Go to http://Saijai.net


    เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อความโปร่งใสของการเมืองระดับฐานราก

    คอร์รัปชั่นคืออะไร ถึงเวลานี้คงไม่ต้องมาเสียเวลาเพื่อทำความเข้าใจ แต่สิ่งที่ทุกคนได้ตระหนักเหมือนกันคือ ทำอย่างไรจึงจะป้องปราบการคอร์รัปชั่น
    และเมื่อพิจารณาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เราจะพบว่ารัฐธรรมนูญได้วางกลไกในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นไว้อย่างรัดกุมอย่างมาก ในหมวด 10 ที่ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และส่วนแรกของหมวด 10 ก็เริ่มต้นด้วย การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง นั่นย่อมเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นมีความสำคัญระดับชาติจนรัฐธรรมนูญต้องบัญญัติการปราบปรามคอร์รัปชั่นไว้เป็นการเฉพาะ

    ปูมเหตุของแนวคิดการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน
    เหตุผลอันหนึ่งของ การรัฐประหารและเข้ายึดอำนาจรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2534 โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ นั่นคือ การที่รัฐบาลที่ปกครองประเทศในช่วงนั้น ทำตัวเป็น “บุฟเฟต์คาร์บิเนต” (Buffet Carbinet) ซึ่งแปลเป็นสำนวนแบบไทยๆ ได้ว่า “ครม.สวาปาม” และด้วยเหตุผลนี้ ก็เป็นสิ่งที่สร้างความชอบธรรมแก่ คณะ รสช. ในการยึดอำนาจรัฐ และฉีกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 เพราะคนไทยส่วนมากก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับ คณะ รสช. โดยดูได้จากการที่มีคนเป็นจำนวนมากส่งดอกกุหลาบเพื่อให้กำลังใจแก่ทหารเป็นจำนวนมาก
    ด้วยความรู้สึกที่ว่า นักการเมืองยิ่งแก่พรรษามาก ก็ยิ่งรวยมาก และเป็นสิ่งที่สร้างความเคลือบแคลงสงสัยในใจประชาชนตลอดมา จวบจนเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลชวน 1 พรรคพลังธรรมในฐานะที่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้ริเริ่มจุดประกายความคิดที่ว่า รัฐมนตรีในสังกัดพรรคพลังธรรมทุกคนต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ ด้วยเหตุผลที่ต้องการสร้างความโปร่งใสทางการเมือง เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนักการเมือง และยกภาพลักษณ์ของนักการเมืองให้มีภาพที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ท่ามกลางเสียงเสียดสี ประชดประชันจากนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยในยุคนั้น
    และหลังจากนั้นเพียง 5 ปี แนวคิดที่ว่านักการเมืองต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะชนได้ถูกนำมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ฉบับปัจจุบัน) แสดงว่าแนวทางนี้เป็นมาตรการหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า สามารถช่วยป้องปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล

    เปิดเผยทรัพย์สินแล้วดีอย่างไร ใครได้ ใครเสีย
    สิ่งดีๆที่น่าจะได้จากแนวทางนี้ การที่สังคมได้มีเครื่องมือที่จะช่วยควบคุมดูแล และตรวจสอบ ตัวแทนที่เรามอบอำนาจชั่วคราวในการทำหน้าที่แทน แนวทางนี้จะยังเป็นการช่วยปกป้องคนดีมิให้ “เสียคน” หากได้ไปพบกลิ่นอายของผลประโยชน์ที่พ่วงมากับการใช้อำนาจ ช่วยเพิ่มความยับยั้งชั่งใจของนักการเมืองในการที่คิดจะคอร์รัปชั่น
    ข้อเสียที่นักการเมืองที่ไม่อยากเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินมักจะกล่าวอ้าง คือ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งข้ออ้างเหล่านี้ก็ไร้น้ำหนัก ด้วยเหตุผลที่ว่า นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ และถ้าอยากคงความเป็นส่วนตัวเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชน
    สรุปง่ายๆคือ มาตรการนี้ ประชาชนมีแต่ได้กับได้ และคนที่เสียหาย และเสียประโยชน์ก็คงมีแต่ นักการเมืองจำพวก “คดในข้อ งอในกระดูก” เพราะการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินทำให้เขาต้องระมัดระวังตัว และ คอร์รัปชั่นได้ยากขึ้น

    แนวทางตามรัฐธรรมนูญในเรื่องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง
    รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ได้วางหลักไว้ว่า นักการเมืองทุกประเภท (มาตรา 291 วงเล็บ1-6) ต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่ง , พ้นจากตำแหน่ง ต่อคณะกรรมการ ปปช. และคณะกรรมการยังต้องทำการตรวจสอบความมีอยู่จริงของรายการบัญชีที่ได้รับแจ้งจากนักการเมืองด้วย
    สำหรับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยวางเงื่อนไขให้ตำแหน่งดังกล่าวต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ ซึ่งทุกครั้งที่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง ข่าวนี้ก็มักจะได้รับความสนใจต่อสาธารณะชน ซึ่งเป็นกลไกทางสังคมชนิดหนึ่งที่จะมีส่วนร่วมในการรับรู้ เพราะเป็นหลักฐานทางสังคมได้เป็นอย่างดี
    นักการเมืองในระดับรองๆลงไป เช่น สส., สว., ข้าราชการการเมืองอื่นๆ(ที่ปรึกษา, เลขาฯ) ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ก็ตกอยู่ในข่ายที่ต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ปปช. ด้วยเช่นกัน ซึ่งแสดงว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้ ปปช. เข้าไปช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจในทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่การเมืองระดับท้องถิ่น โดยไม่มีการยกเว้นว่า เป็นนักการเมืองท้องถิ่นขนาดใหญ่หรือเล็ก เพราะเป็นที่เราก็รับรู้รับทราบกันว่าการเมืองระดับท้องถิ่นก็มีการคอร์รัปชั่นกันอย่างเมามัน ไม่แพ้การเมืองระดับชาติ เพียงแต่ว่ามูลค่าการคอร์รัปชั่นในระดับท้องถิ่นก็มีมูลค่าน้อยกว่า ซึ่งยังเป็น “คอร์รัปชั่นระดับฟันน้ำนม”

    คอร์รัปชั่นระดับฟันน้ำนม หน่ออ่อนแห่งเชื้อชั่วคอร์รัปชั่น
    เป็นที่น่าฉงนสนเท่ห์ และด้วยเหตุผลที่คาดเดาไม่ได้ ปรากฏว่า คณะกรรมการ ปปช. ได้มีประกาศเรื่อง กำหนดเกณฑ์รายได้ขององค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2543 ซึ่งมีเนื้อหา แบ่งแยกระดับรายได้ขององค์กรปกครองท้องถิ่น โดยมีเนื้อหา ยกเว้นการส่งรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินสำหรับ นักการเมืองในองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก เช่น อบต.ที่มีรายได้ต่ำกว่า 50 ล้านบาทต่อปี, อบจ.ที่รายได้ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ,เทศบาลที่มีรายได้ต่ำกว่า 200 ล้านบาทต่อปี
    ซึ่งหมายถึงว่า ปปช. ไม่ต้องใส่ใจตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนักการเมืองท้องถิ่นที่ทำหน้าที่องค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ปปช.กำหนดเอาเอง เช่น อบต.ที่มีรายได้ ต่ำกว่า 50ล้านบาทต่อปี จึงน่าจะฟันธงได้ว่า คณะกรรมการ ปปช. ละเลยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีใครกล้ารับรองว่า องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดเล็กเหล่านี้ โปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น และถ้าหากว่ามีคอร์รัปชั่นก็ยังเป็น คอร์รัปชั่นระดับฟันน้ำนม
    ต้องยอมรับกันว่า คอร์รัปชั่นระดับชาติ ก็มีความซับซ้อน ยุ่งยาก ปัญหามากจึงมีความยากในการจัดการ สะสาง คอร์รัปชั่นระดับชาติ แต่คอร์รัปชั่นระดับเล็ก ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ ปปช. ไม่ควรมองข้ามและน่าจะให้ความสนใจมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะ พัฒนาการด้านคอร์รัปชั่นยังน้อย อิทธิพลก็น้อย สะสางง่าย และน่าจะร่วมกันทำการคุมกำเนิดคอร์รัปชั่นระดับฟันน้ำนมได้คล่องกว่า เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆ คอร์รัปชั่นระดับฟันน้ำนมย่อมมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตเป็น คอร์รัปชั่นระดับฟันแท้ หรือ คอร์รัปชั่นระดับแตกลายงาในอนาคต

    เพิ่มพูนความโปร่งใส โดยเรียกร้องให้ นักการเมืองท้องถิ่นต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน
    แม้ว่า คณะกรรมการ ปปช.จะปฎิเสธที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองท้องถิ่นขนาดเล็ก ซึ่งจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชนยังเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ โดยประชาชนสามารถที่จะสร้างกระแสเรียกร้องให้นักการเมืองท้องถิ่นที่เสนอตัวต่อประชาชน สัญญาว่าจะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ ภายหลังการได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วประเทศในอีกประมาณปีเศษ
    เรื่องการตรวจสอบความมีอยู่จริงของรายการที่แสดง ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ สามารถที่จะเป็น ปปช.ภาคประชาชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะว่า นักการเมืองท้องถิ่นมักจะเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ความเป็นไป ในอดีต ตลอดจนของนักการเมืองท้องถิ่นแต่ละคนย่อมเป็นสิ่งที่คนในท้องถิ่นจะทราบข้อมูลได้เป็นอย่างดี เพราะการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อคนในท้องถิ่น ย่อมเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการที่คนในท้องถิ่นจะตรวจสอบตัวแทนของเขา และด้วยแนวทางนี้ ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่า ต่อให้นักการเมืองท้องถิ่นคนใดที่ ทะนงตนว่า ญาติเยอะ คนรักทั้งหมู่บ้าน จะยังมีคนนับญาติทั้งหมู่บ้านด้วยหรือไม่ หากพบว่านักการเมืองท้องถิ่นคนนั้น ร่ำรวยผิดปรกติด้วยการคอร์รัปชั่น โดยการตรวจสอบจากรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ได้เปิดเผยต่อชุมชน
    ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับความโปร่งใสของการเมืองระดับท้องถิ่น และสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่ โดยร้องหาความจริงใจทางการเมืองจากนักการเมืองท้องถิ่น เพราะเมื่อครั้งที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังธรรมเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ก็มิได้มีกฏหมายใดๆ บังคับให้ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ก่อนที่แนวคิดเรื่องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินได้มีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

    จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ขอให้ช่วยกัน รณรงค์ เชิญชวนทั้งทางตรง ทางอ้อม เพื่อช่วยการสร้างกระแส การเรียกร้องให้นักการเมืองท้องถิ่นเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ควรจะเป็น ทั้งนี้เพื่อ ช่วยกันป้องปรามการคอร์รัปชั่น


    มือสะอาด… ชาติไม่ล่ม

    จากคุณ : จิ้งจกร้องทัก - [ 15 ธ.ค. 45 06:44:57 ]


 
 


>


ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys