◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    การเวียนว่ายตายเกิด ทฤษฎีใหม่

    .....หลักฐานที่สนับสนุนหลักการเวียนว่ายตายเกิดที่ดีที่สุด
    คือ พระไตรปิฎก เนื่องด้วยเป็นคัมภีร์ที่ชาวพุทธมีความ
    ศรัทธา(อย่างงมงาย!) โดยมิได้พิจารณาความจริงที่แท้จริง
    ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าดำรัส สิ่งใดเขียนขึ้นมาภายหลัง
    พุทธกาล ซึ่งส่วนใหญ่เขียนขึ้นมาหลังจากพระพุทธเจ้า
    ปรินิพพานแทบทั้งสิ้น เห็นได้จากบทความสรรเสริญ
    อิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ มากมาย(จนเลอะเทอะ) ดังนั้น เรา
    ควรวินิจฉัยข้อความในพระไตรปิฎกตามหลักกาลามสูตร
    และหลักมหาปเทส ๔ เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่อาจมิใช่พุทธวัจนะเสมอไป
    .....จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่
    พระพุทธเจ้าจะดำรัสถึงการเวียนว่ายตายเกิด เนื่องด้วย
    ไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือพิสูจน์ได้ยากยิ่ง(อย่างที่บางท่าน
    กล่าวมา) แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างไว้ในพระไตรปิฎกก็ตาม
    พระพุทธองค์คงไม่ตรัสอะไรที่ยากซึ่งต่อการพิสูจน์อย่างนี้
    เป็นแน่ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วเป็นจริง(อย่างที่บางท่านกล่าว)
    เราคงไม่มานั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น(เถียง)กันอยู่เช่นนี้ (น้ำเยอะเหลือเกิน ใกล้มิดหัวแล้ว)
    .....(เข้าเนื้อซักที) ด้วยความหมายของ “การเวียนว่ายตายเกิด”
    ของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไปตามที่ตนเองคิดว่าถูก
    จึงขอให้ทุกคนร่วมเสนอการตีความของ “การเวียนว่ายตายเกิด”
    ใหม่ (ตามอำเภอใจ ตำบลใจแลหมู่บ้านใจ) (เหอเหอ ฮามั้ยนั่น)
    .....ความคิดโดยส่วนตัวแล้วความหมายของ “การเวียนว่าย
    ตายเกิด” นั้นอาจมิได้แปลออกมาตรงตามตัวอักษร แต่อาจ
    แปลเป็นแบบสุภาษิต กล่าวคือ “การเวียนว่ายตายเกิด”
    อาจจะหมายถึง การดำเนินชีวิตประจำวันเหมือนกันทุกวัน
    “การเกิด” คือ ตื่น “การตาย” คือ หลับ “การเวียนว่าย” คือ
    การปฏิบัติกิจกรรมโดยทั่วไปของมนุษย์ปุถุชน ซึ่งต่างกับ
    “นิพพาน” ที่หลายคนให้ความหมายว่า “การหลุดพ้นจาก
    การเวียนว่ายตายเกิด” นั่นก็คือ ไม่ต้องดำเนินชีวิตประจำวัน
    อย่างปุถุชน กล่าวคือ ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลง จะตื่นหรือหลับก็ไม่ต่างกัน
    .....การกล่าวแบบสุภาษิตนี้พบได้จากข้อความของนักปราชญ์
    โดยทั่วไป ซึ่งจุดประสงค์ของนักปราชญ์ผู้นี้ อาจมาจาก
    ความต้องการให้พระพุทธศาสนานั้นดูน่าเลื่อมใส(?)
    (นักปราชญ์มันพูดรู้เรื่องกันซักที่ไหน ตีความ ๑๘๐๐ ตลบก็ยังตีไม่ออก)

    .....“มันเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น ย่อมถูกล้มล้างเมื่อใดก็ได้ แต่การล้มล้างนั้นมิใช่ด้วยคนหมู่มาก แต่เป็นด้วยข้อขัดแย้งที่เห็นจริง”

    …..(ใกล้สอบเอนท์แล้ว ต้องไปอ่านหนังสือ เลยไม่ค่อยมีเวลามาดูคำด่า ก็อย่าว่ากันนะ(จ๊ะ))

    จากคุณ : เสียงกระซิบ - [ 6 ต.ค. 47 19:48:47 A:203.107.203.61 X: TicketID:074310 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม