ชี้แจงคุณ K.Senior เกี่ยวกับเรื่องการเติมน้ำมัน 91 หรือ 95

ก่อนที่จะเข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้ ผมจะขอชี้แจงดังนี้
เริ่มจากที่คุณ K.Senior บอกว่ารถของคุณ K.Senior สามารถใช้น้ำมัน 91 ได้อย่างไม่มีปัญหา
ถึงแม้ว่า spec จากโรงงานจะแจ้งไว้ว่าต้องใช้น้ำมันที่มีค่าอ็อคเทน 95 ขึ้นไป
ตรงนี้ผมเชื่อว่าคุณ K.Senior ทำได้จริง เพราะจากที่ติดตามกระทู้คุณ K.Senior เข้ามาชี้แจง
ให้ทำผมทราบว่าคุณ K.Senior เป็นคนขับรถแบบสุภาพ ไม่เร่งคันเร่งแบบรุ่นแรง
การที่ใช้น้ำมันที่มีค่าอ็อคเทนต่ำกว่าที่กำหนด จึงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
แต่ผมจะขอแย้งคุณ K.Senior อยู่เรื่องนึงคือตรงที่คุณ K.Senior ชักชวนให้คนอื่น
ไปลองปฎิบัติตาม ซึ่งตรงนี้คุณ K.Senior น่าจะนำแนะคนเหล่านั้นด้วยว่าควรจะขับรถแบบไหน
ถึงจะไม่มีปัญหาตามมมา เพราะอาจจะมีบางคนที่ชอบเร่งคันเร่งแบบรุนแรง
แล้วไปลองเติมตามที่คุณ K.Senior แนะนำแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นมา ผมว่ามันไม่คุ้มกันนะครับ

เรื่องต่อมาคือ ผมไม่เคยว่าK.Senior เกี่ยวเรื่องทำลายชาติเลยนะครับ
ผมว่าคุณ K.Senior อาจจะเข้าใจผิดตรงที่ผมบอกเกี่ยวกับ โครงการเติมน้ำมัน91 ช่วยชาติ
ซึ่งปกติผมจะเรียกโครงการนี้ว่า โครงการเติมน้ำมัน91 ช่วย(ทำลาย)ชาติ
เพราะว่าถ้าหลับหูหลับตาเชื่อโครงการนี้ทั้งหมด อาจจะกลายเป็นการช่วยทำลายชาติไปก็ได้
เนื่องจากโครงการนี้มีข้อมูลบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น spec ที่แท้จริงให้ใช้ 95
แต่จากโครงการนี้กลับบอกว่าใช้ 91 ได้ ทั้งๆที่ใช้ไปจริงแล้วมีปัญหาตามมา ทั้งเครื่องน็อค
กินน้ำมากขึ้น, ควันดำ และอื่นๆ ซึ่งแทนที่จะได้ประโยชน์จากน้ำมันที่ถูกกว่า 1 บาท
กลับจะต้องเปลืองเงินมากขึ้นไปอีก กรณีนี้ไม่เป็นการช่วยทั้งตัวเองและช่วยชาติเลย

สำหรับผม ผมได้ทดลองเติมน้ำมันเติมน้ำมัน 91 และ 87 ก่อนที่จะมีโครงการที่ว่านี้อีก
ซึ่งในช่วงแรกๆก็ไม่ได้สังเกตอะไรมานัก เท่าที่เห็นๆคือรถไม่ค่อยเหมือนตอนเติมน้ำมัน 95
จนมาช่วงหลังๆที่มีโครงการดังกล่าวผมจึงลองทดสอบดูอย่างจริงจังเกือบๆ 2 เดือน
ผลปรากฎว่า รถผมคันหนึ่งเติม 95 ขับปกติจะกินน้ำมันเฉลี่ยอยู่แถวๆ 7.5km/L
พอเติม 91 แล้วเหยียบเหมือนเดิม (อัตราเร่งและความเร็วน้อยกว่าเดิม) กิน 7-7.5km/L
แต่ถ้าเติม 91 แล้วจะขับให้ได้อัตราเร่งและความเร็วเหมือนเดิม คราวนี้กิน 6km/L เลย
และถ้าวันไหนมี load มากๆ หรือเร่งบ่อยๆ คราวนี้กินเหลือแค่ 5km/L
ซึ่งถ้าเติม 95 ไม่เคยแย่กว่า 6km/L สำหรับรถคันนี้ผมเฝ้าจนบันทึกอยู่ได้เดือนกว่า
หลังจากนั้นผมก็ไม่คิดที่จะไปเติม 91 อีกเลย ถึงแม้ว่าน้ำมัน 91 จะราคาถูกกว่า 1 บาท
แต่ถ้าคิดเป็นระยะทางเทียบกับเงินแล้ว เติม 91 เปลืองเงินกว่ามาก

และรถผมอีกคันเติม 95 วิ่งทางไกลขับแบบไปเรื่อยๆ กินน้ำมัน15-16km/h เป็นเรื่องธรรมดา
แต่พอมาเติม 91 ขนาดตั้งใจขับแล้วยังไม่เคยได้ถึง 15km/L เลย และมีควันดำแถมมาอีก
สำหรับคันนี้ถึงคิดเป็นระยะทางเทียบกับเงินระหว่าง 91 กับ 95 แล้วจะไม่ต่างกัน
แต่เมื่อเติมเต็มถัง 95 ได้ระยะทางมากกว่า และก็ไม่มีควันดำ ผมจึงเลือกเติม 95 ตลอดครับ

จากคุณ : ton99 - [ 17 พ.ย. 46 01:48:38 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

เติม 91 หรือ 95 ดี?

ผมก็อยากจะแนะนำว่าให้เติมตามคู่มือรถเหมือนกัน
แต่พักหลังดูเหมือนว่าคู่มือรถก็บ้าจี้ตาม โครงการเติม 91 ไปด้วย
ซึ่งมันก็ถูกตามที่เขาแจ้งไว้  คือว่าเติม 91 ได้  (ได้กับดี มันไม่เหมือนกัน)

วิธีที่จะลองมันก็มีอยู่  สำหรับรถที่spec แจ้งไว้ว่าให้เติม 91 ขึ้นไป จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
แต่สำหรับรถที่spec แจ้งไว้ว่าให้เติม 95 ขึ้นไป  อันนี้จะต้องเสี่ยงหน่อย
โดยเริ่มจากเติม 91 แล้วลองขับดูไปซักพัก  ถ้าพบว่า
1)ถ้าได้ยินเสียงน็อคที่ดังกริ๊กๆหรือที่บางคนเรียกว่าเสียงวาล์วเข็ก ก็กลับไปเติม 95เหมือนเดิม  
อย่างไม่ต้องสงสัย
2)ถ้าวิ่งแล้วมีควันดำ ก็กลับไปเติม 95เหมือนเดิมอย่างไม่ต้องสงสัยอีกเช่นกัน
3)ถ้าวิ่งแล้วรถเร่งได้แย่ลง  อันนี้แล้วแต่บุคคล  ถ้ารับไม่ได้ก็กลับไปเติม 95
ถ้ารับได้ ต้องไปดู เรื่องการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อไป
4)เปรียบเทียบดูอัตราการสิ้นเปลืองเชื่อเพลิงระหว่าง 91 กับ 95
4.1)ถ้าคิดในหน่วย km/บาท แล้ว 91 เปลืองกว่า 95 ก็กลับไปเติม 95 ดีกว่า
4.2)ถ้าคิดในหน่วย km/บาท แล้ว เปลืองเท่ากัน  ผมแนะนำว่าเติม 95 จะดีกว่า
เพราะเติม 95 จะวิ่งได้ระยะทางมากกว่า  สบายใจกว่า
4.3)ถ้าคิดในหน่วย km/บาท แล้ว 91 ประหยัดกว่า 95 ก็เติม 91 ดีกว่าครับ
5)ถ้าใช้ 91 ไปสักพักแล้วมีปัญหาที่ดูอาการแล้วน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำมัน
เช่น หัวฉีดตัด  คาบูเรเตอร์สกปรก หัวเทียนบอด ฯลฯ  ทำให้ต้องความสะอาด
หรือต้องซ่อมบ่อย  ก็ควรเลิกใช้ 91 แล้วกลับไปเติม 95  ชีวิตจะมีสุขกว่า

แก้ไขเมื่อ 17 พ.ย. 46 02:11:48

จากคุณ : ton99 - [ 17 พ.ย. 46 02:10:30 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 2

Honda Accord ปี 1998-1999 Vtec เติม 91 ได้ไหม

จากคุณ : อยากรู้ - [ 17 พ.ย. 46 08:46:36 A:203.113.39.10 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

การขับนุ่มนวลหรือรุนแรงไม่เกี่ยวกับการใช้น้ำมัน 95 หรือ 91 เพราะอย่างไรก็มีผลกับระบบเครื่องยนต์ เพียงแต่ว่าถ้าใช้น้ำมัยผิดประเภทแล้วขับรุนแรงเครื่องยนต์ก็คงไปไวกว่าขับแบบช้าและนุ่มนวลเท่านั้นเอง

สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ 95 แต่อยากเติม 91 ต้องปรับระบบจุดระเบิดใหม่ปรึกษา 0 บริการของทุกยี่ห้อได้ถ้าอยากทำ เพียงแต่จะคุ้มหรือเปล่าเพราะต่างกันแค่ 1 บาท นิดๆ

โครงการ 91 ไม่มีความจริงใจทั้งจากรัฐและบริษัทน้ำมัน โดยเฉพาะ ปตท. และ บางจาก ยิ่งบางจากชอบออกมาเรียกร้องให้คนไทยช่วยซื้อบริการหน่อยในฐานะบริษัทของคนไทยกันเอง กับตั้งราคาสูงแข่งกับพวกฝรั่งแบบนี้จะมาเรียกร้องอะไรอีก อยากให้ไทยช่วยไทยตั้งราคาถูกกว่าฝรั่ง และ พวกพันธุ์ผสมสัก 1 ถึง 2 บาทรับรองคนแห่ไปช่วยท่านแน่นอน ถ้ารัฐอยากให้คนเติม 91 มากๆซึ่งช่วยทั้งรัฐและชาวบ้านก็ต้องกำหนดราคา 91 ให้ต่ำเพื่อจูงใจ พวกบริษัทผลิตรถมันก็หันมาทำรถที่ใช้ 91 มากขึ้นเอง


จากคุณ : ... - [ 17 พ.ย. 46 09:09:01 A:210.1.34.226 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ของผม Corona 2.0 Gli คู่มือบอก 95 ลอง 91 ดู วาวล์เขกเลย

จากคุณ : ude - [ 17 พ.ย. 46 16:28:23 A:202.47.247.130 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ผมค้นข่าวต่างๆ มาให้ดู จะได้ทราบกันเสียทีว่า การใช้ octane สูงๆ นี่ทำลายชาติหรือเปล่า ถ้าเครื่องยนต์สามารถใช้น้ำมันที่ค่า octane ต่ำกว่าได้

"However, the authorities have a different view, alleging that motorists were being misled by oil company advertisement and were wasting money on unnecessarily high octane petrol.
Officials have calculated that motorists are wasting almost two billion baht a year on high octane fuel which contributes to the economic problems of the country as a whole.
 Technical arguments aside, local oil refiners have an economic motive in opposing the new grades. New oil refineries, including those of Thai Oil, Rayong Refinery Co and Esso Thailand Plc, have invested heavily in the past on units which produce high octane petrol.
 Producing lower octane petrol will mean lower returns on investment for refiners as those products yield lower prices."

อันนี้สรุปได้ว่า พวกโรงกลั่นได้ลงทุนไว้มากสำหรับการผลิตน้ำมัน octane สูงๆ ชาติต้องเสียเงินกว่า 2 พันล้านต่อปีโดยไม่จำเป็น ข่าวนี้ในปี 98


"Once the capacity has been met, the committee will ask the government to stop importing methyl tertiary butyl ether (MTBE), an octane-boosting additive in petrol, because ethanol itself is also an octane booster.
Thailand spent 4.4 billion baht last year on MTBE imports to blend with petrol in proportions of between 5.5% and 11%."

ข่าวนี้ในปี 2000 ต้องสั่งซื้อ MTBE สารเพิ่ม octane ปีละ 4.4 พันล้านบาท

"The higher octane level helps reduce the knocking effect in an engine.But higher octane levels require more benzene additive, the material that has raised health concerns.
Earlier this week the Journal of the National Cancer Institute reported in the United States that a study of 75,000 Chinese workers showed benzene was found to increase the risk of leukaemia and other blood disorders."

Octane ยิ่งสูงต้องเพิ่มสารพวก benzine เข้าไป ซึ่งเพิ่มอันตรายเรื่องมะเร็งในเส้นเลือด และโรคเกี่ยวกับเลือด

สุดท้าย เราก็เรียนกันมาแล้ว เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงวัดค่าเป็นพลังงานความร้อนต่อหน่วย (btu) ไม่ว่าจะเป็น 91 หรือ 95 มันก็ให้ค่าความร้อนต่อหน่วยเท่ากัน แล้ว 95 มันจะทำให้รถแล่นได้ระยะทางไกลกว่าได้อย่างไร ถ้าทุกอย่างเหมือนๆ กัน มันขัดหลัก physics ครับ

การที่ผมลองเติม 91 ได้และไม่ knock เพราะอยากทดสอบความรู้เรื่อง engine knock ที่เราเรียนๆ กันมา และเห็นตัวอย่างเพื่อนทำได้ในสภาวะการขับที่เหมือนกัน คือ ไม่เร่ง ไม่อัด และไม่เกิน 120 ไม่เกิดการ knock อะไรทั้งสิ้น เมื่อใช้ได้ ผมก็ใช้ 91 เครื่องยนต์ผมไม่พัง โรงงานผลิต 91 เพิ่ม 95 ลดลง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ MTBE ลง อย่างนี้มันจะทำลายชาติได้อย่างไรครับ

ผมก็ไม่แนะให้ใครทำตามผม แค่บอกว่ามันเติม 91 ได้แม้ว่าจะกำหนด 95 ถ้าเป็นรถรุ่นเดียวกับผม และการขับขี่ที่ไม่สุดๆ ที่เครื่องยนต์รับได้ ก็แค่นั้น และผมแน่ใจว่าคนส่วนใหญ่ก็ขับขี่กันไม่เกิน 120 และสุภาพ ดังนั้นโอกาสที่จะใช้ 91 แทน 95 ก็น่าจะได้ ต้องทดลองดู เครื่องยนต์ไม่พังหรอก และไม่ได้ทำลายชาติ อย่างที่อ้าง แต่ช่วยชาติได้บ้างครับ

อ้อ สำหรับรถผมคือ Soluna ปี 2000 ตามคู่มือและถังน้ำมันให้เติม 95 ครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว ไปเชียงราย ขับรวดเดียว พักสามครั้ง ไม่เกิน 10 นาที ความเร็วไปถึง 130-140 ในบางช่วง ทั้งไปและกลับ เติมบางจากและปตท 91 ก็ไม่เกิดอาการกระตุก กำลังตก หรือเสียงผิดปกติ อะไรทั้งสิ้น เร่งแซงได้สบายมาก
แต่ปกติผมขับไม่เกิน 120 ครับ

แก้ไขเมื่อ 17 พ.ย. 46 21:45:22

จากคุณ : K.Senior - [ 17 พ.ย. 46 21:36:20 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ถ้าในคู่มือแนะนำให้ใช้ 95 แล้วจะใช้ 91 ต้องปรับแต่งเครื่องด้วย จึงจะพอใช้ได้แต่ไม่คุ้มหรอกครับ ปัจจุบันรู้สึกราคาต่างกันไม่ถึงบาทแล้วด้วยยิ่งไม่คุ้มใหญ่


จากคุณ : Slow - [ 17 พ.ย. 46 21:37:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

คุ้มไม่คุ้มเป็นเรื่องส่วนตัวครับ แต่ผมรับไม่ได้ต่อคำว่าใช้ 91 แทน 95 แล้วทำลายชาติครับ ผมแต่ก่อนก็ไม่เคยบอกว่าให้เติม 91 เพื่อช่วยชาติ ผมไม่ได้รักชาติขนาดนั้นหรอก แต่ผมมันพวกบ้าวิชาการ อยากรู้จริง ถ้ามีโอกาสทดลองดูโดยที่เราไม่ต้องขวนขวายมากนักก็ทดลอง รถผมซื้อจากเจ้าของที่เติม 95 ตลอด ไม่ได้ปรับแต่งอะไรทั้งสิ้น เมื่อสามเดือนที่แล้วซื้อมาครั้งแรกก็เติม 95 แต่พอหมดแล้ว อยากลองทฤษฎีก็เติม 91 มาตลอด และแค่รายงานว่าทำได้ ไม่มีผลเสียอะไร ก็แค่นั้น ของอย่างนี้มันลองกันได้ง่ายๆ ไม่เดือดร้อน เรื่องประหยัดนิดหน่อย ปีหนึ่งๆ คงได้ไม่ถึงสองพันมั้ง ไปเที่ยวครั้งเดียวก็หมดแล้ว แต่ผมไม่สนหรอกครับ เพราะถ้าต้องการประหยัด ผมไม่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็น fully synthetic และเปลี่ยนยางใหม่ทั้งสี่เส้น ทั้งที่ยางเก่าก็แค่ 3 ปี ดอกยังดูเต็มๆ อยู่เลย

จากคุณ : K.Senior - [ 17 พ.ย. 46 21:56:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ผมเคยใช้ civic เตารีดเติมนํ้ามัน 91 เที่ยบกับ 95
มันกินกว่ากันจริงๆด้วยแหละ แยอะเลยถูกกว่าก็จริงแต่อัตราการบริโภคต่างกันนี้มันก็ไม่ได้ถูกเลยนะ
ทั้งที่เตารีดนั้นยังเป็นเครื่อ คาร์บู น่ะนั่น หลังจากนั้นมา รถกีคันต่อกี่คัน ผมก็บอก 95 หมด
ยกเว้นรถกะบะ ต้องบอกว่าดีเซลน้อง


จากคุณ : t-re - [ 17 พ.ย. 46 22:52:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ภายใน 1 สัปดาห์ ผมขับรถ 2 คันเฉลี่ยแล้วได้ระยะทางประมาณ 1000 km
ลองมายกตัวเลขจากรถคันแรกของผมมาดูละกันนะครับ
เติม 95 กิน 7.5km/L ขับ 1000km ใช้น้ำมัน 133.33L
สมมติว่าน้ำมันลิตรละ 16บาท ผมจะต้องจ่ายค่าน้ำมัน 2133.33บาท
เติม 91 กิน 6km/L ขับ 1000km ใช้น้ำมัน 166.66L
สมมติว่าน้ำมันลิตรละ 15บาท ผมจะต้องจ่ายค่าน้ำมัน 2500บาท

ระหว่างน้ำมัน 133 ลิตร กับ 166 ลิตร แบบไหนช่วยชาติมากกว่ากัน
เติม 95 ผมเหลือเงินอาทิตย์ละ 367 บาท ลองคิดดูว่าเยอะไหม


จากคุณ : ton99 - [ 17 พ.ย. 46 23:55:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

บทความนี้ผมเซฟมาจาก web Caronline.net เมื่อนานมาแล้ว
ไม่แน่ใจว่าตอนนี้บทความนี้ยังคงมีอยู่ที่ web นี้หรือเปล่า
ลองอ่านกันดูครับ

ขับ 91 เติม 91 หรือ?

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ สพช. กำลังรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนตรงตามความต้องการของเครื่องยนต์
แม้จะรณรงค์อย่างลักกะปิดลักกะเปิดพิกลอยู่บ้าง คือทำทำสักสามสี่เดือนช่วงปลายปี แล้วก็หายไป นัยว่าต้องเตรียมงานกันใหม่ทั้งปี จนล่วงเข้าปลายปีเต็มที แล้วก็เริ่มรณรงค์กันอีกสามเดือน หมดปีเสียอีกแล้ว ต้องเริ่มเตรียมงานกันใหม่อีกทีเป็นเวลาแปดเก้าเดือนก็ตาม ก็ยังเป็นหน่วยงานเดียวละกระมังครับ ที่รณรงค์ให้คนไทยใช้เชื้อเพลิงให้ถูกต้องตามความต้องการของเครื่องยนต์รถยนต์
ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมจะต้องเตรียมงานกันแปดเก้าเดือน แล้วมารณรงค์กันแค่สามเดือนต่อปี ทั้งที่ก็ใช้เอเจนซี่ใหญ่ทำงานให้ อย่างปีนี้ ก็ซาสซิแอนด์ซาสซิ ซึ่งก็เตรียมงานมานานเหมือนกัน และจัดทดสอบการขับขี่ให้ผู้ขับทายว่า กำลังขับรถใช้เชื้อเพลิงออกเทนเท่าใดอยู่ขึ้นมาเมื่อเดือนสองเดือนก่อน เอาผลมาอวดกันว่า ไม่มีคนทายถูกครบทุกรอบเลย
การทดสอบขับรถแบบ Blind Test นี้ ตอนแรกมีการไปหารือกับผมที่บ้าน ผมให้ความเห็นว่า ถ้าใช้นักทดสอบขับละก็ รู้แน่นอนครับ ว่าขับรถใช้ออกเทนอะไร ถ้าว่าเรามีให้เลือกแค่สองระดับออกเทนนี่น่ะนะ
และผมไม่รับทำ เนื่องจากถ้าผมทำ ก็ต้องทำตามแบบของผม ที่ผมเห็นว่า จะทำให้ผลออกมาไม่ได้เป็นผลดีกับการรณรงค์ครั้งนี้เท่าไรนัก ด้วยว่า รถยนต์ใช้หัวฉีดทั่วไปนั้น ทางต่างประเทศและทางเราเอง ต่างก็ทดสอบและทราบดีอยู่แล้วว่า ต่อให้เป็นรถใช้ออกเทน 91 เมื่อมาเติม 95 เข้าให้แล้ว มักจะ—ย้ำว่า—มักจะ หรือส่วนมากหรือเกือบจะเป็นปกติ ว่าจะให้การตอบสนองการเร่งเครื่องที่ดีกว่าน้ำมัน 91 เสมอไป
ทางผู้จัดทำท่าผิดหวังกลับไป แต่ก็ไปจัด Blind Test จนได้ โดยจัดแบบที่ผมไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรก
ใช้รถฮอนด้า ซีวิค และดูเหมือนจะมีรถโตโยต้า โคโรลล่าอีกคันหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคันเคลมไว้ว่า ใช้น้ำมัน 91
เขาทำถังน้ำมันเพิ่มขึ้นมาเอาไว้หลังรถ แล้วต่อท่อไปใกล้กับท่อร่วมหรือ Common Rail ของเครื่องยนต์หัวฉีด โดยติดตั้งซอลินอยสวิทช์เพื่อปรับเปลี่ยนน้ำมันเชื้อเพลิงเอาไว้ปลายสาย แล้วบอกว่า น้ำมันจะเปลี่ยนสีในเวลา 2 วินาที
เผอิญผู้ทำให้นี่ผมรู้จักตัว และได้ทราบจากการบอกเล่าว่า น้ำมันเปลี่ยนสีเมื่อเวลาผ่านไป 5-10 วินาที
ไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไร น้ำมันในท่อร่วมของหัวฉีด ก็มีมากเกือบ 50-100 ซีซี.อยู่แล้ว จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อใช้รถไปร่วมกิโลเมตรหนึ่งแล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะ 2 หรือ 5 วินาที ผมก็ไม่รู้ด้วยหรอก
การทดสอบ ทำโดยให้ผู้ขับรถขึ้นขับพร้อมกับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะเป็นผู้สับสวิทช์เลือกใช้น้ำมัน โดยรอบแรกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงออกเทนหนึ่ง ขับรถสนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล ครบรอบแล้วผู้ขับก็ลงจากรถไปนั่งตอบปัญหาว่าใช้น้ำมันออกเทนอะไรกันเลยทีเดียว
ทำอย่างนี้ทั้งสามรอบ
ไม่มีการทิ้งช่วงจังหวะให้เปรียบเทียบกันได้ระหว่างรอบแรกกับรอบที่ 2 และรอบที่ 3
แล้วใครจะไปทายได้ถูกทั้งสามรอบล่ะครับ
โดยเฉพาะ เมื่อเปลี่ยนน้ำมันนั้น ควรจะต้องรอสักนาทีหนึ่ง ให้น้ำมันเก่าไล่น้ำมันใหม่ออกให้หมดก่อน รวมถึงการขับขี่ในรอบแรก ซึ่งควรจะใช้เป็นรอบเปรียบเทียบกำลังของรถ ก็ไม่เปิดโอกาสให้ทำ
ถ้าทำอย่างที่ผมเสนอไว้ ก็คือให้ขับรอบแรกก่อน แล้วขับรอบที่สอง โดยเปลี่ยนน้ำมัน หรือไม่เปลี่ยนก็ได้ จากนั้นค่อยมาให้ความเห็นหรือทายว่า แต่ละรอบ ใช้น้ำมันออกเทนอะไร แล้วไปขับรอบที่สามใหม่อีกที ซึ่งผู้ขับขี่จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจน จนผมบอกไว้แต่แรกแล้วว่า ทำไม่ได้หรอก ทำไป ผลดีก็จะตกอยู่กับน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทนสูงกว่าเท่านั้นเอง
แต่นี่ทำไปแล้ว และผลออกมาผู้ขับสับสนอลหม่านไปหมด ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า ขับรถใช้น้ำมันออกเทนอะไร ก็เห็นเป็นผลดี เอามาอ้างกันว่า จับไม่ได้หรอกนั่นน่ะ
แล้วถ้าเขาใช้กันขึ้นมากับชีวิตจริง ซึ่งเขาเลือกเติมน้ำมันได้ตามใจชอบ เขาเห็นความแตกต่างกันอย่างแน่นอนขึ้นมาล่ะครับ ความเชื่อถือจะอยู่ที่ไหน
น้ำมันออกเทน 91 นั้น ได้เปรียบกว่าตรงที่ราคาถูกกว่าอยู่แล้ว ใครก็อยากใช้ ถ้าดีจริง เหมาะสมจริง
ไม่ควรใช้ผลจาก Blind Test ครั้งนี้มาโฆษณาประชาสัมพันธ์ครับ
เพราะผลเสียจะเกิดขึ้น กับการประชาสัมพันธ์เรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างจริงจังมากกว่า
ผมเรียนถามผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของ สพช. ว่า ค่าออกเทนของเรานี่ ระบุเป็น RON+MON แล้วหารด้วย 2 หรือไม่
ท่านตอบว่า ระบุเป็น RON
อย่างนั้น ค่า MON ก็คงจะต่างกับ RON อยู่ประมาณไม่เกิน 10 หน่วยซีนะครับ ผมถามต่อด้วยความหวัง
แต่ต้องผิดหวัง เมื่อท่านตอบว่า ประมาณ 12 หน่วย
ถ้าอย่างนั้น ค่าออกเทนแท้จริงของน้ำมัน 91 ในบ้านเรา ก็ตกอยู่ที่ 91+79 เป็น 170 ซึ่งเมื่อหารด้วย 2 ตามสูตรสากล ก็จะออกมาเป็นค่าเพียง 85 เท่านั้นน่ะซี ไม่ใช่แถว 87 อย่างที่เห็นในต่างประเทศเขาเป็นกัน
และนี่เอง ที่ทำให้เวลาผมไปทดสอบขับรถต่างประเทศ เติมน้ำมันเชื้อเพลิงแบบธรรมดา หรือแบบเกรดกลางกลางของเขาในกรณีมีให้เลือกสามเกรดแล้ว รถเร่งดี ขับดี ไม่อืด และมีความเร็วสูงสุดดีกว่าขับรถในบ้านเราเมื่อใช้น้ำมันออกเทน 91
แต่บอกเสียก่อนนะครับ ว่าเป็นผลดีเพียงส่วนน้อย อย่างเช่นฮอนด้า ซิตี้ ที่ผมเคยขับ 180 ในญี่ปุ่น เมื่อมาขับในเมืองไทย ทำความเร็วได้เพียง 175 เป็นอย่างมากนี่ ก็ถือว่าผิดกันเพียงส่วนน้อยนิด แทบสังเกตไม่ได้ และจับผิดไม่ได้ ในขณะเร่งความเร็วขึ้นสู่การออกตัว หรือเร่งความเร็วขึ้นสูงสุดแต่อย่างใดเลย
อนุโลมว่า ใช้กันได้ครับ ใช้ได้จริงจริง ถึงจะไม่ดีเท่าไรก็ตาม
เรื่องออกเทนนี่ ไม่ได้ทำให้รถทรุดโทรมลงมากเช่นเดียวกับกรองน้ำมันเครื่องปลอม และน้ำมันเครื่องปลอม ที่ผมจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปหรอกครับ
มาเรื่องการทดสอบอีกแบบหนึ่ง ที่ สพช.อุตส่าห์อนุมัติให้ชาสซิแอนด์ชาสชิทำให้ แล้วเอามาแสดงให้สื่อมวลชนกับช่างยนต์ทั่วไปได้รับทราบ
เป็นการทดสอบที่แสดงให้เห็นชัดเจนครับ ว่าเมื่อเครื่องยนต์ที่ระบุให้ใช้น้ำมันออกเทน 91 แล้วนำไปเติม 95 ไม่ได้ทำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังอาจจะมีกำลังต่ำกว่าได้อีกด้วย
เป็นการทดสอบโดยสภาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ในห้องทดลองปฏิบัติการทำ
และมีผลเป็นกราฟแสดงให้เห็นว่า เมื่อใช้น้ำมัน 91 แล้ว เครื่องยนต์ทำกำลังได้ดีกว่าน้ำมัน 95 ซึ่งแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็เห็นได้จากกราฟเป็นจำนวนเปอร์เซนต์ตั้งแต่ 0.5-1.+ %
แต่ทีนี้ กราฟแสดงผลนั้น แสดงและได้ผลจากการทดสอบกับรอบเครื่องยนต์คงที่ ไม่ได้ทดสอบการเร่ง ที่น้ำมันออกเทนสูงกว่า 91 อันหมายถึง 95 อาจจะให้ผลดีกว่า และเร็วกว่าได้ด้วย
ผมหมายถึงเพียงอาจจะ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้รถยนต์เติมน้ำมันออกเทน 91 ได้ แต่ไปเติม 95 และรู้สึกว่ารถออกตัวดีขึ้น เร่งดีขึ้นกันถ้วนหน้า
อย่างนี้ ผมจะเอาข้อมูลที่ได้รับจากการเผยแพร่ของ สพช. ไปใช้ทำอะไรได้ล่ะครับ ขืนเอามาบอกกล่าวกับท่านผู้อ่านของผม ท่านก็จะรู้สึกว่า ผมกำลังหลอกลวงท่านเข้าให้จนได้ แล้วความเชื่อถือที่เคยมีต่อกันบ้างไม่มากก็น้อยก็จะกลับกลาย เปลี่ยนเป็นไม่มั่นใจ ไม่เชื่อเอ็งหรอกวะ เข้าให้จนได้
ทำไม ถ้าอยากจะทำกันแล้วละก็ ไม่ให้ทดสอบอัตราเร่ง หรือทดสอบแล้ว เห็นว่า ผลที่ได้ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในการรณรงค์ครั้งนี้ครับ ถึงไม่เอามาเปิดเผย
พูดก็พูดเถิดครับ ผมน่ะยังสงสัยอยู่ว่า น้ำมันออกเทน 91 ที่ใช้อยู่ในบ้านเรานั้น น่าจะมีการระเหยเร็วกว่าน้ำมัน 95 ไม่มากก็น้อย ดังนั้น เมื่อใช้ไปแล้ว เรามักจะพบกันว่า เติมน้ำมัน 91 แล้ว ใช้แล้ว กินน้ำมันมากกว่าน้ำมัน 95
แต่ถามทาง สพช.แล้ว บอกว่าไม่มีสารกันระเหยในน้ำมัน 95
ผมก็คิดว่า อาจจะเป็นได้ ที่น้ำมัน 95 มีสารเพิ่มค่าออกเทนมากกว่าอยู่ แล้วเลยระเหยช้ากว่าบ้าง
การใช้เนื้อน้ำมันจากถังเชื้อเพลิง จึงใช้ได้มากกว่า เพราะถังเชื้อเพลิงนั้น เมื่อมองดูดีดี ก็จะเห็นว่ามีหน้าตัดกว้างหลายตารางฟุตอยู่เหมือนกัน หน้าน้ำมันที่จะระเหยได้ มีไม่น้อยทีเดียว ยิ่งน้ำมันในถังเก็บของสถานีบริการ ยิ่งมีหน้าตัดกว้างยิ่งกว่า
ตอนนี้ ก็เริ่มมีการเก็บไอน้ำมันจากถังเก็บเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กลับไปกับรถที่นำน้ำมันมาเติมให้ขึ้นบ้างแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยว่า น้ำมันที่ระเหยเป็นไอขึ้นมานี้ มีจำนวนสักเท่าใดหนอ
และใช้ 91 แล้วเปลืองเชื้อเพลิงขึ้นหน่อยนี่ จะเป็นการประหยัดให้ประเทศชาติได้จริงหรือไม่หนอ
แต่ก็คิดให้มันวุ่นวายไปเท่านั้นเองแหละครับ
ผมเองก็ยังเห็นด้วยกับการใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมันออกเทน 91 ได้ แล้วก็ควรจะเติม 91 เพราะให้กำลังเพียงพออยู่แล้ว ไม่ต้องขวนขวายเติม 95 หรอก รอจนรถของคุณเริ่มถูกเขม่าจับห้องเผาไหม้จนอยู่ตัว ซึ่งถ้าเป็นรถใหม่ก็จะใช้รถไปประมาณ 25,000 กม. เขม่าจะอยู่ตัว ถ้าไม่มีอาการน๊อกหรืออย่างที่เรียกกันอีกทีว่าเขกแล้วละก็ ใช้ 91 ต่อไปได้เลย
แต่ถ้าเครื่องยนต์เขกขึ้นมาเมื่อเร่งเครื่องขึ้นทางชัน หรือเร่งออกตัว ค่อยเปลี่ยนไปใช้ 95
หรือจะล้างเครื่องแบบล้างหัวฉีดด้วยระบบล้างแบบของ Wynns หรือ Carbon Clean เพื่อให้ห้องเผาไหม้สะอาด แล้วกลับมาใช้ 91 อีกต่อไปก็ได้
แต่ที่แน่แน่ ซื้อรถใช้ 91 ก็ใช้ 91 ไป
ถ้าซื้อรถที่ใช้ 95 มาใช้ ก็ต้องใช้ 95 นะครับ อย่าคิดพลิกแพลงไปใช้ 91 ที่รวมแล้วออกเทนแค่ 85 เลย
จะได้ไม่เท่าเสียครับ
------------------------------


จากคุณ : ton99 - [ 17 พ.ย. 46 23:59:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ถือว่าเราต่างความคิดก็แล้วกันครับ
law of physics ถ้าไม่เชื่อก็แล้วแต่คน ถ้าเชื่อว่า 95 มีพลังงานความร้อนมากกว่า 91 ในปริมาตรที่เท่ากัน ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว
ส่วนเรื่อง knock เราก็เห็นๆ กันอยู่ว่าแล้วแต่รถ แล้วแต่สภาพการขับขี่ การระบายความร้อน การตั้งไฟ มีหลาย factor ครับ ผมทดลองแล้วว่า 91 สำหรับ Soluna ปี 2000 ใช้ได้ในสภาพที่ผมเล่ามา และจะใช้ตลอดเพื่อเป็นการยืนยันความรู้ทางวิชาการที่ผมได้ศึกษามา ก็มันให้พลังงานเท่ากัน ไม่ knock ก็ OK สำหรับผมแล้วครับ
ถือว่าเรามาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันก็แล้วกัน :-)


จากคุณ : K.Senior - [ 18 พ.ย. 46 18:23:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ผมอ่านแล้ว เห็นว่าของคุณ ton99 ถูก
ใช้ 95 จะประหยัดกว่า 91

1) Hu ค่าความร้อน 95 สูงกว่า 91 ครับ
ถ้าจะเอาตัวเลขก็จะหามาให้

2) ลองง่ายๆ ตั้งไฟให้แก่ขึ้น (ไม่ต้องตั้งน้ำมัน)
แล้วดู RPM ซิครับว่า รอบมันเพิ่มขึ้นใช่ไหม
ทุกๆนาที ที่รอบมันเพิ่มขึ้น ก็คือความแตกต่างของความประหยัด

3) MTBE เขาไม่ได้ใช้เป็น octane booster ปัจจุบันนี้กำลังจะ
ห้ามใช้ ไม่ใช้บังคับใช้ นะครับ
น้ำมัน 95 ที่ถูกที่ควร ไม่ได้ผลิตโดยการเติมสารนี้

4) การใช้ 95 จึงไม่ได้ทำให้ชาติเสียเงินเพิ่มขึ้น


จากคุณ : ช่างกล - [ 18 พ.ย. 46 19:12:52 A:203.113.36.14 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ขอเล่าแต่เพียงว่า

ทุกวันนี้ รถที่บ้านผม ซันนี่ บี14 GA15DE
ใช้ 95 มาตลอด ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนเครื่อง
และจนถึงตอนนี้ เปลี่ยนเครื่อง GA16DE แท้แล้ว
ก็เป็น 95 ตลอด

ผมไม่พบความแตกต่างในด้านความประหยัดเลยครับ

ส่วนเรื่องอัตราเร่ง ก็คงเป็นที่แน่นอนละครับ อย่างที่เรารู้กันอยู่


จากคุณ : JIMMY - [ 19 พ.ย. 46 23:43:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ก็มีหลากหลายเหตุผลสำหรับเรื่อง 91 vs 95 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเหตุ+ผลของแต่ละบุคคลว่ารูปแบบการใช้งาน+ความคุ้มค่า+สมรรถนะที่ได้รับนั้น เมื่อไปเปรียบเทียบกับตัวแปรด้านไหนอย่างไร

ผมไม่แน่ใจว่า "แก๊สโซฮอล" นี่จะขึ้นมาเป็นกรรมการผู้ตัดสินให้สำหรับกรณีดังกล่าวได้หรือไม่ หาก ..

1. ราคาสมเหตุสมผล
2. อัตราเร่ง + ความเรียบลื่นเนียนของเสียงเครื่องยนต์ เทียบเท่า หรือดีกว่า ออคเทน 95
3. สามารถหาเติมได้ทั่วไป (เห็นทางบางจากบอกว่ากำลังจะเปิดให้บริการครบทุกปั๊มเร็วๆ นี้)

ผมก็จะใช้เจ้า "แก๊สโซฮอล" นี่แหละ เพราะ ..

1. ราคาถูกกว่า 95 (น่าจะถูกกว่าให้มากๆ และตลอดไป)
2. สมรรถนะที่ได้รับจากเครื่องยนต์ ที่ดีกว่าการใช้ 91
3. ช่วยชาติ! ด้านการลดการนำเข้าสารเพิ่มออคเทน
4. ช่วยชาติ! ด้านการนำวัตถุดิบในประเทศมาใช้ทดแทนสารเพิ่มออคเทนดังกล่าว อันนี้ให้รวมไปถึง ช่วยชาติ! ในด้านเพิ่มงาน เพิ่มรายได้ ให้กับมวลหมู่เกษตรกรด้วย
5. ช่วยชาติ! ด้านสาธารณสุข .. เพราะน่าจะช่วยลดปริมาณสารพิษในไอเสียได้มากกว่า 91 95

Just my 0.02$


จากคุณ : !Jukkroo - [ 20 พ.ย. 46 09:56:51 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys