ผู้ที่ใช้โคโรน่าท้ายแยก...

corona ท้ายแยก ปี 96 เครื่อง 1.6 auto ช่วงล่างเป็นอิสระ 4 ล้อ กับดิสค์เบรค 4 ล้อหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ เอามาทำเองราคาจะประมาณเท่าไรครับ

ปล. ท่านใดมีสเปครุ่นนี้ช่วยโพสไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ

จากคุณ : alex2000 - [ 17 ธ.ค. 45 13:44:21 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ผมใช้Exsior1.6Autoเหมือนกันครับ(แต่ตอนนี้เปลี่ยนเครื่องไปแล้วนะ) ช่วงล่างไม่แน่ใจแต่คิดว่าน่าจะใช่ ดิสก์เบรกแค่ล้อคู่หน้าครับ คู่หลังดรัม ถ้าจะติดโดยเอาของตัว2.0ท้ายแยกมาใส่ก็ได้ครับ ราคาน่าจะซัก2-3พันบาท ใส่ได้เลยไม่ต้องแปลง สเป็ครุ่นนี้จำไม่ได้แล้วครับ จำได้แต่ว่า่แรงม้ามีอยู่116ตัว ลองให้คนอื่นเข้ามาเพิ่มดีกว่านะครับ

จากคุณ : Gab - [ 18 ธ.ค. 45 21:29:22 A:203.155.239.39 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

จาก Thaidriver.com
กว้างขวาง ซ่อมสบาย อะไหล่เพียบ
โตโยต้า โคโรน่า โฉมล่าสุดในไทย ขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นที่ 3 เริ่มทำตลาดในไทยเมื่อต้นปี 1993 มีตัวถังเดียว คือ ซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์ทวินแคม 16 วาล์ว หัวฉีดล้วนๆ แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก 1.6 และ 2.0 ตามบล็อกเครื่องยนต์ที่ใช้ คือ รหัสตัวถัง AT190 ใช้เครื่องยนต์ 4A-FE 1,600 ซีซี และรหัสตัวถัง ST191 ใช้เครื่องยนต์ 3S-FE 2,000 ซีซี

รหัสตัวถังของโคโรน่า คือ T เสมอ โดยตัวอักษรที่นำหน้าสุด เช่น A หรือ S นั่นคือ รหัสเครื่องยนต์ที่ใช้ ส่วนตัวเลข 2 หลักแรกจะเปลี่ยนเมื่อโมเดลเชนจ์ครั้งละหลัก 10 เป็นอย่างน้อย เช่น 190 จะใหม่กว่า 170 ส่วนเลขหลักท้ายสุดเป็นรุ่นย่อย ไม่ต้องสนใจนักเดี๋ยวจะงง

รูปลักษณ์ภายนอกฉีกแนวจากโฉมเก่าที่เรียกกันว่าหน้ายิ้มอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจากทรงแบนกว้างมาเน้นความกลมและอ้วนป่องตลอดคัน ด้านหน้าลาดต่ำ ด้านท้ายยกสูง จนเป็นที่มาของชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 'โคโรน่า-ท้ายโด่ง'

ด้านหน้าเป็นกระจังโครเมียมติดโลโก้ 3 ห่วงตรงกลาง รับกับไฟหน้าทรงเฉียงและไฟเลี้ยวขาวตามสมัยนิยม มุมกันชนหน้าด้านล่างฝังไฟเลี้ยวสีเหลืองทรงเพรียว รุ่น 2.0 เพิ่มสปอตไลต์ในกันชน

ตัวถังด้านข้างช่วงบนมีลอนบุ๋มยาวตลอดแนว ตรงกลางมีคิ้วกันกระแทก รุ่น 1.6 ให้กระทะล้อเหล็กและฝาครอบแบบเต็ม พร้อมยางขนาด 185/65/14 รุ่น 2.0 ให้ล้อแม็กลาย 6 ก้าน พร้อมยางขนาด 195/60/14 ชุดไฟท้ายแบบไฟเลี้ยวขาวซึ่งใช้มาตั้งแต่รุ่นหน้ายิ้ม ตรงกลางเป็นแผงทับทิม แผ่นป้ายทะเบียนติดตั้งในกันชนหลัง รุ่น 2.0 มีสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรก

รุ่น 1.6 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ 1.6 XLi และ 1.6 GLi ใช้เครื่องยนต์ 4A-FE แบบเบนซิน 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ความกว้างกระบอกสูบ 81 มิลลิเมตร ช่วงชัก 77 มิลลิเมตร ความจุ 1,587 ซีซี อัตราส่วนการอัด 9.5 : 1 กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบเบรกแบบหน้าดิสก์/หลังดรัม

รุ่น 2.0 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ 2.0 GLi เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ 2.0 GLi 4 AUTO เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ใช้เครื่องยนต์รหัส 3S-FE แบบเบนซิน 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ความกว้างกระบอกสูบและช่วงชักเท่ากันที่ 86 มิลลิเมตร ความจุ 1,998 ซีซี อัตราส่วนการอัด 9.8 : 1 กำลังสูงสุด 134 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.7 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที

ระบบพวงมาลัยแบบแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ ระบบเบรกแบบดิสก์ 4 ล้อ พร้อมเอบีเอสเป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งพิเศษ ระบบช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังดูอัลลิงก์

ไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก
หลังทำตลาดได้เกือบ 2 ปี ก็ปรับโฉมเป็นครั้งแรก ด้านหน้าเปลี่ยนกระจังใหม่เป็นแบบพ่นสีเดียวกับตัวรถ เปลี่ยนกันชนหน้าเป็นแบบมีคิ้วกันกระแทก รุ่น 2.0 รวมไฟเลี้ยวเหลืองและสปอตไลต์สีขาวไว้ในกรอบเดียวกันติดตั้งมุมกันชนหน้าด้านล่าง ส่วนรุ่น 1.6 เป็นไฟเลี้ยวสีเหลือง

ย้ายแผ่นป้ายทะเบียนหลังมาติดตั้งระหว่างชุดไฟท้าย จากเดิมที่อยู่ในช่องของกันชน กันชนหลังเปลี่ยนใหม่มีคิ้วกันกระแทก และเป็นแบบเต็มเพราะไม่ต้องมีช่องใส่ป้ายทะเบียน บางคนเรียกว่ารุ่น โคโรน่า ท้ายโด่ง ไฟท้ายแยกž ทำตลาดระหว่างปลายปี 1994-กลางปี 1996

เครื่องยนต์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย คือ 1.6 GLi, 1.6 GLi 4 ECT, 2.0 GLi, 2.0 GLi ABS และ 2.0 GLi ABS 4 ECT (เพิ่มรุ่น 1.6 เกียร์อัตโนมัติ GLi 4 ECT และ 2.0 เกียร์ธรรมดา GLi พร้อมตัดรุ่น 1.6 เกียร์ธรรมดา XLi ออกไป)

ไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2
ปรับโฉมครั้งที่ 2 ครั้งใหญ่ ที่ทำให้ดูแปลกตาไปมาก พร้อมระบุชื่อรุ่นอย่างชัดเจนต่อท้ายว่า เอ็กซ์ซิเออร์ จึงไม่มีชื่อแสลงแบบรุ่นอื่น ถ้าจะพูดถึงโคโรน่าโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2 นี้ก็มักเรียกกันว่า โคโรน่า-เอ็กซ์ซิเออร์ž ก็เป็นที่เข้าใจกัน โดยชื่อรุ่นมีการเปลี่ยนใหม่ แบ่งเป็น 5 รุ่น คือ 1.6 GXi, 1.6 GXi 4 ECT, 2.0 GXi, 2.0 SE-G และ 2.0 SE-G 4 ECT

ด้านหน้าเปลี่ยนกระจังใหม่เป็นรูปตัว T กรอบนอกพ่นสีเดียวกับตัวรถ ย้ายโลโก้ 3 ห่วงไปติดตั้งบนฝากระโปรง กันชนหน้าเปลี่ยนใหม่กลับไปคล้ายรุ่นแรก เป็นแบบเรียบไม่มีคิ้วกันกระแทก ด้านข้างเพิ่มคิ้วโครเมียมล้อมกรอบกระจก

ด้านหลังเปลี่ยนชุดไฟท้ายใหม่ ย้ายไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังมาไว้ด้านล่าง โดยแถบไฟเลี้ยวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กันชนหลังเปลี่ยนใหม่เป็นแบบเรียบไม่มีคิ้วกันกระแทก ภายในเพิ่มความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับ

จากนั้นในปี 1998 ก็ปรับโฉมอีกครั้ง เปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบตาเพชรใสแวววาว ไฟเลี้ยวที่ติดกับไฟหน้าและไฟเลี้ยวในกันชนเปลี่ยนเป็นสีขาว เพิ่มไฟเลี้ยวสีเหลืองขนาดเล็กด้านข้างตัวถังหลังล้อหน้า รุ่น 1.6 เปลี่ยนฝาครอบล้อเป็นลาย 7 ก้านแบบไม่มีรูนอต รุ่น 2.0 เปลี่ยนล้อแม็กเป็นลาย 7 ก้านเฉียง ภายในรุ่น 2.0 เพิ่มถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า


ตัวถังนี้ในรุ่นเอ็กซ์ซิเออร์ เป็นรุ่นสุดท้ายของโคโรน่าในเมืองไทยซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว เพราะไม่มีช่องว่างในตลาด จากการที่ราคาของโคโรน่ากับคัมรีชิดกันเกินไป

ไฟท้ายแยก รุ่น 2.0 GLi 4 ECT ราคากลางของรุ่นปี 1995 ประมาณ 480,000 บาท และปี 1996 ประมาณ 530,000 บาท

ถ้าชอบรถยนต์ตัวถังนี้ควรตัดสินใจให้ดีว่า จะเลือกรุ่น 1.6 หรือ 2.0 ในแบบเกียร์ธรรดาหรืออัตโนมัติ ถ้าเลือกรุ่นเกียร์ธรรมดา เพราะราคาถูกกว่าเล็กน้อย หรือเพราะต้องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อใช้ไปแล้วอยากเปลี่ยนเป็นเกียร์อัตโนมัติก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 20,000 บาท หากจะเปลี่ยนเครื่องยนต์จาก 1,600 ซีซี เป็น 2,000 ซีซี ก็หลายหมื่นบาท ไม่คุ้มแน่ๆ ถ้ามีเงินพอ ควรเลือกซื้อรุ่น 2.0 เกียร์อัตโนมัติไปเลย แพงหน่อย แต่แรงพอตัว อุปกรณ์ให้มาแบบครบๆ และขายต่อก็ได้ราคากว่า

จุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้งานต่ำ เพราะทนทาน ไม่จุกจิก อะไหล่เพียบ กินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อย ตามสไตล์รถยนต์รุ่นที่แท็กซี่นิยม รูปลักษณ์ภายนอกสวยแบบเรียบๆ ไม่หวือหวา จึงยังดูไม่เชย ห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอสำหรับ 5 ที่นั่งแบบหลวมๆ โดยเฉพาะเบาะหลังนั้นกว้างเหลือเฟือ อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 2.0 ครบครันดี ส่วนรุ่น 1.6 ก็ไม่ได้น้อยจนน่าเกลียด

ระบบส่วนใหญ่เป็นแบบพื้นฐาน ถึงเครื่องยนต์จะเป็นระบบหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่มีประวัติเรื่องรวน โดยรวมแล้วถือว่าใช้งานได้สบายใจ ดูแลรักษาง่าย ทนทาน ซ่อมง่าย ไม่ซับซ้อน

ความแพร่หลายของอะไหล่เป็นจุดเด่นสำคัญ เพราะมีอะไหล่ญี่ปุ่นมือสองในเชียงกง อะไหล่ใหม่ทั้งเทียบเทียมให้เลือกเพียบ ไม่ขัดสนแน่ๆ

หากซื้อมาใช้ยาวๆ จนเครื่องยนต์หมดอายุ หรืออยากแรงขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ด้วยหลายทางเลือก เช่น เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์มือสองเชียงกง เริ่มจากเครื่องยนต์บล็อกเดิมที่วางอยู่ในรุ่น 2.0 คือ 3S-FE 2,000 ซีซี 134 แรงม้า หรือขยับเพิ่มความแรงขึ้นมาอีกนิดด้วย 3S-GE 2,000 ซีซี 170-180 แรงม้า และแรงสุดด้วย 3S-GTE 2,000 ซีซี เทอร์โบ 245 แรงม้า สามารถวางได้โดยดัดแปลงไม่มาก เพราะเป็นบล็อกหลัก 3S เหมือนกัน

จากกำลัง 134 แรงม้า ของรุ่น 2.0 เกียร์อัตโนมัติ กับตัวถังหนักประมาณ 1 ตันต้นๆ อัตราเร่งถือว่าไม่อืดอาด ระบบช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ นุ่มนวลดีในความเร็วต่ำ-ปานกลาง ถ้าใช้ความเร็วสูงจะรู้สึกว่านิ่มไปเล็กน้อย แต่ก็ปรับปรุงได้ไม่ยาก และซ่อมไม่แพง

โตโยต้า โคโรน่า ห้องโดยสารกว้างขวาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ระบบต่างๆ ไม่ซับซ้อน อะไหล่หาง่ายด้วยหลากหลายทางเลือกและไม่แพง แต่บางคนบอกว่าดูแล้วไม่ค่อยหรู เพราะใช้เป็นแท็กซี่กันเกลื่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย รถยนต์รุ่นที่นิยมนำไปทำแท็กซี่ ต้องมีคุณสมบัติที่ดีหลายด้าน เช่น ความทนทาน ไม่จุกจิก อะไหล่แพร่หลาย และความประหยัด





จากคุณ : Corona ท้ายเต็ม - [ 18 ธ.ค. 45 21:50:48 A:203.126.118.150 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys