◀ Previous Next ▶ Up ▲


    คิดชื่อเรื่องไม่ออก ตอนที่ 3

    http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2902214/W2902214.html <<< ตอนที่สอง พร้อมกับตอบข้อข้องใจหลายๆคนครับ

    อาถรรพ์ของโรงเรียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ยังอยู่ต่อไปแต่มาถึงวันนิ้ยิ่งจะหนักขึ้น จนทำให้รัฐบาล ไม่สนใจเรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียนนี้อีก และจากอาถรรพ์นี้เองยิ่งทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนนี้โด่งดังไปกันใหญ่ ทั้งในหมู่นักระเบิดตึก ที่ต้องการทดสอบว่าตนเองสามารถจะระเบิดตึกแห่งนี้ได้หรือไม่ ซึ่งทุกทีมที่มาก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป บางทีมก็เป็นทีมที่ระเบิดสิ่งก่อสร้างได้ทุกชนิดทั่วโลก ก็ยังต้องพ่ายกลับไปอย่างหมดท่าเพราะระเบิดแรงสูงแบบใหม่ที่มีการสาธิตประสิทธิภาพกับอาคารร้างใกล้ๆกับโรงเรียนแห่งนั้นให้ทุกคนเห็นมาแล้วแต่เมื่อถึงเวลาจริง ระเบิดทั้งหมดกลับไม่ทำงานเลยแม้แต่ลูกเดียว

    ซึ่งก็ได้มีการพยายามลองทำใหม่อีกหลายครั้ง มีการเช็คกระแสไฟฟ้าที่จะต้องเป็นตัวจุดชนวนระเบิดหรือไม่ก็ปรากฏว่ากระแสไฟฟ้าก็เดินเป็นปกติ แต่เมื่อจะทำการระเบิดจริงกลับไม่ระเบิด จนทีมต้องถอนตัวออกไป

    หรืออย่างเช่นรายการเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ได้มีการมาทดลองตั้งกล้อง แต่ไม่มีการเดินเข้าไปสำรวจ ซึ่งภาพที่ได้จากการไปถ่ายทำนั้นก็ไม่พบอะไรผิดปกติแม้แต่อย่างเดียว แต่ ก็ยังมีข่าวผู้คนที่หายสาบสูญเนื่องจากเข้าไป “ลองของ” กันอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ทางรัฐบาลก็ได้ประกาศเตือนผู้คนแล้วก็ตาม  

    และแล้ววันหนึ่งก็มีคนออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้ที่สามารถเข้าไปในโรงเรียนแห่งนี้แล้วกลับออกมาได้ผลก็คือ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง สถานีข่าวเกือบทุกแห่งทั้งในและต่างประเทศ แย่งกันทำข่าว สกูป ต่างๆเกี่ยวกับชายคนนั้น มีการสัมภาษณ์ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น ในครั้งแรกหลายๆคนก็เชื่อว่าชายคนนั้นรอดมาจริง

    เขาเล่าว่า

    เขาได้ทดลองเข้าไปเดินในอาคารเรียนแห่งนั้นตั้งแต่ชั้นแรกถึงชั้นบนสุด ออกไปเดินที่ดาดฟ้า แต่พอขากลับเขากลับหาทางออกไม่ได้ เขาเดินวนเวียนอยู่นานมาก จนเขาเหนื่อยและคิดจะเอนหลังพิงผนัง ในขณะที่เขาเอนหลังไปพิงผนังนั้นเอง

    เขาก็หงายหลังลงไปนอนกับพื้น

    แล้วภาพของสถานที่นั้นก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นระเบียงทางเดินมืดๆ ก็กลับกลายเป็นห้องที่สว่างจ้า มันไม่ใช่ความสว่างที่เกิดจากแสงไฟนีออน หรือหลอดไส้หลอดตะเกียบประการได แสงนั้นเป็นแสงที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติ เขายังเล่าผ่านการสัมภาษณ์อีกว่าเขาได้พบกับชายคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวเป็นพระเจ้า

    เขาได้สอบถามว่าทำไมผู้คนที่เข้ามาในที่แห่งนี้หายไปไหนกันหมด ชายคนนั้นก็ตอบว่าส่วนใหญ่จะหลงทางหาทางออกไม่ได้และตายไปเอง แล้วชายคนที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าก็ถามเขาว่าเจ้าต้องการที่จะออกไปข้างนอกอย่างคนที่รำรวยหรือออกไปข้างนอกอย่างคนที่มีชื่อเสียง

    แต่ชายคนนั้นกลับตอบว่าเขาแค่ต้องการกลับไปหาลูกหาเมียเท่านั้น ชื่อเสียงเงินทองไม่สำคัญ และชายคนนั้นก็ยังได้กล่าวอ้างอีกว่า ที่เขารอดออกมาได้ก็เพราะเขาตอบไปแบบนั้นโดยชายที่(เขาบอกว่า)อ้างตัวเป็นพระเจ้าได้บอกกับเขาเองว่ามีหลายคนที่มาถึงที่นี่แต่ต้องตายไปเพราะความโลภ เนื่องจากเมื่อเขาถามว่าท่านต้องการกลับออกไปพร้อมเงินทอง หรือชื่อเสียง คนเหล่านั้นจะเลือกทันที ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำตอบทั้งสองคำตอบนั้นเป็นคำตอบที่ผิด คนที่ไม่ทำงาน ต้องการแต่ความสบายไม่สามารถที่จะได้รับทรัพย์สินเงินทองหรือชื่อเสียงได้แน่นอน เขากลับออกมาได้เนื่องจากเขาไม่โลภ ซึ่งนั่นคือคำกล่าวอ้างของชายคนนั้น

    สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

    เมื่อมีคำคำนี้ก็ควรจะต้องมีคำว่า

    แต่เวลาและหลักฐานจะพิสูจน์ว่าวีรบุรุษคนนั้นเป็นของจริงหรือไม่

    เนื่องจากมีพยานหลายต่อหลายคนให้การว่าในคืนที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าได้เข้าไปผจญภัยในโรงเรียนกินคนนั้น ได้มีการพบเห็นชายคนนั้นอยู่ในผับแห่งหนึ่งในตัวเมืองนั้นเอง เมื่อมีคำกล่าวหามา

    ก็ต้องมีการสืบสาวราวเรื่องกัน และแล้วในที่สุดชายคนนั้นก็ออกมาสารภาพว่าเขาไม่ได้เข้าไปในโรงเรียนแห่งนั้นจริง หากแต่เขาเข้าไปเที่ยวในผับแห่งหนึ่งแล้วหลังจากนั้นเขาก็วางแผนกับเพื่อนของเขาเขียนบทขึ้นมาว่าเขาได้เข้าไปในโรงเรียนแห่งนั้นอย่างไร และรอดกลับมาได้อย่างไรไปเจออะไรมาบ้าง

    ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ถูกชาวบ้านประณามอย่างรุนแรงว่าแอบอ้างบ้าง

    เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอีกหลายคนต้องหายสาบสูญไปบ้างเนื่องจากหลายคนเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงและต้องการเข้าไปพิสูจน์

    และคนเหล่านั้นก็ไม่สามารถกลับออกมาได้อีกเลย

    จากคุณ : ลูกตาลในน้ำเชื่อม - [ 11 ก.ค. 47 22:31:14 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม