◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ธุรกิจการเมือง.......มองต่างมุม

    กระทู้นี้ serious สำหรับคนที่เห็นว่า เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์เป็นเรื่องดี.(หมายถึงมีบ่อน พนัน รวมอยู่ใน คอมเพล็กซ์ด้วยนะครับ)
    ................................
    ....................
    หวย.....รายได้จากกองสลาก หลังจากขายหวยเถื่อนที่เอามาแปลงให้ถูกกฏหมาย ดีขึ้นกว่าเดิม
    แม้ว่าจะไม่ได้ตามเป้าที่ท่านผู้นำผู้ทรงอำนาจตั้งไว้บ้างบางงวด แต่ก็กำไรงามๆมีอยู่
    บางงวดไม่ได้ตามเป้า เห็นมีแต่กล่าวว่าเป็นเพราะตำรวจไม่กวดขันพวกหวยเถื่อน
    สิ่อก็ออกข่าว บ้าจี้ไป แต่ว่า หวยเถื่อนปราบไม่หมด
    แต่.....................

    อีกด้านหนึ่งมันบอกอะไรแก่ประชาชน????ครับ

    มันกำลังบอกว่า ประชาชนเราไม่ได้คิดละ เลิก กับการเอาเงินไปเสี่ยงโชคกับตัวเลขบนกระดาษเลยใช่ไหมครับ........นี่เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
    เมื่อเป็นเช่นนี้ มันบอกต่อไปอีกว่า

    ประชาชนที่ยังงมงายและลุ่มหลงในการเสี่ยงโชค มีมากและมากพอที่จะหาธุรกิจใดๆก็ตามอีกหลายๆแนวมารองรับกลุ่มเป้าหมายนี้ โจมตีเข้าหากลุ่มดีมานด์ซึ่งติดกับคำว่า "ชอบเสี่ยงโชค"

    การสร้างแผนการนำหวยใต้ดินมาบนดินนั้น ประโยชน์ที่อ้างกับประชาชนนอกจากจะบอกว่าเพื่อกำจัดหวยเถื่อนและเอารายได้ไปกระจายแก่ประชาชนยากไร้นั้น เป็นเพียงหน้ากากทางธุรกิจ แต่สิ่งที่รัฐบาลได้คือ ผลของโพลล์สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการบริโภคการเสี่ยงโชคครับ!!!! มันแยบยลและน่ากลัวมากจริงๆ.

    เมื่อโพลล์ออกมาติดๆกันระยะหนึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงของกองสลาก ทำให้ได้ข้อมูลมาระดับหนึ่งของกลุ่มเป้าหมาย หลังจากนั้นก็คิดแผนการลงทุนธุรกิจอื่นที่จะแทรกไปอย่างง่ายๆ นั่นก็คือ "บ่อนการพนัน"

    เอ๊นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล๊กซ์จึงเป็นหนึ่งในโปรเจคท์ธุรกิจที่ได้จัดวางลงอย่างแยบยลและอาศัยกลไกทางการเมืองเข้ามา
    .......และถึงแม้ผลการสำรวจประชามติจะออกมาไม่ให้ทำในไทย........เป้าหมายสถานที่มีแผนสองหรือสามแน่นอน กับการลงทุนในเขตต่อระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยมมรกต หรือ สามเหลี่ยมทองคำ อันเป็นการอ้างว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมแบบไตรภาคี หรือจะทศภาคีก็ตาม

    สิ่งที่ได้คืออะไร.แน่นอนรายได้ส่วนหนึ่งเป็นของรัฐบาลไทย และอีกส่วนหนึ่งก็คือ กลุ่มทุนที่ลงทุนโดยอาศัยกลไกการอ้างการบริหารประเทศที่กำลังทำอยู่นี่แหละครับ

    มันบอกอะไรอีก มันบอกว่ารัฐบาลนี้วางแผนแต่แรกแล้วว่า จะใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งทำธุรกิจ โดยแบ่งส่วนไว้สามส่วนใหญ่คือ
    หนึ่ง เพื่อประเทศ
    สอง เพื่อตนเองและพวกพ้อง
    สาม เพื่อวางรากฐานของการดำรงอยู่ของพวกตนอย่างถาวร

    หากสัดส่วนที่ว่าในส่วนที่หนึ่งอยู่ที่ 90 เปอร์เซนต์หรือมากกว่า.................ผมรับได้ครับ เพราะถือว่ายังมีแบ่งให้พอที่จะเจือได้แก่ประชาชน แต่ส่วนที่สองและสามต้องไม่มีทางเกิน 5 เปอร์เซนต์ นะครับ และหากเป็นอย่างนั้น อยากให้เป็นกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนไปเลย เสมือนว่าประชาชนจ้างกลุ่มบริหารมาบริหารประเทศ กำไรที่ได้ก็แบ่งกันไปแบบนั้น ให้มีการตรวจสอบได้แบบยิบๆไปจนถึงตระกูล ทุกบาทเลย
    ถ้าเป็นอย่างนั้น........ผมรับได้และชื่นชมด้วย และมันอาจเป็นการปกครองประเทศในยุคใหม่ๆที่มีความโปร่งใส ชัดเจน และลดการคอร์รับชั่นไปโดยปริยาย ไม่ต้องมาระแวดระวังอะไรมากนัก ให้ชูเป็นนโยบายหาเสียงกันไปเลยครับ เช่นปชป.ชูว่า จะเอาเพียง สูตร 3/3 และที่เหลือให้ประเทศ.....
    พรรคการเมืองจะได้มาหั่นสัดส่วนกำไรกัน เหมือนประมูลงานไง....น่าจะดีกว่ามาโกงกินแบบเราไม่รู้ตั้งเยอะครับ!!

    จริงๆแล้วไอ้ธุรกิจการเมืองเนี่ย มันมีมานานแล้ว แต่เราก็ไปมองมันเป็นการคอร์รัปชั่น
    มันไม่ต่างไปจากบริษัทใหญ่ ซื้อทีมบริหารมาบริหาร และมีเงื่อนไขอื่นเสนอผลประโยชน์นอกจากเงินเดือนไงครับ มันจูงใจให้ทีมนั้นพัฒนาธุรกิจจริงๆให้มีกำไร เพราะทีมเองก็ได้ด้วย แต่หากไม่มีอะไรจูงใจ ดีไม่ดี ทีมแอบโกงอีกต่างหาก

    ฝากท่านผู้นำผู้ทรงอำนาจ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านแกนนำสำคัญทางการเมือง ถอดหน้ากาก แล้วออกมาคุยสัดส่วนหรือเงื่อนไขกันตรงๆดีกว่า กับ ประชาชนทั้งประเทศ ดีกว่าครับ ดีกว่า อ้างรักชาติจนน้ำลายไหล อ้างประชาชนจนอ๊วกเต็มถนนไปหมดแล้ว

    ทุกวันนี้ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยหรอกครับ ทุกประเทศนั่นแหละ. หากมองให้ลึก เอาความจริงมาแบแผ่หราแล้ว รัฐธรรมนูญของทุกประเทศคงต้องเพิ่มเติมคำว่าสัญญาธุรกิจการเมือง ในหมวด ผลประโยชน์การบริหาร เข้าไปด้วย ครับผม

    จากคุณ : นายชด - [ 3 ธ.ค. 46 09:47:26 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม