◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ภัยใกล้ตัว...คน กรุงเทพ ต้องอ่าน

    - เรื่องแรก

    เพื่อนคนนี้เป็นผู้ชายได้ขับรถไปติดสี่แยกไฟแดงแถววิทยุ และไม่ได้ล็อคประตูรถขณะที่ รอสัญญาณไฟอยู่นั้น จู่ๆก็มีสาวเจ้าอายุอยู่ในวัยนักศึกษา ได้เปิดประตูก้าวเข้ามานั่งหน้ารถ ด้วยและเอ่ยปากขอเงิน ถ้าไม่ให้จะตะโกนให้คนช่วยว่ากระทำมิดีมิร้ายกับเธอ ด้วยความตกใจ เจ้าหนุ่มเพื่อนพี่ก็ต้องต่อรองแล้วให้เงินไป ก้อนหนึ่งเพื่อให้หล่อนรีบๆลงไป จากรถโดยเร็วที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีสมัครพรรคของหล่อนอยู่ แถวนั้นด้วยหรือเปล่า

    - เรื่องที่สอง

    รายนี้ไปด้วยกันทั้งสองคนสามีภรรยาได้ไปงานแต่งงานและเมื่อเลิกจากงาน จะขับรถกลับบ้านไปทางถนนศรีนครินทร์ ขณะนั้นเป็นเวลา ประมาณ 4ทุ่ม ขณะที่ขับรถอยู่นั้นก็มีรถอีกคันขับตามหลังมาและ เร่งความเร็วรถมาชนท้ายรถและได้ลงมาหาเรื่องว่า รถคันหน้าเบรกกระทันหันต้องการเรียกค่าเสียหาย โดยรถคันที่ขับมาชนนั้นมีผู้ชาย นั่งมาด้วยกันประมาณ 5 คน ส่วนใหญ่ใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด แบบเสื้อกล้าม และจะขอค่าเสียหาย 3,000 บาท ซึ่งสามีภรรยาทั้งคู่เมื่อเห็นการแต่งตัวก็ไม่กล้าเปิดประตูรถลงไปคุยด้วย แต่จะพยายามคุยดีด้วยในทำนองยินยอมจ่ายให้ แต่เงินไม่พอขอให้ไป ขับรถตามไปเอาเงินที่บ้าน ซึ่งกลุ่มชายทั้ง 5 ก็ยินยอมขับรถตามไป แต่ตัวสามีได้หลอกขับรถให้ตามไปที่โกดังของพี่ชายที่อยู่ในย่านนั้น และมีคนงานของพี่ชายเป็นจำนวนมากอยู่ด้วย เมื่อไปถึงก็ให้หัวหน้า คนงานเป็นผู้เจราจาความเสียหายใหม่ ในที่สุดชายทั้ง 5 ก็ยอมรับเงินไป 500 บาท เพราะรู้ว่าสถานะการณ์เสียเปรียบแล้ว

    ทั้งสองเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าอาชีพใหม่ที่น่าอันตรายสำหรับเราเกิดได้ตลอดเวลา ข้อสำคัญเราต้องอย่าประมาทและให้มีสติ

    - เรื่องที่ 3

    เมื่อวันศุกร์ประมาณ 2 ทุ่มออกจากที่ทำงานแล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เพื่อไปที่รถที่จอดไว้ในลานจอดรถ ตอนที่กำลังเดินไปที่ลานจอดรถ พอดีน้องสาวโทรมาเลยรับ โทรศัพท์ แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ พอถึงรถก็ไขกุญแจเข้าไปนั่งคุยโทรศัพท์ต่อ โดยทียังไม่ได้ล็อครถ แล้วก็ไม่ได้สังเกตรอบๆตัวด้วย สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูรถ
    แล้วพูดว่าถ้าไม่อยากโดนแทงให้ส่งกระเป๋ามา ก็ตกใจมากหันไปมอง ก็เห็นผู้ชายคนนึงถือมีดพกจี้ไว้ที่ข้างลำตัวเราเค้ามากันสองคน คนหนึ่งเป็นคนขับนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ตอนนั้นทั้งกลัวทั้งตกใจ ก็ร้องกรี๊ด เลยละ แล้วมันก็พยายามจะเอากระเป๋าสะพายที่คล้องอยู่บนไหล่ของเราไป ตอนนั้นไม่ทันคิดอะไรก็พยายามแย่งเอาไว้ ไม่ให้มันเอาไป
    แต่ในที่สุดมันก็เอาไปจนได้ แถมยังดึงเอาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือเราไปด้วย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์หนีไป ตกใจมากก็วิ่งตาม แล้วร้องเรียกให้คนช่วย เชื่อมั๊ยแถวๆนั้นระยะห่างไม่ถึง 20 เมตร มีพนักงานร้านอาหารที่เลิกงานแล้ว นั่งกันอยู่ 3-4 คน ส่วนอีกด้านนึง ก็เป็นด้านหลังของร้านค้า 4-5 ร้านค้าที่ยังไม่ได้ปิด แต่ก็ไม่ มีใครเห็น เพราะมันเข้ามา เงียบๆ แล้วก็มีรถคันอื่นที่จอดอยู่บังอยู่ด้วย ก็เลยขับรถไปจอดไว้หน้าออฟฟิศแล้วก็รีบโทรอายัดบัตรต่างๆทั้งหลาย ดีที่ว่าในออฟฟิศยังมีคนอยู่เยอะ ก็เลยช่วยกันหาเบอร์ต่างๆแล้วช่วยกันโทร. เพราะเราตกใจมากทำอะไรแทบไม่ถูกเลย แล้วก็ไป แจ้งความ ก็เลยอยากเตือนให้เพื่อนๆทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงกลับบ้านดึกๆต้องระวัง หาคนเดินไปเป็นเพื่อน เข้ารถก็รีบล็อกประตู อย่าประมาทว่ายังไม่ดึกมาก หรือบริเวณนั้น ไม่เปลี่ยวอย่างที่โดนมา แถวนั้นก็ถือว่าไม่มืดมาก ยังมีคนอยู่ ร้านค้าก็ยังเปิดอยู่ ยังดีที่มันไม่ได้ทำร้ายร่างกายเราด้วย อาจเป็นเพราะนั่งอยู่ในรถด้วย ตอนนั้นกลัวว่ามันจะฉุดเราไปด้วย ช่วงที่เกิดเหตุการณ์มันสั้นมาก ไม่กี่นาทีเท่านั้นเองแต่ทำให้เรากลัวมากเลย วันนี้ออกไปข้างนอกตอนกลางวันเจอใครเดินผ่าน ยังระแวงเลย เจอคนรู้จักก็เตือนให้ระวังเรื่องแบบนี้นะ ไม่อยากให้ใครเจอแบบนี้อีก อันตรายที่ลานจอดรถ

    -เรื่องที่ 4

    เมื่อประมาณเดือนกันยายนหรือตุลาคมไม่ค่อยแน่ใจ ดิฉันไปซื้อของที่เมืองทองซีฟู๊ด เมื่อซื้อของเสร็จดิฉันก็เดินมาที่ลานจอดรถของเมืองทองหลังซีฟู๊ด ถ้าผู้ที่เคยไปใช้บริการจะรู้ว่ามืด แต่ความที่อยู่ที่นี่จนชินก็เลยไม่รู้สึกอะไร เมื่อดิฉันเปิดประตูรถเข้าไปนั่งในรถด้วยนิสัยที่เห่อรถใหม่ที่มีเซ้นทรัลล็อก เพราะรถคันเก่าเป็นระบบเดินล็อกทั้งสี่ประตูน่าเบื่อ)ดิฉันก็จะกดล็อกประตูทันที เพราะชอบเสียงเวลาดัง ปิดทั้งสี่ประตู พอดิฉันกดปิดปุ๊บ มีเสียงเหมือนคนกระชากประตูรถดิฉันแต่หลุดมือเพราะดิฉันกดล็อกเอาไว้ เมื่อดิฉันหันไปมองก็เห็นเป็นผู้ชายยืนจ้องอยู่ ดิฉันจึงหยิบมือถือกด191โชว์ให้มันเห็น ได้ผลค่ะ
    มันวิ่งหนีไปเลย ดิฉันก็ไม่ได้วิ่งตามหรอกค่ะ "กลัว" แต่มานึกดูอีกทีว่าโดยปกตินิสัยคนเราเมื่อขึ้นรถแล้วจะต้องสตาร์ ทรถก่อนจึงค่อย กด ล็อกแต่บังเอิญดิฉันเห่อ รถใหม่เรื่องร้าย ๆ จึงไม่เกิดขึ้นดิฉันหวังว่าทุกท่านที่อ่านเรื่องของดิฉันคง เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์ ได้บ้างนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ที่จอดรถที่เมืองมีรปภ รักษาการสอดส่งดูแลจากหอคอยเบื้องสูงคงไม่มีเหตุการณ์ร้าย ๆ แบบนี้อีก แต่ที่อื่นไม่แน่นะคะ

    เพื่อนส่งมาให้ เลยเอามาแบ่งกันอ่านครับ


    *** เอ...เมื่อเดือนที่แล้ว...สว.ที่โดนกัปตันการบินไทย ไล่ลงจากเครื่อง ที่อ้างว่า ต้องรับผิดชอบชีวิตคนทั้งประเทศเนี่ย...เค้าจะแก้ไขอะไรมั้ยเนี่ย....หุ หุ หุ

    จากคุณ : นายเบนซ์ (นายเบนซ์) - [ 3 ธ.ค. 46 15:36:23 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม