◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ปฏิรูป 'คอรัปชั่น'!

    ปฏิรูป 'คอรัปชั่น'!

    ว่ากันว่า ยุคนี้เป็นยุคทองของการ 'ปฏิรูป' ครับ เพราะท่านผู้นำเห็นอะไรเป็นต้องอยาก 'ปฏิรูป' ไปเสียหมด

    ว่าแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าการปราบ 'ทุจริตคอรัปชั่น" หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยรักไทย อาจจะถูก 'ปฏิรูป' ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือเปล่า เพราะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน

    ประการแรก ได้เห็นท่านผู้นำพูดเป็นวรรคเป็นเวร ว่าต้องปราบปรามให้เด็ดขาดสิ้นซาก ตามคำประกาศทำสงครามกับการคอรัปชั่น

    ประการต่อมา จำได้ว่ายังไม่เคยมีข้าราชการคนไหน ถูกตัดสินลงโทษให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดลงไปในรัฐบาลนี้เลยแม้แต่คนเดียวครับ

    หรือนี่จะเป็นเคล็ดลับการปราบคอรัปชั่นแนวใหม่ที่ผ่านการ 'ปฏิรูป' แล้วก็ไม่ทราบได้

    รัฐบาลนี้เข้ามาปุ๊บก็เจองานใหญ่ ว่าด้วยทรัพย์สินของอดีตผู้นำ รสช.ที่มีการเปิดโปงขึ้นมา เพราะการแก่งแย่งมรดกในหมู่ภรรยา จนต้องตั้งกรรมการปราบการทุจริตคอรัปชั่น หรือปท. มอบให้ รมว.มหาดไทย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ไปเป็นประธานดูแล กระทั่งมีบทสรุปออกมาเงียบๆ ว่าไม่พบความผิดปกติ

    จากนั้น ปท.ของ มท.ปุ ก็รับตรวจสอบเรื่องคอรัปชั่นไปเสียทุกเรื่อง ที่โด่งดังสร้างชื่อกระฉ่อนให้รัฐบาลมากที่สุด ก็คือการสอบเรื่อง 'ค่าโง่ทางด่วน'

    ยกเส้นก็กรณี 'อัลไพน์ธรณีสงฆ์' ที่สร้างชื่ออื้อฉาว ซึ่งใครต่อใครเรียกร้องให้คุณปุระชัยเข้าไปสอบ คำตอบสั้นๆ ง่าย ๆ ในช่วงนั้นคือ "ไม่ใช่หน้าที่"

    ช่วงนั้น ปท.มุ่งมั่นกับการสอบใครต่อใครที่มีชื่อพัวพันกับเรื่อง 'ค่าโง่ทางด่วน' ชนิดเอาเป็นเอาตายครับ มีการโยกย้ายคนออกจากตำแหน่งเพื่อขยายผลกันขนานใหญ่ แถมคุณปุระชัยยังให้สัมภาษณ์เป็นรายวันว่า งานนี้จะเป็นจัดการกับคอรัปชั่นครั้งใหญ่ที่สุด เพราะหลักฐานพยานทุกอย่างชัดมาก ให้คอยดูว่าจะลากคอมาลงโทษกันได้เป็นขบวนการ

    ดูเหมือนท่านผู้นำเอง ก็ย้ำหลายครั้งในครั้งนั้นด้วยว่านี่จะเป็นผลงานปราบคอรัปชั่นชิ้น 'โบว์แดง' ของรัฐบาล

    แต่มาถึงวันนี้ ไม่เพียงเรื่องจะเงียบหายอย่างไร้ร่องรอยครับ แต่ดูเหมือนข้าราชการที่ถูกสอบกันยกใหญ่ในคราวนั้น ได้ผ่านพ้นมลทิน พากันกลับเข้าสู่ที่ตั้งในตำแหน่งเดิมกันเกือบจะครบถ้วนหมดแล้ว

    แล้วก็ไม่เห็นใครยอมออกมาพูดถึงผลงานชิ้นโบว์แดงในอดีตที่ว่านี้อีกเลย

    เหล่านี้คือตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลนี้เท่านั้นครับ ยังไม่นับเรื่องที่รัฐบาลขยันขันแข็งไปหยิบเอาเรื่องค้างเก่ามาสะสาง

    กรณี 'ทุจริตยาง' กล่าวหาแกนนำฝ่ายค้าน ก็สู้อุตส่าห์ไปรื้อฟื้นขึ้นมา ตั้งข้อหาใหม่ให้ได้ออกหมายจับกันอย่างเอิกเกริก ทั้งที่ ป.ป.ช.เคยมีมติไปแล้วว่าไม่มีมูล

    กรณีคุณวีระพล ดวงสูงเนิน อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่าทุจริต จนถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว วันดีคืนดี ครม.ก็กลับมีมติตามความเห็นของ อ.ก.พ.อ้างเป็นเรื่องแค่บกพร่อง แล้วก็เปลี่ยนฐานความผิดจากผิดวินัยร้ายแรง เหลือแค่ภาคทัณฑ์ ได้กลับเข้ารับราชการชนิดฉับพลันทันใจ

    รัฐบาลให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องเอาตามมติของ อ.ก.พ.ซึ่งก็อ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของกฤษฎีกาว่าทำได้ โดยไม่มีใครยอมตอบคำถามว่าเมื่อคราว 'อัลไพน์' กฤษฎีกาเคยท้วงติงว่าทำไม่ได้ แต่ทำไมครั้งนั้นถึงไม่ยอมเชื่อ ครั้งนี้กลับมาเชื่อมั่นนัก

    ที่อ้าง อ.ก.พ.นั่นก็อีกครับ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อ.ก.พ.มีมติกรณีคุณนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งป.ป.ช.เคยชี้มูลไปแล้วว่าทุจริต และอ.ก.พ. ก็ยืนยันตาม ป.ป.ช. แต่กรณีนี้รัฐบาลก็กลับไม่เห็นด้วยกับอ.ก.พ.ขึ้นมาอีกแล้ว จัดการส่งเรื่องกลับไปให้ ก.พ.ชุดใหม่พิจารณาทบทวนใหม่อีก

    ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ข้อกล่าวหาว่า 'สองคู่หู' ปปง. 'คอรัปชั่นอำนาจ' ออกคำสั่งตรวจสอบสื่อกับเอ็นจีโอโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดคุณวิษณุ เครืองาม สรุปไปแล้วว่าผิด ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยแล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กรรมการสอบวินัยลงมติเป็นเอกฉันท์สวนทางดื้อๆ ว่า 'สองคู่หู' ไม่ผิด แถมทำไปโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

    ขั้นตอนแสนจะสั้นครับ แต่ท่านผู้นำก็ออกมาเรียกร้องให้เสร็จสรรพว่า "จบแล้วก็ต้องถือว่าจบ"

    แค่ไม่ถึงสองปีก็ได้พบว่า 'มาตรฐานคอรัปชั่น' ของประเทศนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกินครับ!!!

    ที่มา : http://www.bkknews.com/weekend/20020904/wed11.shtml

    จากคุณ : เอ้อ - [ 23 ก.ย. 45 14:56:13 A:202.57.178.155 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม