มีความเห็นอย่างไรกับปฏิรูปการศึกษาไทยแบบ……คิดนอกกรอบ……ของท่านนายก

หมู่นี้สังเกตว่าท่านนายกลงมาเล่นเรื่องการศึกษาด้วยตนเองบ่อยครั้งขึ้น    ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่คนในวงการนี้จะได้ตื่นตัว    และทิศทางการจัดการศึกษาของชาติจะได้ชัดเจนเสียที.....ผมเองไม่เห็นด้วยกับนโยบายของท่านนายกในหลายเรื่อง      แต่สำหรับเรื่องการจัดการศึกษานี้  ต้องขอชมว่าเป็นไอเดียที่ใหม่และฉีกแนวจากที่เคยทำ ๆกันมา

หลักการจัดการศึกษาไทยต้องยึดทางสายกลางและต้องเป็นตัวของตัวเองครับ......ปรัชญาโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกควรผสมกันอย่างลงตัว...…การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องปรับให้ครูเป็นมือกระบี่ไร้สภาพ (อย่างที่นายกต้องการจะสื่อ)……. ต้องฉลาดพอที่จะใช้กระบวนท่าที่อิสระมาปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่สถานการณ์     และรู้จักประยุคสื่อ  IT  มาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนแบบใหม่ให้ได้ …… เพื่อเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้   Knowledge based society   ที่แท้จริง......ดังนั้นครูสมัยใหม่จึงต้องปรับตัวและหันมาใช้กระบวนการคิดแบบนอกกรอบให้มากขึ้น……..รัฐเองต้องส่งเสริมการบริหารจัดการการศึกษาแบบ   Customer Center   ให้มาก ๆ……อย่างโครงการ  Design Center   ซึ่งเป็นศูนย์การขยายความรู้สู่การผลิตนอกระบบการศึกษา บนพื้นฐานการผลิตตามความต้องการของตลาด (Life style Product) ทั้งในประเทศและตลาดโลก ที่มีกลิ่นอายของปัญญาและประวัติศาสตร์เอเชีย ประชาชนจะสามารถใช้ข้อมูล และความรู้เปรียบเทียบมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้……หรือโครงการ General Library เป็นห้องสมุดสำหรับประชาชนรุ่นใหม่ ซึ่งสัมผัสได้ด้วยตา อารมณ์ และปัญญา ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้วางแผน    ขึ้นมาแทนห้องสมุดที่น่าเบื่อหน่าย   เนื่องจากบรรณารักษ์ถูกบรรจุให้ทำงานโดยไม่มีความสัมพันธ์กับลูกค้า (ผู้อ่าน) อย่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน………ถือเป็นความคิดที่แหลมคมของท่านนายกและทีมที่ปรึกษาด้านนโยบายของรัฐบาลชุดนี้……..

ส่วนเรื่องปลีกย่อยของการศึกษาแบบนอกกรอบ      อย่างนโยบายโรงเรียนในฝัน     หรือหนึ่งอำเภอหนึ่งดอกเตอร์ที่ทีมงานกำลังทำ  PR  กันอยู่ ..….ถือเป็นความคิดริเริ่มดีครับแต่การปฏิบัติจริงคงยากและต้องใช้เวลา……อย่างโรงเรียนในฝันตอนนี้ปัญหามันติดอยู่ตรงบุคลากรครับ….ครูก็ยังเป็นคนเก่า    ผู้บริหารเก่า   และยังคงยึดติดกับระบบราชการแบบเก่า ๆ…

ผมอยากเสนอแนะผ่านไปทางท่านพันธ์ศักดิ์    วิญญรักษ์   ประธานที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้านนโยบาย ……..อยากให้ท่านนายกนำรูปแบบการบริหารแบบ  CEOs  มาใช้กับการจัดการศึกษาของชาติบ้าง…….อยากเสนอให้โรงเรียนที่มีความพร้อมในการดูแลตัวเอง    ให้มีการบริหารตนเองที่เป็นอิสระ   ถ้าเป็นไปได้ให้แยกออกจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานไปเลยครับ……นำเอาคนดีมีฝีมือมาบริหารจัดการ…….สร้างโรงเรียนรูปแบบใหม่ที่เน้นการบริหารแบบเอกชนไม่ต้องมาติดกับดักระบบราชการเหมือนเก่า.......เพื่อจะเป็นโรงเรียนนำล่องจัดการศึกษาแบบใหม่ให้เข้าสู่   Knowledge based society   ที่แท้จริงให้ได้………เมื่อต้นแบบประสบความสำเร็จจึงค่อยขยายตัวออกไป.….อย่างนี้จะทำให้เกิดระบบการแข่งขันในการสร้างคุณภาพทางการศึกษาขึ้นในหน่วยงานของรัฐ     และปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์สากลของโลกยุคนี้ครับ

แก้ไขเมื่อ 18 ต.ค. 46 09:58:32

จากคุณ : ไทยพันธุ์แท้ - [ 18 ต.ค. 46 09:52:15 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

think outside the BOX !

จากคุณ : think tank - [ 18 ต.ค. 46 10:08:40 A:152.163.252.195 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

รำมาก็นานนมแล้ว
รบเสียทีสิ
ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรมเลย
2 ปีกว่าแล้ว
4 รมต ผ่านไปแล้ว


จากคุณ : Me (คนเมืองคิ่น) - [ 18 ต.ค. 46 10:43:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3


เห็นด้วยกับการที่จะนำแนวความคิดนอกกรอบมาใช้พัฒนาคนและประเทศ
การคิดนอกกรอบ เป็นการทำลายแนวกั้นของการคิดแบบเดิมๆ
การคิดนอกกรอบ จะช่วยให้มีการพัฒนาสมองไม่หยุดยั้ง
การคิดนอกกรอบ จะช่วยให้มีการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ จนคู่แข่งตามไม่ทัน
และ การคิดนอกกรอบ จะช่วยให้ได้มาทั้ง ก ล่ อ ง และ เ งิ น . ครับผม



จากคุณ : ฅนไท. (thai.man) - [ 18 ต.ค. 46 11:02:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

การพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมและก้าวไปพร้อม ๆกันในทุก ๆด้านทั้งเศรษฐกิจ  การเมือง  สังคมและวัฒนธรรมน่าจะเป็นคำตอบหนึ่งของการแก้ปัญหาบ้านเมือง.......ประเด็นปัญหาการศึกษาของชาติที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคนเพื่อก้าวไปสู่สังคมใหม่ในอนาคตที่จะผลักดันให้การพัฒนาของชาติเราเป็นไปอย่างยั่งยืนนั้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องมองเห็นทิศทางที่จะไปและมุ่งไปสู่ทิศนั้นอย่างจริงจัง  การเปลี่ยนแปลงนโยบายอยู่เรื่อย ๆและขาดจุดเน้นหนักอาจจะเป็นปัญหากับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในอนาคต.......

ในระยะใกล้คิดว่าควรเน้นหนักในการศึกษาระดับอนุบาล,ประถมต้น,อาชีวและอุดมศึกษา  เพราะระดับการศึกษาเหล่านี้เป็นเหมือนต้นทางและปลายทางที่น่าจะเห็นผลได้และรอการเติบโตในอนาคต  ในขณะเดียวกันรัฐเองควรเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาที่เท่าเทียมทั้งในภาคเมืองและภาคชนบทในอนาคต  เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรมกับเศรษฐกิจภาคการค้าทั้งในและนอกประเทศอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมกับทุก ๆส่วนในสังคม  การเร่งการเติบโตโดยคนในสังคมมีสัดส่วนหนี้ต่อทุนมากเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต    การส่งสัญญาณในยามที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวและถดถอยก็น่าจะเป็นการเตือนให้ผู้ประกอบการที่เร่งโหมการลงทุนมากเกินไปได้ยั้งคิดบ้าง..........

ยามที่บ้านเมืองเพิ่งฟื้นจากไข้และเด็กของเราที่จบออกมาอาจจะยังเคว้งคว้างตกงาน  การพยายามแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจในยามนี้อาจจะได้รับการตอบรับที่ดี  แต่การเร่งรีบเกินไปอาจจะนำมาซึ่งปัญหาเดิม ๆที่เราเคยประสบกันมาก็ได้...........

การศึกษาในระบบที่นำโดยกระทรวงศึกษาฯยังเป็นส่วนสำคัญที่น่าจะเร่งเดินหน้าต่อไปและมีแผนการที่แน่นอนมากกว่านี้

แก้ไขเมื่อ 18 ต.ค. 46 13:15:13

จากคุณ : คนเดินดินฯ - [ 18 ต.ค. 46 13:10:33 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 5

มันไม่เกี่ยวกับคิดนอกกรอบหรือในกรอบหรอกครับ...สอนให้คิดดีไม่คิดชั่วจึงจะสำคัญที่สุดครับ...พวกคิดเก่ง..คิดนอกกรอบ แล้วคิดชั่วนี่แหละครับ ทำให้จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน...

จากคุณ : ช่วยกัน - [ 19 ต.ค. 46 01:05:24 A:203.156.22.41 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ต้องเช้าใจว่าปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเราสะสมมานานมาก และมีหลาย ๆ ปัญหา เพราะฉะนั้นนายกฯท่านก็ต้องหาทางแก้ไขไปทีละปัญหา อย่างที่เราเห็น ๆ กัน ก็อยากให้ใจเย็นๆ

จากคุณ : ทองสร้อย - [ 20 ต.ค. 46 06:47:35 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys