เชื่อหรือไม่พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์(ตายแล้วฟื้น 2 หน)

เชื่อหรือไม่
พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์
ก่อนเปิดอก พันเอก (พเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ พันเอกพิเศษฝ่ายเสนาธิการประจำกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก
กรุณาอ่าน รินจากเทป
http://thai.mindcyber.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=237

จากคุณ : ple - [ 28 ม.ค. 48 12:03:26 A:203.146.115.24 X: TicketID:086070 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ยังไม่ได้อ่านนะครับ เลยไม่ทราบว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร แต่หากอ่านแล้วจะลองวิเคราห์ดูครับว่าเป็นไปได้หรือไม่ตามหลักพระอภิธรรม

กรณีที่ชีวิตินทรีย์เจตสิกดับลงได้มีเพียง 3 กรณีคือ

1. ผู้นั้นเข้านิโรธสมาบัติอยู่
2. ผู้นั้นไปเกิดเป็นอสัญญีสัตว์
3. ผู้นั้นสิ้นชีวิตจริง ๆ


จากคุณ : SpiritDreamInside - [ 28 ม.ค. 48 13:02:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

หลอกเด็ก

จากคุณ : pirates - [ 28 ม.ค. 48 13:39:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

กระทู้นี้ไม่เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ครับ

จากคุณ : 123 - [ 28 ม.ค. 48 15:01:46 A:203.113.61.39 X:203.150.217.115 TicketID:068557 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

แล้วกระทู้ไหนในพันทิป เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์

จากคุณ : บัตรผ่าน..ไม่ได้ถอดล๊อคอินนะ - [ 28 ม.ค. 48 18:44:47 A:202.183.178.33 X: TicketID:084909 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ข้าพเจ้า ขอกราบ เคารพ ดวง วิญญาน ของท่าน พ.อ. เสนาะ จินต์รัตน์ เพื่อขออนุญาติ นำข่าวของท่านลงมาโพสต์ใน อินเตอร์เนต เพื่อเป็นอนุสติแก่ ชนรุ่นใหม่ ให้มีศรัทธา ในเรื่อง การเวียนวายตายเกิด และกฏแห่งกรรม อันเป็นสัมมาทิฐิ เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ผู้ได้รับฟังแล้วนำไปเป็นคติเตือนใจ

กรรมใดที่ข้าพเจ้าอาจล่วงเกิน ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม แลหากกุศลใดจักบังเกิดแก่ผู้นำไปเผยแพร่ก็ดี กุศลใดที่ท่านผู้ได้รับฟังเรื่องราวก็ดี แล้วบังเกิดจิตอันเป็นบุญเป็นกุศล ขอกุศลนั้น ได้โปรดจง สำเร็จแก่ดวงวิญญานของท่านเสนาะด้วยเทอญฯ


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:24:08 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ไทยรัฐ พาดหัวใหญ่หน้าหนึ่ง 16 มิ.ย. 2531
พิสูจน์คำพูด พันเอกตายแล้วฟื้น

เพื่อน 4 คนเข้าคิวลงหลุมเรียบร้อย ที่เหลือทำบุญงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด
คนนับพันแห่ร่วมรดน้ำศพ พ.อ.เสนาะ จินตรัตน์ ที่ตายถึงสามครั้ง ต่างเชื่อคำทำนาย พ.อ. เสนาะที่ แม่นยำราวตาเห็นมาแล้ว ระบุ ก่อนหน้านี้มีเพื่อน 4 คน ที่ถูกทำนายว่าต้องตาย แล้วก็ตายไปจริงๆ ระหว่างนี้กำลังพิสูจน์คำทำนายอีกหนหนึ่งว่าเพื่อนที่ขึ้นต้นว่า “ก.ไก่” จะตายภายในเดือนหน้า นายพันเอกเพื่อนคนหนึ่งที่เคยโดนทำนายไว้เหมือนกันว่าจะตายเผยวิธีเลี่ยง ให้ไปวัดทุกวันพระ งดอาหารเน้อสัตว์ กินแต่มังสะวิรัตน์ และไม่เบียดเบียนใคร


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:24:51 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

การเสียชีวิตของ พ.อ.เสนาะ จินตรัตน์ ที่ไม่มีการฟื้นคนขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สาม อย่างแน่นอนแล้วนั้น บรรดาครอบครัวของ พ.อ. เจ้าของปาฏิหารย์ ที่ผ่านมาด้วยการฟื้นคืนชีพทั้งสองครั้ง ได้เริ่มต้นทำพิธีศพให้กับผู้ตายแล้ว โดยนางอัญชลี จินตรัตน์ และญาติ ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. เพื่อเตรียมน้ำอาบศพและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับสามีก่อนที่จะเคลื่อนศพไปยังศาลา 8 วัดโสมนัสวรวิหาร โดยนางอัญชลียอมให้แพทย์ฉีดยาฟอร์มาลีนให้กับศพพันเอกเสนาะเพื่อกันเน่าเปื่อยแล้ว เนื่องจากเลยกำหนด 24 ชั่วโมงที่ พ.อ.เสนาะเคยสั่งไว้



การตายหนที่ 3 และเป็นหนสุดท้ายของ พ.อ. เสนาะนี้ สร้างความสนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และชาวบ้านที่อยู่ละแวกข้างเคียงโรงพยาบาลพระมงกุฏ ต่างก็แห่กันมาดูศพ พ.อ.เสนาะจรแน่นห้องดับจิตเป็นประวัติการณ์ เพราะปกติแล้วห้องเก็บศพนี้จะไม่เคยมีคนอื่นนอกจากญาติผู้ตายเข้าไปดู


ผู้สื่อข่าวสอบถามข้าราชการกลุ่มหนึ่งว่าเชื่อหรือไม่ว่า พ.อ.เสนาะไปเจอโลกอีกโลกหนึ่งมาจริงๆ ได้รับคำตอบว่าเชื่อแน่นอน เพราะการตายในครั้งนี้ใกล้เคียงกับวันที่เคยมาบรรยายไว้ พลฯจิตติ แก้วสมุทร ซึ่งขาข้างขวาขาด และอุตส่าห์หมุนรถเข็นมาดูศพด้วย บอกว่า ตนเชื่อร้อยเปอร์เซนต์ เพราะประสบกับตัวเองมาแล้วว่ากรรมเวรมีจริง ไม่เช่นนั้นขาคงไม่ขาด พร้อมกันนั้นก็บ่นว่าไม่น่าเอาท่านเข้าตู้แช่แข็งเลย เพราะเกิดฟื้นขึ้นมาจริงๆก็หมดโอกาส ถ้าอยู่ข้างนอกยังพอมีหวัง


หลังจาดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเครื่องแบบขาวเต็มยศ ให้กับ พ.อ.เสนาะ ได้มีการเคลื่อนศพไปยังวัดโสมมนัสวรวิหาร ในตอน 13.00 น. โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเทปชุด”รินจากเทป” ซึ่งพ.อ.เสนาะเคยบรรยายไว้ ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของคนที่มาเคารพศพในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ขอซื้อกันเป็นการใหญ่ จ.ส.อ. พงษ์ศักดิ์ พงษ์พรต น้องภรรยา พ.อ.เสนาะเผยว่า ช่วงเวลาที่ตนมาเคารพศพหน้าห้องดับจิตไม่ถึงชั่วโมง ขายไปเกือบร้อยชุด และได้รับใบจองอีกสามร้อยกว่าราย ซึ่งจะไปทำเพิ่มเพื่อจำหน่ายแก่คนสนใจอีก โดยรายได้จากการขายเทปนั้น นางอัญชลีภรรยาผู้ตายบอกว่าจะนำไปทำบุญสร้างโบสถ์ ที่วัดตาลตามความประสงค์ของสามี


จนเวลา 15.00 น.พิธีรดน้ำศพให้กับการเสียชีวิตจริงๆ ของ พ.อ.เสนาะได้เริ่มขึ้น โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงร่วมไว้อาลัยกันอย่างหนาแน่นรวมทั้งคนที่สนใจต่อการเสียชีวิตของ พ.อ.เสนาะนับพันคนจนเจ้าภาพต้องจัดให้มีการรดร้ำศพพร้อมกันที่มือทั้งสองข้างของ พ.อ.เสนาะเพื่อ่ให้รวดเร็วขึ้น นายบุญเหลือ คาวิจารย์ สัปเหร่อเก่าแก่ของวัดโสมนัสวรวิหาร กล่าวว่าทำศพมามากแล้วแต่เพิ่งมาตื่นเต้นกับคนตายรายนี้ เพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์การฟื้นคืนชีพของท่าน ทำให้รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ทำง่านกับ พ.อ.เสนาะ เพราะทำงานกับศพก็ถือว่าได้บุญอยู่แล้ว เชื่อว่านรกสวรรค์ที่ พ.อ.เสนาะบรรยายไว้มีจริง


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:26:04 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานศพวันแรกนี้มีการเปิดเทปบรรยายของ พ.อ.เสนาะตลอดเวลา และมีคนสนใจนั่งฟังจนแน่นศาลา ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายนิตย์ จินตรันต์ น้องชายคนที่ห้า ของ พ.อ.เสนาะที่ไม่ค่อยลงรอยกันกับพี่ชายผู้วายชนม์ ได้รับการเล่าว่าเมื่อคืนวันตายของ พ.อ.เสนาะฝันว่าไปรดน้ำศพพี่ชายและเห็นพี่ฟื้นขึ้นมาจับมือตนบอกว่า”เราดีกันนะเป็นพี่น้องกันนะ” ส่วนนางอุไรวรรณแม่ยายของ พ.อ.เสนาะ เผยว่า เมื่อคืนก็เห็นลูกเขยนุ่งกางเกงขาสั้นแบบที่ชอบนุ่งอยู่กับบ้านมา ขณะนั้นตนมานอนเป็นเพื่อนลูกสาวและหลาน ลูดเขยได้เดินยิ้มเข้ามาบอกว่า”ไหนขอพ่อดูแม่เขาหน่อย” แล้วก็ไป นางอุไรวรรณเผยว่าขณะนั้นเวลาประมาณตีสี่ เชื่อแน่ว่าไม่ได้ฝัน เพราะไม่ได้หลับเลย โดยยังได้ปลุกนางอัญชลีมาเล่าให้ฟังทันทีด้วย

จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:26:47 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

นาวสมทรง ตัณฑประศาสน์ ภรรยาของ พ.อ.เสถียร ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เร่องที่ ฑ.อ.เสนาะทำนายว่าสามีของตนจะตายนั้นตนไม่เคยทราบและสามีก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่เมื่อสามีเสียชีวิตไปจริงๆ ก็มีเพื่อนมาเล่าว่า พ.อ.เสถียร เคยได้รับการบอกเล่าจาก พ.อ.เสนาะว่าไปเห็นมาว่าจะตาย ซึ่งตนมาคิดย้อนหลังดูก็สังเกตได้ว่า สามีมิท่าทางแปลกๆไปตั้งแต่ปี 2528 คือหลังจาก พ.อ.เสนาะฟื้นและทำนาย สามีซึ่งปกติสนุกสนานร่าเริงก็มักนั่งเศร้าบ่อยๆ แต่ไม่เคยพูดอะไรให้ลูกเมียรู้ แต่มีบ่อยครั้งที่ถามทีเล่นทีจริงว่า ถ้าตนไม่อยู่จะเลี้ยงลูกได้ไหม ซึ่งตอนนั้นก็ติงไปว่าพูดอะไรไม่เข้าท่า บางครั้งก็สอนให้ตนทำธุรกิจทั้งๆที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยให้ยุ่งคล้ายๆจะสอนให้เป้นไว้เผื่อเป็นอะไรจะได้ทำเองได้ นอกจากนั้นก็ยังผิดสังเกตว่าตั้งแต่ปี 2528 สามีโหมทำบุญหนักสร้างพระไปวัด ซื้อโลง สารพัดและบ่นว่าจะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้
นางสมทรงเผยว่า ตนไม่ได้คิดสงสัยในตอนนั้น เพราะสามีเพิ่งได้เป็น เสธ.บชร. นึกว่างานหนักจึงหงุดหงิด แต่ก็แปลกใจว่าปกติเสาร์ –อาทิตย์ที่แต่เดิมไม่ค่อยอยู่บ้าน ก็กลับติดบ้านไม่ไปไหนนั่งส่องพระ เพิ่งมาคิดดูตอนสามีตายไปแล้วว่าคงเพราะเรื่องนี้เอง ผู้สื่อข่าวถามว่าเชื่อมากน้อยแค่ไหน นางสมทรงเผยว่า ก็ไม่ค่อยแน่ใจเพราะ พ.อ.เสนาะท่านมีโรคประจำตัวอยู่ด้วย นางสมทรงกล่าวว่าตนก็ติดตามเรื่อง พ.อ.เสนาะมาตลอด และมักมีคนถามว่าเชื่อไหม แต่คิดว่าส่วนตัวสามีคงเชื่อเพราะเพื่อนมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า สามีเคยไปบ่นให้ฟังว่าจะสร้างพระแก้เคล็ดและบ่นกลุ้มใจเรื่องนี้ ส่วนตนนั้นเชื่อเหมือนกันแต่ยังไม่เต็มที่ ก็จะขอรอดูเพื่อนคนอื่นๆที่ทราบว่าอยู่ใน .”รายชื่อมรณะ”ก่อน


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:27:29 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ทางด้านพระสมุทรสมจิตต์ เจ้าอาวาสวัดตาล อ.ปากเกร็ด นนทบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการอุปถัมภ์ จาก พ.อ.เสนาะมานานกว่าสิบปีแล้ว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทราบข่าวเมื่อคืนแทบเป็นลม เพราะสนิทกันมาก พ.อ.เสนาะช่วยเหลือวัดมาก ค่าน้ำ ค่าไฟ เลี้ยงพระ และเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ก่อนเข้าผ่าตัดยังนำเงินมามอบให้วัด 25 000 บาท เพื่อเป็นทุนก่อตั้งมูลนิธิ พ.อ.เสนาะหาเงินสร้างโบสถ์ ซึ่งต้องใช้ประมาณ ห้าล้านบาท เจ้าอาวาสเผยว่า พ.อ.เสนาะมาพูดให้ฟังในวันนั้นว่า บริจาคเงินคราวนี้แล้ว ระหว่างวันที่ 11 ถึง 16 มิ.ย. จะต้องตาย ซึ่งท่านก็ยังบอกว่า อะไรกันอย่าเพิ่งตายขออีกห้าปีได้ไหม สร้างโบสถ์ด้วยกันก่อน ซึ่ง พ.อ.เสนาะยังบอกว่า ไม่ได้แล้ว คราวนี้คงไม่ฟื้นอีกและยังบอกว่าโบสถ์คงไม่เสร็จเพราะตนต้องตาย

จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:28:01 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

นสพ วันต่อๆมา


ถูกหวยพันเอกเลข 82
เลขท้ายออกตรงกับปีเกิด “รับเละ”

เผยคนที่เคยประสบเหตุการณ์ตายแล้วฟื้น แบบเดียวกับ พ.อ. เสนาะ จินตรัตน์ นางพยาบาลวัย 59 เผยเคยสร้างสถิติการตายแล้วฟื้นมาถึง สามครั้ง มากกว่า พ.อ.เสนาะอีก แถมไปเจอนรกสวรรค์ อย่างที่ พ.อ.เสนาะเคยเจอด้วย พระอาจารย์ที่สมุทรสงครามก็มีประสบการณ์ทำนองเดียวกันด้านคนคลั่งหวยโชคดี ปี พ.ศ.เกิด พ.อ.เสนาะให้ลาภ ออกเลขท้ายสองตัว ทั้งเมียและญาติ พ.อ.เสนาะถูกรางวัลไปตามๆกัน

เหตุการณ์ “ตายแล้วฟื้น” ทำนองเดียวกับ พ.อ.เสนาะ จินตรัตน์ นั้นปรากฏว่า ได้มีหลายรายที่ประสบเหตุการณ์แบบนี้มา อย่างเช่นกรณีของ นางนุ่มนวล ศรีคงศิริ อายุ 59 ปี เป็นพยาบาล โรงพยาบาลมิชชั่น ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่บ้าน ย่านรามคำแหงว่า เคยตายมาแล้ว สามครั้ง แต่ก็ฟื้นทุกครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยป่วยเป็นโรคหัวใจ เมื่ออาการหนักเข้าห้อง ไอซียู หัวใจก็หยุดทำงาน คือตายไปแล้ว และได้พบเรื่องในทำนองเดียวกับ พ.อ.เสนาะ จนหมอได้เซ็นใบมรณบัตรให้แล้ว แต่เมื่อกลับฟื้นขึ้นมาอีกถึงต้องไปแก้ นางนุ่มนวลผู้สร้างสถิติการตายมากกว่า พ.อ.เสนาะ กล่าวว่า อาชีพพยาบาลของตนไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่เมื่อเจอเข้ากับตัวเองถึงได้เชื่อ และทุกวันนี้พยายามทำบุญให้มากที่สุด เพราะตนเคยไปเห็นสถานที่ในภพหน้าเหมือนที่ พ.อ.เสนาะเล่าให้ฟังมาแล้ว


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:29:12 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ซ้อมรักบี้ถูกอัดตายฟื้นขึ้นมา
เดลินิวส์ 16 มิ.ย. 2531

นายอำเภอผู้เคยผ่านการตายมาแล้ว 2 ครั้งยืนยันเป็นเรื่องจริง แพทย์ผู้ผ่าตัดและเกี่ยวข้องในยุคนั้นรับรองได้ เหตุเกิดเมื่อ 40 ป ที่ผ่านมาครั้งเป็นนิสิตเกษตร ซ้อมรักบี้ถูกเพื่อนเตะกะโหลกแตกตาย แล้วฟื้นผ่าตัดเสรอมกะโหลกก็สิ้นใจอีกครั้ง แล้วก็ฟื้นจนปัจจุบันอายุ 58 ปี เข้าไปแล้ว
จากการตายแล้วฟื้นถึงสองครั้ง ของ พ.อ.(พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ ซึ่งได้เสียชีวิตจริงๆ ครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมาเป็นข่าวฮือฮาสร้างความมหัศจรรย์แก่วงการแพทย์และวงการศาสนามาแล้วนั้น เรื่องการตายแล้วฟื้นนี้มิได้มีแต่ พ.อ. (พิเศษ) เสนาะ เท่านั้น ผู้สื่อข่าว”เดลินิวส์” ยังได้รับการบอกเล่ามาว่า นายปชา ลาภานันต์ อายุ 58 ปี นายอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีประสบการณ์จากการตายแล้วฟื้นมาถึง สองครั้ง ดังนั้นเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. นี้”เดลินิวส์” จึงเดินทางไปพบ นายปชา เพื่อเรียนถามถึงข้อเท็จจริง ก็ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริง โดยเปิดเผยว่า
การตายครั้งแรกของตนเกิดขึ้นเมื่ออายุ 18 ปี ขณะนั้นเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยตนเป็นนักกีฬารักบี้ของมหาวิทยาลัยกำลังเตรียมตัวฝึกซ้อมจะเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศอังกฤษ ในนามทีมชาติซึ่งติดเป็นครั้งแรก ขณะกำลังซ้อมแย่งลูกอยู่กับเพื่อนร่วมทีมในมหาวิทยาลัยได้เกิดอุบัติเหตุ ถูกเตะที่ศรีษะทำให้กะโหลกศรีษะด้านซ้ายแตกยาวประมาณ สองนิ้ว เพ่อนๆได้นะตัวส่งโรงพยาบาล จุฬาฯ แพทย์ทำการผ่าตัดแต่ปรากฏว่าตนได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ซึ่งขณะที่ตนตายไปแล้วกีความรู้สึกคล้ายกับฝันไปว่าเข้าไปอยู่ในเมืองประหลาด ที่มีทั้งอากาศเย็นสบาย แต่ก็เป็นความเย็นยะเยือกแตกต่างกับความเย็นทั่วๆไป และสถานที่แห่งนี้ก็มีทั้งความร้อนซึ่งก็ร้อนมากและไม่ใช่ร้อนแบบแสงแดด สถานที่นี้แปลกมากเพราะเห็นมีคนอยู่มากมายแย่งกันรับผิดทั้งๆที่ไม่ได้ทำความผิ นอกจากนั้นยังได้ล่องลอยไปในอากาศ ไปเห็นสวนผลไม้ที่สวยงามมาก ตนมีความรู้สึกว่าได้ตายไปแล้วสองวัน รู้สึกตัวอีกทีพบว่าตนเองยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล
นายปชาเล่าต่อไปว่า จากบาดแผลที่ตนเสียชีวิตแล้วฟื้นนั้น คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดโดยผ่าเอากระดูดซี่โครงด้านว้ายไปปะ ตรงกะโหลกศรีษะที่แตกยาวสองนิ้ว ในปีถัดมาซึ่งเป็นการผ่าครั้งที่สอง โดยก่อนเข้าห้องผ่าตัดตนได้เซ็นหนังสือยินยอมหากเสียชีวิตในระหว่างผ่าตัด จะยกศพให้แพทย์ ร.พ. จุฬา ฯ นำไปศึกษา โดยมี น.พ.สมาน มันตราภรณ์ เป็นแพทย์ผู้ผ่าตัด ปรากฏว่าในระหว่างผ่าตัดแพทย์ได้ลงความเห็นว่าตนเสียชีวิตไปแล้ว แต่จู่ๆก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ครางนี้พบว่าตนเองอยู่ในลักษณะคล้ายมัมมี่ มีผ้าพันรอบตัว ซึ่งในระหว่างที่หัวใจหยุดเต้น ตนมีความรู้สึกคล้ายกับกำลังฝันไปเหมือนการตายคราวแรก แต่คราวนี้ได้มีโอกาสไปพบเพื่อนเก่าคนหนึ่งชื่อ ประจิน ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเคยร่วมอยู่ในกลุ่มยุวชนทหารด้วยกัน และได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้ว โดยนายประจิน ได้ชวนตนไปเที่ยวในที่ต่างๆจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 2 วันจึงกลับฟื้นขึ้นมาใหม่สร้างความงุนงงให้กับคณะแพทย์ผู้ผ่าตัดและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก นายปชาผู้เคยผ่านการตายมาแล้วถึง สองครั้ง และรอดชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:29:51 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ไปเที่ยวสวรรค์ นรก ก่อนตายจริง
แนวหน้า 8 ส.ค. 2537

เกิดเรื่องเหลือเชื่อคนตายแล้วฟื้นจนเป็นที่โจษจันของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง ที่บ้านหมู่ 2 บ้านทับพริก ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพิสูจน์ความจริงตามบ้านเลขที่ดังกล่าว เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ได้พบกับ นางสาหร่ายแสงทอง อายุ 56 ปี มารดาผู้ตายเล่าว่า บุตรสาวของตนคือ นางอำพร แสงทอง อายุ 25 ปี ได้แต่งงานกับนายเสกสรร ทำกิจการ อายุ 27 ปี อยู่กินกันได้แค่ สองเดือน นายเสกสรร น้อยใจที่ถูกเมียต่อว่า เรื่องไปกินเหล้าจนทำให้เสียงาน กินยาตาย ทำให้ลูกสาวของตนเสียใจและกินยาตายตาม
นางสาหร่าย เล่าว่าพวกญาติๆ ได้ช่วยกันนำตัวนาง อำพร ส่งโรงพยาบาล จนปลอดภัยและหมอสั่งให้กลับบ้านได้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลา 11.00 น. นางอำพรได้บอกลาญาติพี่น้อง แล้วสิ้นใจตายไป ประมาณหนึ่งชั่วโมงถัดมา ระหว่างที่ญาติเตรียมจัดงานศพอยู่นั้น นางอำพรเกิดฟื้นขึ้นมา แล้วเล่าว่า ยมฑูต พาไปเที่ยวสวรรค์ นรก ได้พบกับนาย เสกสรร และญาติหลายคน พร้อมทั้งขอร้องพี่ชาย ย่ากินเหล้า เพราะเห็นคนกินเหล้าตายจะถูกน้ำทองแดงกรอกคอและถูกเหล็กแหลมแทงตามตัว ส่วนคนที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็จะมีหัวเป็นสัตว์ ตัวเป็นคน พูดจบ นางอำพรก็สิ้นใจตาย แต่คราวนี้ตายอย่างไม่มีวันกลับ ท่านกลางความตกตะลึงของญาติๆที่ห้อมล้อมอยู่


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:30:22 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

คนหลั่งไหลไปงานพระราชทานเพลิง
ไทยรัฐ 23 ิมิ.ย.

พ.อ. เสนาะ จินตรันต์เหลือแต่ชื่อ ผู้คนศรัทธาท่วมท้น หลั่งไหลไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพแน่นวัดโสมฯ เป็นประวัติการณ์ แทนจะเหยียบกันตาย หนังสืองานศพเป็นที่ต้องการอย่างมากและแย่งกันจนหวิดจลาจลจนเจ้าภาพต้องงดแจกเป็นงานศพที่มีคนมากกว่า ห้าพันคน ซึ่งนานๆจะมีสักราย
ที่ฌาปนสถานวัดโสมนัสวิหาร เมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.) ได้กำหนดให้เป็นวันพระราชทานเพลิงศพ ของ พ.อ.เสนาะจินตรัตน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งเป็นที่สนใจกันในฐานะที่เชื่อกันว่าคนตายแล้วฟื้นมาถึง 2 ครั้งนี้ได้รับ ความสนใจจากคนทั่วไปทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก พ.อ.เสนาะอย่างมากมาย โดยมีแขกเหรื่อทยอยกันมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเล้นหลามป็นประวัติการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าภาพได้กำหนดให้มีการพระราชทานเพลิงศพในเวลา 17.00 น. ปรากฏว่ามีแขกมารอคอยกันตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยกระจัดกระจายเต็มไปหมดทุกศาลา ซึ่งทางวัดได้อำนวยความสะดวกแก่งานโดยจัดให้มีการเผารายนี้รายเดียวในวันนี้ สิ่งสำคัญที่แขกทุกคนถามหาในวันนี้คือหนังสอที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ โยนางอัญชลี จินตรัตน์ ภรรยา พ.อ.เสนาะ เปิดเผยด้วยความกังวลว่า ตอนแรกจะพิมพ์เพียง 2,000 เล่ม แต่เมื่อคนสนใจท่านมากก็ได้รับความอนุเคราะห์ จากหนังสือพิมพ์โลกทิพย์พิมพ์ให้ 3,000 เล่ม และท่านกิตติวุฑโฒภิกขุ พิมพ์ให้อีก 2,000 เล่มก็คิดว่ามากพอ แต่พอเห็นแขกวันนี้ก็ไม่แน่ใจเพราะมากันมากเหลือเกิน ทั้งๆที่แจกบัตรเชิญไปไม่ถึง แต่ก็ดีใจและภาคภูมิใจแทนสามีที่คนศรัทธาท่านมาก ทราบว่าบางรายเหมารถมาจากต่างจังหวัดด้วย
นอกจากหนังสืองานศพจะได้รับความสนใจอย่างมากแล้วเทปบรรยายชุด “รินจากใจ” ซึ่ง พ.อ.เสนาะบรรยายเพื่อจำหน่ายหาเงินสร้างโบสถ์วัดตาล ก็ขายดิบขายดี เจ้าภาพเตรียมมาเฉพาะวันนี้ 2,000 ชุด ก็ขายเกลี้ยงและยังมีผู้สนใจถามหาอีก ซึ่งเจ้าภาพก็จะจัดจำหน่ายหลังจากนี้ที่ธนาคารทหารไทย สาขา ร.พ. พระมงกุฏ และที่บ้านลาดพร้าวด้วย สำหรับการจำหน่ายเทปนี้เจ้าภาพได้รับการต่อว่าว่าไม่ชัด แต่เม่อสอบถามว่าซื้อจากที่ไหนปรากฏว่าคนซื้อได้ซื้อจากเด็กที่เร่ขายตามสี่แยกซึ่งเป็นเทปปลอม มีแค่สองม้วนราคา 100 บาท และปกเทปก็ไม่เหมือนกับของจริงซึ่งมี 3 ม้วนราคา 120 บาท
เมื่อถึงเวลาพระราชทานเพลิง เจ้าภาพได้เชิญ พลเอกวันชัย เรืองตระกูล รอง ผบ.ทบ. เป็นประธานในพิธี หลังจากนั้นแขกผู้ใหญ่อื่นๆก็ได้ทยอยกันขึ้นวางดอกไม้จันทน์ เช่นพลเอกบุญชัย บำรุงพงศ์ ปรากฏว่าหลังจากแขกผู้ใหญ่ลงบันไดเมรุยังไม่ทันพ้น แขกอื่นก็พรูกันขึ้นไปบนเมรุจนสกัดไม่อยู่ และทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายตรงบันไดทางลง เพราะแต่ละคนก็ยื้อยุดจะรอรับหนังสืองานศพ จนสารวัตรทหารต้องรีบเข้ามาเคลียร์พื้นที่ โดยด่วน แต่ก็ต้องเสียเวลากับฝูงชนหลายสิบนาที และมีคนเป็นลมหลายสิบราย และให้ไปรอรับหน้างานที่ประตูทางออกแทน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแออัดกันอยู่บริเวณเมรุ…..
…..
จนกระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าภาพจึงได้มีการเผาจริง โดยมีแขกสนิทและญาติมิตรพร้อมหน้าพร้อมตา นางอัญชลีเผยว่า ในวันนี้จะมีการนำอัฐิ ของสามีไปเก็บไว้ที่วัดตาล และจะมีการทำบุญเลี้ยงพระในตอนเพล คาดว่าจะมีคนไปร่วมทำบุญอีกไม่


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:31:44 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

จู่ๆฝันถึงอดีตสามีเห็นถูกฆ่าบุกขุดเจอศพจริงๆ

ข่าวสด
ฉบับประจำวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2546 ปีที่ 12 ฉบับที่ 4425


บึ่งจากสุรินทร์มาที่พิษณุโลก พิสูจน์ถึงตะลึงเผยโดนตีตายฝังใน"ไร่อ้อย"


เกิดเหตุประหลาดที่บางกระทุ่ม เมืองพิษณุโลก เมียฝันเห็นผัวเก่าบอกถูกรุมตีตายศพฝังอยู่ในไร่อ้อย เลยรุดไปพิสูจน์พบศพจริงๆ เผยคนตายทำงานรับจ้างทั่วไป ชอบกินเหล้าทุกวัน ก่อนถูกวัยรุ่นรุมตีตายเพราะไม่พอใจคนตายขโมยเหล้ากิน เสร็จแล้วลากศพไปช่วยกันฝังในไร่อ้อย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ม.ค. พ.ต.ต.เชิดพงศ์ พัวศรี สวส.สภ.อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในไร่อ้อย ม.5 ต.วังสาน ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.อ.บางกระทุ่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเขต 8 ิพงษ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.อ.บางกระทุ่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเขต 8

ในที่เกิดเหตุพบศพชายไทยถูกฝังอยู่ในดินภายในไร่อ้อยลึกประมาณ 50 เซนติเมตร จึงช่วยกันขุดศพขึ้นมาชันสูตร สภาพศพเริ่มเน่าจนแห้งส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 เดือน สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว โดยกลับเสื้อเอาด้านหลังมาไว้ด้านหน้า สวมกางเกงยีน มีรองเท้ายางหุ้มข้อที่เท้าซ้ายเพียงข้างเดียว นอกจากนั้น ยังพบร่องรอยถูกตีด้วยของแข็ง เข้าที่บริเวณใบหน้าจนดั้งจมูกยุบ ฟันหน้าหักไป 2 ซี่ และยังพบไม้ด้ามจอบขุดดินยาว 1 ฟุต ถูกฝังอยู่ใต้ศพอีก 1 อัน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบต่อมาว่า ผู้ตายคือนายมงคล ฉาตจันทึก อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/1 หมู่ 5 ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ญาติได้แจ้งความว่าหายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2545 โดยก่อนที่จะมีการขุดพบศพนั้น นางเสาร์ บุญเสริม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 2 ต.หมื่นศรี อ.สำโรงภาพ จ.สุรินทร์ อดีตภรรยาของผู้ตาย ซึ่งได้แยกทางกันไปนานแล้ว ฝันว่าเห็นผู้ตายซึ่งเป็นอดีตสามี เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ในฝันนั้นผู้ตายได้มาบอกว่าถูกคนร้ายรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปฝังไว้ในไร่อ้อย ห่างจากหมู่บ้าน 500 เมตร

จากนั้นนางเสาร์จึงได้เดินทางมาจาก จ.สุรินทร์ เพื่อมาพิสูจน์ตามความฝัน โดยนำญาติของฝ่ายสามีออกเดินตามหาร่องรอย จนพบรองเท้าข้างขวาของผู้ตายตกอยู่บนถนนในไร่อ้อย และห่างออกไปเล็กน้อยพบร่องรอยดินมีการขุดและกลบใหม่ๆ อย่างผิดสังเกต จึงได้ตัดสินใจขุดดินบริเวณดังกล่าว กระทั่งพบศพของผู้ตาย และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ทราบว่า ก่อนที่นายมงคลผู้ตาย ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และชอบดื่มสุราทุกวันจะหายตัวออกจากบ้านไปนั้น ได้เข้าไปขโมยเหล้าของกลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาในหมู่บ้านไปดื่ม ทำให้วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 คน ใช้ไม้ดักทุบตีนายมงคลจนเสียชีวิต และช่วยกันขุดดินฝังศพไว้ในไร่อ้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนีไป ส่วนญาติได้ออกตามหาศพผู้ตายมาตลอดเวลา แต่ไม่พบจนกระทั่งนางเสาร์เดินทางมาจากจ.สุรินทร์ เล่าความฝันให้ฟังและช่วยกันออกตามหาจนพบศพที่ถูกฝังในที่สุด


จากคุณ : คนโบราณ - [ 28 ม.ค. 48 20:34:03 A:202.5.80.30 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

เด็กยุคหลังที่ไม่สนใจเรื่องจิตวิญญานและการเกิดใหม่ คงไม่เคยอ่านมั้งครับ. เรื่องมันก็นานมาแล้วจริง ๆ แต่่หนังสือก็ยังหาอ่านได้อยู่

จากคุณ : mrgon - [ 29 ม.ค. 48 02:39:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

ตายแล้วฟื้น แสดงว่าไม่ตายจริงน่ะซีครับ

เรานิยามความตายแค่ หัวใจหยุดเต้น หรือ ลมหายใจหยุด หรือครับ บางคนอาจจะหยุดชั่วคราว และยังไม่ถึงขีดอันตรายก็ได้นะครับ

ส่วนเรื่องไปเห็น ภพ ภูมิต่างๆ ก็เพราะว่าเป็นคนไทย น่ะซีครับ ตอนสมัยมีชีวิต ก็ได้รับข้อมูลแบบนี้

ถ้าเป็นคนต่างชาติ อาจจะเห็น คิวบิต เทวดา แต่งชุดขาว ก็ได้ครับ ลองไปหาดูครับ ผมว่าน่าจะมีบันทึกของชาวต่างชาติเช่นกัน ถ้าเรื่องที่เห็นเป็นเรื่องเดียวกันล่ะก็ค่อยน่าเชื่อขึ้นมาหน่อยครับ


จากคุณ : มัชฌิม - [ 29 ม.ค. 48 12:11:56 A:203.159.23.77 X:203.159.12.16 TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

สาธุครับเจ้าของกระทู้  และคุณคนโบราณ
-----------------------------------
ก่อนเปิดอก พันเอก (พเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ พันเอกพิเศษฝ่ายเสนาธิการประจำกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก
    กรุณาอ่าน รินจากเทป
     คุณผู้อ่านจะได้ทราบรายละเอียดของการตายแล้วฟื้นของชายร่างสันทัดวัย 49 ผู้นี้
    ด้วยการบรรยายนับร้อยหนของเขาที่มีผู้สนใจทั้งสโมสรต่าง ๆ กองทัพ องค์การ โรงเรียน บริษัทห้างร้าน ธนาคาร ฯลฯหากเขาได้ยืนกรานว่า
     "ผมจะพูดให้ทหารซึ่งเป็นเพื่อนทหารของผมได้ฟังก่อนเพราะผมเป็นทหารของกองทัพบก เป็นทรัพยากรของกองทัพเพราะฉะนั้นต้องบรรยายให้แก่หน่วยทหารได้ฟังก่อน"
    ที่มาที่มีที่ไปอย่างไรนั้น อ่านได้แล้วค่ะ
http://thai.mindcyber.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=237
-------------------------------------------


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 29 ม.ค. 48 14:27:36 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ความคิดเห็นที่ 17  

ตายแล้วฟื้น แสดงว่าไม่ตายจริงน่ะซีครับ
---------------------------------------------------
คุณมัชฌิม ศึกษางานของท่านพุทธทาสมาก  คงไม่เชื่อว่าตายแล้วสูญนะครับ


ลองฟังปาฐกถาเรื่อง   คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร  ? ...โดย อ. บุญมี   เมธางกูร พระอาจารย์ผู้ทรงพระไตรปิฏก

มีหลายตอน ตามที่ link ครับ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1988

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1997

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2002

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2011

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2018

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2024

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2031

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2038

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2045

------------------------------------------------
พระพุทธศาสนากับการเกิดใหม่
http://www.geocities.com/watmai2001/tipitaka_16.htm


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 29 ม.ค. 48 14:32:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

เรียน คคห ที่ 17

ปุจฉา

ถ้าเป็นคนต่างชาติ อาจจะเห็น คิวบิต เทวดา แต่งชุดขาว ก็ได้ครับ ลองไปหาดูครับ ผมว่าน่าจะมีบันทึกของชาวต่างชาติเช่นกัน ถ้าเรื่องที่เห็นเป็นเรื่องเดียวกันล่ะก็ค่อยน่าเชื่อขึ้นมาหน่อยครับ

วิสัชนา ปุจฉา

ทำไมแต่ละคนมักจะเกิดในประเทศเดิมของตัวเป็นประจำ จะไม่ค่อยมีที่ว่าเป็นคนไทยแล้วระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นชาวไร่อยู่แอฟริกาเมื่อชาติก่อน จ้องแต่จะเป็นคนไทยในอดีตอยู่นั่นแล้ว


วิสัชนา

ลองสังเกต ความจริงตามธรรมชาติ ครับ กล่าวคือ

1. คนที่มีนิสัยคล้ายกันมักจะมาอยู่รวมกัน ตัวอย่างเช่น เพื่อนๆ ที่เราเลือกคบ มักจะเป็นพวกที่มีนิสัยคล้ายกับเรา ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทยิ่งนิสัยคล้ายกัน

2. คนที่ชอบหรือยึดติดกับสิ่งใดหรือสถานที่ใด มักจะไปสถานที่นั้น ยกตัวอย่างเช่น คนชอบเที่ยวทะเล พอมีวันหยุด จิตใจก้อนึกถึงทะเล

ด้วยการเทียบเคียงดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะแปลก ถ้า คนไทย เมื่อตายไป จิตก้อมักจะชักนำให้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเมื่องไทย และไปเกิดในภพภูมิที่ๆพบเทวด่แบบไทย

อีกประการหนึ่ง การที่เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ณ.ภพภูมิแห่งนี้ ก้อเพราะเรามีเวรกรรม ที่ผูกพันธ์อยู่กับบุคคลอื่นๆ ที่ได้ร่วมเกิดในชาติก่อนๆที่แล้วๆ กันมา เวรกรรมเหล่านั้นจึงนำพา พวกเรามาเกิด ร่วมชาติเดียวกันไงครับ และถ้าจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก ก้อจะเจอพวกคล้ายๆกันไงครับ


จากคุณ : คนโบราณ - [ 29 ม.ค. 48 20:30:20 A:202.57.159.184 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

ปุจฉา
ตายแล้วฟื้น แสดงว่าไม่ตายจริงน่ะซีครับ

วิสัชนา
แล้วตายแล้วไม่ฟื้นจึงจะเรียกว่าตายจริงใช่หรือไม่ครับ

ถ้าเรา จะพิจารราเฉพาะ case ที่ตายแล้วไม่ฟื้น ก็สามารถพิจารณา ข่าวใน คคหที่ 15 ก้อได้ครับ ตัวย่างนี้คือตายแล้วไม่ฟื้น ครับ

คคหที่ 15 """"จู่ๆฝันถึงอดีตสามีเห็นถูกฆ่าบุกขุดเจอศพจริงๆ


จากคุณ : คนโบราณ - [ 29 ม.ค. 48 20:35:21 A:202.57.159.184 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ปุจฉา

เรานิยามความตายแค่ หัวใจหยุดเต้น หรือ ลมหายใจหยุด หรือครับ บางคนอาจจะหยุดชั่วคราว และยังไม่ถึงขีดอันตรายก็ได้นะครับ

วิสัชนา

กรณีของ พ.อ.เสนาะ จินตรัตน์ เรียกในทาง วิชาการว่า ประสบการณ์ เฉียดความตายครับ

อุปมา

ประสบการณ์ ที่เรา เดินเฉียดๆ ไปเที่ยวประเทศจีน แล้วบินกลับมาเล่าเรื่องเมืองจีนให้เพื่อนๆ เรา ที่อยู่ที่ กทม. ฟังว่า เราไปเจอคนจีน มีการแต่งตัวแบบนี้ แบบนั้น
พอได้ฟังดังนั้น เพื่อนเราก้อถามว่า แล้ว You เป็นคนจีน หรือ เราก้อตอบว่า เราเฉียกเป็นคนจีน เพราะได้ไปเมื่องจีนมา อุปมัยดังนี้ครับ


จากคุณ : คนโบราณ - [ 29 ม.ค. 48 20:40:09 A:202.57.159.184 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

เฮ้อ...ก็อย่างที่บอก..ตอนแรกโดนเตะกระโหลก..จนคนคิดว่าตาย...ในหนังฝรั่งเยอะแยะ...เป็นจินตนาการ..สร้างมโนภาพ..จากจิตใต้สำนึก..โดยที่ตัวเองก็แยกแยะไม่ออก...ก็แค่นั้น..

แต่ก็ยังดีที่ว่า..มาสั่งสอนให้คนทำดี..


จากคุณ : บัวใต้น้ำ (Lotus under water) - [ 29 ม.ค. 48 20:51:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

คคหที่ 22

ปุจฉา

เป็นจินตนาการ..สร้างมโนภาพ..จากจิตใต้สำนึก..โดยที่ตัวเองก็แยกแยะไม่ออก...ก็แค่นั้น..


วิสัชนา
จินตนาการ มโนภาพ ต่างกันกับความจริงคือ
ความจริง เมื่อพิสูจน์และจะสอดคล้อง แต่จินตนาภาพ เมื่อพิสูจน์แล้ว จะไม่สอดคล้อง

ยกตัวอย่างเช่น
1 พอ เสนาะ เมื่อฟื้นขึ้นมา ตอนแรกๆ เล่าให้ใครฟัง ก้อไม่มีคนเชื่อ แต่พอ เพื่อนๆ ที่ท่านทัก ค่อยๆ ทยอย เสียชีวิต ก่อนวัยอันควร ไป ทีละ ท่านสองท่าน ในเวลาไม่นาน ผู้คนเริ่มสามารแยกแยะ ระหว่างความจริง ออกจาก จินตนาการได้ เรื่องของท่าน ก้อเลยโด่งดังขึ้นมา

2 กรณี สามีเก่า มาเข้าฝัน แลัวพอกลับไปตามที่บ้านสามี กลับพบว่ากลายเป็นศพ จริงๆ ตามตัวอย่างใน คคห 15 แบบนี้ คงเรียกว่าจินตนาการลำบาก ถ้าเป็นจินตนาการ คงล้ำเลิศซะเหลือเกิน


จากคุณ : คนโบราณ - [ 30 ม.ค. 48 04:56:07 A:202.57.157.125 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

อีกประเด็นหนึ่ง คือ เรื่องที่ ท่าน พอ เสนาะ ทำนาย และพิสูจน์ จริง ตามคำทำนาย ที่สำคัญ คือ ท่านสามารทำนาย วันตาย ของตยเอง ได้ ล่วงหน้า เป็นปีๆ โดยเฉพาะ การตายครั้งสุดท้ายที่ท่านทำนายไว้ล่วงหน้า และ นสพ ก้อนำมาลง เป็น สกู๊ฟ เกาะข่าว ล่วงหน้ากันนับปี


ซึ่งในกาลต่อมา ท่าน ก้อเสียชีวิตจริง ตามที่ท่านทำนาย โดยคลาดเคลื่อน เพียง วันสองวัน ด้วยโรคไต เนื่องจากวันที่ท่านเสียชีวิตจริงๆ ตรงกับวันเพ็ญ ก่อนหน้าวันที่ท่านกล่าวว่าทางสวรรค์ จะมารับ เพียง วันสองวันเท่านั้น ( เทียบกับที่ท่าน เล่าเอาไว้ล่วงหน้าเป็นปีๆ )

ลองคิดดูนะครับ มีใครที่ทำนายวันตายของตนเองได้ บ้าง ต่อให้เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะที่สามก้อตามเถิด


จากคุณ : คนโบราณ - [ 30 ม.ค. 48 05:07:11 A:202.57.157.125 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

แหม เห็นคุณ คนโบราณ ยกหลักฐานมาเยอะแยะ
แต่เป็นหลักฐานแวดล้อม ทั้งนั้นครับ

ซึ่งถ้าผมไปไขก๊อกหลักฐานแวดล้อมเหล่านั้น
ก็เข้าทางคุณอีก คุณก็จะพา Tour ไปไหนก็ไม่รู้ตามเคยครับ

ก็ตามสบายครับ เชิญ Solo ต่อได้เลยครับ


จากคุณ : มัชฌิม - [ 30 ม.ค. 48 10:33:10 A:203.159.23.44 X:203.159.0.14 TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

คุณ..คนโบราณ...ครับ

ผมว่าเรื่องของเรื่องคือ..ท่านพันเอก(พิเศษ)..ดันไปละเมิดลิขิตฟ้า..ถ้าท่านไม่ทัก..คนที่แกไม่รู้จัก..พวกเหล่านั้นอาจไม่ตายก็ได้..ก็เหมือนๆกับพวกที่เป็นโรคอะไรซักอย่าง..ซึ่งพอมีคนบอก..เฮ้ยเองตายแน่ๆ..กำลังใจมันก็หดหายหมด...แทนที่จะอยู่ได้อีกปี..ก็อาจเฉาตายภายในเดือนเดียว..(เพราะไม่มีกำลังใจ)


จากคุณ : บัวใต้น้ำ (Lotus under water) - [ 30 ม.ค. 48 13:03:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

หลักฐาน ที่วิญญูชน ที่สมควรพิจารณาโดยแยบคาย

ทางโบราณท่านกล่าวว่า
โยนิโสนมัสิการ เป็นอรุณรุ่งของปัญญา

คนรุ่นใหม่ กล่าวว่า
เราไม่ควร จะ ปิดใจ
สรุป ปักใจเชื่อ หรือ ไม่เชื่ออะไร
ก่อนที่จะเปิดใจพิจารณา เหตุและ ผลให้รอบด้าน


จากคุณ : คนโบราณ - [ 30 ม.ค. 48 22:32:44 A:202.57.157.156 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ผมมิได้บังคับให้ใครเชื่อ
เพียงแต่ยก เหตุ และ ผล มาเสนอให้ท่านๆ พิจารณาดูเอาเอง

การเชื่อหรือไม่เชื่อ ของท่าน หรือ ของผม
เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล
มิได้ทำให้ความเป็นจริงเปลี่ยนแปลงไปแต่ประการใด


จากคุณ : คนโบราณ - [ 30 ม.ค. 48 22:34:47 A:202.57.157.156 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

ตายจริง(ชั่วคราว)
เห็นจริง (ไปเห็นมาจริง)
แต่สิ่งที่เห็นมาทั้งหมดนั้น จริงหรือไม่จริง
หรือจริงเพียงบางส่วน อุปทานบางส่วน
เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก


จากคุณ : -0 - [ 31 ม.ค. 48 01:36:59 A:203.113.35.8 X:203.150.217.114 TicketID:070228 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

คหที่ 27
เห็นด้วยครับ เรื่องรู้วันตาย จริงๆ ไม่ใช่รู้วันตายหรอกครับ
แต่ ท่านพันเอก เฉียดตายมาแล้ว คงได้รู้สภาพจิตใจในตอนนั้น หรือ เหมือน คนแก่ๆ ปู่ย่า ตา ยายเราบางคน ป่วยมากๆ อย่าง คุณตา ผม ท่านก็จากไปในวันที่ ลูกหลานมาเยี่ยม เยอะๆ พอดี เป็นต้น เป็นเรื่องของกำลังใจ ครับ

บางคนใกล้ตาย แต่เนื่องจากมีห่วง ลูกหลาน ก็ฝืนทนไม่ตายก็มีครับ

เห็นหรือปล่าว ว่าพอผมพยายามไปไขก๊อก หลักฐานแวดล้อมของคุณแล้ว มันก็ยาวล่ะทีนี้ กว่าผมจะไขก๊อกได้หมดทุกข้อ ก็เสร็จ คุณอยู่ดี พา tour ไปเรื่อย

ข้อมูลที่ผมยกมาตัวอย่างเช่น
1. นิยามของการตายในทางแพทย์ ในสมัยก่อน สมัยนี้และสมัยต่อไป ยังมีอะไรที่เรายังรู้ไม่หมดหรือไม่ ในสมัยนั้นอาจจะวัดไม่รอบคอบ ก็ได้นะครับ

2. เรื่องที่ไปเห็นมา ถ้าวัฒนธรรมต่างกัน ไม่ได้หมายถึงคนฝรั่ง อย่างเดียวนะครับ วัฒนธรรม ความเชื่อในชีวิต ตอนนั้นถ้ามันต่างกัน และถ้าตอนเฉียดตายชั่วคราวนั้น ไปเห็นมาแล้วไม่เหมือนกัน มันก็เหมือนกับเราฝันไป นั่นแหล่ะครับ ประสบการณ์ต่างๆ ตอนมีชีวิตรับรู้มาก็อาจจะมาแสดงให้เห็นเป็นเรื่องราวเต็มๆ ได้
ดังนั้น คนต่างวัฒนธรรม ก็อาจจะเห็นอีกรูปแบบหนึ่ง ตามวัฒนธรรมของเขาก็ได้ เช่น เทวดาแต่งชุดขาว มีวงแหวน ไม่ใช่เทวดา แต่งชุดไทยๆ เหมือนกับเรา

ตรงนี้ไม่เห็นคุณไขก๊อก เลยไปบอก คนอัฟริกา อะไรนั่นไม่รู้เรื่องเลยครับ

สรุป คุณไม่ได้ไขก๊อกผม ผมก็ไม่จำเป็นต้องไขก๊อก หลักฐานแวดล้อมของคุณ ส่วนเรื่องจะเชื่อหรือไม่นั้น ก็ตามสบายครับ คนเราก็เห็นต่างกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ


จากคุณ : มัชฌิม - [ 31 ม.ค. 48 10:19:15 A:203.159.23.44 X:203.159.0.14 TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

เรียน คคห ที่ 27

ปุจฉา

เรื่องรู้วันตาย จริงๆ ไม่ใช่รู้วันตายหรอกครับ เป็นเรื่องของกำลังใจ ครับ


วิสัชนา

เรื่องทั่วๆไป ก้อเป็นเรื่องของกำลังใจนั่นแหละครับ
แต่ในกรณี ของท่าน พอ เสนาะ ท่านทำนายล่วงหน้าเป็นปี นะครับ กรณีทำนายล่วงหน้าเป็นปีๆ เช่นนี้ ต่อให้มีกำลังใจเพียงใด ใครจะฝืนการดำเนินของโรคได้ครับ ดังนั้น case นี้ ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องกำลังใจนะครับ


จากคุณ : คนโบราณ - [ 31 ม.ค. 48 16:58:54 A:203.113.34.7 X:203.150.217.116 TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

เรื่องที่ไปเห็นมา ถ้าวัฒนธรรมต่างกัน ไม่ได้หมายถึงคนไม่
ปุจฉา

ได้หมายถึงคนฝรั่ง อย่างเดียวนะครับ วัฒนธรรม ความเชื่อในชีวิต ตอนนั้นถ้ามันต่างกัน และถ้าตอนเฉียดตายชั่วคราวนั้น ไปเห็นมาแล้วไม่เหมือนกัน มันก็เหมือนกับเราฝันไป นั่นแหล่ะครับ ประสบการณ์ต่างๆ ตอนมีชีวิตรับรู้มาก็อาจจะมาแสดงให้เห็นเป็นเรื่องราวเต็มๆ ได้


วิสัชนา

ลองสังเกต ความจริงตามธรรมชาติ ครับ กล่าวคือ

1. คนที่มีนิสัยคล้ายกันมักจะมาอยู่รวมกัน ตัวอย่างเช่น เพื่อนๆ ที่เราเลือกคบ มักจะเป็นพวกที่มีนิสัยคล้ายกับเรา ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทยิ่งนิสัยคล้ายกัน

2. คนที่ชอบหรือยึดติดกับสิ่งใดหรือสถานที่ใด มักจะไปสถานที่นั้น ยกตัวอย่างเช่น คนชอบเที่ยวทะเล พอมีวันหยุด จิตใจก้อนึกถึงทะเล

ด้วยการเทียบเคียงดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะแปลก ถ้า คนไทย เมื่อตายไป

ถ้าเวรกรรม จะนำไปเกิดในสุขคติภูมิ จิตก้อมักจะชักนำให้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเมื่องไทย และไปเกิดในภพภูมิสุขคติ ที่ พบเทวดาแบบไทย

อีกประการหนึ่ง การที่เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ณ.ภพภูมิแห่งนี้ ก้อเพราะเรามีเวรกรรม ที่ผูกพันธ์อยู่กับบุคคลอื่นๆ ที่ได้ร่วมเกิดในชาติก่อนๆที่แล้วๆ กันมา เวรกรรมเหล่านั้นจึงนำพา พวกเรามาเกิด ร่วมชาติเดียวกันไงครับ และถ้าจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก ก้อจะเจอพวกคล้ายๆกันไงครับ

ส่วนพวกฝรั่งที่เป็นคนดี จิตดี เวรกรรมนำเขาไปเกิดในสุขคติภูมิ ก็จะเป็นสุขคติภูมิแบบฝรั่งไงครับ

ส่วนเรื่องแสงสีขาว หรือได้ยินเสียงดนตรีเพราะๆ ฯลฯ ทางโบราณท่านเรียกว่าเป็น นิมิต ที่จะสะท้องแดนเกิดใหม่


จากคุณ : คนโบราณ - [ 31 ม.ค. 48 17:04:11 A:203.113.34.7 X:203.150.217.116 TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

ปุจฉา

ตรงนี้ไม่เห็นคุณไขก๊อก เลยไปบอก คนอัฟริกา อะไรนั่นไม่รู้เรื่องเลยครับ


วิสัชนา

จริงครับ เพราะผมอ่าน ที่ผม post ก้อไม่รู้เรื่องเช่นกัน เพราะ copy มาผิดวรรคตอนย่อหน้า


ที่ถูกต้องคือ เรื่องแอฟริกาอะไรนั้น ผม copy มาจากคำถามของคนอื่น

โดยคนท่านนั้น ถาม ว่า " ทำไมแต่ละคนมักจะเกิดในประเทศเดิมของตัวเป็นประจำ จะไม่ค่อยมีที่ว่าเป็นคนไทยแล้วระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นชาวไร่อยู่แอฟริกาเมื่อชาติก่อน จ้องแต่จะเป็นคนไทยในอดีตอยู่นั่นแล้ว"



ซึ่งผมก้อให้คำตอบต่อคำถามนั้น ว่า
" ....ลองสังเกต ความจริงตามธรรมชาติ ครับ กล่าวคือ

1. คนที่มีนิสัยคล้ายกันมักจะมาอยู่รวมกัน ตัวอย่าง .....
2. คนที่ชอบหรือยึดติดกับสิ่งใดหรือสถานที่ใด มักจะไปสถานที่นั้น...

ด้วยการเทียบเคียงดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะแปลก....

ถ้าเวรกรรม จะนำไปเกิดในสุขคติภูมิ จิตก้อมักจะชักนำให้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเมื่องไทย และไปเกิดในภพภูมิสุขคติ ที่ พบ ....... ก้อจะเจอพวกคล้ายๆกันไงครับ "


จากคุณ : คนโบราณ - [ 31 ม.ค. 48 17:09:52 A:203.113.34.7 X:203.150.217.116 TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

การเชื่อหรือไม่เชื่อ ของท่าน หรือ ของผม
เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล
มิได้ทำให้ความเป็นจริงเปลี่ยนแปลงไปแต่ประการใด


จากคุณ : คนโบราณ - [ 31 ม.ค. 48 17:10:46 A:203.113.34.7 X:203.150.217.116 TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

Ok ครับ เรื่อง ตามกระทู้ ก็ไม่เป็นไร เชื่ออย่างไรก็ได้
แต่ความจริงก็เป็นอย่างเดิม เพียงแต่ทั้งคุณคนโบราณและผมเองก็มีแต่หลักฐานแวดล้อมทั้งนั้น ความจริงเป็นอย่างไรก็คงเป็นแบบนั้น ตามที่คุณคนโบราณเสนอมานะครับ

บังเอิญคุณได้เปิดประเด็นที่น่าสนใจ คือ เรื่องคนเรานิสัยคล้ายๆ กัน หรือ ชอบสิ่งใด ก็จะมาเจอกัน อะไรประมาณนี้นะครับ จริงๆ ก็คือหลักฐานแวดล้อมอีกแหล่ะครับ ไม่ได้ตอบเข้าประเด็นตรงๆ เลย แต่เห็นว่าน่าสนใจ ก็ขอคุยต่อ ก็แล้วกันนะครับ

แหมเรื่องนี้ไม่เห็นจะต้องลากยาวไปถึงชาติก่อนเลย
ในเมื่อคุณชอบ พุทธศาสนา ผมเองก็ชอบพุทธศาสนา
ในห้องสมุดพันทิพย์นี้ ก็มีคนชอบพุทธศาสนา เยอะเหมือนกัน ก็จึงมาที่นี่กันก็จบ

ผมคบกันเพื่อน เพราะ ชอบบอล เหมือนกัน ชอบคุยเรื่องชีวิตเหมือนกัน ก็จึงมาคบกัน

แล้วถ้าอยากถามว่า อ้าวแล้วทำไม ผมถึงชอบพุทธศาสนา แล้วทำไมผมถึงชอบบอล
ก็เพราะ ศึกษาและก็เล่นตั้งแต่เด็กๆ หลายปี มันก็ชอบกันได้ ก็เลยมาเจอคนที่ชอบเหมือนกัน ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยครับ

ถ้าจะพูดเป็นเวรกรรม ความที่เรากระทำมาก คือ ศึกษามาก หรือ เล่นมาก นั่นแหล่ะ คือ กรรม

วิบากกรรม คือ ทำให้เรารู้ ทำให้เราเล่นได้ดี ก็เลยมาเจอคนในลักษณะเดียวกัน

เท่านั้นเองครับ เห็นๆ กันอยู่


จากคุณ : มัชฌิม - [ 1 ก.พ. 48 16:42:59 A:203.159.23.19 X:203.159.12.16 TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 37

ถูกต้อง ครับ

ในการพิจารณาปรากฏการณ์ใดๆ

ทั้งในด้าน micro และ macro ย่อมสอดคล้องกัน
ทั้งในด้าน short time และ long time ย่อมสอดคล้องกัน

ดังนั้น การนำlogic ใดๆ มาปฏิเสธปรากฏการณ์ใน time domain ที่คลุม long time
ย่อมสามารถนำ logic นั้นๆ มาปฏิเสธปรากฏการณ์ใน time domain ที่คลุม short time ได้ด้วย



ในทำนองเดียวกัน
ดังนั้น การนำlogic ใดๆ มาสนับสนุน ปรากฏการณ์ที่เกิด ใน time domain ที่คลุม long time
ย่อมสามารถนำ logic นั้นๆ มาสนับสนุน ปรากฏการณ์ที่เกิด ใน time domain ที่คลุม short time ได้ด้วย


จากคุณ : คนโบราณ - [ 1 ก.พ. 48 20:04:27 A:202.57.140.201 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 38

แน่ พยายามเอาเรื่อง logic กับเรื่อง Time domain
มาสนับสนุนนะครับ

ก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ทราบหรอกครับว่า อดีต อันไกลแสนไกลนั้นจะเป็นอย่างไร

แต่ในชีวิตที่ผ่านมา ถ้ารู้จักสังเกตหน่อย แม้จะเป็น short time domain ในความรู้สึกของคุณคนโบราณนะครับ ถ้าจะมอง long time domain เป็นเรื่องของหลายชีวิต

ในแต่ละวันเวลา มีส่วนที่จะกระทบต่อบุคลิกภาพ หรือสภาพจิตใจของเราทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่จิตใจเปิดรับทุกสิ่งได้ง่ายกว่า ก็จะมีผลกระทบง่ายกว่ามากครับ

แล้ว การปฏิบัติธรรม ก็ทำให้เห็นว่า ธรรมะ นี่แหล่ะ คือ การเปลี่ยนแปลงคนได้ ให้คนเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าตระหนักอย่างแท้จริง ปฏิบัติธรรม ก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ผมเชื่อในศักยภาพของธรรมะ ตรงนี้ครับ

และตรงนี้เป็น logic ที่ง่ายมาก ถ้าเราเห็นช่องทางหรือทางไปของสิ่งไหน หรือเราเชื่อมั่นในสิ่งไหน เราก็พร้อมที่จะมุ่งมั่นและประสบความสำเร็จได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก คิดกันแบบนี้ครับ
short time domain ก็เห็นโอกาสได้
บางทีถ้าเรามัวแต่รอ โอกาส หรือ มองว่า long time domain ควบคุมเราอยู่ โดยที่เราไม่มีโอกาส
คนก็อาจจะเลิก ทำ หรือ เลิกหวัง เพราะต้องรออีกนานแสนนาน แทนที่จะคิดว่า แค่เกิดเป็นคนนี้ ก็เป็นโอกาส อันประเสริฐ ไม่ใช่หรือครับ แม้จะเป็น short time domain ก็ตาม

คำสอนที่ว่า เกิดเป็นมนุษย์นั้นยากแล้ว พบพุทธศาสนานั้นก็ยากแล้ว แล้วคนไทย ล่ะครับ มีโอกาสขนาดนี้แล้ว
มัวแต่ทำอะไรกันอยู่

ก็เพราะแปลไม่ได้ศัพท์ หรือ มัวแต่ สาละวน กับ long time domain น่ะซีครับ

คำตอบจึงเป็นว่า
"เอาไว้ชาติหน้า ตอนบ่ายๆ ก็แล้วกัน ชาตินี้ไม่มีบุญหรอก น้องเอ๋ย" ครับ
และก็คง พูดอย่างนี้ ทุกชาติไป
แล้วชาติสุดท้ายก็จะพูดว่า
"เอาหล่ะ ชาตินี้ขอเป็นชาติสุดท้ายก็แล้วกัน"
ทั้งๆ ที่เปลี่ยนแค่ ทัศนคติ ง่ายๆ แค่นี้ก็เปลี่ยนให้คนจากไม่สำเร็จกลายเป็นสำเร็จได้

พระพุทธเจ้า ท่านเป็นเอกก็เพราะท่านเก่งตรงนี้แหล่ะครับ
เปลี่ยนทัศนคติคนได้เก่ง ทำให้คนไม่ดี กลายเป็นคนดีได้
และคุณค่า ของธรรม อยู่ที่ตรงนี้แล้วทำไมจึงต้องมองหา

Long time domain หล่ะครับ


จากคุณ : มัชฌิม - [ 2 ก.พ. 48 20:49:57 A:203.170.161.245 X: TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 39

ปุจฉา

พระพุทธเจ้า ท่านเป็นเอกก็เพราะท่านเก่งตรงนี้แหล่ะครับ
เปลี่ยนทัศนคติคนได้เก่ง ทำให้คนไม่ดี กลายเป็นคนดีได้
และคุณค่า ของธรรม อยู่ที่ตรงนี้แล้วทำไมจึงต้องมองหาLong time domain หล่ะครับ


วิสัชนา

ทัศนคติ long time และ short time ดังกล่าว มีผู้ยึดติดกัน หลายกรณี คือ

1.ยึดติด สมมุติฐานที่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าสอนเฉพาะ เรื่อง short time โดยถือว่าเรื่อง long time เป็นเรื่องนอกศาสนาพุทธ

2.ยึดติด สมมุติฐานที่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าสอนเฉพาะ เรื่อง long time โดยถือว่าเรื่อง short time เป็นเรื่องนอกศาสนาพุทธ

3.ยึดติด สมมุติฐานที่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าสอนทั้ง เรื่อง short time และเรื่อง long time เป็นศาสนาพุทธทั้งคู่


ซึ่งถ้าจะตอบประเด็นนี้ ผมจะตอบว่าความเห็นของกระผม คือแบบที่ 3ส่วนความเห็นของคุณมัชฌิม ถ้าเป็นแบบที่ 3 แสดงว่าเราเห็นตรงกัน แต่ถ้าคุณเห็นเป็นแบบที่ 1. แสดงว่าเราเห็นไม่ตรงกัน นั่นแปลว่าเราเรียนศาสนาพุทธมาคนละแบบ ซึ่งประเด็นนี้ คงต้องยุติด้วยการอ้างอิงพระไตรปิฏก



--------


ส่วนในเรื่อง เรื่องที่ท่านบอกว่า "ทำไมจึงต้องมองหาLong time domain หล่ะครับ" อันนี้เป็นคำแนะนำของท่านซึ่งสะท้อนสิ่งที่ท่านกำลังจะสื่อความเห็นใน ทัศนคติ แบบที่ 1.

แต่ประเด็นของกระทู้อยู่ที่ว่า ท่านเชื่อเรื่องนรก สวรรค์ ในแบบ กรณี พอ เสนาะ หรือไม่ เรามิได้มาถกกันว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างไร แตเรากำลังคุยกันในปรากฏการณ์เฉียดตาย พอ เสนาะ และของหลายๆตัวอย่าง ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่

ซึ่ง ผมได้กล่าววิจารณ์ว่า น่าเชื่อถือ เพราะ
1. กรณีของท่าน พอ เสนาะ ท่านทำนายวันตายล่วงหน้าเป็นปี
2. พอ เสนาะ เมื่อฟื้นขึ้นมา ตอนแรกๆ เล่าให้ใครฟัง ก้อไม่มีคนเชื่อ แต่พอ เพื่อนๆ ที่ท่านทัก ค่อยๆ ทยอย เสียชีวิต ก่อนวัยอันควร ไป ทีละ ท่านสองท่าน ในเวลาไม่นาน ผู้คนเริ่มสามารแยกแยะ ระหว่างความจริง ออกจาก จินตนาการได้ เรื่องของท่าน ก้อเลยโด่งดังขึ้นมา

แต่ท่านมัขชิม แย้งในเรื่องที่ว่า

A เรื่องรู้วันตาย จริงๆ ไม่ใช่รู้วันตายหรอก เป็นเรื่องของกำลังใจ
B น่าจะมีบันทึกของชาวต่างชาติเช่นกัน ถ้าเรื่องที่เห็นเป็นเรื่องเดียวกันล่ะก็ค่อยน่าเชื่อขึ้นมาหน่อยครับ

ซึ่งผมก้อแย้ง ท่านต่อ เป็นต้น
แต่พอแย้งไป แย้งมา ท่านก้อนำเรื่องว่าทำไม ต้องมาสนใจเรื่อง long time domain
ซึ่งผมขอชี้ว่า ตอนนี้ เรากำลังคุยกัน ว่า true or fause
ไม่ได้คุยกันว่า How is it become useful


จากคุณ : คนโบราณ - [ 3 ก.พ. 48 12:49:48 A:203.113.35.9 X:203.150.217.114 TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 40

หลายท่าน ถ้าเข้ามาดู ก็คงเห็นนะครับ ว่า คุณคนโบราณ
มีวิธีการลาก ประเด็นอย่างไร

จริงๆ ผมก็เตรียมตอบไว้แล้วครับ พิมพ์ไว้เยอะเลย
แต่อ่านดูแล้ว เดี๋ยวไม่จบ ไม่เอาดีกว่าครับ
ก็แค่นี้แหล่ะครับ สำหรับกระทู้นี้


จากคุณ : มัชฌิม - [ 3 ก.พ. 48 17:04:50 A:203.159.13.178 X:203.159.0.14 TicketID:037950 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 41

ครับ แค่นี้ก้อ แค่นี้

จากคุณ : คนโบราณ - [ 3 ก.พ. 48 20:52:26 A:202.57.167.60 X: TicketID:000815 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 42

สลบไป

จากคุณ : นายแอ๊ด เมืองนนท์ - [ 7 ก.พ. 48 09:32:21 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป