◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    พรบ. "ทำลาย" สุขภาพถ้วนหน้า

    ชาวบ้านราษฎรเตรียมซวยด้วยนโยบายคิดใหม่ ทำใหม่ หมอทั่วประเทศมีมติเอาด้วยกับผู้ใช้แรงงานและข้าราชการ ล่า 50,000 ชื่อคว่ำ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ


    พร้อมใช้มาตรฐานอเมริกาตรวจรักษาพยาบาลอย่างเคร่งครัดสนองนโยบายรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจะเดือดร้อนเพียงไร

    ชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ได้จัดสัมมนาแพทย์ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ในหัวข้อ "จะทำอย่างไรเมื่อมาตรา 44, 45 มีผลบังคับใช้ "ที่โรงแรมริชมอนด์ ก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งในวันพุธหลังผ่านวุฒิสภามาแล้ว โดยมีตัวแทนแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพที่ไม่เห็นด้วยกับมาตราดังกล่าวจาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ 700 คน เข้าร่วมสัมมนา

    นายแก้วสรร อติโพธิ ส.ว.กรุงเทพมหานคร แสดงความเห็นว่าหาก พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพมีผลบังคับเมื่อไร การตรวจรักษาของแพทย์ก็ต้องเปลี่ยนไป แพทย์ต้องคำนึงถืงเรื่องมาตรฐานมากขึ้น เพราะมีมาตรา 44, 45 มากำกับอยู่ ถ้ารักษาไม่ครบถ้วนก็มีสิทธิ์โดนฟ้อง และถูกคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาไล่เบี้ยเอาความผิด จากที่เคยตรวจคนไข้วันละ 100 คน ก็จะเหลือ 30 คน กระบวนการตรวจก็ต้องละเอียดกว่าเดิม สูญเสียค่าใช้จ่ายและทรัพยากร ซึ่งแพทย์อาจจะทำได้ แต่ถามว่าเงินจะพอไหม เพราะขณะนี้รัฐจ่ายให้ตามรายหัว ดังนั้นคนที่จะซวยจริงๆ ก็คือประชาชน

    "หากมีความผิดเกิดขึ้น ร.พ.จะถูกตักเตือน ต่อไปแพทย์รักษาอยู่ดีๆ อาจถูกเชิญไปสอบสวน ต้องเตรียมหาหลักฐานเอกสารคนไข้พกติดตัว อีกหน่อยก็จะมีทนายความตกงาน มาดักรออยู่หน้า ร.พ. พอเห็นโลงศพ ก็วิ่งเข้าไปถามญาติว่าต้องการฟ้องร้องหมอหรือไม่ ซึ่งจะยุ่งกันไปใหญ่" นายแก้วสรรระบุ

    ส.ว.กรุงเทพมหานครกล่าวว่า มาตรานี้เป็นปริศนาตั้งแต่ต้น เขียนมาแบบไร้สาระ ฝากรายละเอียดทุกอย่างไว้กับคณะกรรมการฯ ซึ่งไม่เห็นด้วย เพราะที่จะให้คณะกรรมการฯ เข้ามามีบทบาทตรวจสอบความผิดของแพทย์ เนื่องจากมีแพทยสภาทำหน้าที่อยู่แล้ว ฉะนั้นต้องวางหลักเกณฑ์มารองรับให้ดี อย่าจ่ายเงินช่วยเหลือง่าย ส่วนการแก้ไขหรือตัดมาตรา 44, 45 นั้น ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างเห็นด้วยกับมาตรานี้ ดังนั้นกรรมาธิการร่วมกันไม่มีสิทธิเอื้อมมือไปแก้ไขสิ่งใดได้ เช่นเดียวกับมาตรา 9, 10, 11 แต่ถ้ารัฐบอกจะแก้ให้ ก็หมายความว่าจะต้องเสนอร่างกฎหมายแก้ไขขึ้นมาโดยด่วน ซึ่งคงไม่ยุ่งยากอย่างใด เพราะครอบครองเสียงข้างมากในสภาอยู่ ยกตัวอย่างเช่น พอประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้วันนี้ พรุ่งนี้ก็เสนอร่างซ้อนมาเลยก็ทำได้ แต่การทำเช่นนี้ก็คงจะสนุกแน่ เพราะฝ่ายค้านต้องตั้งคำถามว่าเห็นสภาเป็นอะไร นึกจะเสนอกฎหมายก็เสนอเข้ามา พอไม่ชอบใจอยากจะเปลี่ยนก็เสนอขอแก้

    จากนั้นที่ประชุมได้ระดมความเห็นอย่างกว้างขว้าง ถึงมาตรการที่จะแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่าแพทย์เห็นด้วยกับมาตรา 44, 45 ที่ไม่คุ้มครองแพทย์ผู้ให้บริการ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันก็มีแพทยสภาดูแลจรรยาบรรณแพทย์อยู่แล้ว โดยบางคนเสนอให้หยุดงานทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน รวมไปถึงการลาออก หรือถวายฎีกา

    ภายหลังการประชุมนานกว่า 5 ชั่วโมง น.พ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ ประธานชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันใน 2 หัวข้อใหญ่ คือ 1.จัดตั้งองค์กรแนวร่วมผู้ให้บริการด้านสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและรวบรวมความเห็นต่อต่อระบบบริการสุขภาพ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2.มาตรการคัดค้านต่างๆ ที่เสนอมาจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ 1.สิ่งที่เริ่มปฏิบัติได้ทันที คือ การรวบรวมรายชื่อให้เกิน 50,000 ชื่อ เพื่อค้านมาตรา 44, 45 และตัดมาตรา 9, 10, 11 รวมไปถึงการทำการตรวจรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการฟ้องร้อง โดยใช้ชื่อว่าโครงการตรวจละเอียดตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่ง ร.พ.ใดพร้อมก็จะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามีผลดีผลเสียอย่างไรกับประชาชน 2.มาตรการอื่นที่แพทย์เสนอมาในวันนี้ อาทิ การนัดหยุดงาน การลาออก อาจเกิดขึ้นในอนาคต

    "โครงการตรวจละเอียด แพทย์จะตรวจทุกขั้นทุกตอนตามมาตรฐาน ซึ่งจะใช้เวลานาน ทรัพยากรมาก อย่างปัจจุบันแพทย์หนึ่งคน 3 ชั่วโมงเคยตรวจได้ 200 คน หนึ่งชั่วโมงก็อาจตรวจได้ 6 คน ตามมาตรฐานของอเมริกา ทุกขั้นตอนต้องละเอียด การบริการขณะตรวจเป็นอย่างไร หลังตรวจทำอะไรบ้าง ต้องใช้เวลาตรวจทั้งหมดเท่าไร เมื่อตรวจเสร็จต้องให้คนไข้เซ็นยินยอม อาทิ เขียนเป็นข้อความว่า ข้าพเจ้ามีความพึงพอใจในการตรวจรักษาและให้คำแนะนำของผู้ให้บริการทุกส่วน ถ้าใครเซ็นไม่ได้ก็ให้แปะโป้งเอา หากไม่พอใจตรงจุดใดก็ให้ย้อนกลับไปตรวจใหม่ ซึ่งประชาชนจะได้ตัดสินใจด้วยตนเองว่าชอบหรือไม่ชอบ จะได้ไปบอกกับรัฐบาลโดยตรง" น.พ.ฐาปนวงศ์ระบุ พร้อมกับกล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ไขด้วยการเสนอกฎหมายเข้าไปใหม่ เพราะเขาคงไม่กลืนน้ำลายตัวเอง ในเมื่อพูดมาตลอดว่าของตัวเองดีเขาจะแก้ทำไม

    ขณะที่ น.พ.วินัย วิริยกิจจา ปลัด สธ. กล่าวว่า ตนจะเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา แพทยสมาคม จัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือแพทย์ที่ถูกฟ้องร้อง ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย โดยอาจขอเงินสนับสนุนจาก ร.พ.ต่างๆ และจะเสนอให้ทันตแพทยสภา สภาพยาบาล สภาเภสัช จัดตั้งกองทุนในลักษณะนี้ด้วย เพราะอาจได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ และในวันที่ 27 กันยายน ได้เชิญ น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ว่าที่ปลัดกระทรวง มารับมอบนโยบายที่วัดพุทธปัญญาด้วย

    "ขนาดตัวผมเองหลังจากเกษียณเคยคิดจะไปเป็นหมอช่วยรักษาชาวบ้าน แต่ตอนนี้คงไม่เอาแล้ว เพราะถ้าไปตรวจแล้วไม่ได้คุณภาพก็จะโดนฟ้อง มันไม่คุ้มค่า เหตุที่มันเกิดเพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้เอาเศรษฐศาสตร์นำคุณธรรม" น.พ.วินัยระบุ

    จากคุณ : อยากให้รู้ไว้ - [ 23 ก.ย. 45 15:51:02 A:202.28.179.1 X:unknown ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม