป็นชายในตระกูลต่ำ
๘. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
๙. ร่างกายไม่สมประกอบ
๑๐. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
๑๑. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก

ผลของมุสาวาท มี ๘ ประการ คือ

๑. พูดไม่ชัด
๒. ฟันไม่เป็นระเบียบ
๓. ปากเหม็นมาก
๔. ไอตัวร้อนจัด
๕. ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
๖. กล่าววาจาด้วยปลายลิ้น และปลายปาก
๗. ท่าทางไม่สง่าผ่าเผย
๘. จิตไม่เที่ยงคล้ายวิกลจริต

ผลของการพูดซุบซิบนินทา มี ๔ ประการ คือ

๑. ตำหนิตนเอง
๒. มักจะถูกลือโดยไม่มีความจริง
๓. ถูกบัณฑิตตำหนิติเตียน
๔. แตกมิตรสหาย

ผลของการพูกเพราะความโกรธ(การด่า) มี ๔ ประการ คือ

๑. พินาศในทรัพย์
๒. ได้ยินเสียง เกิดไม่พอใจ
๓. มีกายและวาจาหยาบ
๔. ตายด้วยอาการงงงวย

ผลของการพูดเพ้อเจ้อ เช่น การล้อเล่น ,พูดจาไม่มีประโยชน์, พูดเล่น ฯลฯ  มี ๔ ประการ คือ

๑. เป็นอธัมมวาทบุคคล
๒. ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูดของตน
๓. ไม่มีอำนาจ
๔. จิตไม่เที่ยง คือ วิกลจริต

ผลของความอยากได้ อยากมีในทรัพย์ของผู้อื่นมี ๔ ประการ คือ

๑. เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี
๒. ปฏิสนธิในตระกูลต่ำ
๓. มักได้รับคำติเตียน
๔. ขัดสนในลาภสักการะ

ผลในปวัตติกาลของพยาบาท(ความเพ่งเล็ง จับผิด คิดร้าย อยากให้ผู้อื่นเสียหาย - เช่นขอให้ตายไวไวเป็นต้น) มี ๔ ประการ คือ

๑. มีรูปทราม
๒. มีโรคภัยเบียดเบียน
๓. อายุสั้น
๔. ตายโดยถูกประทุษร้าย

ผลของมิจฉาทิฏฐิ มี ๔ ประการ คือ

๑. ห่างไกลรัศมีแห่งพระธรรม
๒. มีปัญญาทราม
๓. ปฏิสนธิในพวกคนป่าที่ไม่รู้อะไร
๔. เป็นผู้มีฐานะไม่เทียมคน

ผลในปวัตติกาลของการเสพสุราเมรัย มี ๖ ประการ คือ

๑. ทรัพย์ถูกทำลาย
๒. เกิดวิวาทบาดหมาง
๓. เป็นบ่อเกิดของโรค
๔. เสื่อมเกียรติ
๕. หมดยางอาย
๖. ปัญญาเสื่อมถอย

ในส่วนของการสร้างบุญทั้ง 10 เป็นที่มาของความเจริญความสุขความมีรูปงาม มีทรัพย์มาก เป็นต้น ขอให้พิจารณาจากพระพุทธพจน์ดังต่อไปนี้

"บุคคลปรารถนาอยู่ซึ่งอายุ ความไม่มีโรค วรรณะ สวรรค์ความเกิดในตระกูลสูง และความยินดีอันโอฬารต่อๆ ไปพึงบำเพ็ญความไม่ประมาท บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในบุญกิริยาทั้งหลาย บัณฑิตผู้ไม่ประมาทย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ภพนี้ และประโยชน์ภพหน้า เพราะยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ ผู้มีปัญญาจึงได้นามว่า "บัณฑิต" ฯ"

วิธีการทำบุญ ๑๐ ประการ ในศาสนาพุทธ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ มีดังนี้

บุญกริยาวัตถุ ๑๐ ได้แก่

๑. ทานมัย การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้รับ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) เป็นที่มาของทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
๒) เป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง
๓) ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข
๔) ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก
๕) ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีผู้อื่นไว้ได้
๖) ทำให้เป็นผู้มีเสน่ห์น่านับถือ
๗) ทำให้เป็นที่น่าคบหาของคนดี
๘) ทำให้เข้ากับสังคมอื่นได้คล่องแคล่ว
๙) มีบุคลิกองอาจ สง่าผ่าเผย
๑๐) ทำให้มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี
๑๑) ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ

๒. สีลมัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้


๑) ทำให้มีความสุขกาย สุขใจ
๒) ทำให้เกิดโภคทรัพย์ได้
๓) ทำให้สามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้เต็มอิ่ม โดยไม่หวาดระแวง
๔) ทำให้ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีใครมาทวงทรัพย์คืน
๕) ทำให้เกียรติคุณฟุ้งขจรไป ทำให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อถือ
๖) ทำให้ชีวิตนั้นแกล้วกล้าองอาจท่ามกลางชุมชน
๗) ทำให้ไม่เป็นคนหลงลืมสติ
๘) ตายแล้วไปเกิดในสุคตภูมิ

๓. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการเจริญสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์

๑) มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๒) มีผิวพรรณผ่องใส
๓) มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
๔) มีความจำดี และกำลังปัญญาว่องไว
๕) เป็นคนใจคอเยือกเย็น
๖) เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น
๗) มีบุคลิกอันน่าศรัทธา
๘) เกิดในตระกูลดี
๙) มีบุคลิกสง่างาม
๑๐) มีมิตรสหายมาก
๑๑) เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั่วไป
๑๒) เป็นที่ชื่นชอบของบัณฑิต
๑๓) สมบูรณ์ด้วยปัจจัย ๔
๑๔) ปราศจากอกุศลทั้งปวง
๑๕) ปลอดภัยจากศาสตราวุธ
๑๖) มีอายุยืน
๑๗) ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ

๔. อปจายนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อผู้ที่ควรเคารพนบนอบ
(คุณวุฒิ วัยวุฒิ ชาติวุฒิ)
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) เกิดในตระกูลสูง
๒) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
๓) มีมิตรสหายดี
๔) ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ
๕) มีความสมบูรณ์ในทรัพย์
๖) ได้พบเห็นแต่สิ่งที่ตนปรารถนา


๕. เวยยาวัจจะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้


๑) มีความเป็นอยู่ดี สุขกายสุขใจ
๒) มีมิตรสหายมาก
๓) มีไหวพริบความจำดี
๔) มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง

๖. ปัตติทานะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น
(การแผ่เมตตา)
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) ไม่มีความอดอยาก ยากจน
๒) ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
๓) มีบริวารดี
๔) เป็นที่รักของผู้พบเห็น
๕) มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๖) มีอายุยืน

๗. ปัตตานุโมทนา บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) มีสุขภาพสมบูรณ์
๒) มีฐานะดี
๓) มากไปด้วยลาภสักการะ
๔) พบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ

๘. ธัมมสวนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) เกิดในตระกูลสูง
๒) มีสติปัญญาดี
๓) มีมิตรสหายดี
๔) มีความเชื่อมั่นในตนเอง

๙. ธัมมเทสนา บูญที่สำเร็จได้ด้วยการแสดงธรรม
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) ไม่มีกลิ่นปาก
๒) มีฟันขาวเรียบ
๓) บุตรบริวารมีความเชื่อฟัง
๔) มีบุคลิกสง่างาม
๕) มีความจำดี
๖) เป็นที่ไว้วางใจแก่ผุ้พบเห็น

๑๐.ทิฏฐุชุกรรม
บุญที่สำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้


๑) มีปัญญาดี
๒) ไม่อดอยาก
๓) ไม่ยากจน
๔) มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
๕) มีบุคลิกสง่างาม
๖) พบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ
๗) มีฐานะความเป็นอยู่ดี
๘) มีบริวารมาก
๙) มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น

บุญกริยาวัตถุ ๑๐ เมื่อสงเคราะห์ลงในทาน ศีล ภาวนา ได้ดังนี้คือ

ทาน ปัตติทานะ ปัตตานุโมทนา สงเคราะห์ใน ทาน

ศีล อปจายะ เวยยาวัจจะ สงเคราะห์ใน ศีล

ภาวนา ธัมมสวนะ ธัมมเทสนา ทิฏฐุชุกรรม สงเคราะห์ใน ภาวนา

ภาวนามัย อานิสงค์ 10 ข้อดังกล่าว จะสรุปได้ว่า
บุญที่สำเร็จได้ด้วยการเจริญสมถภาวนา และวิปัสสนา
ภาวนา ได้บุญ เพราะจิต ได้ ข่ม ลด ละ เลิก ตัด กิเลส เป็น ชั้นๆ
จนถึงที่สุดแห่งทุกข์ คือ พระนิพพาน

ในจำนวน 10 ข้อ ภาวนามัย จึงสำคัญ ที่ สุด เพราะเป็น ปฏิบัติบูชา


จากคุณ : SpiritDreamInside - [ 29 เม.ย. 48 14:33:44 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

please believe KhunSpiridreamInside naka, it's true ka.

จากคุณ : anumotanasatu - [ 29 เม.ย. 48 16:51:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ถ่ายภาพพระเครื่องมาให้ดูหน่อยสิ... ไม่เคยเห็นมาก่อนแบบมีกุมารทองอยู่ข้างหลังด้วย?

ระวังเป็นขุนแผนปลอม ขายแบกะดินแถวท่าพระจันทร์ องค์ละบาทสองบาท หรือพิมพ์นอกรีตแบบ "ขุนแผนอุ้มสาวสะพายดาบ" นะ


จะบูชาพระเครื่อง ควรรู้ที่มาหรือเกจิผู้ปลุกเสกด้วยนะครับ


จากคุณ : ตกขอบ - [ 29 เม.ย. 48 17:27:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

พระขุนแผน เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา  

ลักษณะพิมพ์  เป็นพุทธศิลป์บริสุทธิ์ประทับอยู่ในซุ้มห้าเหลี่ยม ไม่มีการอุ้มกุมารทองใด ๆ ทั้งสิ้น

พบเห็นในหลายวัดแถบสุพรรณบุรี  เช่น วัดบ้านกร่าง  วัดพระรูป  และบางส่วนของจังหวัดอยุธยา

กรุที่นิยมสูงสุดคือ  พระขุนแผนกรุวัดใหญ่ชัยมงคล เคลือบน้ำยาสังคโลก

พระขึ้นจากกรุน้อยมาก  เพียงไม่กี่ร้อยองค์เท่านั้น  เชื่อกันว่า สมเด็จพระพนรัตน์ แห่งวัดป่าแก้ว

พระอาจารย์แห่งสมเด็จพระนเรศวรสร้างขึ้นแล้วบรรจุในเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล

ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระนเรศวรทรงชนะสงครามยุทธหัตถี

สืบเนื่องจากการที่พระพิมพ์ทรงห้าเหลี่ยมนี้มีประสบการณ์เป็นเยี่ยม และมักพบ

ที่สุพรรณบุรีเป็นส่วนใหญ่  วงการพระเครื่องจึงตั้งชื่อพระพิมพ์ที่พบนี้ว่า พระขุนแผน  

ภายหลังพวกมือผี และนักปลอมพระเห็นว่าชื่อขุนแผนนั้น

เป็นชื่อของจอมอาคมที่สร้างกุมารทองในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน

จึงเห็นช่องทางสร้างพระปลอมขึ้น มีลักษณะแปลกประหลาดพิสดาร

อาทิ พระอุ้มกุมารบ้าง  พระนั่งบนหัวกะโหลกบ้าง

แล้วอุปโลกสร้างนิทานขึ้นหลอกลวงคน  เช่น เป็นพระที่มีคุณทางด้านเจ้าชู้สุดยอด

ถ้าริเจ้าชู้แล้ว  อย่าได้ขาดพระขุนแผน ฯลฯ

นิทานเหล่านี้มีคู่กับวงการพระเครื่องมาตลอด

ถ้าพบเห็นพระที่มีลักษณะเหล่านี้ก็เอาไปไว้นอกบ้านซะเถอะครับ



อนึ่ง  การมีวัตถุมงคลก็เป็นเรื่องที่ดี

หลวงปู่ดู่ แห่งวัดสะแก  ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า  "ติดวัตถุมงคล ก็ยังดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล"

แต่ผู้ที่ครอบครองต้องปฎิบัติตนให้เหมาะสมกับวัตถุมงคลด้วย

ดังนั้นหลวงปู่ดู่  จึงไม่ยอมมอบวัตถุมงคลให้ใครง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามท่านกล่าวสรุปว่า  "เอาของจริงดีกว่า  การปฎิบัติธรรมนี่ล่ะคือที่สุดของวัตถุมงคลทั้งปวง"

ปฎิบัติธรรมให้ได้เห็นสัจธรรมเพียงแค่ ช้างกระดิกหู  งูแลบลิ้น  

ยังมีอานิสงส์ยอดเยี่ยมกว่าการตักบาตรจนขันลงหินทะลุ


จากคุณ : ART19 - [ 29 เม.ย. 48 19:09:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

บูชาพระขุนแผนต้องตั้งใจเจริญเมตตา ก่อนสวดบริกรรมพระคาถาทุกครั้ง

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วเริ่มสวดบริกรรมพระคาถาต่อ

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ ธัมโม สังโฆ เม สะระณัง วะรัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ สวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอ มีเมตตามหานิยม
สวดบริกรรมเช้า - เย็น ก่อนนอน
- ภาวนา 3 จบ เป็นสุขสบาย  เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย และอมนุษย์ทั้งปวง
- ภาวนา 108 จบ ผิวหน้าย่อมผ่องใส มีเสน่ห์มาก และจะเป็นมหามงคลกับผู้สวดแล ฯ


จากคุณ : ebusiness - [ 29 เม.ย. 48 22:10:47 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

บูชาขุนแผน หรือ บูชา่พระเครื่องที่เรียกกันว่าพระขุนแผน ?

สองอย่าง ต่างกันมหาศาล

เพราะอย่างหลัง การบูชาที่ถูกต้อง ทำให้ได้ลาภ ยศ สติ ปัญญา ความเจริญ

ส่วนการบูชาอย่างแรก ที่ถูกต้อง .. ทำให้ได้ความโง่ สติปัญญาเสื่อมทราม ทันทีทันควันที่ทำลงไปนะครับ


จากคุณ : แมวเหมียวพุงป่อง - [ 29 เม.ย. 48 23:35:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

คาถาขุนแผนที่ใช้ในการเสกให้หญิงหลงรัก เรียกว่าโอมมหาละลวย ใครถือจริงจัง ใช้ได้ผลดี แม้หญิงนั้นจะเกลียดมากถ้าโดนคาถานี้ก็เปลี่ยนใจมาหลงรักได้ คนแก่ๆบางคนก็รู้ แต่มีเคล็ดในการใช้ ... ไม่อยากบอกในที่นี่ เดี๋ยวเป็นการชี้โพรงให้งูดินซะเปล่าๆ ไปสืบหาเองนะ

haha wink


จากคุณ : ชิฯ - [ 30 เม.ย. 48 00:54:39 A:65.188.149.81 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

^___^

จากคุณ : InDePendent gr. - [ 30 เม.ย. 48 02:06:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

คุณชิฯ คะ สงสัยค่ะ คาถาโอมมหาละลวยที่ว่าใช้ได้ผลดี แม้หญิงนั้นจะเกลียดมากถ้าโดนคาถานี้ก็เปลี่ยนใจมาหลงรักได้... แล้วหากผู้หญิงใช้โอมมหาละลวยนี้กับผู้ชายล่ะ จะมาหลงรักมั้ย หรือจะต้องเป็นผู้ชายใช้กับหญิงเท่านั้นถึงจะได้ผล

ถามเพราะสงสัยน่ะค่ะ ไม่ได้จะเอาไปใช้กับใครหรอกค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าเหมือนวิชามาร เอาวิชาไปใช้ในทางมิชอบ...

แต่ไม่ได้ว่าใครนะคะ เรารู้สึกของเราคนเดียวค่ะ


จากคุณ : หน้าเปื้อนยิ้ม - [ 30 เม.ย. 48 20:33:54 A:202.5.86.30 X: TicketID:040596 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ผู้หญิงก็มีอีกแบบหนึ่งนะ...ไปสืบหาเอง ไม่อยากบอกในที่นี่ พวกคุณไสยทั้งนั้น ..

haha smile


จากคุณ : ชิฯ - [ วันแรงงาน 07:45:44 A:65.188.149.81 X: TicketID:000833 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

สุนะโมโล นะโมพุทธายะ

จากคุณ : นมัสการ - [ 2 พ.ค. 48 00:13:33 A:203.172.58.248 X: TicketID:076219 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เหนด้วยกับ คห 1 และ 2 ค่ะ

จากคุณ : ราชินีบุปผา - [ 2 พ.ค. 48 13:33:19 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป