◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    วิพากษ์ "" กรุงเทพไม่ใช่เมืองเเฟชั่น"" ในสายตาชาวโลก โดยประจวบ วังใจ

    เวทีวิพากษ์ : กรุงเทพฯไม่ใช่เมืองแฟชั่น
    โดยประจวบ วังใจ
    ถ้า-ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กลางโค้งน้ำเจ้าพระยา คือการสร้างความประทับใจ ระดับสุดยอด ให้แก่ผู้นำนานาชาติ เมื่อครั้งเข้าร่วมประชุมเอเปค เมื่อปลายปีก่อน ชนิดไม่มีใครปฏิเสธ-แล้ว ถามว่างานกรุงเทพฯเมืองแฟชั่น หรือ Bangkok Fashion City Extravaganza 2004 สร้างความประทับใจ ในระดับนั้นได้หรือไม่ และเรากำลังจะบอกอะไร กับชาวโลก ก่อนจะไปถึงคำตอบนั้น ผมขอตกลงในเบื้องแรกก่อนว่า งานกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นที่จัดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมมองเป็นแค่ขบวนแห่ที่จัดขึ้นโดยใช้คำว่า 'แฟชั่น' เป็นตัวดึงดูดให้คนมาร่วมงานเท่านั้นเอง เพราะรูปแบบของการจัดงานต่างๆ นั้น แทบจะไม่ต่างจากงานแห่กระทงหลวงของเชียงใหม่, ขบวนรถแห่ปราสาทผึ้งของอุบลราชธานี งานหุ่นฟางนกของชัยนาท ฯลฯ เท่าใดนัก แม้จะมีคนเถียงว่า กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น ไม่ได้มีแค่บ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพียงวันเดียว มีอีกหลายวันก่อนหน้านั้นที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ใครจะจดจำได้บ้างว่างานมีวันไหนและมีความสำคัญอย่างไร หรือจะโอ้อวดด้วยแคทวอล์คสุดตระการตาเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา... แล้วใครสักกี่คนที่ได้สัมผัส

    หากพลิกดูจุดประสงค์ของงาน 'กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น' พบว่า ต้องการจะยกระดับผู้ประกอบการในธุรกิจแฟชั่นให้มีศักยภาพแข่งขันกับต่างประเทศได้ และอยากให้แบรนด์ไทยได้รับการยอมรับสู่สากล พูดง่ายๆ คือ การสร้าง 'กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น' ขึ้นมา ก็เพื่อประกาศให้โลกรับรู้ว่า แฟชั่นเมืองไทยก็เจ๋งพอๆ กับใครๆ แถมยังคุยโตด้วยว่า กรุงเทพฯมีโอกาสเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของเอเชีย เทียบเท่า ญี่ปุ่น, ฮ่องกง และสิงคโปร์ เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมจึงนึกสนุกค้นดูข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เอพี รอยเตอร์หรือเอเอฟพี ว่าเขานำเสนอข่าวนี้อย่างไร เพราะผมเชื่อว่าถ้าจะประกาศให้โลกรู้ ต้องอาศัยสื่อหลายๆ แขนง ไม่เพียงเฉพาะภาพข่าวที่ปรากฏในซีเอ็นเอ็นเท่านั้น ข่าวที่ผมพบส่วนใหญ่มักจะนำเสนอเฉพาะความเคลื่อนไหว ประเภทมีอะไร ที่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง จะมีบ้าง เช่น สำนักข่าวรอยเตอร์ที่นำเสนอแง่มุมน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

    รอยเตอร์ นำเสนอความคิดเห็นของดีไซเนอร์ระดับโลกคนหนึ่งที่เคยออกแบบเสื้อผ้าให้กับ ซาราห์ เจสสิกา ปาร์คเกอร์ ในซีรีส์ Sex and the City ระบุถึงความเป็นไปได้ของเมืองไทยที่จะเป็นศูนย์กลางแฟชั่นว่า อย่าว่าแต่ระดับโลกเลย ศักยภาพของกรุงเทพฯ ยังห่างไกลจากเมืองต่างๆ ในเอเชียด้วยกัน อย่าง สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง มากทีเดียว ดีไซเนอร์รายนี้ให้ความเห็นหลังจากมีแฟชั่นโชว์ริมน้ำเจ้าพระยา ว่าแฟชั่นที่เขาเห็น ทำให้เขาตัดสินใจแทบจะเดี๋ยวนั้น ว่าไม่มีทางนำแบรนด์ของตัวเองมาเปิดตลาดในเมืองไทยเด็ดขาด เหตุผลก็เป็นดังดีไซเนอร์อีกคนหนึ่งบอก คือเสื้อผ้าที่นำมาโชว์ส่วนใหญ่ so out หรือหลุดเทรนด์ไปแล้ว แถมดีไซเนอร์คนนี้ ยังให้ความเห็นชนิดที่ผมเองอ่านแล้วยังรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองหยิกไม่รู้สึกเจ็บ

    มันเป็นเพียงการแข่งกันกันฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุนะ ฉันอายมากและอยากจะวิ่งหนี พร้อมกับคิดว่านักข่าวต่างประเทศที่อยู่ในงานวันนั้น คงคิดคล้ายๆ กัน ว่าประเทศไทยช่างไม่รู้เอาเสียเลยหรือ ว่าแฟชั่นคืออะไร" ผมว่าแรงมากทีเดียวสำหรับคำพูดนี้ แต่ก็ตรงไปตรงมาดี ซึ่งผมคิดว่ารอยเตอร์คงจะพยายามหาความคิดเห็นของดีไซเนอร์ไทยมาคานความเห็นข้างต้น แต่คงหาไม่ได้ ข่าวจึงรายงานแค่ ดีไซเนอร์ไทยบางคนเป็นกังวลว่าความคิดเห็นของตัวเองจะไปขัดแย้งกับอุตสาหกรรมแฟชั่นในเมืองไทย โดยเฉพาะรัฐบาลไทยที่หวังเหลือเกินกับงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้

    ส่วนหนังสือพิมพ์บ้านใกล้เรือนเคียงของเราอย่าง The Straits Times ของสิงคโปร์ ก็มองว่า งานกรุงเทพฯเมืองแฟชั่น คือโครงการยักษ์ที่ใช้เงินประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในภูมิภาคนี้ โดยวางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องทำให้ได้ภายในปี 2012 นอกจากนี้เดอะ สเตรทส์ ไทม์ ยังเสนอด้วยว่า เฉพาะงาน 'พาเหรด' วันอาทิตย์วันเดียว รัฐบาลไทยถลุงเงินไปถึง 140 ล้านบาททีเดียว... ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในเรื่องของการป่าวประกาศ 'กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น' ก็เป็นที่รับรู้ของชาวโลกไปเรียบร้อยแล้ว แต่คำถามที่ยิงไว้ในตอนต้นว่า Bangkok Fashion City Extravaganza 2004 สร้างความประทับใจให้กับใครต่อใครหรือไม่ และเรากำลังจะบอกอะไรกับชาวโลก ?

    ดูเหมือนสำนักข่าวต่างๆ ได้ตอบไว้ชัดเจนแล้ว แต่ถ้าจะสรุปให้ชัด 'กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น' ก็คือเงาสะท้อนที่ทำให้เราเห็นตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าเราควรจะอยู่ในจุดไหน ควรทำตัวอย่างไร และรู้ว่าอะไรคือธรรมชาติของตัวเอง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นสิ่งแปลกปลอม ด้อยค่า ชนิดหาตัวตนแทบไม่ได้เอาเสียเลย แต่นั่นแหละ... ใครเล่าจะสนใจ ในเมื่อธรรมชาติของเรา ชอบวิ่งหนี 'รากเหง้า' และ 'ตัวเอง' เสียเหลือเกิน

    Industry : Other
    URL related : http://น.ส.พ.กรุงเทพฯธุรกิจ วันที่ 18 ก.พ. 2547

    จากคุณ : . - [ 21 ก.พ. 47 09:34:58 A:203.150.192.17 X:192.168.4.51 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม