◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    มีเรื่องอยากเล่าจัง...สู่กันฟัง.....

    ...........เคยไหมครับที่คุณอยากทำอะไรให้ คน หลาย ๆ คนได้อ่าน เรื่องราวที่คุณเขียน แน่นอนครับเมื่อคุณได้เคยผ่านการอ่าน หนังสือประเภทเรื่องสั้น นิยาย อัตชีวประวัติ แม้กระทั่งการ์ตูน
    ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่อยากเป็นนักเขียนกับเค้าบ้าง ก้อลองอ่านดุน่ะครับ เอาเป็นอัตชีวิตของของตัวเองที่สามารถถ่านทอดออกมาได้ง่ายที่สุดแล้วกันน่ะคับ
    ...................ชีวติเด็กบ้านนอกคอกนา ที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางท้องทุ่ง ตื่นนอนตอนเช้าต้องได้ยินเสียงคนไล่วัวความ เป็นประจำทุกวัน (คนในเมืองอาจไม่เคยได้ยินเสียงนี้สิน่ะ) เราเกิดจากครอบครัวที่กล่าวได้ว่าเป็นชาวนาอย่างเต็มตัวเพราะรอบหมุ่บ้านก้อมีแต่ทุ่งนา สุดลูกหูลูกตา ในครอบครัวที่บอกได้ว่ายากจน มากครอบครัวหนึ่ง
    สำหรับครอบครัวเรามีทั้งหมด 4 คนด้วยกัน พ่อ แม่ เรา และก้อน้องชาย ที่อายุห่างกัน 5 ปี (ตอนนี้เราอายุ 22 ปี) จำได้ว่าบ้านที่เราเิกิดมาหลังแรกเก่ามากเลย เป็นบ้านยกสุง มีใต้ถุนสุง หลังคาสังกระสี ยามฝนตกเสียงดังมาก
    จากนั้นเราเริ่มสร้างฐานะขึ้น จากการที่พ่อไปทำงานต่างประเทศ ชึ่งก้อไม่รู้ว่าเอาเงินจากทีไหนไปเป็นค่าเครื่องบินเพราะแม่ไม่เคยเล่าให้ฟัง เดาว่าคงมาจากการขายที่นาที่ได้จากปู่มา โดยพ่อไปทำงานที่ประเทศ ซาอุฯ ตั้งแต่เรายังเด็กมาก (สมัยนั้นยังใช้ตะเกี่ยงอยุ่) ไปได้ 2 ปี แล้วพ่อก้อกลับมา พร้อมกับสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น ด้วยมือของพ่อเอง อยุ่ได้ประมาณปี พ่อก้อจากเราไปอีก โดยครั้งนี้ไปขายแรงงานที่ สิงค์โปร์ ชึ่งนี้เราเข้าโรงเรียนแล้ว อยู่ชั้นอนุบาล (เป็นปีแรกที่เปิดสอนอนุบาล)
    โรงเรียนห่างจากบ้านเรากิโลกว่า ต้องเดินไปเรียนโดยไปกับลูกพี่ลูกน้องที่เข้าพร้อมกัน 3 คนแต่ 2คนนั้นได้อยู่ ป.1 ส่วนเราน้องสุด อยุ่อนุบาลคนเดี่ยว ชีวิตในโรงเรียนประถมก้อเริ่มที่โรงเรียนนี้ เราถึอว่าเป็นคนที่เรียนเก่งในชั้นเรียน(ไม่ได้โม้น่ะ )สอบได้อันดับหนึ่ง ตลอด 7 ปี ที่เรียนที่นี่ นักเรียนร่วมชั้นก้อมีประมาณ 30 กว่าคน (ว่าแล้วก้อคิดถึงพวกเค้าจัง) พ่อกลับมาจากสิงคโปร์ ตอนเราอายุ 10 ขวบ เราก้ออยู่ ปี 4 พอดี ส่วนน้องชาบก้อเพิ่งเข้าอนุบาล (เดี่ยวนี้มีอนุบาล1 ..อนุบาล 2) กลับมางวดนี้ทำให้เรามีฐานะดีขึ้นมาก เลยจากที่ไม่มีอะไร พ่อแม่เริ่มซื้อที่นา เพิ่มขึ้น จากที่ไม่มี แล้วพ่อก้อ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ของเรา
    ผมศรัธทราในตัวพ่อมาเลย แต่ผมกับน้องชายจะไม่สนิทกับพ่อเลย โดยเฉพาะน้องชาย อาจเพราะ เราไม่ค่อยได้อยู่กับท่าน หลายปี ยิ่งน้องชายด้วยแล้ว
    ช่วงที่พ่อกลับมาเราจะดีใจมากเลย เพราะแถวบ้านนอกคนที่กลับมาจากเมืองนอกจะเป็นที่สนใจของชาวบ้านจะมีกลับผูกแขนรับขวัญที่จากบ้านไปนาน ที่สำคัญเราได้ของฝากเยอะมาก หลังจากนั้นทำให้คนแถวนั้ คิดว่าครอบครัวของเราเป้นคนมีเงินที่สุดในหหมุ่นบ้าน ในช่วงนั้น แล้วก้อเป็นร้านค้าขายของชำอีก พ่อเพิ่งเลี้ยงหมู ตั้งโรงสีข้าว เพื่อจะเอารำมาเลี้ยง หมุ่
    ชีวิตในช่วงนนั้นผมคิดว่าเรา รวยเพราะเรายังเด็กมากอยากได้อะไรก้อได้ เพราะบ้านขายของ เงินซื้อของก้อไม่ต้องขอแม่เรพาะว่าไปเอาเองเลยเพราะอยู่ในกระป๋องที่เราขายของเอง(ใครเป็นลุกร้ายค้าคงเข้าใจ) มันก้อเลยกลายเป้นการเสียนิสัยอย่างมากอยากได้อะไรก้อได้ ยิ่งเป็นน้องชายเราซึ่งพ่อกับแม่จะตามใจมาก น้องไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องให้อาหารหหมู่ ไม่ต้องสีข้าว แต่เราซิต้องทำทุกอย่างเลย ตั้งแต่หุงข้าวล้างจาน กวาดบ้าน(อิจฉาน้องมากช่วงนั้น) เราทะเลาะกับน้องบ่อยมาก โดนแม่ตีประจำเลย
    แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเล่ามากก้อคือชีวิตความเป็นอยุ่ในภาคอิสาน ยามช่วงทำนา ที่มีน้ำเต็มทุ่งนา มีข้าวเต็มนา สิ่งเดี่ยวที่เราชอบ เมื่อฤดูน้ำหลากก้อคือ การหาปลา เด็กแถวนั้นจะหาปลาโดยการใส่เบ็ดตกปลา ทุ่งนา โดยการใช้ไส้เดือนเป็นเหยื่อใช้ตกปลา หรือไม่ก้อเขียด ตอนพ่อยังไม่กลับมา ผมภููมิใจมากที่สามารถทำคันเบ็ด เองได้โดยไม่ต้องจ้างใคร เหมือนคนที่เค้าอยู่กับพ่อ การใส่เบ็ดจะต้องใส่หลาย ๆ อัน เป็น 50 บ้าง 100 บ้าง แล้วแต่จะมีความสามารถ ใส่ทั้งคืนทั้งวัน แล้วเดินดูเป็น ระยะ ๆ ตอนกลางคืน ช่วงหนึ่ง แล่ะใกล้รุ่งอีกเพื่อจ่ะกู้เบ็ด(เก็บกลับบ้าน) สิ่งที่เด็ก กลัวมาก้อคืนช่วงกลางคนที่ต้องไปดูเบ็ดที่เราใส่ไว้ ผมก้อเป็นคนหนึงครับ ที่กลัว ผี !! แต่ก้อต้องไป เพราะ รัก
    แล่ะสิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากก้อคือผมทำว่าว เล่นอย่างครับ เพราะ พ่อไม่อยูู่่นี่ครับ ทำยากน่ะครับ พวกว่าวจุฬา สำหรับเด็ก ๆๆ อย่างผมตอนนั้น
    จากนั้นผมก้อจบ ป. 6 ถึงเวลาต้องไปศึกษาต่อ ในระดับชั้น มัธยม บ้าง

    จากคุณ : ขวดแก้ว - [ 22 ต.ค. 45 03:21:08 A:161.246.1.33 X:161.246.51.145 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม