◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ปชป. อยู่กับโชค

    อยู่กับโชค

    คอลัมน์ เมืองไทย๒๕น. (ข่าวสด)
    จากแผนปฏิบัติการหัวหินสู่พันธกิจเชียงราย ล่าสุดกลายมาเป็นยุทธการระยอง

    คำถามมีอยู่ว่านอกจากวิธีการเที่ยวตระเวนไปสุมหัวตามแต่ละจังหวัด แล้วออกมาสรุปเป็นคำด่าต่อรัฐบาลโดยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันออกมาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์มีวิธีการอย่างอื่นที่ดีกว่านี้อีกหรือไม่

    เพราะถ้าต้องการเพียงแค่นี้ สู้ยุบพรรคไปตั้งคณะหนังตะลุงเที่ยวตระเวนเชิดทั่วไทยเพื่ออาศัยการพากษ์ด่ารัฐบาลให้เป็นกิจลักษณะเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ

    หรืออีกทางหนึ่งก็นั่งสุมหัวด่ารายวันกันอยู่ตรงที่ทำการพรรคนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องเดินทางกันให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนต้องพึ่งพาภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยตามโรงแรมที่พักมาคลายเส้นเหมือนเช่นที่เป็นอยู่

    ๕๗ ปีของพรรคประชาธิปัตย์ที่เขาลือว่าเป็นสถาบันทางการเมืองไปแล้วนั้น คิดทำกันได้แค่นี้เองหรือ

    ขณะอีกฟาก พรรคเกิดใหม่วัยแค่ทารกอย่างไทยรักไทยเขาสุมหัวผลิตแผนงานทยอยออกมาเป็นระรอกไม่ขาดสาย เข้าตาบ้างไม่เข้าตาบ้าง อาศัยลูกขยันเป็นหลัก

    แต่บังเอิญส่วนใหญ่มันเข้าตาชาวบ้าน คะแนนนิยมก็เลยพุ่งกระฉูด

    ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งเวทีเชิดหนังตะลุงประชันกับการประชุม ครม.สัญจรของรัฐบาลวันเดียวกันด้วยแล้ว กลายเป็นว่าทำให้ชาวบ้านเขาเห็นความแตกต่างมากขึ้น

    ระหว่างพรรคการเมืองหนึ่งที่ทำงานด้วยสมองและการลงแรง กับอีกพรรคที่ทำงานด้วยปากเที่ยวด่ากราดระรานคนอื่นเขาไปทั่ว

    จะมาอ้างว่าเป็นช่วงที่กระแสพรรคไทยรักไทยกำลังแรง พรรคประชาธิปัตย์พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเขาเชื่อ เลยต้องใช้วิธีการด่าอย่างเดียวอย่างที่พยายามแก้ตัวกันอยู่นั้นมันฟังไม่ขึ้น

    เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการอับจนปัญญา แล้วอย่างนี้จะมาขันอาสาบริหารประเทศชาติได้อย่างไร

    ๓ ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสรุปบทเรียนได้เลยว่า ความผิดพลาดจนทำให้ต้องพ่ายต่อพรรคไทยรักไทยยับเยินนั้นมีอะไรบ้าง

    นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคก็ยังคงขยันกับการขยับปากหน้าไมโครโฟนตลอดเวลาด้วยหลงเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือมีดโกนคมกริบ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่สังคมปัจจุบันเขาต้องการนั้นคืออะไร

    นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสวมใจให้ลงกับบทบาทใหม่ได้เพราะไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เป็นมาก่อน ผลก็เลยต้องหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูกมาเกือบปีเข้าไปแล้ว

    ที่น่าสงสารมากที่สุดกลายเป็นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรค ที่ต้องพยายามคิดหาประเด็นใหม่ๆมาวิจารณ์รัฐบาลในทุกสัปดาห์ จืดบ้าง กร่อยบ้าง ก็ว่ากันไป ทำอย่างไงได้ก็เขาแต่งตั้งมาให้ทำหน้าที่นี้

    อย่างไรก็ตามแม้การออกมาเต้นแร้งเต้นกาของชาวพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มข้างต้นดูจะผิดบทไม่เข้าตาชาวบ้านดั่งที่พวกเขาอยากจะเห็นอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยคนกลุ่มนี้ก็ได้พยายามทำหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถแล้ว เพียงแต้มที่ได้รับอาจจะน้อยไปหน่อยเท่านั้น

    ซึ่งก็ยังดีกว่าชาวพรรคประชาธิปัตย์อีกหลายคนที่ในอดีตเคยเดินลอยหน้าลอยตาเสวยสุขกับตำแหน่งเสนาบดียุคสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พอมาถึงตอนนี้กลับหลบรี้หนีหายเก็บตัวเงียบ

    ชีวิตนี้ ช่วงมีสุขจ้องแต่จะร่วมเสพอย่างเดียว พอถึงตอนมีทุกข์ไม่เสนอตัวร่วมต้านกันบ้างเลยหรือ

    ๕๗ ปีของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่รอดมาได้เพราะโชคช่วยจริงๆ ไม่ใช่เพราะคน

    จากคุณ : suthi - [ 3 ธ.ค. 46 10:50:46 A:203.113.41.4 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม