◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    การเดินทางที่อ่อนไหวกับเด็กชายออทิสติก - เมื่อลูกท้าทายคุณ #2

    หลังจากที่โม้ให้ฟังเรื่องวิธีรับมือกับ”การย้ำคิดย้ำทำ”ของลูกไปในตอนที่แล้ว
    วันนี้จะมาโม้ต่อให้ฟังอีกค่ะท่านผู้ชม

    ตอนที่แล้ว ว่าด้วยการเขียน To Do List ให้ลูกตกลงกันล่วงหน้าว่าเราจะไปทำอะไรกัน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งในการจัดการ
    กับความป่วนของลูก ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่แม่ก้อยใช้ได้ผลดีเหมือนกัน

    ยกตัวอย่างเรื่องการชอบเข้าห้องน้ำของลูกเหมือนเดิม แทนที่จะใช้ To Do List
    คราวนี้แม่ก้อยถามคุณนนท์ว่า วันนี้เราจะไปซื้อของที่.....นนท์จะเข้าห้องน้ำกี่ครั้งครับลูก
    คุณเธอตอบแบบไม่ลังเล....”เข้าห้องน้ำสองครั้ง”
    แม่ก้อยก็คว้ากระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนคำว่า “ห้องน้ำ” ตัวโตๆ ไว้สองตัว พร้อมวาดรูปสัญลักษณ์ห้องน้ำกำกับไว้ข้างๆ
    พอวาดจบ แม่ก้อยก็หันไปบอกกับลูกว่า “ตกลงครับ วันนี้เราจะไปซื้อของที่....นนท์จะเข้าห้องน้ำสองครั้ง”

    ทันทีที่จอดรถ คุณนนท์เธอเหมือนถูกกดปุ่ม ....”แม่พาไปห้องน้ำ”
    ถ้าเป็นเมื่อก่อน”ต่อมหงุดหงิด” ของแม่ก้อยต้องทำงานทันที แต่วันนั้น แม่ก้อยอารมณ์”ลองของ” บังเกิด...
    ..ให้มันรู้ไปว่า...แม่จะจัดการไม่ได้....

    แม่ก้อยจูงมือลูก...อุ้ย...เขียนผิด...เธอลากแม่ เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอย่างเชี่ยวชาญไปหยุดหน้าห้องน้ำพอดี
    ปล่อยให้เธอสำรวจห้องน้ำให้พอ หลังจากออกจากห้องน้ำ แม่ก้อยก็หยิบกระดาษ”ข้อตกลง” ของเราออกมา
    บอกลูกว่า ...เราเข้าห้องน้ำไปแล้วหนึ่งครั้ง..พร้อมทั้งเอาปากกาบรรจงขีดกากบาทโตๆ ไปที่ห้องน้ำรูปที่หนึ่ง

    คุณลูกเธอทำหน้างงๆ อยู่อึดใจ แม่ก้อยก็บอกต่อว่า..เราเข้าห้องน้ำไปแล้วหนึ่งครั้ง ...(ชี้ไปที่รูปที่ถูกกากบาทออกแล้ว)
    เหลือเข้าได้อีกหนึ่งครั้ง (ชี้ไปที่รูปที่ยังไม่ได้ถูกกากบาทออก)
    เดินซื้อของได้อึดใจหนึ่ง สัญลักษณ์ห้องน้ำแวบเข้ามาให้เธอเห็นอีกแล้ว...แม่พาไปเข้าห้องน้ำ....
    โดนเธอฉุดไปหนึ่งอึดใจ...รออีกหนึ่งอึดใจ...เธอสำรวจห้องน้ำเสร็จพอดี
    แม่ก้อยก็บอกเธออีกว่า...นนท์เข้าห้องน้ำครั้งที่สอง..พร้อมกับบรรจงขีดกากบาทไปที่รูปที่เหลืออยู่
    ถามลูกว่า ...เข้าห้องน้ำไปสองครั้งแล้ว เหลืออีกกี่ครั้งครับลูก
    ลูกตอบ..ศูนย์ครั้ง....

    เดินต่ออีกแป๊บ...มาอีกแล้ว...แม่พาเข้าห้องน้ำ...ไม่รอช้าแม่ก้อยหยิบ”ข้อตกลง”ของเราออกมา
    บอกลูกว่า...”เข้าไม่ได้แล้วครับลูก เราตกลงกันว่าจะเข้าแค่สองครั้ง ตอนนี้เข้าไปแล้วสองครั้ง...หมดแล้วครับ..”
    ได้ผลอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม...เธอมอง”ข้อตกลง” แล้วบอกว่า...เหลือศูนย์ครั้ง เข้าไม่ได้แล้ว....
    แม่ก้อยแกล้งลองเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ลูกก็ทำท่าชะเง้ออยากเข้าไปดู
    แต่.......เธอไม่เข้าค่ะท่านผู้ชม...พอชวนเธอเดินไปซื้อของต่อ เธอก็เดินตามไปแต่โดยดี
    จะผ่านห้องน้ำกี่ห้อง..เธอก็ขอชำเลืองชะเง้อนิดหน่อย..แล้วก็เดินตามต่อไปได้ ไม่ได้ต่อต้านอะไร....

    ตำราท่านว่า...มุขแบบนี้พอใช้ไปซักพัก และลูกเข้าใจกติกา เราก็ลดการเขียนลงไปเรื่อยๆ ใช้วิธีการบอกล่วงหน้าแทน
    ลูกก็จะเข้าใจ และ เตรียมตัวรับกับสถานการณ์ได้อย่างไม่ยากนัก

    ทีนี้มาพูดย้อนไปถึง To Do List ว่า ถ้าเขียนตกลงกันไปแล้ว อะไรๆ มันเกิดเปลี่ยนแปลงกะทันหัน จะทำอย่างไร
    ไปทำผิดข้อตกลงกับลูก อีกหน่อยการทำแบบนี้”ไม่ขลัง” จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
    ยกตัวอย่าง ถ้าเราเขียน”ข้อตกลง” ว่า ไปทานข้าวที่ร้าน.....-ไปซื้อของที่....-ไปว่ายน้ำ....
    บังเอิญว่า ฝนตกเรารู้ว่า ไปว่ายน้ำไม่ได้แน่ๆ ...และคุณลูกต้องมีปัญหาแน่ๆ จะต้องไปว่ายน้ำให้ได้
    อย่างนี้ ให้เอา”ข้อตกลง”มาแก้ให้ลูกเห็นโดยขีดกากบาทตรงข้อ”ไปว่ายน้ำ” แล้วบอกลูกว่า
    ..วันนี้ฝนตก ไปว่ายน้ำไม่ได้ แล้วอาจจะวาดรูป”ฝนตก”ประกอบ พร้อมทั้งเขียนข้อตกลงใหม่ไว้ข้างๆว่า “ไปกินไอศกรีม”

    แบบนี้ต้องบอกกันเนิ่นๆค่ะ ประเภทรู้ก่อนล่วงหน้า ยิ่งบอกเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้นค่ะ
    แม่ก้อยเองลองใช้กับลูกก็ได้ผลดีอีกเหมือนกัน
    ดูเหมือนว่า การใช้แผนภาพแบบนี้ จะตอบข้อสงสัยของลูก และ ทำให้ลูกเข้าใจและเตรียมใจรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างดี
    ประเด็นสำคัญคือ พ่อแม่ต้องไม่ผิดข้อตกลง ไม่บิดเบือนความจริง อะไรที่ไม่ได้ ไม่ให้ทำก็ต้องชี้แจงกันไปให้ถูกต้อง

    ยกตัวอย่างอีกหนึ่งวิธี อันนี้ดีสำหรับแก้นิสัยการทำซ้ำซากของลูกได้เป็นอย่างดีอีกวิธีหนึ่ง
    ที่โรงเรียน ลูกจะชอบหยิบของเล่นชิ้นเดิมมาเล่นทุกครั้ง คุณครูชักชวนให้เปลี่ยน เอาชิ้นอื่นมาแลกลูกก็จะไม่สนใจ
    ชอบเล่นซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายวัน กว่าจะเปลี่ยนมาเล่นชิ้นอื่น

    ว่าแล้วแม่ก้อยก็ไป”ลองวิชา”ที่โรงเรียนลูก
    แม่ก้อยหยิบของเล่นชิ้นอื่นๆ มาอีกสามชิ้น แล้วเอาชิ้นโปรดที่ลูกกำลังชอบเล่นอยู่ด้วยมาวางไว้ด้วยกัน
    เรียกลูกมาที่ของเล่นที่เราวางอยู่ แล้วถามลูกว่า...นนท์อยากเล่นของเล่นอันไหนครับ..
    เข้าสูตร...ลูกชี้ไปที่ของเล่นชิ้นโปรด แล้วบอกว่า...เล่นอันนี้...พร้อมทั้งตั้งท่าหยิบทันที
    แม่ก้อยเตรียมขอกระดาษกาวจากคุณครูไว้
    พอเธอชี้ปุ๊บแม่ก้อยก็เอากระดาษกาวมาทำเป็นรูปกากบาทไว้บนของเล่นชิ้นโปรดของลูก
    แล้วบอกลูกว่า...ชิ้นนี้เล่นบ่อยแล้ว...ให้มันพักผ่อนบ้าง...
    เหลือสามชิ้น..(ชี้ไปที่ของเล่นอีกสามชิ้นที่เตรียมไว้) นนท์จะเล่นอันไหนครับ...
    ลูกมองหน้าหนึ่งอึดใจ..แล้วชี้ไปที่ของเล่นหนึ่งในสามบอกว่า...เล่นอันนี้...
    ได้ผลอีกเหมือนกันค่ะ ท่านผู้ชม เธอหยิบของเล่นชิ้นใหม่ไปเล่น แต่แรกๆ มีหันมามองชิ้นโปรดอยู่บ่อยๆ
    บางทีลุกเดินมาดู พอเห็นว่ามีกระดาษกาวทำเป็นรูปกากบาทอยู่ ดูเหมือนเธอจะทำท่าเข้าใจ จับๆลูบๆ อยู่พักนึง
    แล้วก็กลับไปนั่งเล่นของเล่นชิ้นที่เลือกไปทีหลังได้

    ตำราท่านบอกว่า...การเอาของเล่นชิ้นโปรดไปซ่อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะลูกจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่า”มันหายไปไหน.
    และจะต้องหาให้เจอ หรือ ถามย้ำอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุด ด้วยความหงุดหงิดกับคำถามของเธอ..เราก็ต้องยอมให้เธอเล่นต่อไป

    แต่ถ้าเราใช้วิธีข้างต้น ลูกจะเข้าใจว่า อันนี้ทำไม่ได้ การหันมามองของเล่นชิ้นโปรดและเห็นกระดาษกาวแปะเป็นกากบาทอยู่
    จะช่วยตอบคำถามให้ลูกให้ลูก และ เข้าใจได้ไม่ยากนัก

    ถึงตรงนี้ ท่านผู้ชมอาจจะสงสัยว่า ทำไมมันถึงต้องทำให้มันยุ่งยากขนาดนั้น
    จริงๆแล้ว เด็กออทิสติก เป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ต้องการโปรแกรมคำสั่งเพื่อที่จะทำงานให้ถูกต้อง
    การเขียนโปรแกรมเป็นลำดับขั้นตอนทำให้เด็กหุ่นยนต์แบบลูกทำได้อย่างไม่สับสน
    แต่หากเราเขียนโปรแกรมวกไปวนมา (แปลได้ว่า พูดวนไปวนมา ยาวเฟื้อยปนไปด้วยคำบ่นตามดีกรีของความโมโห)
    แบบนี้เด็กหุ่นยนต์สับสน ทำตามไม่ถูก สุดท้ายก็เลือกทำซ้ำๆแบบที่เคยๆทำมา

    ทุกวันนี้ แม้ลูกยังชอบการทำซ้ำๆในสิ่งที่ชื่นชอบ ย้ำคิดย้ำทำในสิ่งที่โปรดปราน
    แม่ก้อยก็ยอมรับได้ว่า มันเป็นหนึ่งในอาการออทิสติกของลูก
    แต่....หากเราเข้าใจและมีวิธีการจัดการ หรือ ควบคุมให้มันอยู่ในกติกาได้
    การใช้ชีวิตอยู่กับออทิสติกของลูก...ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากลำบนเท่าไหร่นัก

    ใครลองเอาไปใช้ แล้วได้ผลอย่างไร
    ส่งข่าวให้แม่ก้อยทราบบ้างนะคะ....

    เมื่อลูกท้าทายคุณ # 1
    http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L1758324/L1758324.html

     
     

    จากคุณ : แม่ก้อย - [ 23 ก.ย. 45 20:29:07 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม