◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เชื่อหรือไม่ว่า "แมลงสาบมาดากัสก้าร์" กำลังกลายเป็นสิ่งมีชีวิตคู่สังคมไทยแบบเดียวกับผักตบชวา

    ทลายแหล่งเพาะ มาดากัสการ์ สารภาพใช้งูแลก รอส่งขายลูกค้า

    ตำรวจสืบฯ 2 บุกทลายแหล่งเก็บสัตว์แปลก พบแมลงสาบยักษ์ "มาดากัสการ์" นับพันตัวเพาะไว้ในรังไข่รอส่งขายลูกค้า เจ้าของสารภาพมีนักท่องเที่ยวจากเกาะมาดากัสการ์นำมาแลกกับงู จึงรับไว้ คุยฟุ้งมีบริษัทสร้างภาพยนตร์มาติดต่อขอนำไปสร้างเป็นหนัง กรมควบคุมโรคติดต่อชี้ หากหลุดไปอยู่ในธรรมชาติจะทำลายระบบนิเวศ ด้านนักกีฏวิทยาเตือนสัตว์ชนิดนี้ไม่ควรนำมาเลี้ยงเพาะเป็นสัตว์นำเชื้อโรคร้ายแรง

    หลังจากใช้เวลานานกว่า 3 เดือนเศษ ในที่สุดตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 2 (กก.สส.น.2) ก็สามารถบุกทลายแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบยักษ์ จากเกาะมาดากัสการ์ได้สำเร็จ

    การทลายแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบยักษ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 26 พ.ย. พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี ผกก.สส.น.2 สั่งการให้ พ.ต.ท.สมศักดิ์ นิเต็ม สว.กก.สส.น.2 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ฤทธิรุจ เขมะวนิช ร.ต.อ.โสรัจ โลหะเนตร และร.ต.ท.เทพบุตร จิตรพร รองสว.กก.สส.น.2 นำหมายศาลแขวงพระนครเหนือ เลขที่ 685/2545 ลงวันที่ 26 พ.ย.2545 บุกตรวจค้นห้องพักเลขที่ 209/18 การเคหะคลองจั่น ตึก 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง หลังจากสืบทราบว่าห้องพักดังกล่าวเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบยักษ์พันธุ์มาดากัสการ์มานาน

    จากการตรวจสอบพบห้องพักถูกดัดแปลงเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงแปลกๆ หลายชนิด ทั้งจระเข้แคระ งูสายพันธุ์ต่างๆ นอกจากนี้ ที่ด้านหลังห้องยังพบกะละมังขนาดใหญ่จำนวน 5-6 ใบ ภายในมีกระบะใส่ไข่ปกปิดอยู่ จึงเปิดออกดูพบแมลงสาบมาดากัสการ์ขนาดใหญ่ทั้งตัวผู้ตัวเมียเกือบ 300 ตัวกำลังเกาะกลุ่มกินกล้วยน้ำว้าที่ผู้เลี้ยงจัดไว้ให้ นอกจากนี้ยังพบตัวอ่อนอีกนับพันตัวไต่อยู่โดยรอบกะละมังยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

    จึงควบคุมตัวนายพิสิฐ หรืออ๊อด ภัควันต์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 553/441 ม.3 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง พร้อมแมลงสาบทั้งหมดไปสอบสวนที่กก.สส.น.2 ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีข้อหา เพาะพันธุ์เลี้ยง และเก็บสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลานหรือแมลง ในลักษณะที่เป็นการค้า และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือมีสิ่งที่เกี่ยวข้องที่มีไว้ได้มา หรือได้ใช้ในการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    จากการสอบสวนนายพิสิฐอ้างว่า เปิดร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยงแปลกๆ เช่น อีกัวร์น่า งู จระเข้แคระ โดยใช้ชื่อร้าน "อ๊อด จตุจักร" ภายในตลาดนัดสวนจตุจักรมานาน ซึ่งแมลงสาบชนิดนี้ได้เพาะเลี้ยงไว้จริงแต่ไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่าย เพียงแต่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารสัตว์กินเนื้อเท่านั้น โดยแมลงสาบมาดากัสการ์จะมีโปรตีนมาก เป็นที่ชื่นชอบของสัตว์กินเนื้อ โดยเฉพาะจระเข้แคระ และปลามังกร ซึ่งเมื่อสัตว์ดังกล่าวได้กินเนื้อแมลงสาบแล้วจะทำให้โตเร็ว

    นายพิสิฐ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวผิวดำจากประเทศมาดากัสการ์ เข้ามาหาที่ร้านแล้วนำแมลงสาบชนิดนี้จำนวน 4 ตัว เป็นตัวเมีย 1 ตัวที่เหลือเป็นตัวผู้ มาให้ดูพร้อมกับขอแลกกับงูพันธุ์ มอเกอร์คิงส์สเนค 1 ตัว ตนเห็นว่าแปลกดีจึงยอมแลกไป หลังจากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ซึ่งไม่นานแมลงสาบชนิดนี้ก็ขยายพันธุ์ออกลูกออกหลานอย่างรวดเร็ว

    "มันชอบกินผลไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ชอบอยู่ในที่แห้งมีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยเฉพาะตามกอหญ้าแห้ง จะไม่ชอบแสงแดด หากอยู่ในที่เปียกชื้นมันจะตายทันที เท่าที่สัมผัสมันมามันจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ออกลูกเป็นตัวครั้งละ 20-30 ตัว" นายพิสิฐ กล่าว

    หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำแมลงสาบมาดากัสการ์ มาตีแผ่ให้สาธารณชนรับทราบ จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขออกมาเคลื่อนไหวให้มีการกวาดล้างแมลงสาบชนิดนี้เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นพาหะนำโรคสายพันธุ์ใหม่ที่จะคร่าชีวิตคนไทยนั้น ทำให้รู้สึกเกรงกลัวเหมือนกันและเตรียมที่จะทำลายทิ้ง แต่คิดว่าทางการคงจะออกกฎหมายให้ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงได้แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับบุคคลอื่น ไม่คิดว่าจะรุนแรงจนถึงขั้นห้ามเลี้ยง จึงยังคงเลี้ยงแมลงสาบชนิดนี้ต่อ

    พ่อค้าสัตว์แปลก ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาแมลงสาบชนิดนี้กำลังได้รับความสนใจในแวดวงของนักเลี้ยงสัตว์แปลกมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป ถึงกับมีการซื้อขายกันผ่านอินเทอร์เน็ต ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เพิ่งมีรายการโทรทัศน์ และกองถ่ายภาพยนตร์มาติดต่อขอไปถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย

    พ.ต.ท.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา ให้เข้ากวาดล้างจับกุมแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบมาดากัสการ์ ได้ติดตามแกะรอยผู้ต้องหารายนี้มานานร่วม 3 เดือน จนกระทั่งมีข้อมูลอย่างชัดเจนว่าผู้ต้องหามีการเพาะเลี้ยงแมลงสาบชนิดแน่จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้น

    ทั้งนี้ผู้ต้องหารายนี้เป็นพ่อค้าสัตว์แปลกรายใหญ่คนหนึ่งในสวนจตุจักร โดยเพาะเลี้ยงแมลงสาบชนิดนี้ไว้เพื่อจำหน่าย เชื่อมโยงกับนายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขายแมลงสาบมาดากัสการ์ให้กับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ก่อนหน้านี้ โดยก่อนเป็นข่าวจะจำหน่ายในราคาตัวละ 50 บาท หลังจากเป็นข่าวลดลงมาเหลือตัวละ 30-40 บาท

    ด้านน.พ.จรัล ตฤณวุฒิพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบแมลงสาบมาดากัสการ์ ระบุว่า แมลงสาบชนิดนี้มีสภาพความเป็นอยู่และอันตรายไม่แพ้แมลงสาบที่มีอยู่ในประเทศไทย อีกทั้งสภาพแวดล้อมในประเทศมาดากัสการ์ไม่แตกต่างจากประเทศไทยมากนักจึงเกรงว่าหากแมลงสาบชนิดนี้ปรับตัวได้จะขยายพันธุ์ออกไปอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของประเทศไทยอย่างรุนแรงได้

    ประกอบกับในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์โรคที่นำโดยแมลงชนิดนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ธรรมชาติของแมลงสาบจะชอบอยู่ในที่สกปรก ซึ่งมีโอกาสแพร่เชื้อโรคติดต่อร้ายแรงมาสู่คนไทยได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับแบคทีเรีย เชื้อพาราไซด์ ไทรอยด์ สาเหตุของโรคทางเดินอาหาร เชื้อไวรัสต่างๆ ต้นเหตุของโรคภูมิแพ้

    น.พ.จรัล กล่าวด้วยว่า ผู้ที่ครอบครองแมลงสาบชนิดนี้ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจนตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ปี 2512 มาตรา 8 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามกระทำการใดอันอาจจะทำให้แพร่โรค ล่าสุด กทม. ได้ออกเป็นบัญญัติท้องถิ่นห้ามมีและครอบครองสัตว์ประเภทนี้ อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ ยังออกประกาศกระทรวง กำหนดให้แมลงสาบเป็นสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าภายในประเทศ ผู้ใดต้องการนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเพิ่งออกมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545

    "ระหว่างนี้จะให้โอกาสผู้ที่ครอบครองรีบนำมาส่งมอบให้ที่กรมควบคุมโรคติดต่อโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะไม่มีการดำเนินคดีไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กทม. ออกกวาดล้างจับกุมผู้ครอบครองอย่างเด็ดขาดทันที" อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ ระบุ

    ส่วนความคืบหน้าการศึกษาพฤติกรรมของแมลงสาบมาดากัสการ์จำนวน 2 ตัว ที่ "คม ชัด ลึก" ส่งมอบให้ภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น รศ.ดร.ชิตาภา เกตุวัลห์ หัวหน้าภาควิชากีฏวิทยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบเชื้อโรคในตัวของแมลงสาบชนิดนี้แต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเป็นพาหะนำโรคของแมลงสาบทุกชนิดขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมของมัน หากไปอยู่ในที่ที่สกปรกจึงจะกลายเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย

    "แมลงที่ได้มาอยู่ในห้องทดลองจึงเป็นไปได้ว่าสภาพแวดล้อมที่มันอยู่สะอาดจนไม่มีเชื้อโรคติดตัวอยู่ แต่การตรวจสอบดังกล่าวเป็นเพียงการดำเนินการเบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจน แต่ขึ้นชื่อว่าแมลงสาบ เป็นสัตว์ที่ไม่น่านำมาเลี้ยง น่าจะห่างไกลให้มากที่สุด เพราะหากแมลงชนิดนี้ยิ่งอยู่ใกล้คนมากเท่าไหร่ ย่อมจะทำอันตรายหรือสร้างปัญหาให้กับคนมากขึ้นเท่านั้น" หัวหน้าภาควิชากีฏวิทยา ระบุ

    จากคุณ : ฦฤ - [ 28 พ.ย. 45 01:40:13 A:65.92.124.220 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม