เปิดข้อมูลลับตำรวจไทย แกะรอย 'อัล ไคด้า'ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [อัล ไคด้า suucks!]

คอลัมน์ รายงานปทุมวัน

http://www.matichon.co.th/mcnew/ksdetails.asp?sect=p01&nfile=p0147201045.txt&selectdate=2002/10/20

เหตุการณ์ลอบวางระเบิดสถานบันเทิง 2 แห่ง ในย่าน 'คูตา' บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อกลางดึก
วันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกเกือบ 200 ชีวิตจาก 24 ประเทศ

สร้างความช็อกโลกไปตามๆ กัน

ช็อกตรงที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ว่าจะมีมือดีลอบวางระเบิดสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักตากอากาศชื่อดัง
ติดอันดับโลกอย่าง 'คูตา' อันเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตกที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่จำนวนมาก

ดังนั้น 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตเหล่านี้ จึงล้วนเป็นชาวตะวันตกทั้งสิ้น

ดูเหมือนว่าผลงานของคนร้ายครั้งนี้คงจะบรรลุผลเข้าเป้าบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อวัดได้จากร่างผู้เสียชีวิตและเสียง
ร้องโอดครวญด้วยความบาดเจ็บของเหยื่อระเบิด

และคู่รักคู่แค้นของชาวตะวันตกก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากศัตรูมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา ขบวนการ
'อัล ไคด้า' ของนายโอซามา บิน ลาเดน

กลุ่มอัล ไคด้า จึงตกเป็นผู้ต้องหาในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเกาะบาหลีที่เกิดขึ้น!?!

และยังไม่ทันที่กลิ่นอายแห่งความเศร้าและความสูญเสีย จะจางหายไปจากเกาะบาหลี ก็เกิดเหตุลอบวางระเบิด
เกิดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกจนได้

สายของวันที่ 17 ต.ค. เกิดเหตุระเบิดขึ้นในห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง ภายในย่านการค้าเมืองซัมบวงกา และทาง
ตอนใต้ของฟิลิปปินส์

ระเบิดลูกแรกเป็นระเบิดชนิดทีเอ็นที มือดีนำไปวางไว้ที่แผนกจำหน่ายผักชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้า "ช็อป โอ
รามา" แรงระเบิดคร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายไปรวดเดียว 3 ศพ

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบทั่วห้าง กระทั่งพบระเบิดทีเอ็นทีอีก 1 ลูกซุกซ่อนอยู่ใกล้กัน จึงทำการปลดชนวน
ไว้ได้ทันเวลา

แต่หลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมง ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก 1 แห่ง ที่บริเวณเคาน์เตอร์เก็บเงินของห้าง "ช็อปเปอร์
เซ็นทรัล สโตร์" ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย

แรงระเบิดของห้างสรรพสินค้าทั้ง 2 แห่ง สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน และร้านค้าใกล้เคียง
ได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน

มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งสิ้นรวม 144 ราย

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวฟิลิปปินส์กลัวจนขนพองสยองเกล้า คือการที่กองทัพฟิลิปปินส์ออกมาเปิดแถลงข่าวภายหลังเกิดเหตุ
ระเบิดว่า นอกจากนี้ ยังพบวัตถุระเบิดชนิดทีเอ็นที อีก 7 ลูก ที่คนร้ายนำไปวางไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองฟิลิป
ปินส์

แต่โชคดีที่หน่วยกู้ระเบิดสามารถปลดชนวนไว้ได้ทั้งหมด!?!

ทางการฟิลิปปินส์ฟันธงผลงานทมิฬครั้งนี้แบบไม่ลังเล ว่าต้องเป็นฝีมือของกองโจรมุสลิมแบ่งแยกดินแดน "อาบู
ซาย์ยาฟ" ที่มีเครือข่ายสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับกลุ่ม 'อัล ไคด้า' ของนายโอซามา บิน ลาเดน อย่างแน่นอน



ลังจากเครือข่ายกลุ่ม 'อัล ไคด้า' เริ่มขยับเข้าใกล้ประเทศไทยเข้าไปทุกขณะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงต้อง
ติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างใกล้ชิด

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้นในเมืองไทย

ข้อมูลลับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอยู่ในมือ ระบุว่า แถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศที่มีประชา
ชนนับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก คือประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน

รวมทั้งชาวไทยมุสลิมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

องค์กร อัล ไคด้า มุ่งความสนใจไปยังกลุ่มผู้เคร่งศาสนา เพื่อสร้างและคัดเลือกคนให้เป็นนักรบมุสลิมผู้พร้อมที่จะ
เสียสละเพื่อพระเจ้า

ที่ผ่านมาได้อัล ไคด้า ผลิตนักรบออกสู่สนามสงครามแล้วหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นนักรบที่ปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน
สมัยสงครามต่อต้านโซเวียต แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดลง กลุ่มนักรบอิสลามหัวรุนแรงบางส่วนก็ได้เดินทางกลับภูมิ
ลำเนาของตนเอง

อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเหล่านักรบทุกคนจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และถือเป็น
กลุ่มพันธมิตรเดียวกัน

กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงจึงเติบโตและมีอิทธิพลมากขึ้นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

โดยกลุ่มที่สร้างชื่อเสียงและมีผลงานในระดับหัวแถวมากที่สุด คือกลุ่ม 'โมโร' (MORO) และอาบู ซาย์ยาฟ
(ABU SAYYAF) ในฟิลิปปินส์, กลุ่มอาเจ๊ะ (ACEH MOVEMENT), กลุ่มเจ.ไอ. (JEMAAH ISLAMIYAH),
กลุ่มมูจาฮีดีน (MUJAHEDEEN GROUP) และกลุ่ม เค.เอ็ม.เอ็ม. (THE KUMPULAN MUJAHEDEEN MALAYSIA)

จากคุณ : Haa - [ 20 ต.ค. 45 09:12:43 A:198.122.193.172 X: ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ล้วนเป็นกลุ่มที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง!?!

เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่บาหลี ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ร้อยละ 75 เป็นชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะชาวออสเตรเลียนและชาวยุโรป

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุระเบิดขนาดย่อมๆ ขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันที่ Paddy's Discotherqp และใกล้สถานกง
สุลสหรัฐ ในบาหลี ติดตามมา

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในพื้นที่ ร่วมกับสมาชิกเครือข่ายกลุ่มอัล ไคด้า อาทิ
กลุ่ม JEMAAH ISLAMIYAH (JI), กลุ่ม LASHKAR JIHAD ที่เคยก่อเหตุวางระเบิดทำลายชาวคริสต์ในหมู่เกาะ
โมลุกกะอย่างต่อเนื่อง และกลุ่ม ISLAMIC DEFENDERS'FRONT (FPI) ที่มุ่งปกป้องผบประโยชน์ของศาสนาอิส
ลาม

โดยมีกลุ่มนักรบพระเจ้า หรือนักรบศักดิ์สิทธิ์ ออกปฏิบัติการเพื่อทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อ

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดเหตุลอบวางระเบิดขึ้นตามไนต์คลับ สถานบันเทิง และแหล่งมั่วยาเสพติดหลาย
แห่งติดๆ กัน

ทว่าการทำงานของกลุ่มอัล ไคด้า ในแต่ละครั้ง ก็มักจะมีสิ่งบอกเหตุหลายอย่างเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า
อย่างเช่นเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2545 ที่ผ่านมา มีการแพร่ภาพวิดีทัศน์ของนาย Ayman alzawahri คนสนิทของ
'บิน ลาดิน' ที่ออกมาขู่ว่ากลุ่มอัล ไคด้า จะโจมตีครั้งใหม่ อีกทั้งวันเกิดเหตุก็ยังเป็นวันเดียวกับเหตุการณ์ใช้เรือ
บรรทุกระเบิดโจมตีเรือรบยูเอสเอส โคล (USS COLE) ของสหรัฐ ที่เยเมน

นอกจากส่งสัญญาณเตือนแล้ว บางครั้งกลุ่มอัล ไคด้า ก็จะทิ้งปมปริศนาไว้ดูต่างหน้า หลังเกิดความเสียหายเกิดขึ้น
อย่างเช่น เหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ อันเป็นที่มาของอาถรรพ์เลข 11 ที่ยังกล่าวขานกันอยู่ไม่รู้จบ

และล่าสุดมีสัญญาณมาว่าสมาชิกกลุ่มอัล ไคด้า เตรียมรวมตัวกันใหม่เพื่อเปิดฉากโจมตีศัตรูอีกครั้ง

เริ่มจากเหตุระเบิดเรือเติมน้ำมัน LIMBIRG ของฝรั่งเศสที่เยเมน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2545 การลอบยิงนาวิก
โยธินสหรัฐ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 คน ที่คูเวต เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2545 ที่ผ่านมา

เป็นสัญญาณเตือนได้ว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้าใกล้ทุกอารยประเทศ

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเปราะบางของแนวป้องกันการขยายตัวของการก่อการร้าย น่าจะ
อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากอินโดนีเซียขาดความกระตือรือร้นในการต่อต้านการก่อการร้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง

จึงทำให้เครือข่ายก่อการร้ายออกแสวงหาประโยชน์ และฟักตัวรอคอยเวลาโจมตีได้ตลอดเวลา

ขณะที่มีข่าวว่า มีสมาชิกกลุ่ม JEMAAH ISLAMIYAH ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่บาหลี น่าจะหลบซ่อนตัวอยู่
ในประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน โดยมีนาย Mas Selamat Kastari เป็นผู้นำกลุ่มคนสำคัญ

นาย Mas Selamat Kastari มีประวัติก่อการร้ายโชกโชน ล่าสุดตกเป็นผู้ต้องสงสัยในแผนใช้เครื่องบินโจมตี
สนามบินชายยี สิงคโปร์ นอกจากนี้ ยังมีนาย Hambali อีกหนึ่งผู้นำกลุ่มเดียวกัน และนาย Abu Bakar
Bashir ผู้นำศาสนาของกลุ่มดังกล่าว รวมตัวกันหลบซ่อนอยู่ด้วย

ดังนั้น ประเทศอินโดนีเซียจึงตกเป็นประเทศที่มีภาวะเสี่ยงในการก่อการร้ายมากที่สุด

ขณะที่คำสารภาพของนาย Omar al-Faruq ชาวคูเวต ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้แทนกลุ่มอัล ไคด้า ในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ ได้เคยระบุถึงแผนการโจมตีโดยใช้ Car Bomb โจมตีกองกำลังทางทหารของสหรัฐ และอีกหลายแผน
การที่โลกตะวันตกคาดไม่ถึง กำลังทยอยเกิดขึ้นจนเป็นข่าวรายวัน

จึงมีความเป็นไปได้สูง ที่กลุ่มปฏิบัติการดังกล่าวอาจเตรียมอุปกรณ์ก่อวินาศกรรมไว้แล้ว และอาจเปลี่ยนเป้าหมาย
การมุ่งโจมตี จากเดิมคือฐานทัพของข้าศึก สถานทูต และสถานที่สำคัญๆ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ

มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวตะวันตกพลุกพล่าน

จนกลายเป็นที่มาของการลอบวางระเบิดบาหลี และฟิลิปปินส์ อันเป็นแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจำ
นวนมากนั่นเอง



ย้อนกลับมาดูประเทศไทยเรา น่าโล่งใจตรงที่ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าจะมีกลุ่มกลุ่มอัล ไคด้า เข้ามาสร้างเครือ
ข่ายใดๆ มาก่อน

จะมีก็แต่การปะทะกันประปรายในแถบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นฝีมือของกลุ่มขจก. และโจรก่อการร้าย
ที่มุ่งสร้างผลงานในรอบปีให้ติดชื่อติดปากกันเท่านั้น

แถมพอสืบสวนสอบสวนลึกลงไป ยังพบด้วยว่า ไฟใต้ในช่วง2-3ปีหลัง มักเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์
และข้าราชการนอกแถวบางคน ที่สร้างสถานการณ์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการโยกย้าย

เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง!??

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรประมาท เพราะเมืองไทยก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่หย่อนสมรรถภาพด้านความปลอดภัยอันดับ 1 อยู่แล้ว

แม้จะไม่มีการปรากฏตัวของเครือข่ายอัล ไคด้า มาก่อน

แต่ไทยเราก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากพวกฝรั่งตะวันตก ซึ่งกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของขบวนการ
ก่อการร้ายไปแล้ว นับจากกรณีบาหลี

ยิ่งเป็นประเทศที่เข้าออกง่ายดายโดยใช้เงินตราเป็นใบเบิกทางอย่างบ้านเรานี้ นักก่อการร้ายก็อาจจะเดินทาง
มาเยือนเมื่อไรก็ได้

ดังที่กล่าวกันติดปากว่า ที่นี่คือสวรรค์ของผู้ก่อการร้าย


จากคุณ : Haa - [ 20 ต.ค. 45 09:13:04 A:198.122.193.172 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ยิวส่งมาปล่อยข่าว ตามเคย
OK จำเป็นต้องเชื่อ


จากคุณ : มองโลกตามเมกา - [ 20 ต.ค. 45 10:31:28 A:202.183.170.40 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ถ้าไม่มีอคติกับเจ้าของกระทู้มาบังตา
ผู้เข้ามาอ่านน่าจะได้คิดว่านี่เป็นถ่ายทอดข้อมูลท่ีมีประโยชน์จากสื่อ
เป็นการย้ำเตือนให้ระวังตัว ไม่ประมาท
ไม่ใช่การยุแยงให้แตกแยกหรือหาคะแนนนิยมให้ใคร


จากคุณ : อังศนา - [ 20 ต.ค. 45 11:22:40 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

อิสราเอลต้องการให้ชาวโลกเข้าใจว่าเป็นผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิม

ในสองปีที่ผ่านมา อิสราเอลต้องได้รับความเสียหายทางด้านชื่อเสียงอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตัวเอง การเลือกตั้งฆาตกรสังหารหมู่ผู้คนอย่างนายแอเรียล ชารอนขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับคนที่มีความสำนึกผิดชอบชั่วดีนับล้านคนทั่วโลก การประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องลัทธิการเหยียดเชื้อชาติที่ตราหน้าอิสราเอลว่าเป็น “รัฐแบ่งแยกเชื้อชาติ” ได้สร้างความไม่พอใจให้อิสราเอลเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ทันใด การโจมตีตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ก็เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของโลกให้หันกลับไปเห็นใจอิสราเอล นี่เป็นแค่เหตุบังเอิญที่โชคดีสำหรับอิสราเอลกระนั้นหรือ ?

ดังที่ผมได้แสดงไว้ในบทความนี้ บรรดาผู้นำอิสราเอลได้กระทำการก่อการร้ายโจมตีอเมริกามาหลายครั้งโดยอำพรางว่าเป็นการโจมตีของชาวอาหรับ เพราะพวกอิสราเอลรู้ว่าถ้ามีผู้ก่อการร้ายอาหรับคนใดโจมตีอเมริกาก็จะเป็นผลประโยชน์ต่อเป้าหมายของพวกตน พวกเขารู้ดีว่ายิ่งการโจมตีอเมริกาหนักหน่วงรุนแรงเท่าใด ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่ออิสราเอลมากเท่านั้น นายแอเรียล ชารอนรู้ถึงบทเรียนสำคัญบทหนึ่งในเบรุต แทนที่จะสร้างความเสียหายโดยตรงต่ออเมริกาดังที่เคยทำในกรณีลาวอนและในการโจมตีเรือรบลิเบอร์ตี้ มันเป็นการง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าสำหรับอิสราเอลที่จะกระทำการทำลายล้างชาวอาหรับต่อไปอย่างเช่นในกรณีค่ายซาบราและชาติลลาทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้ศัตรูอิสลามของพวกเขาหันมาก่อการร้ายต่อตะวันตก นั่นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในการทิ้งระเบิดตอบโต้ของนาวิกโยธินอเมริกดันและกองทหารพลร่มฝรั่งเศสในเบรุต และนั่นยังคงเป็นสิ่งจูงใจให้มีการโจมตีตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์

อิสราเอลมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีตึกเวิร์ลเทรด ?


หนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์สฉบับวันที่ 10 กันยายน 2001 ได้พูดถึงรายงานการศึกษาจำนวน 68 หน้าซึ่งตีพิมพ์โดยโรงเรียนกองทัพบกสหรัฐฯเพื่อการศึกษาทางทหารขั้นสูง (หรือที่เรียกในชื่อย่อว่า SAMS) การศึกษาดังกล่าวซึ่งถูกตีพิมพ์โดยโรงเรียนนายทหารกองทัพบกนี้ได้ให้รายละเอียดถึงอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้กับกองทหารประจำการของสหรัฐฯในตะวันออกกลาง นี่คือความคิดเห็นของบทความเกี่ยวกับทัศนะของการศึกษาต่อหน่วยสืบราชการลับมอสซาดของอิสราเอล :

การศึกษากล่าวว่าหน่วยสืบราชการลับมอสซาดของอิสราเอล “โหดเหี้ยมและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย มีความสามารถที่จะโจมตีกองกำลังของสหรัฐฯและทำให้ดูเหมือนว่าเป็นการกระทำของปาเลสไตน์/อาหรับ”

น่าขำที่ภายใน 24 ชั่วโมงของการตีพิมพ์การศึกษาดังกล่าว ตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์และเพนตากอนก็ถูกโจมตี เป็นไปได้ไหมที่ “มอสซาดที่โหดเหี้ยมและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย” ดังที่นายทหารสหรัฐฯกล่าวไว้จะอยู่เบื้องหลังการโจมตี ?

มอสซาดเป็นองค์การก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก มันเป็นหนึ่งในองค์การสืบราชการลับที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุด ไม่มีชาติใดในตะวันออกกลางที่จะมีข่ายงานและอำนาจใกล้เคียงกับองค์การนี้ มอสซาดคุยว่าตัวเองได้เข้าไปแทรกแซงอยู่ในหน่วยทหารปาเลสไตน์และอาหรับทุกแห่งบนโลกนี้ เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว จึงไม่ต้องสงสัยเลยที่พวกมอสซาดว่าพวกมอสซาดได้เข้าแทรกแซงลึกเข้าไปในองค์การที่เก่าแก่ที่สุด ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดของพวกอาหรับ นั่นคือ องค์การอัล-กออิด๊ะฮของบินลาดิน

ยิ่งไปกว่านั้น เอฟบีไอและซีไอเอก็ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าการโจมตีตึกเวิร์ลเทรดและเพนตากอนเป็นการปฏิบัติลับขนาดใหญ่ที่ใช้เครือข่ายผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างน้อยที่สุดก็ร้อยคนในสามทวีป สายลับมอสซาดในอัลกออิด๊ะฮ์กับเครือข่ายอันกว้างใหญ่ไพศาลของผู้แทรกซึมและผู้ให้ข่าวจะไม่รู้เกี่ยวกับปฏิบัติการการก่อการร้ายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กระนั้นหรือ ?

แน่นอน มันเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์บทบาทขององค์การสายลับต่างชาติอย่างเช่นมอสซาดในการก่อการร้ายได้ พวกนี้จะไม่คุยถึงเรื่องการทำงานของพวกตนในอินเตอร์เนท แต่หลักฐานสำคัญได้ชี้ว่าว่าอิสราเอลรู้ล่วงหน้าถึงการโจมตีอเมริกาเมื่อวันที่ 11 กันยายน และถ้าหากพวกอิสราเอลรู้ล่วงหน้าถึงแผนการก่อการร้ายนี้แล้วยังเลือดเย็นไม่เตือนให้สหรัฐรู้เพราะเห็นว่าการสังหารหมู่คนอเมริกันนับพันคนอย่างน่าสะพรึงกลัวเป็นผลดีสำหรับอิสราเอล มันก็หมายความว่าพวกเขาได้ช่วยเหลือให้แผนการก่อการร้ายนี้โดยอาศัยตัวแทนของตน ขอให้เรามาดูหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ามอสซาดรู้ล่วงหน้าถึงการโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน


ผมให้ข้อความซึ่งสะท้อนแง่คิดถึงภัยก่อการร้าย ที่ทุกคุณมุ่งไปที่มุสลิมหัวรุนแรงตามที่ขบวนการก่อการร้ายต้องการให้เข้าใจอย่างนั้น จนละเลยที่จะระวังภัยอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นตัวการต่อการก่อการร้ายตัวยง มีแต่มุสลิมเท่านั้นที่ ที่ทราบข้อมูลและรู้ทันเกมการเมืองระหว่างประเทศของพวก มอสซาดว่าเป็นองค์การก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก มันเป็นหนึ่งในองค์การสืบราชการลับที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุด พวกนี้จึงต้องการกำจัดพวกมุสลิมก่อน
ไม่สังเกตบ้างหรือว่า หลังจากที่ ผู้นำองค์กรมอสซาด ทั้ง 2 ตน บุช+ซารอน ขึ้นมีอำนาจสูงสุดในอิสราเอลและอมริกา เหตุการร้ายต่างๆก็เกิดขึ้นทั้งในปาเลสไตน์และที่อื่นๆทั่วโลก ผมไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียวว่าการก่อการร้าย ในบาหลีและฟิลลิปปินส์เป็นฝีมือมุสลิม

แก้ไขเมื่อ 20 ต.ค. 45 13:03:10

จากคุณ : Shalif (tohy) - [ 20 ต.ค. 45 13:01:02 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เด็กปัญญาอ่อนยังรู้เลยว่าพวกผู้ก่อการร้ายเป็นมุสลิม ไม่ต้องไปไกล พวกผู้ก่อการร้ายภาคใต้ก็มุสลิม หรือไม่จริงครับ

จากคุณ : Shinosuke - [ 20 ต.ค. 45 14:06:46 A:152.163.189.67 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ใช่สิครับ พวกเด็กปัญญาอ่อนจึงคิดแบบความคิดเห็นที่ 5
ข่าวก็ออกมาแล้วว่าการระเบิดบาหลี เป็นการขัดผลประโยชน์กันระหว่างผูประกอบการบาร์แถบนั้น พวกวางระเบิดก็ไม่ใช่มุสลิม อคติจนหน้ามืดตามัว

จากเหตุระเบิดซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น สุจิตรา นุกูล “นก” ไกด์สาว แห่ง บริษัทเอ็น.เค.ฯ ซึ่งช่ำชองบาหลีแบบ ทะลุปรุโปร่ง เหมือนมีแผนที่อยู่ในหัว บอกว่า

จุดเกิดเหตุ เกิดขึ้นแถว ถนนเลอกียัน ซึ่งเปรียบเสมือน แหล่งบันเทิง ย่านพัฒน์พงศ์ ในกรุงเทพฯ

“เราเช็กข้อมูลไปทางสำนักงานที่บาหลีแล้วอย่างละเอียด มันไม่ใช่เรื่องก่อการร้ายบ้าบอที่ไหน” ไกด์นกกล่าว

“เท่าที่รู้มา เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน จากพวกทำบาร์เบียร์ ก่อนระเบิด มีการแย่งลูกค้าฝรั่งที่หน้าบาร์ชื่อ ส่าหรี”

ข่าวสารที่นกได้จากคนในแวดวง ยืนยันว่า มีการวางระเบิดรถยนต์ของชาวอเมริกันคันหนึ่ง แรงระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง ซึ่งบังเอิญอีกเหลือเกินเป็นบาร์เบียร์ที่ชาวอเมริกัน ออสเตรเลีย และยุโรป ชอบไปนั่ง

เหตุที่คนตายเยอะ นกบอกว่า “เพราะบาร์เบียร์ และไนต์คลับย่านนั้น เป็นตึกแถวอยู่ติดๆกัน เฉพาะบาร์เกิดเหตุ มีประตูทางออกเพียงทางเดียว พอไฟไหม้ คนหนีไม่ทัน ก็ถูกไฟคลอกตาย”......................

แก้ไขเมื่อ 20 ต.ค. 45 14:35:07

จากคุณ : Shalif (tohy) - [ 20 ต.ค. 45 14:29:12 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 7

บ้านเราหน่ะอย่าประมาท ใครเห็นอะไรผิดสังเกตแจ้งตำรวจไว้ก่อน
อย่าคิดว่าเราไม่มีอะไรกับใครแล้วจะไม่โดน
พวกนี้ไม่เลือกหรอกว่าใครหรือที่ใหน


จากคุณ : varada - [ 20 ต.ค. 45 15:11:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ข่าวที่ออกมาจากมุสลิมบางทีก็เป็นข่าวโคมลอยซะเยอะเหมือนกันนะ อย่่างว่านีล อาร์มสตรอง เปลี่ยนมารับอิสลามมั่ง โปเกมอนแปลว่าฉันคือยิวมั่ง ยิวในตึก world trade 3000 คนไม่ได้ไปทำงานในวันเกิดเหตุมั่ง หรือยิวใช้รีโมทคอนโทร บังคับเครื่องบินใน 911 อย่างเงี้ย เห็นไปcheckมาหลายแหล่งแล้วมันไม่น่าใช่ ยังไงก็ช่วยเช็คแหล่งข่าวหน่อยนะครับว่ามาจากไหน จริง 100% หรือเปล่า เพราะอย่างผมเองได้ยินแรกๆก็เกือบเชื่อเหมือนกัน

จากคุณ : muslim's friend - [ 20 ต.ค. 45 15:35:40 A:64.106.61.8 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys